Share

พี่เดย์

Auteur: mindy
last update Dernière mise à jour: 2026-01-18 15:00:57

หลังทานข้าวเย็นเสร็จ

พีชชวนไปนั่งเล่นที่ห้อง แน่นอนว่าฉันตอบตกลงเพราะอยู่ห้องคนเดียวก็เหงาอยู่ดี

บางคนอาจจะคิดว่าสนิทกันง่ายเกินไปรึเปล่า ยังไงดีล่ะ... เราสองคนรู้โดยสัญชาติญาณว่าคนนี้แหละสามารถเป็นเพื่อนกันได้อย่างสนิทใจ ยิ่งได้คุย ได้แลกเปลี่ยนความเห็น ยิ่งรู้เลยว่าทัศนคติและนิสัยของเราคล้ายกันมาก แถมยังมาจากภาคเหนือเหมือนกัน เรียนเอกเดียวกัน อยู่หอเดียวกันอีก มันเลยง่ายที่จะคบกันยังไงเล่า!

ฉันนั่งเล่นที่ห้องพีชจนเกือบสองทุ่มก็ขอตัวกลับ พอถึงห้องคุณแม่วีดีโอคอลมาพอดีว่าถึงบ้านแล้ว ระหว่างที่เราสองแม่ลูกคุยกัน คุณพ่อก็มาร่วมแจมเป็นครั้งคราว แล้วเป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด พอฉันเล่าให้ฟังว่าได้เพื่อนใหม่มาจากแพร่ เรียนเอกเดียวกัน อยู่หอเดียวกันและเพิ่งไปทานข้าวด้วยกันมา... คุณแม่ทั้งตื่นเต้นและหายห่วงไปเยอะเลยที่ลูกสาวคนนี้ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป ฮ่าๆๆ

พอวางสายฉันก็อาบน้ำสระผมอะไรไป เมื่อเป่าผมแห้งสนิทก็อยากเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ เลยเปิดตู้เลือกกระเป๋าว่าจะเอาใบไหนไป ม. จากนั้นก็หยิบกระดุมโลหะออกมาเพื่อจะนำมาใส่เสื้อนักศึกษา และตอนนี้เองเพิ่งนึกออกว่าส่งชุดไว้ที่ร้านซักรีด

หมับ! ฉันคว้าหน้าจอมือถือขึ้นมาดูเวลา สามทุ่มครึ่งละ ถ้าลงไปเอาตอนนี้ยังทันอยู่เพราะร้านปิดสี่ทุ่ม แต่ถ้าเป็นพรุ่งนี้ไม่ได้ถามรายละเอียดด้วยไงว่าร้านเปิดกี่โมง เกิดเปิดแปดโมงเช้านี่ตายเลยนะ ต้องขึ้นหอประชุมใหญ่ตอนแปดโมงด้วย ลงไปเอาเลยดีกว่า เตรียมพร้อมไว้ก่อนดีที่สุด ไม่ต้องมาเสี่ยงดวงรอถึงพรุ่งนี้หรอก เกิดร้านเปิดช้าล่ะแย่เลย!

พอตัดสินใจได้คนขี้ลืมอย่างฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากหอเพียงลำพัง จะชวนพีชมาด้วยก็กระไรอยู่... แบบว่าเกรงใจอ่ะ ขอสารภาพตามตรงฉันไม่เคยออกไปไหนเวลานี้คนเดียวมาก่อน ปกติตอนอยู่เชียงใหม่สองทุ่มนี่คืออยู่ในบ้านละ ถ้าจำเป็นต้องออกข้างนอกก็มีคนคอยไปส่งตลอด แอบรู้สึกแปลกๆ เหมือนกันแต่คงไม่เป็นไรหรอก แม้ผู้คนจะบางตากว่าตอนหัวค่ำก็ยังพอมีอยู่ ไฟก็สว่างโร่ ร้านรวงก็ยังเปิด ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก!

