เข้าสู่ระบบ“ไม่เป็นไรนะหงส์... ห้ามคิดสั้นนะลูก เสียใจยังไงก็ขอให้นึกถึงแม่” ดารินกุมมือบุตรสาวเอาไว้มั่น เฝ้ามองดูแลด้วยความสงสารขณะที่กอดร่างเล็กแบบบางเอาไว้ในอ้อมกอด
“หงส์จะไปหาพี่ณี” ลลินดาแจงความประสงค์
“ไปทำไม...” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เหมือนจะไม่ใคร่พอใจนักกับชื่อนั้นที่บุตรสาวเอ่ยถึง
“อ้อนบอกว่าเห็นพี่ณีไปด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่ตึกเมื่อคืน บางทีพี่ณีอาจจะรู้เรื่องนี้ก็ได้” เรื่องราวแต่ละตอน ๆ วนเวียนอยู่ในหัวจนหล่อนจับใจความบางอย่างได้ในตอนที่เด็กอ้อนโทรฯ ไปฟ้องถึงพฤติกรรมอันน่าบัดสีและเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ
“หรือจะเป็นแผนของมัน...” ดารินสานต่อความคิดของบุตรสาวทันที
“หงส์ไม่รู้ค่ะ แต่หงส์ต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมพี่เดลกับหนูนาถึงทำกับหงส์ได้ขนาดนี้” พูดจบหญิงสาวก็หยุดประโยค เพราะไม่อาจฝืนเอ่ยถึงคนทั้งสองได้มากไปกว่านั้น
“งั้นก็ไป บอกตรง ๆ แม่ไม่อยากไปเหยียบบ้านนังขี้เมานั่นนักหรอก แต่ก็ไม่แน่หรอกว่านังณีนี่แหละที่เป็นต้นเหตุคอยเสี้ยมสอนให้ลูกมันหาทางยั่วตาเดลจนทนไม่ไหวตามประสาผู้ชาย มันอิจฉาพวกเรา... มันอยากทำลายพวกเรามาตั้งนานแล้ว” หญิงวัยกลางคนถอนหายใจร้อนรุ่ม เอือมระอาอยู่ลึก ๆ เมื่อนึกถึงว่าต้องไปพบเจอญาติซึ่งอยู่ไม่กันไกลนัก
บ้านของภารณีที่ลลินดากล่าวถึงมีพื้นที่ติดกับเรือนหอ หากนับโดยสายเลือดแล้วก็ค่อนข้างสนิทชิดเชื้อกันอยู่พอสมควรเพราะภารณีเป็นหลานสาวแท้ ๆ ที่เกิดจากพี่สาวของนาง
แต่วิถีชีวิต... ต่างกันโดยสิ้นเชิง
“แม่ณี... อยู่หรือเปล่า ออกมาพบฉันหน่อย” สองร่างแม่ลูกลงจากรถมายืนอยู่ตรงหน้าบ้านไม้เก่าทรุดโทรม กระนั้นก็ยังมีเค้าความสง่าในอดีตหลงเหลือให้เห็นว่า ก่อนเก่านานมาแล้วมันเคยเป็นเรือนไม้สองชั้นที่สวยงาม ซึ่งปลูกสร้างโดยผู้มีอันจะกินในเวลานั้น
“แม่ณี นี่ฉันเอง... ดาริน” น้ำเสียงแหบกร้านตามวัยตะเบ็งเรียกไม่เต็มใจนัก สายตากวาดมองรอบ ๆ ตัวเรือนที่ทั้งรกและสกปรกแล้วต้องเบือนหน้าหนี
“แม่ณี... อยู่ไหมนั่น ได้ยินหรือเปล่า” นางเอ่ยปากเรียกซ้ำอีกครั้ง เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีคนอยู่หรือไม่ เมื่อมีเพียงความเงียบงันไร้การตอบรับจากข้างใน
