LOGINปัง!! เพล้ง!! ขวดแก้วนั้นถูกปาเต็มแรงบุรุษไปกระทบกับประตูห้องที่สายตาคมเข้มเขม่นมองเคร่งขรึม เศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น น้ำเมากระเด็นติดทั้งประตู ฝาผนังและพื้นตามแรงอารมณ์กราดเกรี้ยว หากนึกย้อนกลับไปคิดทบทวนดีๆ สัตตบงกชเป็นคนเอาเหล้าเข้ามาให้เขาก่อนจะขอตัวขึ้นไปนอน และเขาก็นั่งดื่มจนดึก...หลังจากนั้นก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งช่วงเช้า ทั้งที่...การดื่มก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา ต่อให้เมาแค่ไหนก็ไม่เคยไร้สติจนเลอะเลือนความทรงจำสูญสิ้น...อย่างเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมา สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเกิดเสียงกรอดผ่านไรฟันหันกลับมาเปิดประตูห้องตัวเองแล้วย่างเท้าเข้าไปทันที มือนึงดึงประตูกระแทกปิดไม่เบาแรงนักตามอารมณ์ที่กำลังฉุนเฉียว นี่เขาต้องนอนร่วมบ้านกับผู้หญิงที่เพิ่งทำให้ครอบครัวของเขากับภรรยาแตกหักไม่มีชิ้นดีอย่างนั้นเหรอ ในคืนที่ฝนฟ้ากระหน่ำตกไม่ลืมหูลืมตา เมียรักต้องจากจรหนีไปอยู่ไหนเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ แต่คนก่อปัญหาร่วมกับเขากลับยังอาศัยอยู่ภายใต้หลังคาบ้านที่เพิ่งถูกสุมไฟจนวายวอด
View More“อืม... หงส์ ผมรักคุณ อย่าทิ้งผมไปแบบนี้อีกนะ” เสียงทุ้มพร่าเครือครางในลำคอพร่ำออกมาไม่ขาดปาก ใบหน้าคมสันซุกไซ้ซอกซอนไปตามผิวเนื้อหอมนวลเนียนนุ่ม กิริยาพิศวาสต่อเนื้อหนังมังสาที่กำลังดื่มด่ำอยู่นี้เหลือเกิน
‘เกิดอะไรขึ้น... ปล่อยนะ ใคร...’ เสียงประท้วงที่ไม่อาจเปล่งเอ่ยออกมาได้ หวีดร้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว หัวใจของร่างเล็กที่กำลังถูกนัวเนียลูบไล้สั่นสะท้าน ชาวาบปลาบแปลบไปทั้งตัว
มันเกิดอะไรขึ้น... ทำไมหล่อนขยับตัวไม่ได้เลย
กระนั้นหล่อนก็ยังมีความรู้สึกรู้สา เพียงแต่อ่อนล้าจนไม่อาจกระดิกส่วนใดได้เท่านั้นเอง
‘อือ...’ เสียงอือออเล็ดลอดเบาหวิว ไม่อาจยั้งหยุดความกักขฬะจากชายหนุ่มผู้มีแต่ความปรารถนาอันเหลือล้น เขาต้องการครอบครองหล่อน เขาคิดถึง... และโหยหิวลุ่มหลงในผิวเนื้อละมุนนี้จนไม่อาจถอนตัวได้ ริมฝีปากหยักหนาประทับจูบหอมไปตามพวงแก้มละมุน กรุ่นกลิ่นสาบสาวคลอฟุ้งอยู่ไม่เลือนหาย มือใหญ่ลากเลื้อยถลกเสื้อผ้าอาภรณ์ไปตามแรงอารมณ์ เนื้อผ้าเสียดสีกับผิวกายละอ่อน ค่อย ๆ ครูดและถูกกระชากดึงออกจากตัวผ่านศีรษะในเวลาอันรวดเร็ว
‘ช่วยด้วย... ช่วย! อื้อ!’ ความหนักอึ้งสัมผัสแนบสนิทถึงผิวเนื้อ หล่อนทำได้แค่เพียงส่งเสียงสะท้านต่อต้านอยู่ในหัว ไม่อาจมองเห็นทางรอดต่ออาเพศในครั้งนี้
“หงส์จ๋า... หงส์ของพี่...” พร่ำเพ้อพรรณนาไปพลางก็นัวเนียนวดเฟ้นร่างแบบบางเกือบเปลือยด้วยความเสน่หา ลมหายใจอุ่น ๆ รินรดรอยทางที่ริมฝีปากหยักหนาดูดเม้มจนเกิดรอยห้อเลือด
หล่อนแน่นิ่งไม่ไหวติง... แต่หัวจิตหัวใจนั้นดำดิ่งคร่ำครวญเหมือนจะขาดใจ ร้าวรานร้อนรุ่มด้วยความรู้สึกผิดชอบ ชั่วดี เมื่อสำนึกรู้ถ่องแท้แล้วว่าผู้ชายที่กำลังล่วงเกินร่างกายของหล่อนนั้นเป็นใคร หล่อนจำน้ำเสียงของเขาได้...
