INICIAR SESIÓNเด็กสาวที่ไม่เคยรู้จักความรักอย่างฝันหวาน เฟรชชี่เอกญี่ปุ่นสุดป๊อบ ต้องมาเจอการจีบแบบคลั่งรักจากพี่ว้ากวิศวะสุดฮ็อต หนุ่มหล่อเจ้าของรอยยิ้มโลกละลายอย่างพี่เดย์ เธอจะใจแข็งไม่ตอบตกลงเป็นแฟนเขาได้รึเปล่าน้าาา...
Ver másหลังกด enter แป้นพิมพ์ฉันก็หลับตาลง พนมมือนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยไปมูมาก่อนหน้านี้พร้อมเพื่อนสนิท ใจเต้นรัวยิ่งกว่าไปวิ่งรอบสนามมาหมาดๆ ทั้งที่แทบไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายด้วยซ้ำ
“ได้โปรดเมตตาหนูเถอะค่ะ ช่วยหนูด้วย” ฉันพึมพำด้วยแรงแห่งศรัทธา ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละข้างอย่างลุ้นระทึก และพอเห็นผลที่ปรากฏก็เบิกตาโพลง เลื่อนหน้าแทบติดขอบจอโน้ตบุ๊คก่อนจะกรีดร้องด้วยความดีใจอย่างไม่กลัวคอหอยพัง
“กรี๊ดดด!” ฉันลุกจากเก้าอี้ กระโดดซอยเท้าไปมาบนพื้น ในที่สุดความฝันของฉันก็เป็นจริงแล้วโว้ย!
“น้องฝัน! เป็นหยังก่อจ้าวว! ปะจั๊กกิ้มแห๋มละกา” พี่เลี้ยงที่ดูแลฉันมาตั้งแต่เด็กที่ชื่อพี่งามเปิดประตูเข้ามาในห้อง นอนด้วยสีหน้าแตกตื่นตกใจ
“ปี้งาม! ฝันแอดผ่านแล้ว! ฝันยะได้ไปเฮียนตี้กรุงเทพแล้ว ฮู้ว!” ฉันจับมือพี่เลี้ยงเขย่าด้วยความดีใจสุดพลัง
“แต้กะจ้าว!” พี่งามเบิกตาโตถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“อื้อ” ฉันพยักหน้าระรัวก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมาด้วยความตื้นตัน ในที่สุดความเพียรพยายามที่ทำมาโดยตลอดก็สัมฤทธิ์ผล ฟ้าเมตตาฉันแล้ว!
“ปี้ดีใจ๋ตวยหนาจ้าว น้องฝันของปี้เก่งตี้สุด ฮือ!” พี่งามกอดฉันไว้แน่น ก่อนจะร้องไห้อีกคน
“เป็นอะไรรึเปล่าลูก เสียงดังไปถึงหน้าบ้าน เอ้า! แล้วทำไมยืนกอดกันร้องไห้แบบนั้น มีเรื่องอะไรรึเปล่า หนูบอกแม่ได้นะลูก” เสียงของคุณแม่ทำให้ฉันผละออกจากอ้อมกอดพี่งาม โผเข้ากอดคุณแม่ทันควัน
“ฝันแอดผ่านแล้วค่ะคุณแม่! ฮึก! ฝันทำสำเร็จแล้ว”
“เอาใหม่สิลูก เมื่อกี๊หนูพูดอะไรนะ” คุณแม่ถามด้วยน้ำ เสียงเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง
ฉันผละออกจากอ้อมกอด ยิ้มให้คุณแม่ทั้งน้ำตา “ฝันแอดผ่านแล้วค่ะ ฝันมีที่เรียนแล้ว”
“ลูกแม่! ลูกสาวของแม่เก่งมาก หนูเก่งจริงๆ” ฉันเห็นน้ำตาของคุณแม่หยดแหมะลงบนใบหน้าสวยสมวัย แววตาและสีหน้าของท่านเต็มไปด้วยภาคภูมิใจก่อนที่เราสองคนแม่ลูกจะกอดกันแน่นด้วยความรัก
ฉันชื่อฝันหวานค่ะ เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวแถมเป็นน้องสาวคนเล็กเลยถูกเลี้ยงดูมาแบบประคบประหงม ไม่ว่าจะทำอะไรก็ยังเป็นเด็กน้อยในสาย ตาของทุกคน ขนาดไปโรงเรียนหรือออกไปด้านนอกยังต้องมีคนขับรถไปรับไปส่งในขณะที่เพื่อนคนอื่นขับมอไซด์หรือขับรถยนต์ไปเองด้วยซ้ำ เรื่องค้างบ้านเพื่อนหรือแฮงค์เอาท์ต่างจังหวัดแบบเกิลล์แกงค์...ลืมได้เลย ไม่มีในพจนานุกรมของฝันหวานคนนี้แน่นอน