ฉันรีบสาวเท้าไปร้านซักรีดแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง

พรึ่บ! ดันมีใครบางคนโผล่พรวดเข้ามาตรงหน้าทำเอาหยุดเท้าแทบไม่ทัน

“พี่ขอไลน์น้องคนสวยได้มั้ยครับ”

ขวับ! ฉันเงยหน้ามองคนพูด ก็ว่าอยู่ได้กลิ่นละมุดหึ่ง ตางี้เยิ้มเชียว... ไม่บอกก็รู้ ดื่มมาแน่

“โทษทีค่ะ พอดีแฟนไม่ชอบให้ไลน์คนแปลกหน้า ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันบอกปัดเสียงเรียบแต่ดันมีเสียงหัวเราะเหมือนสะใจขึ้นมา พอเหลือบตามองก็เห็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายกลุ่มใหญ่อยู่ห่างไปไม่ถึงเมตรกำลังมองมาด้วยสายตาขบขัน ดูจากการแต่งตัวแล้ว...น่าจะไปเที่ยวกลางคืนรึเปล่า

“แห้วแดกมั้ยล่ะมึง” หนึ่งในกลุ่มนั้นตะโกนถามแถมยังโห่ร้องกันโครมใหญ่

“เสือก!” ผู้ชายที่เข้ามาขอเบอร์ฉันหันไปชูนิ้วกลางใส่ แสดงว่ารู้จักกัน ต้องรีบไปละ...ไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร

ฉันถือโอกาสที่ผู้ชายตรงหน้าหันไปหาเพื่อน รีบเดินมาทางขวา หมับ! แต่ไอ้บ้านี่ดันจับข้อมือฉันอย่างไว นี่มันอุกอาจเกินไปแล้วนะ!

“อย่าเพิ่งไปครับสิคนสวย”

“ปล่อย!” ฉันใช้เสียงแข็งพลางสลัดข้อมือขึ้นลงแต่ไอ้บ้าตรงหน้าดันยิ้มกว้างเหมือนชอบใจที่โดนเหวี่ยงใส่... โรคจิตชะ มัด!

“กูแนะนำว่าถ้ามึงไม่อยากเจ็บตัว ปล่อยมือเดี๋ยวนี้! อย่ายุ่งกับแฟนกู!” น้ำเสียงดุดันของใครบางคนทำให้ฉันหันซ้ายหันขวา... ใครกันที่อ้างตัวเป็นแฟนฉัน?

พะ! พี่หล่อโลกละลายคณะวิศวะปี 2 ที่เจอเมื่อเย็นนี่นา! พี่เค้ากำลังใช้สายตาเกรี้ยวกราดมองไอ้บ้าโรคจิตที่จับมือฉันอยู่

“พี่คะ!” ฉันเรียกพี่หล่อโลกละลายอย่างไว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร รู้แค่พี่เค้ายื่นมือมาช่วยฉันแล้ว

“ไอ้เหี้ยท็อป มึงปล่อยมือน้องเค้าเว้ย!” หนึ่งในเพื่อนของไอ้โรคจิตตะโกนสั่งแถมวิ่งเข้ามาบีบข้อมือไอ้บ้านี่ด้วยความไวแสง ในที่สุดข้อมือของฉันก็เป็นอิสระ ฉันรีบวิ่งมาหลบหลังพี่หล่อโลกละลายทันที

“ทำไมวะ มึงกลัวไร” ไอ้โรคจิตถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“กลัวตีนกูไงไม่น่าถาม!” พี่หล่อโลกละลายโพล่งเสียงเข้ม

“มึงหุบปากไอ้ท็อป! โทษที เพื่อนกูไม่รู้ว่าน้องคนนี้เป็นเด็กมึง” พอสั่งเพื่อนโรคจิตของตัวเองแล้ว ผู้ชายคนนี้ก็รีบขอโทษขอโพยร่างสูงใหญ่ที่เข้ามาช่วยฉันเป็นการใหญ่