‘พี่เดล... อย่าทำแบบนี้นะ นี่หนูนา... ไม่ใช่พี่หงส์...’ แต่บทประโยคนั้นก็ได้แต่ดังก้องอยู่ข้างใน ไม่อาจเอ่ยเอื้อนออกมาให้ชายหนุ่มได้รับทราบ
หล่อนได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้งร่วมกับลมหายใจอุ่นร้อนของเขา ความรู้สึกในยามที่จมูกและริมฝีปากแตะต้องผิวเปลือย มันทำให้ความรู้สึกสั่นไหวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย ทั้งกลัว... ทั้งหวาดระแวงสับสน
“อืม...”
‘พี่เดล!!’ พึ่บ! แม้ร่างกายไม่อำนวยต่อการขัดขืน แต่หล่อนก็ยังมีความรู้สึกแทบครบถ้วน น้ำตาหยดชื้นไหลรินอาบขมับทั้งสองข้างเป็นทางเปียกปอนไปถึงหมอนที่รองหนุน เมื่อปราการซึ่งโอบอุ้มทรวงอกอวบเอาไว้ขาดผึงหลุดปลิวหายไปจากร่าง...
“อา... หงส์จ๋า หอมหวานเหลือเกิน” อุ้งปากอุ่นร้อนครอบครองความงดงามที่ชูช่ออยู่ตรงหน้านั้นอย่างขาดสติ เรียวลิ้นสากตวัดช้อนยอดเกสรที่เกร็งเครียดให้ตอบสนองต่ออารมณ์ปรารถนา
เขาลุ่มหลงหล่อนเกินกว่าจะล่าถอยออกห่างแม้เพียงคืบ คิดถึงสุดหัวใจจนไม่อาจควบคุมความหยาบช้าที่กบดานดำดิ่งให้สำนึกรู้ผิดชอบชั่วดีว่ากำลังทำอะไรอยู่
ไม่เหลือเลยแม้แต่เศษสติจะใคร่ครวญให้ละเอียดว่าหญิงสาวที่นอนนิ่งให้เขาสำรวจร่างตามแต่ใจอยู่นี้ ไม่ใช่ภรรยาที่เขาพร่ำเพรียกร้องหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อยาม แต่กลับเป็นใครบางคน... ที่เขาไม่เคยนึกฝันปรารถนา
และเป็นบุคคลต้องห้ามในเรื่องหยาบช้าเช่นนี้...