ถ้าถามว่าอึดอัดมั้ยที่มีอิสระน้อยกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน? อันที่จริงมันก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้นนะคะ ฉันยังไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ช็อปปิ้ง ดูหนัง ทานข้าว ไปคาเฟ่ ทำโน่นนี่นั่นหลังเลิกเรียนหรือวันหยุดได้ตามปกติ ขอแค่บอกล่วงหน้าก็เท่านั้น
ฉันรู้ดีที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อนุญาตในบางอย่างก็เพราะความรักความเป็นห่วง ยิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวด้วยแล้ว ยิ่งห่วงหนักขึ้นไปอีก เกิดเป็นอะไรขึ้นมาท่านสองคนต้องเสียใจมากแน่นอน ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกน่ะ... มากมายมหาศาลหาสิ่งใดเปรียบจริงๆ
ถ้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีโอกาสได้เป็นแม่คน ฉันก็คงมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่มอบให้ฉันเช่นกัน!! แต่ก็นั่นแหละ... ด้วยความที่เป็นมนุษย์ ถึงจะรู้เหตุผลทุกอย่างดีแต่บางทีในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าคนเราต้องเติบโตขึ้นรึเปล่า?
ดูอย่างพี่ชายสุดที่รักทั้งสองของฉันสิ... เมื่อก่อนอยู่บ้าน มีคนทำอะไรให้ตลอด ตอนนี้เรียนอยู่อเมริกา เวลาฉันไปหาทีไร เห็นพี่ๆ ทำอะไรด้วยตัวเองทุกอย่าง รับผิดชอบตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือการใช้ชีวิต ดูแข็งแกร่งและเป็นผู้ใหญ่จากเดิมเยอะมาก
ตัดภาพมาที่ฝันหวานน้องเล็กของทุกคน มีพี่เลี้ยงคอยทำให้แทบทุกอย่าง หน้าที่รับผิดชอบมีแค่เรื่องเรียนกับทำในสิ่งที่ตัวเองรักซึ่งคุณพ่อคุณแม่พร้อมสนับสนุนเต็มที่ พูดถึงมันก็ดีแหละ ดีมากด้วยซ้ำ แต่อีกใจของลูกสาวคนนี้ดันอยากออกไปเปิดโลกกว้างบ้างไรบ้าง อยากลองทำอะไรด้วยตัวเองสักครั้ง!!
เพราะงั้นด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล ฉันจึงตัดสินใจเลือกมหาลัยในกรุงเทพ แทนที่จะเลือกในเชียงใหม่เหมือนกลุ่มเพื่อนสนิท ถ้าเลือกจังหวัดอื่น รู้ดีเลยว่ายังไงต้องโดนห้าม...
อีกอย่างพื้นเพของคุณแม่เป็นสาวสวยจากเมืองกรุงที่มาแต่งงานกับคุณพ่อสุดหล่อซึ่งเป็นคนเจียงใหม่ เพราะงั้นฉันเลยพอมีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่นด้วย ถ้าเรียนในกรุงเทพ... คุณพ่อคุณแม่คงพอวาง ใจได้ในระดับนึง อย่างน้อยลูกสาวคนเล็กก็ไม่ถึงกับใช้ชีวิตในเมืองใหญ่เพียงลำพัง ความเป็นห่วงที่ลูกออกจากอ้อมอกก็คงลดน้อยลง (ล่ะมั้ง)
ใกล้เปิดเทอมก็ถึงวันที่ต้องย้ายเข้าหอ...
ตอนแรกคุณพ่อคุณแม่จะให้อยู่คอนโด แต่คอนโดที่ใกล้มหาลัยที่สุดก็อยู่ห่างพอสมควร ถ้าวันไหนเลิกช้าก็กลัวฉันกลับคนเดียวจะเป็นอันตรายอีก สุดท้ายเลยมาจบที่เช่าอพาร์ทเม้นท์แถวหลัง ม. ให้อยู่แทน เดินแป๊บๆ ไม่ถึงห้านาทีก็ถึงที่เรียน
ฉันได้อยู่หอใหม่เอี่ยมที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน ห้องพักแยกเป็นสัดส่วนเหมือนคอนโดหนึ่งห้องนอนแถมความปลอดภัยรวมถึงความสะดวกสบายของที่นี่ถือว่าอยู่ในระดับดี คุณพ่อคุณแม่ถึงวางใจให้ลูกสาวคนเล็กอยู่คนเดียวได้!
