LOGIN“อ้อน! มาเอามันออกไป ระยำเหมือนแม่มันไม่มีผิด อุตส่าห์เอ็นดูชุบเลี้ยงให้ข้าวให้น้ำ สุดท้ายมันก็ลอบกัดเหมือนหมาจรจัด คนแบบนี้เลี้ยงเสียข้าวสุก” ดารินยังพยายามลากเด็กสาวตามแรงโมโห อ้อนรีบเข้ามาช่วยจนสัตตบงกชร่วงลงมากองกับพื้นตามแรงกระชากในที่สุด
“ฮือ ๆ พี่หงส์ หนูนาขอโทษ หนูนาไม่ได้ทำนะพี่หงส์ หนูนาไม่เคยคิดทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ให้พี่หงส์เสียใจเลย พี่หงส์ หนูนารักพี่หงส์นะ” หล่อนร่ำร้องเรียกชื่อญาติสาวผู้มีพระคุณแล้วเว้าวอนขอความเชื่อใจกลับคืน ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย
ลลินดายืนนิ่ง... สายตาของหล่อนมองตรงไปยังพิรเดชด้วยความคับแค้นในใจ ในแววตานั้นตั้งคำถามมากมายที่ไม่อาจเค้นออกมาเป็นคำพูดเพราะความเจ็บจุก อยากรู้เหลือเกินว่าเขายังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างไหม
“พี่เดลพาหนูนาไปซะ... อย่ากลับมาให้หงส์เห็นหน้าอีก” ในที่สุดหล่อนก็กลั้นใจพูดออกมา
“หงส์... พี่ไม่รู้เรื่อง”
“พี่หงส์... อย่าทำแบบนี้เลย ให้หนูนาไปคนเดียวเถอะ หนูนาผิดเอง”
ต่างก็พยายามประคับประคองไม่ให้สถานการณ์มันเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ใด ๆ
“นังอ้อน! ฉันบอกให้ลากมันออกไป” ดารินออกคำสั่งซ้ำอีกครั้ง อ้อนเข้ามาฉุดดึงมือของสัตตบงกช แต่หล่อนปัดออกแล้วขยับคลานเข้าไปหาลลินดาซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า แต่หล่อนเรียกพี่จนติดปากมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากอายุก็ไม่ได้ห่างกันมากนัก
“พี่หงส์... พี่หงส์จะโกรธจะเกลียดหนูนายังไงก็ได้ หนูนาไม่ว่าเลย แต่พี่หงส์เชื่อหนูนานะว่าหนูนาไม่เคยคิดทำเรื่องเลว ๆ แบบนี้จริง ๆ” สองมือน้อยกอดขาของผู้หญิงที่รักเหมือนพี่สาวในไส้แล้วพร่ำบอกถึงความจริงใจที่มีอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน แต่ก็ไม่สามารถตอบได้เช่นกันว่าทำไม... ถึงได้มีเรื่องบัดสีต่ำช้าขนาดนี้เกิดขึ้น
“เอามือแกออกไป... อย่าเอาความสกปรกมาแตะต้องตัวฉัน” ลลินดาเอ่ยออกมาด้วยความคั่งแค้น หากพวกเขาเอาหอกดาบมาทิ่มแทงฟาดฟัน หล่อนคงเจ็บปวดรวดร้าวน้อยกว่านี้
หนึ่งคนเป็นสามีที่จงรัก มอบกาย มอบใจ มอบชีวิต มอบความเชื่อใจทุก ๆ อย่าง
อีกหนึ่ง... เป็นหลานสาวที่เกิดจากญาติซึ่งหล่อนเวทนาชุบเลี้ยงเสมือนน้องในไส้ เติบโตมาด้วยกัน ผูกพันกันไม่เคยคิดห่างเหิน หล่อนมอบสิ่งดี ๆ ให้กับสัตตบงกชเสมอตัวเอง เพราะสงสารว่าเป็นเด็กกำพร้าไม่มีคนดูแล อีกทั้งหล่อนเองก็เป็นลูกคนเดียว การได้มีญาติร่วมสายเลือดมาอยู่ใกล้ ๆ คอยพูดคุยปรึกษา อยู่ด้วยกันแก้เหงา มันเป็นความสุขใจอย่างหนึ่ง
แต่ใครจะคิดล่ะว่า... หล่อนต้องแบ่งปันทุกอย่างในชีวิตให้กับสัตตบงกชแม้กระทั่งสามี...