“กูบอกไปแล้วว่านี่แฟนกู ไม่ใช่เด็ก เรียกให้ถูกด้วย” เจ้าของแผ่นหลังกว้างที่กำลังช่วยฉันอยู่ใช้น้ำเสียงข่ม พอชะเง้อคอมองหน้าฉันก็เห็นอีกฝ่ายถึงกับทำหน้าลนลาน

“โทษที กูพูดผิดเอง แฟนก็แฟน”

“กูหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบวันนี้ขึ้นอีก” พี่หล่อโลกละลายพูดเสียงเข้ม

“ไม่มีแล้ว พวกกูรู้ละว่าน้องเค้าเป็นแฟนมึง จะไม่มีใครกล้ายุ่งกับน้องเค้าอีก กูขอตัว” ว่าแล้วผู้ชายคนนั้นก็ลากเพื่อนโรคจิตของตัวเองไปรวมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ จากนั้นก็ซุบซิบกันด้วยสีหน้าร้อนรน ก่อนที่กลุ่มนั้นจะมองมาทางนี้อย่างเกรงๆ และเดินจากไปทั้งแกงค์อย่างรวดเร็ว

ฟู่ว! ฉันเป่าลมจากปากอย่างโล่งอก เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ แค่ลงมาเอาเสื้อผ้าแป๊บเดียวเอง ดันโดนลวนลามจนได้... ต่อไปดึกๆ ดื่นๆ ไม่กล้าลงมาคนเดียวแล้ว ฮือ!

“น้องเป็นไรมั้ยครับ” พี่หล่อโลกละลายหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงนุ่มหูต่างจากเมื่อกี้ลิบลับ

“ไม่ค่ะ” ฉันส่ายหน้าก่อนจะยกมือไหว้พี่เค้าอย่างสำนึกในบุญคุณ ถ้าไม่ได้พี่เค้าเข้ามาช่วย...ไม่รู้ป่านนี้ตัวเองจะเป็นยังไง ฮือ! คิดแล้วยังกลัวไม่หาย “ขอบคุณพี่มากเลยนะคะที่ช่วยหนูไว้ ขอบคุณจริงๆ”

“พี่ไม่ได้ชื่อมากครับ พี่ชื่อเดย์” ว่าแล้วคนตรงหน้าก็คลี่ยิ้มสว่างไสวทำเอาฉันเผลอหัวเราะออกมาเมื่อโดนคนหล่อตบมุกใส่ จากที่เมื่อกี้ยังตื่นกลัวกับเหตุการณ์อุกอาจ ความรู้สึกนั้นค่อยๆ มลายหายไปจากใจเพราะพี่เดย์เลย พี่เค้าทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

“โอเคค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่เดย์ ขอบคุณจากใจของหนูเลย” ฉันค้อมหัวขอบคุณอีกรอบก่อนจะเงยหน้าสบตากับเจ้าของดวงตาคู่หวานระยับ

“เปลี่ยนคำขอบคุณ เป็นให้พี่รู้จักน้องได้มั้ยครับ” ฉันงงกับคำพูดของพี่เดย์ในตอนแรก ก่อนจะ เก็ทในเวลาต่อมา เลยแนะนำตัวเองบ้าง

“หนูชื่อฝันหวานค่ะ” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพี่เดย์เข้ามาช่วยรึเปล่า ฉันเลยกล้าบอกชื่อด้วยความสบายใจและกล้าคุยกับพี่เดย์อย่างสนิทใจ

“ชื่อน่ารักสมตัว เป็นอันว่าเราสองคนรู้จักกันแล้วเนอะ” พี่เดย์ยักคิ้วด้วยสีหน้ากวนๆ

“ค่ะ” ฉันพยักหน้าพลางส่งยิ้มหวานให้คนหล่อ

“แล้วน้องฝันหวานมาทำไรแถวนี้คนเดียวครับ” จริงสิ! ฉันต้องเอาเสื้อผ้านี่นา มัวแต่เสียเวลากับเรื่องตกใจจนแอบหลอน หวังว่าร้านคงยังไม่ปิดนะ!

