Partager

พี่เดย์

Auteur: mindy
last update Date de publication: 2026-01-18 15:00:57

หลังทานข้าวเย็นเสร็จ

พีชชวนไปนั่งเล่นที่ห้อง แน่นอนว่าฉันตอบตกลงเพราะอยู่ห้องคนเดียวก็เหงาอยู่ดี

บางคนอาจจะคิดว่าสนิทกันง่ายเกินไปรึเปล่า ยังไงดีล่ะ... เราสองคนรู้โดยสัญชาติญาณว่าคนนี้แหละสามารถเป็นเพื่อนกันได้อย่างสนิทใจ ยิ่งได้คุย ได้แลกเปลี่ยนความเห็น ยิ่งรู้เลยว่าทัศนคติและนิสัยของเราคล้ายกันมาก แถมยังมาจากภาคเหนือเหมือนกัน เรียนเอกเดียวกัน อยู่หอเดียวกันอีก มันเลยง่ายที่จะคบกันยังไงเล่า!

ฉันนั่งเล่นที่ห้องพีชจนเกือบสองทุ่มก็ขอตัวกลับ พอถึงห้องคุณแม่วีดีโอคอลมาพอดีว่าถึงบ้านแล้ว ระหว่างที่เราสองแม่ลูกคุยกัน คุณพ่อก็มาร่วมแจมเป็นครั้งคราว แล้วเป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด พอฉันเล่าให้ฟังว่าได้เพื่อนใหม่มาจากแพร่ เรียนเอกเดียวกัน อยู่หอเดียวกันและเพิ่งไปทานข้าวด้วยกันมา... คุณแม่ทั้งตื่นเต้นและหายห่วงไปเยอะเลยที่ลูกสาวคนนี้ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป ฮ่าๆๆ

พอวางสายฉันก็อาบน้ำสระผมอะไรไป เมื่อเป่าผมแห้งสนิทก็อยากเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ เลยเปิดตู้เลือกกระเป๋าว่าจะเอาใบไหนไป ม. จากนั้นก็หยิบกระดุมโลหะออกมาเพื่อจะนำมาใส่เสื้อนักศึกษา และตอนนี้เองเพิ่งนึกออกว่าส่งชุดไว้ที่ร้านซักรีด

หมับ! ฉันคว้าหน้าจอมือถือขึ้นมาดูเวลา สามทุ่มครึ่งละ ถ้าลงไปเอาตอนนี้ยังทันอยู่เพราะร้านปิดสี่ทุ่ม แต่ถ้าเป็นพรุ่งนี้ไม่ได้ถามรายละเอียดด้วยไงว่าร้านเปิดกี่โมง เกิดเปิดแปดโมงเช้านี่ตายเลยนะ ต้องขึ้นหอประชุมใหญ่ตอนแปดโมงด้วย ลงไปเอาเลยดีกว่า เตรียมพร้อมไว้ก่อนดีที่สุด ไม่ต้องมาเสี่ยงดวงรอถึงพรุ่งนี้หรอก เกิดร้านเปิดช้าล่ะแย่เลย!

พอตัดสินใจได้คนขี้ลืมอย่างฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากหอเพียงลำพัง จะชวนพีชมาด้วยก็กระไรอยู่... แบบว่าเกรงใจอ่ะ ขอสารภาพตามตรงฉันไม่เคยออกไปไหนเวลานี้คนเดียวมาก่อน ปกติตอนอยู่เชียงใหม่สองทุ่มนี่คืออยู่ในบ้านละ ถ้าจำเป็นต้องออกข้างนอกก็มีคนคอยไปส่งตลอด แอบรู้สึกแปลกๆ เหมือนกันแต่คงไม่เป็นไรหรอก แม้ผู้คนจะบางตากว่าตอนหัวค่ำก็ยังพอมีอยู่ ไฟก็สว่างโร่ ร้านรวงก็ยังเปิด ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก!