“พี่หงส์... พี่หงส์อย่าทำแบบนี้เลย พี่หงส์จะให้หนูนาทำยังไงก็ได้ หนูนายอมทุกอย่าง แต่อย่าเกลียดหนูนาเลย ชั่วชีวิตของหนูนามีแต่พี่หงส์เท่านั้นที่เมตตา หนูนาไม่เคยลืมบุญคุณ... ฮือ ๆ” ร่างเล็กเกาะกอดรวบขาของลลินดาเอาไว้แน่น สะอื้นจนทั้งสองร่างสั่นเทาไปพร้อม ๆ กัน
ท่ามกลางความสับสนปนเป หล่อนไม่รู้จริง ๆ ว่าจะหาทางออกในยามนี้ได้อย่างไร นอกจากอ้อนวอนขอร้องให้ลลินดารับฟังความจากปากของหล่อนบ้าง
“ก็เลยตอบแทนด้วยการนอนให้ผัวฉันเอาตอนที่ฉันไม่อยู่งั้นเหรอ หึ... ฉันน่าจะเชื่อคุณแม่ตั้งแต่แรกว่าแกมันเลี้ยงไม่เชื่อง เลือดชั่ว ๆ ในตัวของแกมันรอวันกำเริบอยู่ตลอดเวลา”
“พี่หงส์...” สัตตบงกชก้มหน้านิ่ง ได้แต่สะอื้นร่ำร้องตัวโยน หล่อนเจ็บตัวไม่เท่าไหร่ การสูญเสียที่เกิดขึ้นก็เทียบค่าไม่ได้เลยกับความรู้สึกอันเลวร้ายของลลินดาในยามนี้
“ออกไปซะนังหน้าด้าน ไม่ต้องมาให้ลูกฉันเห็นหน้าหนา ๆ ของแกอีก ไปเสียทั้งคู่นั่นแหละ ชั่วช้าเลวทรามสิ้นดี ออกไปจากชีวิตของลูกสาวฉันซะ แล้วจะไปทำระยำตำบอนที่ไหนก็เชิญ!!” ดารินยังคงเจ็บแค้นแทนบุตรสาว ขับไล่ไสส่งคนทั้งคู่ไม่ขาดปาก นางเหมือนจะคุมสติไม่อยู่เช่นกัน ทั้งที่ไม่เคยแสดงกิริยาและวาจาสาดเสียเทเสียเช่นนี้มาก่อน
ลลินดากัดฟันสะบัดขาออกจากการกอดรวบของสัตตบงกช แต่เด็กสาวไม่ยอมปล่อย หล่อนจึงใช้มือผลักศีรษะที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงนั้นเต็มแรง และใช้เท้าเตะถีบไปด้วยความรังเกียจ
พลั่ก! “พี่หงส์...” เด็กสาวผละออกเต็มแรง ถลาลงมานอนฟุบอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก ใบหน้าแดงปื้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาหันมองร่างเล็กของลลินดาที่กำลังหันเดินออกไปจากห้องด้วยความอาวรณ์และสำนึกผิดเหลือล้น
“หงส์เดี๋ยว! ฟังพี่ก่อน”
“หยุดนะไอ้บ้า! อย่ามายุ่งกับลูกฉัน!!” ดารินตรงเข้าไปขวางพิรเดชเอาไว้ทันทีเมื่อเขาทำท่าจะเดินตามลลินดาเพราะอยากปรับความเข้าใจ ไม่ต้องการให้เรื่องมันจบลงเพียงเท่านี้ หากปล่อยมือลลินดาให้ห่างตัว เขาเชื่อว่าโอกาสต่อไปคงยากที่จะได้เจรจาถึงความเป็นจริง
“คุณแม่ควรให้ผมได้พูดบ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่สรุปความแล้วเข้าใจผิดกันไปเองแบบนี้ ผมยังยืนยันว่าผมไม่ได้ทำ! ผมไม่เคยต้องการใครนอกจากหงส์”
“เข้าใจผิดงั้นเหรอ หึ... ต้องให้ลูกฉันถูกพวกแกสวมเขาจนตรอมใจตายไปก่อนใช่ไหมถึงจะเข้าใจถูก ไม่มีอะไรต้องพูดทั้งนั้นเดล... เตรียมตัวไปเซ็นใบหย่ากับหงส์ให้เร็วที่สุดก็พอ”
“ไม่มีทาง! ถ้าคิดว่าจะพรากหงส์ไปจากผมละก็... ไม่ว่าใครผมก็ไม่ไว้หน้าทั้งนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผัวเมีย คุณแม่เป็นคนนอก ไม่ควรเข้ามายุยงปั่นหัวเมียผมในสถานการณ์อย่างนี้”
“แก!”