ของใช้ส่วนตัวที่ฉันเอามาจากเชียงใหม่ก็ไม่มีอะไรมาก เน้นมาซื้อใหม่เพราะถือว่าสะดวกกว่า เพราะงั้นวันนี้ฉันกับคุณแม่เลยมาช็อปปิ้งชุดนักศึกษา เสื้อผ้าใหม่ รวมถึงของใช้ส่วนตัวเยอะแยะมากมาย กว่าจะกลับถึงหอก็เย็นย่ำ คุณแม่ให้พี่งามและพี่แป้ง (คนที่บ้านคุณน้า) ช่วยกันขนของไปเก็บในห้อง จัดของให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็กลับมานอนบ้านคุณน้า
ช่วงสายของอีกวัน
หลังทานข้าวเช้าเรียบร้อยและอยู่คุยกันอีกสักพัก คุณพ่อคุณแม่รวมถึงฉันก็ล่ำลาคุณน้า ก่อนที่คนขับรถจะมาส่งฉันที่หน้าหอ ฉันกอดคุณพ่อคุณแม่ไว้แน่น พอต้องลากันจริงๆ ได้แต่บอกตัวเองว่า... เดี๋ยวปิดเทอมก็ได้เจอท่านทั้งสอง ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก
“ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือโดนแกล้ง หนูต้องรีบโทรหาพ่อกับแม่เลยนะลูก แม่จะรีบมาหาหนูให้เร็วที่สุด” คุณแม่ย้ำเป็นรอบที่สาม สีหน้าเป็นห่วงไม่คลาย
“ค่ะ ฝันจะรีบรายงานทันที” ฉันรับคำอย่างหนักแน่นเช่นกัน
“หนูจำที่พ่อสอนได้มั้ย” คุณพ่อถามด้วยหน้าตาจริงจังกว่าปกติ
“จำได้ค่ะ ถ้าใครมาจีบให้บอกว่ามีแฟนแล้ว แต่ถ้ายังตื๊อไม่เลิกให้โทรรายงานคุณพ่อทันที” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางยิ้มให้คุณพ่อที่หวงลูกสาว ท่านจะได้รู้สึกคลายกังวลลงบ้าง คุณพ่อกับคุณแม่หันหน้าเข้าหากันพลางถอนหายใจยาว ฉันรู้แก่ใจดี... ถึงท่านทั้งสองพอจะทำใจได้บ้างแล้วที่ฉันต้องจากอ้อมอก จากบ้านเกิดมาเรียนต่อ แต่เอาเข้าจริงคุณพ่อคุณแม่ก็ยังเป็นห่วงมากอยู่ดี
“ถ้าหนูได้เพื่อนใหม่โทรมาเล่าให้แม่ฟังด้วยนะลูก อย่างน้อยแม่จะได้อุ่นใจที่หนูไม่ต้องตัวคนเดียว”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าฝันมีเพื่อนเมื่อไหร่จะรีบโทรไปอวดทันที” ฉันรีบบอกอย่างเอาใจ
ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปฉันจะได้เริ่มชีวิตนักศึกษา จะได้ชีวิตเพียงคนเดียว การเรียนจะเป็นยังไง ฉันจะเข้ากับเพื่อนในเอกได้มั้ย แล้วใครจะนิสัยเข้ากับฉันได้จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ไหนจะมีรับน้อง ไหนจะมีกิจกรรมตามที่รุ่นพี่เคยเล่าให้ฟังในวันที่มารายงานตัวอีก... ยิ่งคิดยิ่งตื่นเต้น
“ถ้าเงินไม่พอใช้หนูต้องบอกนะ เดี๋ยวพ่อโอนให้”
“โหวคุณพ่อขา สามหมื่นยังไม่รวมค่าหอ เหลือจนไม่รู้จะเหลือยังไงแล้วค่ะ ฝันไม่ใช่คนใช้เงินเก่งขนาดนั้นสักหน่อย” ฉันบอกยิ้มๆ
ปิ๊น!