ฉันรีบสาวเท้าไปร้านซักรีดแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง

พรึ่บ! ดันมีใครบางคนโผล่พรวดเข้ามาตรงหน้าทำเอาหยุดเท้าแทบไม่ทัน

“พี่ขอไลน์น้องคนสวยได้มั้ยครับ”

ขวับ! ฉันเงยหน้ามองคนพูด ก็ว่าอยู่ได้กลิ่นละมุดหึ่ง ตางี้เยิ้มเชียว... ไม่บอกก็รู้ ดื่มมาแน่

“โทษทีค่ะ พอดีแฟนไม่ชอบให้ไลน์คนแปลกหน้า ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันบอกปัดเสียงเรียบแต่ดันมีเสียงหัวเราะเหมือนสะใจขึ้นมา พอเหลือบตามองก็เห็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายกลุ่มใหญ่อยู่ห่างไปไม่ถึงเมตรกำลังมองมาด้วยสายตาขบขัน ดูจากการแต่งตัวแล้ว...น่าจะไปเที่ยวกลางคืนรึเปล่า

“แห้วแดกมั้ยล่ะมึง” หนึ่งในกลุ่มนั้นตะโกนถามแถมยังโห่ร้องกันโครมใหญ่

“เสือก!” ผู้ชายที่เข้ามาขอเบอร์ฉันหันไปชูนิ้วกลางใส่ แสดงว่ารู้จักกัน ต้องรีบไปละ...ไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร

ฉันถือโอกาสที่ผู้ชายตรงหน้าหันไปหาเพื่อน รีบเดินมาทางขวา หมับ! แต่ไอ้บ้านี่ดันจับข้อมือฉันอย่างไว นี่มันอุกอาจเกินไปแล้วนะ!

“อย่าเพิ่งไปครับสิคนสวย”

“ปล่อย!” ฉันใช้เสียงแข็งพลางสลัดข้อมือขึ้นลงแต่ไอ้บ้าตรงหน้าดันยิ้มกว้างเหมือนชอบใจที่โดนเหวี่ยงใส่... โรคจิตชะ มัด!

“กูแนะนำว่าถ้ามึงไม่อยากเจ็บตัว ปล่อยมือเดี๋ยวนี้! อย่ายุ่งกับแฟนกู!” น้ำเสียงดุดันของใครบางคนทำให้ฉันหันซ้ายหันขวา... ใครกันที่อ้างตัวเป็นแฟนฉัน?

พะ! พี่หล่อโลกละลายคณะวิศวะปี 2 ที่เจอเมื่อเย็นนี่นา! พี่เค้ากำลังใช้สายตาเกรี้ยวกราดมองไอ้บ้าโรคจิตที่จับมือฉันอยู่

“พี่คะ!” ฉันเรียกพี่หล่อโลกละลายอย่างไว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร รู้แค่พี่เค้ายื่นมือมาช่วยฉันแล้ว

“ไอ้เหี้ยท็อป มึงปล่อยมือน้องเค้าเว้ย!” หนึ่งในเพื่อนของไอ้โรคจิตตะโกนสั่งแถมวิ่งเข้ามาบีบข้อมือไอ้บ้านี่ด้วยความไวแสง ในที่สุดข้อมือของฉันก็เป็นอิสระ ฉันรีบวิ่งมาหลบหลังพี่หล่อโลกละลายทันที

“ทำไมวะ มึงกลัวไร” ไอ้โรคจิตถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“กลัวตีนกูไงไม่น่าถาม!” พี่หล่อโลกละลายโพล่งเสียงเข้ม

“มึงหุบปากไอ้ท็อป! โทษที เพื่อนกูไม่รู้ว่าน้องคนนี้เป็นเด็กมึง” พอสั่งเพื่อนโรคจิตของตัวเองแล้ว ผู้ชายคนนี้ก็รีบขอโทษขอโพยร่างสูงใหญ่ที่เข้ามาช่วยฉันเป็นการใหญ่

“กูบอกไปแล้วว่านี่แฟนกู ไม่ใช่เด็ก เรียกให้ถูกด้วย” เจ้าของแผ่นหลังกว้างที่กำลังช่วยฉันอยู่ใช้น้ำเสียงข่ม พอชะเง้อคอมองหน้าฉันก็เห็นอีกฝ่ายถึงกับทำหน้าลนลาน

“โทษที กูพูดผิดเอง แฟนก็แฟน”

“กูหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบวันนี้ขึ้นอีก” พี่หล่อโลกละลายพูดเสียงเข้ม

“ไม่มีแล้ว พวกกูรู้ละว่าน้องเค้าเป็นแฟนมึง จะไม่มีใครกล้ายุ่งกับน้องเค้าอีก กูขอตัว” ว่าแล้วผู้ชายคนนั้นก็ลากเพื่อนโรคจิตของตัวเองไปรวมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ จากนั้นก็ซุบซิบกันด้วยสีหน้าร้อนรน ก่อนที่กลุ่มนั้นจะมองมาทางนี้อย่างเกรงๆ และเดินจากไปทั้งแกงค์อย่างรวดเร็ว

ฟู่ว! ฉันเป่าลมจากปากอย่างโล่งอก เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ แค่ลงมาเอาเสื้อผ้าแป๊บเดียวเอง ดันโดนลวนลามจนได้... ต่อไปดึกๆ ดื่นๆ ไม่กล้าลงมาคนเดียวแล้ว ฮือ!

“น้องเป็นไรมั้ยครับ” พี่หล่อโลกละลายหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงนุ่มหูต่างจากเมื่อกี้ลิบลับ

“ไม่ค่ะ” ฉันส่ายหน้าก่อนจะยกมือไหว้พี่เค้าอย่างสำนึกในบุญคุณ ถ้าไม่ได้พี่เค้าเข้ามาช่วย...ไม่รู้ป่านนี้ตัวเองจะเป็นยังไง ฮือ! คิดแล้วยังกลัวไม่หาย “ขอบคุณพี่มากเลยนะคะที่ช่วยหนูไว้ ขอบคุณจริงๆ”

“พี่ไม่ได้ชื่อมากครับ พี่ชื่อเดย์” ว่าแล้วคนตรงหน้าก็คลี่ยิ้มสว่างไสวทำเอาฉันเผลอหัวเราะออกมาเมื่อโดนคนหล่อตบมุกใส่ จากที่เมื่อกี้ยังตื่นกลัวกับเหตุการณ์อุกอาจ ความรู้สึกนั้นค่อยๆ มลายหายไปจากใจเพราะพี่เดย์เลย พี่เค้าทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

“โอเคค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่เดย์ ขอบคุณจากใจของหนูเลย” ฉันค้อมหัวขอบคุณอีกรอบก่อนจะเงยหน้าสบตากับเจ้าของดวงตาคู่หวานระยับ

“เปลี่ยนคำขอบคุณ เป็นให้พี่รู้จักน้องได้มั้ยครับ” ฉันงงกับคำพูดของพี่เดย์ในตอนแรก ก่อนจะ เก็ทในเวลาต่อมา เลยแนะนำตัวเองบ้าง

“หนูชื่อฝันหวานค่ะ” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพี่เดย์เข้ามาช่วยรึเปล่า ฉันเลยกล้าบอกชื่อด้วยความสบายใจและกล้าคุยกับพี่เดย์อย่างสนิทใจ

“ชื่อน่ารักสมตัว เป็นอันว่าเราสองคนรู้จักกันแล้วเนอะ” พี่เดย์ยักคิ้วด้วยสีหน้ากวนๆ

“ค่ะ” ฉันพยักหน้าพลางส่งยิ้มหวานให้คนหล่อ

“แล้วน้องฝันหวานมาทำไรแถวนี้คนเดียวครับ” จริงสิ! ฉันต้องเอาเสื้อผ้านี่นา มัวแต่เสียเวลากับเรื่องตกใจจนแอบหลอน หวังว่าร้านคงยังไม่ปิดนะ!