“ไม่เจอกันตั้งเกือบเดือน อืม... พี่จะทำให้หงส์เข้าใจ... ความคิดถึงที่พี่มี” ชายหนุ่มกล่าวกระท่อนกระแท่นสลับกับการอมกลืนปทุมถัน หล่อนหายใจแรงจนอกอิ่มกระเพื่อมเป็นจังหวะ อำนวยให้อุ้งปากร้อนผ่าวสำรวจครอบครองได้เต็มที่ มือใหญ่สองข้างที่ลูบคลำไปตามทรวดทรงที่เต็มแน่นของวัยแรกสาว แล้วเคลื่อนมาประกบแล้วนวดเคล้นก้อนเนื้ออวบเต็มกำมือ กระตุ้นกำหนัดป่าเถื่อนให้พุ่งทะยาน สัตตบงกชได้แต่ส่งเสียงอือออที่แทบไม่ได้ยินในขณะที่ถูกกระทำ หากรอดพ้นจากความบัดสีนี้ไม่ได้ หล่อนคงต้องถูกตราบาปสาปแช่งไปชั่วชีวิต
“ที่รัก... คุณสวยไม่มีที่ติ...” ใช่... ทุกอย่างที่เขารู้สึก ทุกสิ่งที่เขากำลังเข้าใจอยู่ในขณะนี้คือจิตสำนึกในส่วนลึกที่มีต่อหญิงสาวอันเป็นที่รัก ไม่ใช่เพราะรู้สึกพิศวาสต่อตัวตนแท้จริงของคนใต้ร่างนี้แม้แต่น้อย
เพียงแต่เขาไม่รู้... เท่านั้นเอง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลรินอาบเอ่อในขณะที่หล่อนถูกทาบทับจนหนักอึ้งหายใจติดขัด มือของเขาควานคว้าลงไปดึงร่นชายกระโปรงสั้นจนถลกขึ้นถึงไหนต่อไหน แล้วชั้นในสีดำตัวบางก็หลุดลุ่ยออกจากตัว
“!!” หล่อนเจ็บ... และหวาดกลัวเหลือคณา บางอย่างที่แปลกปลอมกำลังกดกระแทกเป็นจังหวะเสียดสีอยู่ตรงหน้าขากลางลำตัว เขาเน้นนาบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และแทรกสู่ความบอบบางทีละน้อย
‘พี่เดลอย่าทำ ฮือ ๆ พี่หงส์จะเสียใจ...’
สองขาถูกจับผลักให้ออกห่างในขณะที่หล่อนร่ำไห้เหมือนใจจะขาดอยู่นั้น ไม่ได้รู้สึกคล้อยตามไปกับครรลองอารมณ์ของเขาเลยแม้แต่น้อย ขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นสูงขนาบกับลำตัวคนเบื้องบนซึ่งเปลือยเปล่า... ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
แล้วความเลวร้ายที่สุดในชีวิตก็กดแทรกเข้ามา หล่อนกรีดร้องอยู่ในใจ แต่น้ำตาไหลปริ่มท่วมเอ่อ เจ็บปวด... แสบระบมทุก ๆ จังหวะการขยับของเขา เสียงทุ้มครางกระหึ่มอยู่เหนือร่างในขณะที่ขยับโยกตัวจนหล่อนไถลไปกับที่นอนทุก ๆ ครั้งตามอารมณ์ของเขาที่ไม่ลดหลั่นลงเลย มีแต่จะเพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกขณะจิต
หล่อนสูญสิ้นทุกอย่างแล้ว... ความดีงาม... ความสาว... ความจงรักภักดีและความเชื่อใจที่มีต่อกันในสายเลือด เขาพรากทุกสิ่งโดยไม่นึกปรานี แล้วต่อไปนี้หล่อนจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรกัน
“หงส์... อื้อ!” ความคับแน่นในยามรุกล้ำบีบอัดให้ชายหนุ่มแทบจะบ้าคลั่ง เขายอมรับในความอิ่มเอมนี้โดยไม่มีข้อแม้ ใบหน้าคมกร้านโน้มลงพรมจูบไปทั่วร่างระหง โยกขยับสะเอวสอบไปตามอารมณ์กระสันที่ฉีดพล่านร้อนเร่าอยู่ในตัวครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อจวนเจียนแก่เวลา... เขาก็ดึงตัวสอดแทรกจนจมมิดสิ้นสุดเสน่หา แล้วกอดรัดหล่อนเอาไว้เต็มแรง ก่อนจะขยับสะโพกสอบถี่รัวหนักหน่วงต่อเนื่องแต่ไม่ยาวนานนัก
ก่อนจะปลดปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามอารมณ์...