“หนูลงมาเอาเสื้อผ้าที่ร้านซักรีดค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่ง เป็นผู้หญิงเดินคนเดียวมันอันตราย” ตอนแรกฉันจะปฏิเสธด้วยความเกรงใจ แต่พอได้ฟังเหตุผลของพี่เค้าก็เห็นว่าจริง เพราะงั้นเลยบอกขอบคุณออกไปแทน

“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่พี่เดย์มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ” ฉันถามอย่างนึกได้ เอ๊ะ! หรือว่าพี่เค้าอยู่หอแถวนี้เหมือนกัน

“พี่ก็มาเอาเสื้อที่ร้านซักรีดครับ เพิ่งคิดได้ตอนใกล้ถึงคอนโดเลยวนรถกลับมา พรุ่งนี้ต้องใส่เข้าคณะแต่เช้า” พี่เดย์บอกอย่างง่ายๆ แบบไม่คิดอะไรมาก เชื่อมั้ยว่าแค่คำพูดไม่กี่ประโยคของพี่เค้าทำให้ฉันหายเกร็งไปเยอะเลย

“งั้นเป็นโชคดีของหนูสิคะที่พี่กลับมาเอาเสื้อ ไม่งั้นหนูคงแย่แน่เลย” ฉันว่าพลางหยีตาเมื่อคิด ถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แถมเป็นเวลาเดียวกับที่เราสองคนถึงหน้าร้านพอดี สรุปมาเอาเสื้อผ้าร้านเดียวกันซะงั้น

“มา... พี่ถือให้ครับ” พี่เดย์บอกอย่างใจดีพลางเอื้อมมือไปรับเสื้อ 5 ตัว กระโปรงอีก 2 ตัวจากเจ้าของร้านแทนฉัน รวมกับเสื้อช็อปของพี่เค้าแล้ว... เป็น 8 ตัวที่อยู่ในมือใหญ่

“ขอบคุณค่ะ แต่หนูว่าหนูถือเองดีกว่าค่ะ” ฉันบอกอย่างเกรงใจแต่พี่เดย์ยังยืนคำเดิม

“พี่ว่าน้องฝันหวานถือคนเดียวไม่น่าไหว ตัวเล็กแค่นี้เอง น้องถือกระโปรงที่เหลือดีกว่า ขืนหอบไปเองจะยับเปล่าๆ” ก็จริงของพี่เดย์... ตอนส่งรีดฉันใส่ถุงกระดาษมาไง ตอนกลับจะให้ใส่ถุงเหมือนเดิมก็ไม่ได้อีก เพราะงั้นมีคนช่วยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

“หนูต้องรบกวนพี่เดย์แล้ว ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยหนูอีกครั้ง” ฉันบอกอย่างเกรงใจเมื่อออกมานอกร้าน ในมือมีแค่กระโปรงสามตัว แล้วดูพี่เดย์สิ... ไม้แขวนเต็มสองมือเลย

“เล็กน้อยครับ พี่ยินดีช่วยคนน่ารักอย่างน้องฝันหวานเสมอ” ว่าแล้วก็ขยิบตาขวาให้กันแถมยังส่งยิ้มละลายใจมาอีก

ตึกตัก! ตึกตัก! ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงมากแต่ต้องทำเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

“หอหนูอยู่ตรงนี้แหละค่ะ” ฉันบอกพี่เดย์เมื่อเราสองคนเดินมาถึงหน้าหอแล้ว

“ให้พี่ขึ้นไปส่งมั้ย น้องฝันหวานถือขึ้นคนเดียวคงไม่ไหว” พี่เดย์ว่าพลางมองไม้แขวนในมือตัวเองทำให้ฉันมองตาม

“อย่าดีกว่าค่ะ หนูเกรงใจ” ฉันรีบปฏิเสธทันทีเพราะรู้สึกว่ามันไม่เหมาะที่จะให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักสดๆ ร้อนๆ หอบหิ้วของขึ้นไปส่งถึงหน้าห้อง ถึงพี่เค้าจะเคยช่วยฉันเอาไว้แต่ยังไงมันก็ไม่ควรอยู่ดี “แต่ถ้าไม่รบกวนมากจนเกินไป พี่เดย์รอหนูแป๊บได้มั้ยคะ เดี๋ยวหนูเอาขึ้นไปเก็บรอบนึง ค่อยลงมาเอาอีกรอบ”