“หนูลงมาเอาเสื้อผ้าที่ร้านซักรีดค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่ง เป็นผู้หญิงเดินคนเดียวมันอันตราย” ตอนแรกฉันจะปฏิเสธด้วยความเกรงใจ แต่พอได้ฟังเหตุผลของพี่เค้าก็เห็นว่าจริง เพราะงั้นเลยบอกขอบคุณออกไปแทน

“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่พี่เดย์มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ” ฉันถามอย่างนึกได้ เอ๊ะ! หรือว่าพี่เค้าอยู่หอแถวนี้เหมือนกัน

“พี่ก็มาเอาเสื้อที่ร้านซักรีดครับ เพิ่งคิดได้ตอนใกล้ถึงคอนโดเลยวนรถกลับมา พรุ่งนี้ต้องใส่เข้าคณะแต่เช้า” พี่เดย์บอกอย่างง่ายๆ แบบไม่คิดอะไรมาก เชื่อมั้ยว่าแค่คำพูดไม่กี่ประโยคของพี่เค้าทำให้ฉันหายเกร็งไปเยอะเลย

“งั้นเป็นโชคดีของหนูสิคะที่พี่กลับมาเอาเสื้อ ไม่งั้นหนูคงแย่แน่เลย” ฉันว่าพลางหยีตาเมื่อคิด ถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แถมเป็นเวลาเดียวกับที่เราสองคนถึงหน้าร้านพอดี สรุปมาเอาเสื้อผ้าร้านเดียวกันซะงั้น

“มา... พี่ถือให้ครับ” พี่เดย์บอกอย่างใจดีพลางเอื้อมมือไปรับเสื้อ 5 ตัว กระโปรงอีก 2 ตัวจากเจ้าของร้านแทนฉัน รวมกับเสื้อช็อปของพี่เค้าแล้ว... เป็น 8 ตัวที่อยู่ในมือใหญ่

“ขอบคุณค่ะ แต่หนูว่าหนูถือเองดีกว่าค่ะ” ฉันบอกอย่างเกรงใจแต่พี่เดย์ยังยืนคำเดิม

“พี่ว่าน้องฝันหวานถือคนเดียวไม่น่าไหว ตัวเล็กแค่นี้เอง น้องถือกระโปรงที่เหลือดีกว่า ขืนหอบไปเองจะยับเปล่าๆ” ก็จริงของพี่เดย์... ตอนส่งรีดฉันใส่ถุงกระดาษมาไง ตอนกลับจะให้ใส่ถุงเหมือนเดิมก็ไม่ได้อีก เพราะงั้นมีคนช่วยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

“หนูต้องรบกวนพี่เดย์แล้ว ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยหนูอีกครั้ง” ฉันบอกอย่างเกรงใจเมื่อออกมานอกร้าน ในมือมีแค่กระโปรงสามตัว แล้วดูพี่เดย์สิ... ไม้แขวนเต็มสองมือเลย

“เล็กน้อยครับ พี่ยินดีช่วยคนน่ารักอย่างน้องฝันหวานเสมอ” ว่าแล้วก็ขยิบตาขวาให้กันแถมยังส่งยิ้มละลายใจมาอีก

ตึกตัก! ตึกตัก! ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงมากแต่ต้องทำเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

“หอหนูอยู่ตรงนี้แหละค่ะ” ฉันบอกพี่เดย์เมื่อเราสองคนเดินมาถึงหน้าหอแล้ว

“ให้พี่ขึ้นไปส่งมั้ย น้องฝันหวานถือขึ้นคนเดียวคงไม่ไหว” พี่เดย์ว่าพลางมองไม้แขวนในมือตัวเองทำให้ฉันมองตาม

“อย่าดีกว่าค่ะ หนูเกรงใจ” ฉันรีบปฏิเสธทันทีเพราะรู้สึกว่ามันไม่เหมาะที่จะให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักสดๆ ร้อนๆ หอบหิ้วของขึ้นไปส่งถึงหน้าห้อง ถึงพี่เค้าจะเคยช่วยฉันเอาไว้แต่ยังไงมันก็ไม่ควรอยู่ดี “แต่ถ้าไม่รบกวนมากจนเกินไป พี่เดย์รอหนูแป๊บได้มั้ยคะ เดี๋ยวหนูเอาขึ้นไปเก็บรอบนึง ค่อยลงมาเอาอีกรอบ”

“ได้สิครับ งั้นพี่ยืนรอตรงนี้ละกัน” พี่เดย์บอกด้วยรอยยิ้ม

“เข้าไปนั่งรอที่โซฟาด้านในดีกว่าค่ะ สบายกว่าเยอะเลย” ฉันบอกพลางผลักประตูกระจกหน้าหอและเชื้อเชิญพี่เดย์ให้เข้ามาด้านใน ร่างสูงยอมเข้ามาแต่โดยดีพร้อมกับนั่งรอที่โซฟาด้านล่าง พอฉันเอาเสื้อผ้าขึ้นไปเก็บรอบนึง ก็รีบลงมาอีกครั้งเพราะกลัวพี่เดย์จะเสียเวลารอนาน