“ฝันรักคุณพ่อคุณแม่นะคะ เดินทางปลอดภัยค่ะ บ๊ายบายปี้งาม หวัดดีจ้าวลุงศักดิ์”
เสียงแตรรถที่ดังจากด้านหลังทำให้ฉันยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มคุณพ่อคุณแม่โดยอัตโนมัติ บอกรักท่านทั้งสองอย่างออดอ้อน บอกลาพี่งามและคนขับรถก่อนจะรีบเดินลงจากรถตู้แบบครอบครัวและยืนมองรถจนลับตา
ถึงเวลาที่จะเติบโตแล้วฝันหวาน...สู้ว!
พรึ่บ! ฉันยกกระเป๋าขึ้นมาปิดหน้าแทบไม่ทัน หวังว่าพี่เดย์คงไม่เห็นฉันเข้าหรอกนะ!“เป็นไรรึเปล่าน้องฝันหวาน” หนึ่งในรุ่นพี่ถามฉันด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“แฮร่!” ฉันหันมายิ้มแหยให้พวกรุ่นพี่ “ไม่มีไรค่ะ หนูแค่ร้อนนิดหน่อยเลยเอากระเป๋าขึ้นมาบัง”“พี่นึกว่าน้องฝันหวานหลบพี่ซะอีก”“เปล่าค่ะ หนูจะหลบพวกพี่ไปทำไมกัน” ฉันตอบโดยอัตโนมัติ เดี๋ยวนะ! รุ่นพี่ในเอกไม่มีใครขยับปากสักคน แล้วใครเป็นคนพูด?“ในเมื่อไม่หลบก็หันมาได้แล้วครับ” น้ำเสียงติดขำที่ดังจากด้านหลังทำให้ฉันตาโตในบัดดล อย่าบอกนะว่า...“มึงรู้จักน้องฝันหวานด้วยเหรอไอ้เดย์” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงแปลกใจของรุ่นพี่ในเอกที่ทักทายคนด้านหลังทำให้ฉันรู้ว่า... พี่เดย์มาถึงตัวฉันแล้ว! ฮือ! ให้ตายเถอะ คนอะไรตาไวชะมัด!“รู้จักดิพี่ นี่แฟนผมเอง”ขวับ! ฉันหันมองคนตัวสูงด้านหลังที่กำลังยิ้มมุมปาก บ้าไปแล้วเหรอ พี่เดย์ตอบรุ่นพี่ในเอกของฉันแบบนี้ได้ไง! เกิดรุ่นพี่เอาไปเม้าท์ต่อ... ได้ลือกันทั่วเอกว่าฉันมีแฟนเป็นพี่ว้ากคณะวิศวะน่ะสิ“กูถามจริง!”“ไม่จริงพี่” พี่เดย์พูดเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่พวกเรา “ผมกำลังช่วยน้องอยู่ พี่เห็นไอ้เด็กปี 1 ด้านหลังที่มองมาทางนี
“ฝัน” พีชเรียกฉันด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความงุนงง“แฮ่” ฉันยิ้มเจื่อนให้เพื่อนรัก สายตาบอกใบ้ว่าอย่าเพิ่งถาม พีชดูเหมือนจะเข้าใจดีเลยหันกลับไปด้านหน้าตามเดิมฟู่ว! ฉันเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองพี่เดย์อีกครั้ง“มีอะไรรึเปล่าคะพี่เดย์” ฉันยิ้มแหยถามออกไปเบาๆ“เดี๋ยวเลิกแถวอย่าเพิ่งกลับนะครับ อยู่คุยกันเรื่องร้านก่อน” พี่เดย์บอกด้วยรอยยิ้มหวานก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฉันใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นรอยยิ้มโลกละลายนั่นหนึ่งกรุบ พอเหลือบสายตามองรอบตัวอย่างนึกได้ก็เล่นเอาฝันหวานคนนี้สะดุ้งแทบไม่ทันเมื่อเห็นเพื่อนที่อยู่แถวนี้พากันมองมาด้วยแววตาอยากรู้ ฮือ!ดูทรงละรู้เลย...จบจากการรับน้องในวันนี้ ต้องมีข่าวลือกระจายออกไปแน่นอนว่าฉันรู้จักกับพี่พี่ว้ากคณะวิศวะถึงขั้นอีกฝ่ายเดินมานัดแนะในแถวแล้วไหนจะต้องตอบคำถามของเพื่อนรักอย่างพีชอีก... ฮือ! ไม่น่าเลย รู้งี้เล่าให้พีชฟังตั้งแต่แรกก็ดีหรอก เป็นไงล่ะ... มัวแต่อายมัวแต่กลัวดีนัก สรุปเรื่องแดงขึ้นมาจนตั้งรับไม่ทันอยากร้องไห้! จะหนีก็หนีไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงพี่ว้าก ขืนไม่ไปตามนัดก็อาจจะโดนทำโทษ สรุปฉันต้องไปทานข้าวกับพี่เดย์จนได้