“ถอยไป ผมต้องการคุยกับเมียผมคนเดียวเท่านั้น!!!” พิรเดชประกาศสิทธิ์ สีหน้าเคร่งขรึม ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความเกรงใจในตัวแม่ยายหรอก แต่หากปล่อยให้เลยตามเลย เขาจะต้องเสียลลินดาไปตลอดชีวิตเป็นแน่
ซึ่ง... เขาจะไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด
“หยุดซะที! ฉันไม่มีอะไรจะคุยอีกแล้ว คาหนังคาเขาขนาดนี้ยังจะต้องคุยกันอีกเหรอ อย่างที่คุณแม่บอก...” เจ้าของร่างงามหยุดชะงักตรงหน้าประตูแต่ไม่ได้หันหน้ากลับมามองใคร หล่อนไม่อยากประจานความอ่อนแอของตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้ว
“เราจะหย่ากันในเร็ว ๆ นี้ แล้วไม่ต้องมายุ่งกันอีกเลย”
“หงส์! พี่จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่ ๆ” พิรเดชสาวเท้าผ่านหน้าดารินไปอย่างไม่แยแส แทบจะเบียดนางล้มไปเลยก็ว่าได้เมื่อเห็นเมียรักเดินลิ่วเปิดประตูห้องหายลับไป
เขาสนใจแต่ลลินดา สายตา หัวใจและทุกความรู้สึกจดจ้องอยู่แต่กับเมียรักโดยลืมผู้หญิงอีกคน ซึ่งกำลังเผชิญชะตากรรมที่เกิดขึ้นร่วมกัน...
สีหน้าและแววตาของดารินไม่ได้เสมอกับรูปลักษณ์และเสื้อผ้าอาภรณ์สูงค่าที่นางสวมอยู่ เด็กสาวขลาดกลัวจนตัวสั่นงก ทั้งจิตใจบาดเจ็บบอบช้ำเป็นทุนเดิม สัตตบงกชยามนี้หล่อนเหมือนลูกนกที่ถูกลอยแพอยู่กลางสายธารอันเชี่ยวกราก
หันแลไปทางไหนก็เดียวดาย... เปียกปอนลมฝนแสนสาหัสจนมองไม่เห็นเลยว่าจะมีวันพรุ่งนี้สำหรับหล่อนหรือเปล่า
“ขังมันไว้ในห้องนี้อย่าให้ออกไปไหน เอาโซ่เอากุญแจมาคล้องไว้ ฉันจะกลับมาสะสางกับเธอหลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าทำตัวให้เป็นปัญหาอีก ไม่อย่างนั้นได้เดือดร้อนถึงแม่หล่อนเป็นแน่”
ดารินหันไปออกคำสั่งกับเด็กอ้อนน้ำเสียงตะคอกเข้ม แล้วหันมองยังร่างที่คงฟุบสะอื้นอยู่ตรงพื้นอย่างสมเพช
นางดูจะสงบอารมณ์ได้มากขึ้น ไม่พ่นพูดคำหยาบหรือออกอาการฟาดงวงฟาดงาอย่างในตอนแรก แต่สายตาและท่าทางก็ยังแสดงถึงความเกลียดชังในตัวเด็กสาวอย่างเปิดเผย เมื่อสั่งการคนรับใช้เสร็จสรรพนางก็กระทืบเท้าออกไปจากห้องนอนนั้นอีกคน
“แกตายแน่หนูนา... ทีนี้จะได้ไปเป็นขอทานข้างถนน หึหึ...” อ้อนหัวเราะกระซิกเหมือนกับสะใจหนักหนากับความทุกข์ยากของเพศเดียวกัน แต่ก็ไม่กล้าจะซ้ำเติมอะไรมากไปกว่านั้นนอกจากทำตามคำสั่งของดาริน รีบไปเสาะหาเครื่องมือมาพันธนาการขังสัตตบงกชเอาไว้อย่างแน่นหนา