“ขอบคุณพี่เดย์มากเลยนะคะที่วันนี้ช่วยหนูไว้หลายอย่างเลย แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พี่เสียเวลารอ” ประโยคแรกฉันบอกอย่างสำนึกในบุญคุณ ประโยคถัดมาบอกอย่างเกรงใจ

“แค่นี้เล็กน้อยครับ อย่าคิดมาก” พี่เดย์ยิ้มอย่างใจดี

“เล็กน้อยที่ไหนกันคะ หนูว่าเยอะมากเลยแหละ ถ้าพี่เดย์อยากให้หนูช่วยอะไรบอกได้เลยนะคะ หนูยินดีทุกอย่าง” ฉันบอกความรู้สึกจากใจออกไปเพราะอยากตอบแทนพี่เค้าจริงๆ

“ถ้างั้นว่างๆ ไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อดีมั้ย”

“หา!” ฉันตาโตอ้าปากหวอ ตกใจกับคำพูดของร่างสูงตรงหน้า

“ยังไงเดี๋ยวพี่นัดเวลาอีกที กู้ดไนท์ครับ พี่กลับละ” พี่เดย์ยักคิ้วพลางส่งยิ้มหวาน แถมยังผลักประตูกระจกออกไปทิ้งให้ฉันยืนเอ๋ออยู่ที่เดิม

อะไรคือไปทานข้าวด้วยกัน? แล้วดูสิ...ฉันยังไม่ทันปฏิเสธ พี่เค้าก็ไปซะแล้ว

โลกนี้มีงี้ด้วย ตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยการไปทานข้าว... ใช่เหรอ!!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   บทส่งท้าย

    คำว่าหนูตามใจพี่เดย์ทุกอย่าง ตอนนี้ฉันเลยได้มานั่งดินเนอร์กับพี่เดย์บนรูฟท็อปของโรงแรมหรูชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองดูวิวฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่เราสองคนเคยไปด้วยกันครั้งนึง ไม่ต้องถามนะคะว่าหรูขนาดไหน เอาเป็นว่าหรูจนขนลุกเพราะเมนูแต่ละอย่างของที่นี่แพงระยับ แถมโต๊ะที่เราสองคนนั่งเป็นส่วนที่ยื่นออกมาต้องจองกันข้ามเดือน ทว่าพี่เดย์กลับได้มาอย่างง่ายดายเพราะใช้เส้นสายเพื่อนสนิทอย่างพี่กัสซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของโรงแรมแห่งนี้นั่นเอง“ชอบมั้ยครับ” เสียงของพี่เดย์ทำให้ฉันละสายตาจากสวนสนุกที่มีแสงไฟระยิบระยับหันมองเจ้าตัว ก่อนจะยิ้มหวานแต่แอบกระซิบเบาๆ เพราะกลัวบริกรที่เดินไปมาได้ยิน“ก็ชอบค่ะ แต่อีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่ามันหรูเกินไปรึเปล่า”“กับคนพิเศษ ไม่มีคำว่าเกินไปหรอกครับ” พี่เดย์บอกกันด้วยสายตามีความหมาย“ขนาดนั้น” ฉันลากเสียงยาวแซวขำ พี่เดย์ยักคิ้วกวน“อ่าฮะ”ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง!เสียงที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันมองสวนสนุกอย่างตื่นเต้น เห็นพลุหลากสีสันกระจายเต็มท้องฟ้า แต่ที่