หลังเลิกเรียนกิจกรรมของเด็กปี 1 อย่างฉันรวมถึงเพื่อนในเอกที่ไม่ได้ลงแข่งดาวเดือน ไม่ได้ลงแข่งกีฬาหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นให้คณะต้องเข้ารับน้องและซ้อมเชียร์ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก แต่ทำไงได้... ในเมื่อเราอยู่ปี 1 จะให้ปีกกล้าขาแข็งไม่เข้าร่วมกิจกรรมของทางมหาลัยก็ใช่เรื่อง เพราะงั้นถ้ารุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุน่ะนะพอเฟรชชี่เดย์เฟรชชี่ไนท์จบลงก็หลุดพ้น ไม่ต้องมาฟังรุ่นพี่บ่นหรือว้ากโน่นนี่นั่น รวมถึงปรบ มือร้องเพลงที่น่าเบื่อกันละ“ฟังทางนี้หน่อยค่ะ พี่มีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ปี 1 ทุกคนทราบ!” พี่เบียร์ ประธานคณะมนุษย์ศาสตร์ปี 2 ยกมือป้องปากประกาศเสียงดังกว่าปกติ พวกเราปี 1 ที่นั่งรวมตัวใต้ตึกกลางของคณะเงียบลง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คณะของเราจะรับน้องพร้อมคณะวิศวะ หลังเลิกเรียนน้องๆ ต้องไปรวมตัวกันที่ลานเกียร์ ส่วนซ้อมเชียร์ยังเป็นของคณะใครคณะมันเหมือนเดิม”ขวับ! ฉันตาเหลือกพร้อมกับหันหน้าเข้าหาพีช เอมและแก้มยุ้ยทันควัน! เพื่อนสนิททั้งสามอาจจะกลัวพี่ว้ากคณะวิศวะถึงพากันตกใจที่ต้องรับน้องรวม ส่วนฝันหวานคนนี้มีอะไรมากกว่านั้น...ตั้งแต่พี่เดย์ช่วยฉันด
น่าเบื่อชิบหาย!ไอ้เด็กปี 1 โดดรับน้องช่วงกลางวัน สมัยอยู่ปี 1 ถึงพวกผมจะทั้งเบื่อทั้งเซ็งที่รุ่นพี่เรียกพบแค่ไหน แต่ทั้งผม ไอ้เทมส์ ไอ้เจมส์ ไอ้กัสต่างไปตามนัดให้มันจบๆ เพราะไม่อยากเห็นเพื่อนคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องต้องลำบาก ละดูรุ่นน้องมันทำ... โคตรเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงใจใคร มันไม่คิดเลยว่าเพื่อนในรุ่นจะเดือดร้อน แค่อยู่ในระเบียบช่วงรับน้องมันจะตายรึไงวะ พอได้รุ่นแล้วก็ไม่มีใครบัง คับมันละ!แล้วโดดทั้งทีดันเสือกโดดมาห้องสมุดกลาง ผมที่เป็นหนึ่งในพี่ว้ากก็ต้องมาลากคอมันกลับคณะอีก... เสียเวลาโคตร!! เดินหาตามโต๊ะไม่เจอเด็กวิศวะสักราย หรือมันจะกลับคณะแล้ว!“แล้วเย็นนี้เอาไง” เสียงเด็กผู้หญิงที่นั่งคุยกันเบาๆ ทำให้ผมเดินย้อนกลับมาเมื่อรู้สึกเหมือนเห็นอะไรแว๊บๆ“ฉันไลน์บอกคุณแม่ละว่าเย็นนี้จะไปดูหนังแล้วกลับพร้อมแก ท่านก็ไม่ว่าอะไร” ผมยิ้มทันทีเมื่อเห็นน้องฝันหวานกำลังคุยกับเพื่อนที่หน้าเหมือนตุ๊กตา ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ คนที่ผมอยากเจอมาตลอดทั้งอาทิตย์อยู่ห่างไม่ถึงห้าก้าว หึ! อย่างน้อยมาห้องสมุดกลางก็มีเรื่องดีบ้างล่ะวะ!“แล้วแกล่ะพีช ขอที่บ้านยัง” น้องผู้หญิงอีกคนที่นั่งตรงข้ามน้องตุ๊กตาถาม
![friend zone รักร้ายนายเพื่อนสนิท [ 3P ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