กริ๊ก!! เสียงลั่นกุญแจล็อกดังแว่วเข้าหู ร่างเล็กที่ทนทุกข์หอบสังขารขยับลุกขึ้นจากพื้นด้วยความยากลำบาก ความเมื่อยขบรุมเร้าทั่วสรรพางค์กาย ใจกลางลำตัวเจ็บแปลบจนต้องลากเท้าทีละน้อยเพื่อพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียง
เด็กสาวใช้สองมือกอดรัดตัวเองเอาไว้แน่น น้ำตายังคงไหลรินไม่ขาดสาย แม้จะพยายามใช้มือปาดเช็ดจนใบหน้าเปียกชื้นไปหมด
เหลือบไปเห็นรอยเกรอะกรังตรงผ้าปูที่นอนแล้วความเศร้าก็กัดกร่อนรุนแรงหนักหน่วง สิ่งที่แปดเปื้อนเป็นคราบสีน้ำตาลแดงซึ่งละเลงอยู่ตรงนั้นคือความสาวที่หล่อนพึงต้องรักษาเอาไว้ให้กับคู่ชีวิต หรือไม่ก็เป็นผู้ชายที่พึงยินยอมพร้อมพลีให้แก่เขา
ไม่ใช่... ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นน้าเขยอย่างพิรเดช
ไม่ใช่... สามีของญาติซึ่งอุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าไม่มีที่ไปอย่างหล่อน
“ไม่เป็นไรนะหงส์... ห้ามคิดสั้นนะลูก เสียใจยังไงก็ขอให้นึกถึงแม่” ดารินกุมมือบุตรสาวเอาไว้มั่น เฝ้ามองดูแลด้วยความสงสารขณะที่กอดร่างเล็กแบบบางเอาไว้ในอ้อมกอด“หงส์จะไปหาพี่ณี” ลลินดาแจงความประสงค์“ไปทำไม...” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เหมือนจะไม่ใคร่พอใจนักกับชื่อนั้นที่บุตรสาวเอ่ยถึง“อ้อนบอกว่าเห็นพี่ณีไปด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่ตึกเมื่อคืน บางทีพี่ณีอาจจะรู้เรื่องนี้ก็ได้” เรื่องราวแต่ละตอน ๆ วนเวียนอยู่ในหัวจนหล่อนจับใจความบางอย่างได้ในตอนที่เด็กอ้อนโทรฯ ไปฟ้องถึงพฤติกรรมอันน่าบัดสีและเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ“หรือจะเป็นแผนของมัน...” ดารินสานต่อความคิดของบุตรสาวทันที“หงส์ไม่รู้ค่ะ แต่หงส์ต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมพี่เดลกับหนูนาถึงทำกับหงส์ได้ขนาดนี้” พูดจบหญิงสาวก็หยุดประโยค เพราะไม่อาจฝืนเอ่ยถึงคนทั้งสองได้มากไปกว่านั้น“งั้นก็ไป บอกตรง ๆ แม่ไม่อยากไปเหยียบบ้านนังขี้เมานั่นนักหรอก แต่ก็ไม่แน่หรอกว่านังณีนี่แหละที่เป็นต้นเหตุคอยเสี้ยมสอนให้ลูกมันหาทางยั่วตาเดลจนทนไม่ไหวตามประสาผู้ชาย มันอิจฉาพวกเรา... มันอยากทำลายพวกเรามาตั้งนานแล้ว” หญิงวัยกลางคนถอนหายใจร้อนรุ่ม เอือมระอาอยู่ลึก ๆ