“ได้สิครับ งั้นพี่ยืนรอตรงนี้ละกัน” พี่เดย์บอกด้วยรอยยิ้ม

“เข้าไปนั่งรอที่โซฟาด้านในดีกว่าค่ะ สบายกว่าเยอะเลย” ฉันบอกพลางผลักประตูกระจกหน้าหอและเชื้อเชิญพี่เดย์ให้เข้ามาด้านใน ร่างสูงยอมเข้ามาแต่โดยดีพร้อมกับนั่งรอที่โซฟาด้านล่าง พอฉันเอาเสื้อผ้าขึ้นไปเก็บรอบนึง ก็รีบลงมาอีกครั้งเพราะกลัวพี่เดย์จะเสียเวลารอนาน

“ขอบคุณพี่เดย์มากเลยนะคะที่วันนี้ช่วยหนูไว้หลายอย่างเลย แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พี่เสียเวลารอ” ประโยคแรกฉันบอกอย่างสำนึกในบุญคุณ ประโยคถัดมาบอกอย่างเกรงใจ

“แค่นี้เล็กน้อยครับ อย่าคิดมาก” พี่เดย์ยิ้มอย่างใจดี

“เล็กน้อยที่ไหนกันคะ หนูว่าเยอะมากเลยแหละ ถ้าพี่เดย์อยากให้หนูช่วยอะไรบอกได้เลยนะคะ หนูยินดีทุกอย่าง” ฉันบอกความรู้สึกจากใจออกไปเพราะอยากตอบแทนพี่เค้าจริงๆ

“ถ้างั้นว่างๆ ไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อดีมั้ย”

“หา!” ฉันตาโตอ้าปากหวอ ตกใจกับคำพูดของร่างสูงตรงหน้า

“ยังไงเดี๋ยวพี่นัดเวลาอีกที กู้ดไนท์ครับ พี่กลับละ” พี่เดย์ยักคิ้วพลางส่งยิ้มหวาน แถมยังผลักประตูกระจกออกไปทิ้งให้ฉันยืนเอ๋ออยู่ที่เดิม

อะไรคือไปทานข้าวด้วยกัน? แล้วดูสิ...ฉันยังไม่ทันปฏิเสธ พี่เค้าก็ไปซะแล้ว

โลกนี้มีงี้ด้วย ตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยการไปทานข้าว... ใช่เหรอ!!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   พี่ขอไอจีได้มั้ยครับ

    พรึ่บ! ฉันยกกระเป๋าขึ้นมาปิดหน้าแทบไม่ทัน หวังว่าพี่เดย์คงไม่เห็นฉันเข้าหรอกนะ!“เป็นไรรึเปล่าน้องฝันหวาน” หนึ่งในรุ่นพี่ถามฉันด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“แฮร่!” ฉันหันมายิ้มแหยให้พวกรุ่นพี่ “ไม่มีไรค่ะ หนูแค่ร้อนนิดหน่อยเลยเอากระเป๋าขึ้นมาบัง”“พี่นึกว่าน้องฝันหวานหลบพี่ซะอีก”“เปล่าค่ะ หนูจะหลบพวกพี่ไปทำไมกัน” ฉันตอบโดยอัตโนมัติ เดี๋ยวนะ! รุ่นพี่ในเอกไม่มีใครขยับปากสักคน แล้วใครเป็นคนพูด?“ในเมื่อไม่หลบก็หันมาได้แล้วครับ” น้ำเสียงติดขำที่ดังจากด้านหลังทำให้ฉันตาโตในบัดดล อย่าบอกนะว่า...“มึงรู้จักน้องฝันหวานด้วยเหรอไอ้เดย์” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงแปลกใจของรุ่นพี่ในเอกที่ทักทายคนด้านหลังทำให้ฉันรู้ว่า... พี่เดย์มาถึงตัวฉันแล้ว! ฮือ! ให้ตายเถอะ คนอะไรตาไวชะมัด!“รู้จักดิพี่ นี่แฟนผมเอง”ขวับ! ฉันหันมองคนตัวสูงด้านหลังที่กำลังยิ้มมุมปาก บ้าไปแล้วเหรอ พี่เดย์ตอบรุ่นพี่ในเอกของฉันแบบนี้ได้ไง! เกิดรุ่นพี่เอาไปเม้าท์ต่อ... ได้ลือกันทั่วเอกว่าฉันมีแฟนเป็นพี่ว้ากคณะวิศวะน่ะสิ“กูถามจริง!”“ไม่จริงพี่” พี่เดย์พูดเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่พวกเรา “ผมกำลังช่วยน้องอยู่ พี่เห็นไอ้เด็กปี 1 ด้านหลังที่มองมาทางนี