“แม่ณี... ว้าย!!!” ปัง! เพล้ง! ยังไม่ทันจะขาดปากเมื่อเรียกหาเจ้าของบ้านซ้ำเป็นครั้งที่สี่ ประตูก็เปิดออก แต่ไม่ได้เปิดแบบธรรมดา คล้ายมีคนใช้แรงผลักหรือถีบจนเกิดเสียงดัง ตามมาด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ขว้างปาออกมากระทบกับพื้นจนแตกละเอียดก่อนหน้าจะได้เห็นตัวคนที่พวกเขามาหาด้วยซ้ำ
“มาเอะอะอะไรกันวะ คนจะนอน... อ้าว! น้าดาว” ร่างผอมบางในชุดเสื้อยืดสีชมพูแปร๋นนุ่งผ้าถุงลายดอกสีทึบแบบหยาบ ๆ เดินออกมายืนพิงประตู มือข้างหนึ่งเท้าสะเอวผมเผ้าพะรุงพะรังเปิดปากหาวหวอด ๆ บอกให้รู้ว่าคงเสียอารมณ์อย่างหนักที่ถูกปลุกกลางนิทราซึ่งยังไม่เต็มตื่น
“เออ... ฉันเองแหละ มีธุระเรื่องแม่ลูกสาวตัวดีของหล่อนนั่นแหละ ลงมาคุยกันหน่อย”
“มีอะไร! อยากคุยก็คุยมาสิ จะไปนอนต่อ”
“...” วาจากิริยาที่ไร้มารยาท ไร้ซึ่งการอบรมสั่งสอนทำให้ดารินกัดฟันกรอด นางมีศักดิ์เป็นน้าแท้ ๆ แต่ภารณีกลับมองเป็นหัวหลักหัวตอตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะอายุไม่ต่างกันมาก โตมาด้วยกัน เนื่องจากในสมัยก่อนนั้นบ้านพี่บ้านน้องบ้าน พ่อแม่ก็อยู่ในบริเวณเดียวกันหมด
“ลูกสาวหล่อนมันไปทำงามหน้าเอาไว้น่ะสิ... กินบนเรือน ขี้บนหลังคา ไม่สำนึกบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่พวกฉันเวทนาให้กินให้ใช้ หล่อนควรจะรับรู้ความเป็นไปของมันบ้าง ไม่ใช่สักแต่จะให้เกิดออกมาแล้วโยนภาระให้คนอื่น”
“วะ! แล้วใครไปขอให้เอามันไปเลี้ยง ฉันไปขอร้องอ้อนวอนลูกสาวน้าอุปการะมันหรือไง อยากได้กันเอง อยากเอาไปกันเองก็ดูแลกันไปสิ มายุ่งอะไรกับฉันเล่า... เอ้อ!!”
“พี่ณี... เมื่อคืนพี่ณีไปหาหนูนาใช่ไหม” ลลินดาตัดสินใจพูดเข้าเรื่องเสียเอง ไม่อยากรีรอเวลาให้ยืดเยื้อไปกว่านี้ จิตใจมันซมซานเกินกว่าจะเอ้อระเหยอยู่ในโลกภายนอกได้นาน ๆ อยากโผเข้าห้องแล้วใช้เวลาอยู่คนเดียว ไม่ข้องแวะกับใครเลยเสียมากกว่า
“อือ... ทำไม มีอะไร แม่จะไปหาลูกไม่ได้เหรอ ก็ไม่ได้ห้ามนี่” เรื่องนี้ใคร ๆ ก็รู้กันอยู่แล้ว ในความเป็นแม่ลูกสัมพันธ์ย่อมตัดไม่ขาด แต่เหตุที่ภารณีไปหาสัตตบงกชนั้นไม่ได้เหมือนกับที่แม่คนอื่น ๆ เขาทำกัน
“บอกหงส์มาตรง ๆ พี่ณีเป็นคนวางแผนทำเรื่องชั่ว ๆ พวกนั้นใช่ไหม”
“มันก็รวมหัวกันทั้งหมดนั่นแหละ” ดารินแทรกขึ้น นางหมายถึงทุกคน ทั้งพิรเดช สัตตบงกชและภารณีต่างก็รู้เห็นเป็นใจกันก่อเรื่องทราม