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ฝันหวานโชว์อ๊อง2

    “หนูขอโทษนะคะที่ทำให้คุณหมอกับทางโรงพยาบาลวุ่นวาย ไหนจะโทรตามกันแล้วหนูไม่รับสายอีก” พอคิดได้ฉันรีบยกมือขอโทษ บอกด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ทว่าคุณหมอยิ้มอย่างเข้าใจ“ไม่เป็นไรค่ะ ชื่อคล้ายกันเลยทำให้เข้าใจผิดได้”“ถ้างั้นทำไมหนูถึงผอมลงล่ะคะ” ฉันออกปากถามคุณหมอด้วยความสงสัย ทว่าพี่เดย์ที่มีสีหน้ายิ้มแย้มไม่เปลี่ยนเป็นฝ่ายตอบแทน“เพราะน้องฝันหวานไม่ค่อยทานอะไรไงครับ”“แต่หนูมีอาการนอนไม่ค่อยหลับด้วยนะคะ แถมเมื่อวันศุกร์ใจก็เต้นแรงมากด้วย” ฉันพูดอย่างกังขา“คนไข้มีเรื่องเครียดรึเปล่าคะ” คุณหมอตั้งคำถามมาทำเอาฉันชะงักไปนิดนึง“ก็เครียดค่ะ” ฉันยอมรับแต่โดยดี เครียดมากด้วยเถอะ“ถ้ามีเรื่องเครียดรวมถึงทานน้อยลงจะทำให้นอนไม่หลับ หัวใจเต้นแรง ถือเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากค่ะ มันคาบเกี่ยวกับอาการไทรอยด์ หมอเลยสั่งให้ตรวจเลือดดู” คุณหมออธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ฉันนี่ถึงกับเก็ททันทีในเมื่อช่วงก่อนเครียดจริงอะไรจริง “แต่คนไข้สบายใจได้ค่ะ ร่างกายเป็นปก

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ฝันหวานโชวอ๊อง1

    “กลัวหรือครับ” พี่เดย์ที่เดินจับมือกันหันมาถามด้วยสีหน้ากังวล ตอนนี้มือของฉันเย็นจนรู้สึกได้ เช้านี้เราสองคนตื่นขึ้นมาก็ทำภารกิจส่วนตัว ออกมาทานข้าวเช้าแถวหน้าคอนโดและมาโรงพยาบาลด้วยกับ ถึงรู้แก่ใจว่ามาหาหมอเพื่อทำการรักษาแต่ใจก็อดกลัวไม่ได้อยู่ดี ฮือ!“หนูกลัวค่ะ มันกังวลไปหมด กลัวสารพัดสิ่ง”“ไม่ต้องกลัวครับ พอพบหมอ ได้ทานยา ได้ปรับยาเดี๋ยวก็หาย” พี่เดย์ให้กำลังใจด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“อื้อ” ฉันพยักหน้าช้าๆ บอกตัวเองว่าอย่ากลัว อย่าเครียด เดี๋ยวก็ดีขึ้นเราสองคนเดินมาที่หน้าเคาท์เตอร์เพื่อบอกชื่อเสียงเรียงนาม ทว่าพยาบาลที่รับเรื่องกลับมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด เล่นเอาฉันกับพี่เดย์มองหน้ากันด้วยความงงเลยทีเดียว“คุณลลิลสุรางค์ อชิรสิทธิ์กุลนะคะ”“ใช่ค่ะ หนูเอง” ฉันพยักหน้าน้อยๆ“คุณหมอเจ้าของไข้ที่วินิจฉัยโรคให้คุณลลิลสุรางค์เมื่อวันศุกร์อยากพบคุณมากเลยค่ะ ทางโรงพยาบาลพยายามติดต่อคุณแต่สายไม่ว่างเลย เดี๋ยวจะให้พยาบาลพาไปหาคุณหมอนะคะ”&ld