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   เด็กพี่เดย์

    “ฝัน” พีชเรียกฉันด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความงุนงง“แฮ่” ฉันยิ้มเจื่อนให้เพื่อนรัก สายตาบอกใบ้ว่าอย่าเพิ่งถาม พีชดูเหมือนจะเข้าใจดีเลยหันกลับไปด้านหน้าตามเดิมฟู่ว! ฉันเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองพี่เดย์อีกครั้ง“มีอะไรรึเปล่าคะพี่เดย์” ฉันยิ้มแหยถามออกไปเบาๆ“เดี๋ยวเลิกแถวอย่าเพิ่งกลับนะครับ อยู่คุยกันเรื่องร้านก่อน” พี่เดย์บอกด้วยรอยยิ้มหวานก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฉันใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นรอยยิ้มโลกละลายนั่นหนึ่งกรุบ พอเหลือบสายตามองรอบตัวอย่างนึกได้ก็เล่นเอาฝันหวานคนนี้สะดุ้งแทบไม่ทันเมื่อเห็นเพื่อนที่อยู่แถวนี้พากันมองมาด้วยแววตาอยากรู้ ฮือ!ดูทรงละรู้เลย...จบจากการรับน้องในวันนี้ ต้องมีข่าวลือกระจายออกไปแน่นอนว่าฉันรู้จักกับพี่พี่ว้ากคณะวิศวะถึงขั้นอีกฝ่ายเดินมานัดแนะในแถวแล้วไหนจะต้องตอบคำถามของเพื่อนรักอย่างพีชอีก... ฮือ! ไม่น่าเลย รู้งี้เล่าให้พีชฟังตั้งแต่แรกก็ดีหรอก เป็นไงล่ะ... มัวแต่อายมัวแต่กลัวดีนัก สรุปเรื่องแดงขึ้นมาจนตั้งรับไม่ทันอยากร้องไห้! จะหนีก็หนีไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงพี่ว้าก ขืนไม่ไปตามนัดก็อาจจะโดนทำโทษ สรุปฉันต้องไปทานข้าวกับพี่เดย์จนได้

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   เงยหน้าขึ้นมาสบตากับพี่ครับน้องฝันหวาน