เนรคุณ...คำนี้ช่างเหมาะสมยิ่งนัก หล่อนกอดก่ายโยกตัวไปตามแรงสะอื้นอย่างสุดกลั้นให้กับความทุกข์และความเจ็บช้ำที่รุมเร้าโดยไม่ได้ตั้งตัว หากย้อนกลับไปได้เมื่อคืนนี้หล่อนคงเข้านอนแต่หัวค่ำและไม่ควรใส่ใจเป็นห่วงพิรเดชซึ่งนั่งดื่มเหล้าเมามายอยู่เป็นอาจิณร่วมสองสัปดาห์มาแล้วตั้งแต่มีเรื่องทะเลาะกับ ลลินดาเป็นการส่วนตัวระหว่างผัวเมีย แต่คิดทบทวนเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเหตุใดพิรเดชถึงได้มาอยู่กับตนได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นหล่อนก็แค่เอาวิสกี้ไปให้เขาตรงซุ้มด้านนอกตัวบ้านตามคำสั่งของชายหนุ่มและกลับขึ้นมานอนในทันที ไม่ได้ตอแยเท้าความใด ๆแล้วจู่ ๆ... มารู้สึกตัวอีกทีหล่อนก็ถูกความอัปยศอดสูครอบงำจนดิ้นไม่หลุด ซ้ำไม่อาจต่อต้านขัดขืนราวกับถูกสะกดเอาไว้ด้วยมนต์ดำหรือพิรเดชเมาจนเข้าห้องผิด...และมีสัมพันธ์กับหล่อนเพียงเพราะคิดว่าเป็นลลินดา“หงส์! ฟังพี่ก่อน เมื่อคืนพี่...”“ปล่อย! อย่าเอามือสกปรกโสโครกของพี่มาแตะต้องหงส์แม้แต่ปลายเล็บ” มือเล็กสะบัดออกจากการจับกุมของสามีเต็มแรงที่ยังหลงเหลืออยู่ หันตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความจุกแน่นในอกไม่ได้ต่างกันเลย“...” เขารู้ตั
“อ้อน! มาเอามันออกไป ระยำเหมือนแม่มันไม่มีผิด อุตส่าห์เอ็นดูชุบเลี้ยงให้ข้าวให้น้ำ สุดท้ายมันก็ลอบกัดเหมือนหมาจรจัด คนแบบนี้เลี้ยงเสียข้าวสุก” ดารินยังพยายามลากเด็กสาวตามแรงโมโห อ้อนรีบเข้ามาช่วยจนสัตตบงกชร่วงลงมากองกับพื้นตามแรงกระชากในที่สุด“ฮือ ๆ พี่หงส์ หนูนาขอโทษ หนูนาไม่ได้ทำนะพี่หงส์ หนูนาไม่เคยคิดทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ให้พี่หงส์เสียใจเลย พี่หงส์ หนูนารักพี่หงส์นะ” หล่อนร่ำร้องเรียกชื่อญาติสาวผู้มีพระคุณแล้วเว้าวอนขอความเชื่อใจกลับคืน ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยลลินดายืนนิ่ง... สายตาของหล่อนมองตรงไปยังพิรเดชด้วยความคับแค้นในใจ ในแววตานั้นตั้งคำถามมากมายที่ไม่อาจเค้นออกมาเป็นคำพูดเพราะความเจ็บจุก อยากรู้เหลือเกินว่าเขายังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างไหม“พี่เดลพาหนูนาไปซะ... อย่ากลับมาให้หงส์เห็นหน้าอีก” ในที่สุดหล่อนก็กลั้นใจพูดออกมา“หงส์... พี่ไม่รู้เรื่อง”“พี่หงส์... อย่าทำแบบนี้เลย ให้หนูนาไปคนเดียวเถอะ หนูนาผิดเอง”ต่างก็พยายามประคับประคองไม่ให้สถานการณ์มันเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ใด ๆ“นังอ้อน! ฉันบอกให้ลากมันออกไป” ดารินออกคำสั่งซ้ำอีกครั้ง อ้อ