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   หนูรักพี่เดย์

    “คืนนี้พี่นอนที่นี่ได้มั้ยครับ” พอฉันเดินออกจากห้องน้ำในสภาพชุดนอน ผมเปียกจนต้องเอาผ้าเช็ดตัวคลุมไว้ พี่เดย์ที่นอนคว่ำมองหน้าจอมือถือตั้งแต่ก่อนฉันเข้าไปอาบน้ำ เงยหน้าขึ้นมาขออนุญาตกันด้วยสีหน้าจริงจัง“กลัวหนูวูบเหรอคะ” เมื่อกี้ก็ไม่ให้ล็อคประตูห้องน้ำ กลัวฉันเป็นลมเดี๋ยวเข้าไปช่วยไม่ทัน ตอนนี้อยากนอนนี่อีก... รู้เลยว่าเป็นห่วงมากถึงขั้นไม่กล้าให้ฉันอยู่คนเดียว“ครับ” พี่เดย์พยักหน้ารับ ทั้งสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงแบบปิดไม่มิด“อันที่จริงถ้าหนูไม่เหนื่อย ไม่ได้ออกแรงเยอะ ใจก็ไม่เต้นแรงหรอกค่ะ ดูอย่างสองวันที่ผ่านมาสิคะ หนูออกไปกับพี่เดย์ทุกวันยังโอเคอยู่เลย ที่คุณหมอกลัวช็อกเพราะถ้าใช้แรงมากไป หัวใจจะทำงานหนักขึ้นจนร่างกายรับไม่ไหวประมาณนั้น” ฉันบอกให้พี่เดย์คลายกังวลแต่สีหน้าของเจ้าตัวดันเป็นห่วงหนักยิ่งกว่าเดิม“พี่รู้สึกแย่มากที่ช่วยอะไรน้องไม่ได้เลย”“ไม่เอาสิคะ ไม่ใช่ความผิดของพี่เดย์สักหน่อย” ฉันรีบเดินเข้าไปนั่งข้าง พูดให้คลายกังวล “พี่เดย์ก็เห็น ที่ผ่

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ยิ้มจนตาหยี

    “แล้วคุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าเหรอคะที่ฝัน... มีแฟน” ฉันกลั้นใจถามออกไป เอาจริงกลัวคำตอบที่ได้เหมือนกันนะ กลัวว่าให้เลิกกันตอนนี้เดี๋ยวนี้ฉันคงทำใจไม่ได้“มันเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่นไม่ใช่หรือลูกที่จะมีความรัก พ่อกับแม่เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาก่อน รู้ดีว่าเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าเป็นห่วงมั้ย ตอบตามความจริงพ่อกับแม่เป็นห่วงมาก ลูกไม่เคยคบใครมาก่อน ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยรู้ว่าความรักระหว่างหญิงชายเป็นยังไง แต่พอเห็นผู้ชายที่หนูเลือกเป็นคนดี ใส่ใจกับคนรอบข้างแถมยังสามารถปกป้องหนูได้ พ่อกับแม่ก็เบาใจขึ้น” คุณแม่ตอบด้วยรอยยิ้มทำให้ฉันโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ริมฝีปากคลี่ยิ้มโดยไม่รู้ตัว ความดีความน่ารักของพี่เดย์ผ่านด่านครอบครัวของฉันได้แล้ว ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้“แล้วตอนนี้พี่เดย์อยู่กับหนูมั้ย” พอคุณพ่อถาม ฉันอึกอักเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ายอมรับ“อยู่ค่ะ”“งั้นพ่อขอคุยกับพี่เดย์หน่อย” ยังไม่ทันที่ฉันจะยื่นมือถือให้ พี่เดย์ก็โผล่หน้าเข้ามาในจอ ยกมือไหว้คุณพ่อคุณแม่ของฉันอย่างเด็กมารยาทดี จากนั้นก

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   รู้ด้วยหรือคะว่าฝันกับพี่เดย์เป็นแฟนกัน!