    หลังเลิกเรียนกิจกรรมของเด็กปี 1 อย่างฉันรวมถึงเพื่อนในเอกที่ไม่ได้ลงแข่งดาวเดือน ไม่ได้ลงแข่งกีฬาหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นให้คณะต้องเข้ารับน้องและซ้อมเชียร์ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก แต่ทำไงได้... ในเมื่อเราอยู่ปี 1 จะให้ปีกกล้าขาแข็งไม่เข้าร่วมกิจกรรมของทางมหาลัยก็ใช่เรื่อง เพราะงั้นถ้ารุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุน่ะนะพอเฟรชชี่เดย์เฟรชชี่ไนท์จบลงก็หลุดพ้น ไม่ต้องมาฟังรุ่นพี่บ่นหรือว้ากโน่นนี่นั่น รวมถึงปรบ มือร้องเพลงที่น่าเบื่อกันละ“ฟังทางนี้หน่อยค่ะ พี่มีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ปี 1 ทุกคนทราบ!” พี่เบียร์ ประธานคณะมนุษย์ศาสตร์ปี 2 ยกมือป้องปากประกาศเสียงดังกว่าปกติ พวกเราปี 1 ที่นั่งรวมตัวใต้ตึกกลางของคณะเงียบลง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คณะของเราจะรับน้องพร้อมคณะวิศวะ หลังเลิกเรียนน้องๆ ต้องไปรวมตัวกันที่ลานเกียร์ ส่วนซ้อมเชียร์ยังเป็นของคณะใครคณะมันเหมือนเดิม”ขวับ! ฉันตาเหลือกพร้อมกับหันหน้าเข้าหาพีช เอมและแก้มยุ้ยทันควัน! เพื่อนสนิททั้งสามอาจจะกลัวพี่ว้ากคณะวิศวะถึงพากันตกใจที่ต้องรับน้องรวม ส่วนฝันหวานคนนี้มีอะไรมากกว่านั้น...ตั้งแต่พี่เดย์ช่วยฉันด

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   สายรุกคลั่งรัก

    น่าเบื่อชิบหาย!ไอ้เด็กปี 1 โดดรับน้องช่วงกลางวัน สมัยอยู่ปี 1 ถึงพวกผมจะทั้งเบื่อทั้งเซ็งที่รุ่นพี่เรียกพบแค่ไหน แต่ทั้งผม ไอ้เทมส์ ไอ้เจมส์ ไอ้กัสต่างไปตามนัดให้มันจบๆ เพราะไม่อยากเห็นเพื่อนคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องต้องลำบาก ละดูรุ่นน้องมันทำ... โคตรเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงใจใคร มันไม่คิดเลยว่าเพื่อนในรุ่นจะเดือดร้อน แค่อยู่ในระเบียบช่วงรับน้องมันจะตายรึไงวะ พอได้รุ่นแล้วก็ไม่มีใครบัง คับมันละ!แล้วโดดทั้งทีดันเสือกโดดมาห้องสมุดกลาง ผมที่เป็นหนึ่งในพี่ว้ากก็ต้องมาลากคอมันกลับคณะอีก... เสียเวลาโคตร!! เดินหาตามโต๊ะไม่เจอเด็กวิศวะสักราย หรือมันจะกลับคณะแล้ว!“แล้วเย็นนี้เอาไง” เสียงเด็กผู้หญิงที่นั่งคุยกันเบาๆ ทำให้ผมเดินย้อนกลับมาเมื่อรู้สึกเหมือนเห็นอะไรแว๊บๆ“ฉันไลน์บอกคุณแม่ละว่าเย็นนี้จะไปดูหนังแล้วกลับพร้อมแก ท่านก็ไม่ว่าอะไร” ผมยิ้มทันทีเมื่อเห็นน้องฝันหวานกำลังคุยกับเพื่อนที่หน้าเหมือนตุ๊กตา ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ คนที่ผมอยากเจอมาตลอดทั้งอาทิตย์อยู่ห่างไม่ถึงห้าก้าว หึ! อย่างน้อยมาห้องสมุดกลางก็มีเรื่องดีบ้างล่ะวะ!“แล้วแกล่ะพีช ขอที่บ้านยัง” น้องผู้หญิงอีกคนที่นั่งตรงข้ามน้องตุ๊กตาถาม