“ใจเย็นๆ สิหงส์ ลูก... อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรเลย นี่ยังเช้าอยู่ ตาเดลคงยังหลับไม่ตื่นหรอก” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยปากห้ามบุตรสาวในขณะที่กำลังเดินตามหลังด้วยความรีบเร่ง แต่ดูเหมือนไม่ได้ผล ร่างเล็กคุ้นเคยเดินลิ่วเข้ามาในบ้านหลังใหญ่แล้วตรงขึ้นบันไดไปยังด้านบน“อาจเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด โธ่... อย่าใจร้อนเลยลูกแม่” นางเหนื่อยหอบเพราะไม่ได้กระฉับกระเฉงอย่างบุตรสาวที่อ่อนเยาว์กว่าจนคนรับใช้ต้องเข้ามาช่วยพยุง ลลินดาปรี่ตรงไปยังห้องนอนของตนเองทันที แล้วเปิดออกโดยไม่เคาะเรียกหรือรีรออะไรทั้งนั้นใจของหล่อนมันร้อนรุ่ม เนื้อตัวเฉียบชาเย็นยะเยือกไปหมดแล้ว...“เขาไม่ได้อยู่ในห้องจริง ๆ ด้วย” หล่อนก่นพร่ำกับตัวเอง ดวงตาเหลือบสำรวจด้วยความพะว้าพะวังกล้า ๆ กลัว ๆ กลัว... ในสิ่งที่ได้รับรู้มา หัวใจเต้นระส่ำ มือไม้ชื้นเหงื่อไปหมด ไม่คิดว่าการโกรธเคืองกันระหว่างสามีและหล่อนครั้งนี้จะนำพาเรื่องหน้าไม่อายมาเข้าหู กระนั้นหล่อนก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นคู่ผัวตัวเมียก็ย่อมร้อนใจเมื่อได้รับรู้ถึงพฤติกรรมอันน่าบัดสีซึ่งเกิดขึ้นในเรือนหอของหล่อนเอง“ห้อง... เอ่อ... ห้องคุณหนูนาค่ะคุณหง
“อืม... หงส์ ผมรักคุณ อย่าทิ้งผมไปแบบนี้อีกนะ” เสียงทุ้มพร่าเครือครางในลำคอพร่ำออกมาไม่ขาดปาก ใบหน้าคมสันซุกไซ้ซอกซอนไปตามผิวเนื้อหอมนวลเนียนนุ่ม กิริยาพิศวาสต่อเนื้อหนังมังสาที่กำลังดื่มด่ำอยู่นี้เหลือเกิน ‘เกิดอะไรขึ้น... ปล่อยนะ ใคร...’ เสียงประท้วงที่ไม่อาจเปล่งเอ่ยออกมาได้ หวีดร้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว หัวใจของร่างเล็กที่กำลังถูกนัวเนียลูบไล้สั่นสะท้าน ชาวาบปลาบแปลบไปทั้งตัว มันเกิดอะไรขึ้น... ทำไมหล่อนขยับตัวไม่ได้เลย กระนั้นหล่อนก็ยังมีความรู้สึกรู้สา เพียงแต่อ่อนล้าจนไม่อาจกระดิกส่วนใดได้เท่านั้นเอง ‘อือ...’ เสียงอือออเล็ดลอดเบาหวิว ไม่อาจยั้งหยุดความกักขฬะจากชายหนุ่มผู้มีแต่ความปรารถนาอันเหลือล้น เขาต้องการครอบครองหล่อน เขาคิดถึง... และโหยหิวลุ่มหลงในผิวเนื้อละมุนนี้จนไม่อาจถอนตัวได้ ริมฝีปากหยักหนาประทับจูบหอมไปตามพวงแก้มละมุน กรุ่นกลิ่นสาบสาวคลอฟุ้งอยู่ไม่เลือนหาย มือใหญ่ลากเลื้อยถลกเสื้อผ้าอาภรณ์ไปตามแรงอารมณ์ เนื้อผ้าเสียดสีกับผิวกายละอ่อน ค่อย ๆ ครูดและถูกกระชากดึงออกจากตัวผ่านศีรษะในเวลาอันรวดเร็ว ‘ช่วยด้วย... ช