    “แล้วบอกคุณพ่อคุณแม่รึยังครับ”“ยังค่ะ” ฉันส่ายหน้าผละออกจากอ้อมอกอุ่น มองพี่เดย์อย่างไม่คลาดสายตา รู้สึกว่าตัวเองโคตรโชคดีที่รับผู้ชายดีพร้อมคนนี้เข้ามาในชีวิต ขนาดวินาทีความเป็นความตายที่กำลังเป็น อยู่ พี่เดย์ยังไม่ทิ้งฉันไปไหน ฉันโชคดีจริงๆ ...“บอกท่านทั้งสองดีมั้ยครับ ท่านควรได้รู้ว่าลูกสาวไม่สบาย”ฉันมองหน้าพี่เดย์อย่างปรึกษา พี่เดย์พยักหน้าให้ ฉันเลยตอบตกลง “โอเคค่ะ”พี่เดย์ใช้นิ้วเช็ดคราบน้ำตาให้กัน หยิบมือถือของฉันส่งมา ฉันเม้มปากด้วยความกลัวปนกังวล กลัวบอกแล้วคุณพ่อคุณแม่จะตกใจหนัก ไม่เป็นอันทำอะไร เพราะงั้นที่ผ่านมาฉันเลยเลือกที่จะเงียบและเก็บเอาไว้เองแต่ถึงยังไงเรื่องนี้ก็สำคัญ ท่านทั้งสองควรรู้อย่างที่พี่เดย์บอกนั่นล่ะ เมื่อตัดสินใจได้ฉันวีดีโอคอลหาคุณแม่ทันที“ตายแล้วลูก หนูเป็นอะไรทำไมตาแดงอย่างนั้น” พอคุณแม่เห็นหน้ากันก็ร้องอย่างแตกตื่น แววตาเป็นห่วงปนตกใจ“ไหน ลูกเป็นอะไร” ฉันได้ยินเสียงคุณพ่อลอดเข้ามาก่อนที่จะเห็นท่านในวินาทีถัดมาพอเห็นค

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ตาทิพย์ของพี่มองเห็นน้องฝันหวานคนเดียว

    สองทุ่ม“แกหิวมั้ยพีช” ฉันเงยหน้าขึ้นจากกองชีทเพื่อถามเพื่อนรักที่กำลังใช้ดินสอจดโน่นจดนี่ตั้งแต่จันทร์หน้าจะสอบมิดเทอมแล้วค่ะ เราสองคนเลยขนหนังสือรวมถึงชีทต่างๆ มานั่งติวที่ห้องฉันกัน มีอะไรไม่เข้าใจก็ช่วยกันหาคำตอบ เกรด A ต้องเป็นของเราทั้งคู่ สู้ววว!“นิดหน่อย แกก็หิวเหมือนกันเหรอ” พีชเงยหน้าขึ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   อิจฉากูว่างั้น

    “พวกมึงขา สอบเสร็จไปเช็คอินที่คาเฟ่หมากันป่ะ เพื่อนกูเพิ่งลงรูปในไอจี น่าไปมาก”“ไหนเอามาดู เฮ้ย! ได้ถ่ายรูปรวมกับน้องหมาเป็นสิบเลยเหรอวะ?”“อือ กูถามเพื่อนละ น้องหมาแต่ละตัวเชื่องมากแถมเป็นงานด้วย ละพวกมึงดูร้านก่อน... น่ารักเกินไปมั้ย”“มึงพรีเซนต์ขนาดนี้ กูไปหนึ่ง”“มึ๊ง! ดูตัวนี้ก่อน ขนโคตรฟูไป

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ไม่ได้หมายความว่าฉันรับรักพี่เดย์ใช่มั้ย3

    “นั่น...” ฉันตาโตมองพี่เดย์หน้าตื่น“ถ้าน้องฝันหวานไม่รับไว้ พี่คงโดนพวกพี่เทมส์ล้อยันรับปริญญาว่าบ้า ที่ซื้อหมวกแบบเดียวกันต่างกันแค่สีมาใส่ เพราะงั้นช่วยรับไว้ด้วยนะครับ” ทั้งน้ำเสียงออดอ้อนและแววตาระยิบ ระยับของพี่เดย์ทำเอาใจดวงน้อยของฉันวิวหวิวในชั่ววินาที

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-05
  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ไม่ได้หมายความว่าฉันรับรักพี่เดย์ใช่มั้ย2

    “พี่จอดรถไว้ตรงโน้น ไปกันเถอะครับ” พี่เดย์ยักคิ้วด้วยใบหน้าสว่างไสวพร้อมกับผายมือไปทางขวา“ไหนบอกว่าจะเอารถแกไปไง” ฉันถามเอมที่กำลังพยายามใช้มือดันหลังให้ฉันเดิน“แกก็รู้แถวหลัง ม. หาที่จอดยาก ไปกับพี่เดย์นี่แหละสะดวกสุด ไม่ต้องวนหาที่จอดรถด้วย”เรื่องนั้นมันก็จริง เอาฟะ! ไปก็ไป ขืนตกลงกันไม่ได้ต้อ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-05
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status