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ไม่ปล่อยให้หลุดมือ

    “เชรด! แต่ละคณะ แม่งงานดีๆ ทั้งนั้น”“น้องคนนี้กูให้เต็มร้อย ขาวมากกก”“เด็กสมัยนี้ทำไมมันน่ารักขนาดนี้วะ”“มึงดูน้องคนนี้ก่อน ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่”“ทำไมคณะเราไม่มีแบบนี้บ้างวะ” เสียงไอ้แจ็คกับเพื่อนร่วมคลาสอีกหลายคนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ปี 1 เรียกสายตาผมให้หันไปมองพวกมัน ก่อนจะเดินมานั่งที่ประจำเพียงลำพัง... ไอ้กัสยังตามง้อลิลลี่ที่คณะบริหาร ไอ้เจมส์รถติดบนถนน ไอ้เทมส์กำลังวนหาที่จอดรถ ส่วนผมทนอากาศร้อนไม่ไหวเลยเข้ามาตากแอร์ในห้องเรียนก่อน“พวกมึงทำไรกันน่ะ เสียงนี่ลอดออกไปนอกห้องเลย” เสียงตะโกนถามดังมาจากหลังห้อง ผมเหลือบมองนิดนึงเห็นเพื่อนผู้หญิงที่มีน้อยนิดในคลาส มันสี่คนไปไหนด้วยกันตลอดแถมเรียนร่วมกับผู้ชายซะส่วนใหญ่ก็เลยห้าวอย่างที่เห็น“พวกกูกำลังเล็งน้องปี 1 อยู่ สาวน้อยแต่ละคนที่ถูกคัดสรรมาลงแฟนเพจ ม. งานดีๆ ทั้งนั้น” ไอ้แจ็คตะโกนตอบ... พวกผมก็งี้ เด็กวิศวะส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย อยู่ต่อหน้าเพื่อนเลยกล้าพูดตรงๆ แต่ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยก็เก็บอาการเป็นนะเว้ย พวกเรายังรักษามารยาทอยู่“แล้วมึงอ่ะเดย์ วันนี้ฉายเดี่ยว” ไอ้แจงที่เข้ามานั่งด้านหน้าหันมาถามผมด้วยสีหน้าแปลกใจ“เปล่า! เดี๋ยว

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   พี่ว้ากวิศวะ

    พวกเราสี่คนรีบเดินมาหารุ่นพี่ตามที่นัดหมายทางไลน์ ปรากฏว่าอาจารย์ภาควิชาภาษาญี่ปุ่นสั่งโอเบนโตะจากร้านดังมาเลี้ยงนักศึกษาปี 1 เป็นอาหารกลางวันแล้ว... ดีใจน้ำตาไหลพราก ใจดีอะไรขนาดนี้ ขอบคุณค่ะเซนเซย์ฉัน พีช แก้มยุ้ยและเอม เดินเข้าไปรับโอเบนโตะจากรุ่นพี่ปี 2 ระหว่างทานข้าวก็ได้ทำความรู้จักกับพวกเพื่อนๆ ในเอกคนอื่นไปด้วย แล้วคือแต่ละคนเป็นกันเองมาก โดยเฉพาะเอมี่และลิซ่า... เพื่อนเก้งที่เรียกเสียงฮาจากทุกคนได้เป็นอย่างดี ฉันกับพีชทานข้าวไปหัวเราะสองคนนี้ไปไม่หยุด คือขำมาก ขำจริง จัง!หลังทานข้าวเรียบร้อย เซนเซย์ทุกท่านก็มาให้โอวาทเด็กปี 1 อย่างใจดี จากนั้นรุ่นพี่ปี 2 ก็ให้พวกเราเฟรชชี่แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ แถมตอนนี้ยังใจดีพาน้องๆ อย่างพวกเรามาเปิดโลกด้วยการแนะนำคณะต่างๆ ใน ม. ให้รู้จักโดยที่เอม แก้มยุ้ยรวมถึงเพื่อนเก้งรวมตัวอยู่ที่หัวแถวกับพวกพี่เอซึ่งเป็นประธานปี 2 หนำซ้ำพวกนั้นยังซักไซร้รุ่นพี่เรื่องหนุ่มฮ็อตใน ม. ไม่หยุด พวกรุ่นพี่ก็ยินดีเม้าท์มอยให้ฟังอย่างออกรส ส่วนฉันกับพีชเดินอยู่กลางแถว ทำความรู้จักเพื่อนกลุ่มอื่นอะไรไปตามประสาคนไม่สนใจหนุ่มๆ เท่าไหร่ แฮร่!จนกระทั่งถึงคณะ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status