ฝากฝังความปรารถนาอันเร่าร้อนเอาไว้ในกายหล่อนจนเอ่อล้นแปดเปื้อนผ้าปูที่นอนด้านล่าง ร่างใหญ่เกร็งตัวและฟุบลงหมดแรงคร่อมตัวของหล่อนเอาไว้ เหงื่อกาฬเปียกชื้นผุดพรายไปทั่ว แรงหายใจหอบหนักเป็นจังหวะค่อย ๆ บรรเทาลงในขณะที่สติของหล่อนเริ่มเลือนรางหนักอึ้งลงไปทุกที
แล้วโลกทั้งใบก็ดับมืดลงราวกับบางอย่างกำลังดึงดูดให้หล่อนจมดิ่งสู่ห้วงเหวอันลึกล้ำราวกับว่าความบัดสีวิบัติที่เกิดขึ้นเป็นเพียงภาพฝันอันเลวร้าย
จิตสำนึกคร่ำครวญภาวนาว่า ขออย่าให้มันเป็นเรื่องจริงเลย
“ไม่เป็นไรนะหงส์... ห้ามคิดสั้นนะลูก เสียใจยังไงก็ขอให้นึกถึงแม่” ดารินกุมมือบุตรสาวเอาไว้มั่น เฝ้ามองดูแลด้วยความสงสารขณะที่กอดร่างเล็กแบบบางเอาไว้ในอ้อมกอด“หงส์จะไปหาพี่ณี” ลลินดาแจงความประสงค์“ไปทำไม...” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เหมือนจะไม่ใคร่พอใจนักกับชื่อนั้นที่บุตรสาวเอ่ยถึง“อ้อนบอกว่าเห็นพี่ณีไปด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่ตึกเมื่อคืน บางทีพี่ณีอาจจะรู้เรื่องนี้ก็ได้” เรื่องราวแต่ละตอน ๆ วนเวียนอยู่ในหัวจนหล่อนจับใจความบางอย่างได้ในตอนที่เด็กอ้อนโทรฯ ไปฟ้องถึงพฤติกรรมอันน่าบัดสีและเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ“หรือจะเป็นแผนของมัน...” ดารินสานต่อความคิดของบุตรสาวทันที“หงส์ไม่รู้ค่ะ แต่หงส์ต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมพี่เดลกับหนูนาถึงทำกับหงส์ได้ขนาดนี้” พูดจบหญิงสาวก็หยุดประโยค เพราะไม่อาจฝืนเอ่ยถึงคนทั้งสองได้มากไปกว่านั้น“งั้นก็ไป บอกตรง ๆ แม่ไม่อยากไปเหยียบบ้านนังขี้เมานั่นนักหรอก แต่ก็ไม่แน่หรอกว่านังณีนี่แหละที่เป็นต้นเหตุคอยเสี้ยมสอนให้ลูกมันหาทางยั่วตาเดลจนทนไม่ไหวตามประสาผู้ชาย มันอิจฉาพวกเรา... มันอยากทำลายพวกเรามาตั้งนานแล้ว” หญิงวัยกลางคนถอนหายใจร้อนรุ่ม เอือมระอาอยู่ลึก ๆ
เนรคุณ...คำนี้ช่างเหมาะสมยิ่งนัก หล่อนกอดก่ายโยกตัวไปตามแรงสะอื้นอย่างสุดกลั้นให้กับความทุกข์และความเจ็บช้ำที่รุมเร้าโดยไม่ได้ตั้งตัว หากย้อนกลับไปได้เมื่อคืนนี้หล่อนคงเข้านอนแต่หัวค่ำและไม่ควรใส่ใจเป็นห่วงพิรเดชซึ่งนั่งดื่มเหล้าเมามายอยู่เป็นอาจิณร่วมสองสัปดาห์มาแล้วตั้งแต่มีเรื่องทะเลาะกับ ลลินดาเป็นการส่วนตัวระหว่างผัวเมีย แต่คิดทบทวนเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเหตุใดพิรเดชถึงได้มาอยู่กับตนได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นหล่อนก็แค่เอาวิสกี้ไปให้เขาตรงซุ้มด้านนอกตัวบ้านตามคำสั่งของชายหนุ่มและกลับขึ้นมานอนในทันที ไม่ได้ตอแยเท้าความใด ๆแล้วจู่ ๆ... มารู้สึกตัวอีกทีหล่อนก็ถูกความอัปยศอดสูครอบงำจนดิ้นไม่หลุด ซ้ำไม่อาจต่อต้านขัดขืนราวกับถูกสะกดเอาไว้ด้วยมนต์ดำหรือพิรเดชเมาจนเข้าห้องผิด...และมีสัมพันธ์กับหล่อนเพียงเพราะคิดว่าเป็นลลินดา“หงส์! ฟังพี่ก่อน เมื่อคืนพี่...”“ปล่อย! อย่าเอามือสกปรกโสโครกของพี่มาแตะต้องหงส์แม้แต่ปลายเล็บ” มือเล็กสะบัดออกจากการจับกุมของสามีเต็มแรงที่ยังหลงเหลืออยู่ หันตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความจุกแน่นในอกไม่ได้ต่างกันเลย“...” เขารู้ตั
“อ้อน! มาเอามันออกไป ระยำเหมือนแม่มันไม่มีผิด อุตส่าห์เอ็นดูชุบเลี้ยงให้ข้าวให้น้ำ สุดท้ายมันก็ลอบกัดเหมือนหมาจรจัด คนแบบนี้เลี้ยงเสียข้าวสุก” ดารินยังพยายามลากเด็กสาวตามแรงโมโห อ้อนรีบเข้ามาช่วยจนสัตตบงกชร่วงลงมากองกับพื้นตามแรงกระชากในที่สุด“ฮือ ๆ พี่หงส์ หนูนาขอโทษ หนูนาไม่ได้ทำนะพี่หงส์ หนูนาไม่เคยคิดทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ให้พี่หงส์เสียใจเลย พี่หงส์ หนูนารักพี่หงส์นะ” หล่อนร่ำร้องเรียกชื่อญาติสาวผู้มีพระคุณแล้วเว้าวอนขอความเชื่อใจกลับคืน ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยลลินดายืนนิ่ง... สายตาของหล่อนมองตรงไปยังพิรเดชด้วยความคับแค้นในใจ ในแววตานั้นตั้งคำถามมากมายที่ไม่อาจเค้นออกมาเป็นคำพูดเพราะความเจ็บจุก อยากรู้เหลือเกินว่าเขายังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างไหม“พี่เดลพาหนูนาไปซะ... อย่ากลับมาให้หงส์เห็นหน้าอีก” ในที่สุดหล่อนก็กลั้นใจพูดออกมา“หงส์... พี่ไม่รู้เรื่อง”“พี่หงส์... อย่าทำแบบนี้เลย ให้หนูนาไปคนเดียวเถอะ หนูนาผิดเอง”ต่างก็พยายามประคับประคองไม่ให้สถานการณ์มันเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ใด ๆ“นังอ้อน! ฉันบอกให้ลากมันออกไป” ดารินออกคำสั่งซ้ำอีกครั้ง อ้อ
“ใจเย็นๆ สิหงส์ ลูก... อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรเลย นี่ยังเช้าอยู่ ตาเดลคงยังหลับไม่ตื่นหรอก” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยปากห้ามบุตรสาวในขณะที่กำลังเดินตามหลังด้วยความรีบเร่ง แต่ดูเหมือนไม่ได้ผล ร่างเล็กคุ้นเคยเดินลิ่วเข้ามาในบ้านหลังใหญ่แล้วตรงขึ้นบันไดไปยังด้านบน“อาจเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด โธ่... อย่าใจร้อนเลยลูกแม่” นางเหนื่อยหอบเพราะไม่ได้กระฉับกระเฉงอย่างบุตรสาวที่อ่อนเยาว์กว่าจนคนรับใช้ต้องเข้ามาช่วยพยุง ลลินดาปรี่ตรงไปยังห้องนอนของตนเองทันที แล้วเปิดออกโดยไม่เคาะเรียกหรือรีรออะไรทั้งนั้นใจของหล่อนมันร้อนรุ่ม เนื้อตัวเฉียบชาเย็นยะเยือกไปหมดแล้ว...“เขาไม่ได้อยู่ในห้องจริง ๆ ด้วย” หล่อนก่นพร่ำกับตัวเอง ดวงตาเหลือบสำรวจด้วยความพะว้าพะวังกล้า ๆ กลัว ๆ กลัว... ในสิ่งที่ได้รับรู้มา หัวใจเต้นระส่ำ มือไม้ชื้นเหงื่อไปหมด ไม่คิดว่าการโกรธเคืองกันระหว่างสามีและหล่อนครั้งนี้จะนำพาเรื่องหน้าไม่อายมาเข้าหู กระนั้นหล่อนก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นคู่ผัวตัวเมียก็ย่อมร้อนใจเมื่อได้รับรู้ถึงพฤติกรรมอันน่าบัดสีซึ่งเกิดขึ้นในเรือนหอของหล่อนเอง“ห้อง... เอ่อ... ห้องคุณหนูนาค่ะคุณหง