“อะไร... มาหาเรื่องอะไรแต่เช้าเนี่ย มีอะไรก็พูดมา ฉันแค่ไปขอเงินนังหนูนามีอะไรไหม ถึงฉันจะไม่ได้เลี้ยงแต่ฉันก็เกิดมันมา แทนที่มันจะได้มาช่วยฉันหาเงิน พวกน้าก็เอามันไปใช้ มันทำงานอย่างกับขี้ข้า เงินขอทีละเล็กทีละน้อย ๆ แค่นี้มันชั่วตรงไหนวะ” ภารณีโต้กลับเสียงแหลมปรี๊ด
ดารินถอนหายใจส่ายหน้าระอา นึกถึงสัตตบงกชแล้วก็ให้แปลกใจทั้งที่นิสัยใจคอช่างแตกต่างกับผู้ที่ให้กำเนิดมากเหลือเกิน แต่ก็นั่นแหละ... ใครจะไปล่วงรู้จิตใต้สำนึกข้างใน
“หงส์ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น... หงส์หมายถึงเมื่อคืนที่พี่เดลไปนอนกับหนูนา...” หล่อนอยากจะพูดให้มากกว่านั้น อธิบายให้กระจ่างกว่านั้น แต่ก็ทำไม่ได้ ความเจ็บปวดมันตอกตันตีตื้นขึ้นมาจุกอกในทันที ดวงตากลมโตสีโศกกะพริบปรือขับไล่หยาดน้ำที่ปริ่มขึ้นมาคลอหน่วย
“ว่าไงนะ... หนูนามันได้กับผัวแกเหรอ ฮ่า ๆ ๆ” แทนที่จะเวทนาความเจ็บปวดของลูกพี่ลูกน้อง ภารณีกลับหัวเราะร่าตีอกชกตัวราวกับดีใจเอาหนักหนา
ลลินดากำมือแน่นยืนตัวสั่น... ถึงขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืดให้มากความ
“ไปลากตัวลูกหล่อนกลับมาอยู่กับหล่อนเถอะ คนเนรคุณ ต่อให้เมตตามันเท่าไหร่ก็คงล้างเลือดชั่ว ๆ ในตัวให้สะอาดไม่ได้ ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมานับญาตินับเชื้อกันอีก”
“ไม่ได้! ในเมื่อนังหนูนามันได้เสียกับผัวหงส์แล้ว ผัวมันก็ต้องรับผิดชอบ คิดจะให้ลูกเขยน้าฟันลูกสาวฉันแล้วเขี่ยทิ้งอย่างนั้นเหรอ ไม่ง่ายไปหน่อยมั้ง”
“แล้วหล่อนจะเอายังไง!”
“หนูนามันเป็นเด็กดี มันยังไม่เคยต้องมือผู้ชายคนไหน แต่จู่ ๆ กลับมาถูกน้าเขยข่มเหงจนต้องกลายเป็นเมียน้อยน้าสาวตัวเองที่มันนับถือเหมือนแม่ หึ... ไม่มีใครสงสารฉันกับลูกบ้างเหรอว่าจะรู้สึกยังไง”
“ถ้าจะให้รับผิดชอบ หล่อนก็คงต้องไปคุยกับผู้ชายเอาเอง เพราะระหว่างเขากับหงส์ต่อไปนี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว ที่เหลือก็แค่รอจัดการให้มันถูกต้องเท่านั้น”
“ดี! เสร็จเรื่องหย่า เรื่องแบ่งสมบัติกันเมื่อไหร่ก็อย่าลืมมาบอกฉันด้วย ฉันจะได้ให้หนูนามันแต่งงานออกหน้าออกตาไม่ต้องอายใครว่าแย่งผัวชาวบ้าน ฉันเป็นแม่มันก็ควรได้ค่าน้ำนงน้ำนม ค่าเสียเวลาที่ให้มันอาศัยอยู่ในท้องตั้งเก้าเดือน ไหนจะเจ็บแทบเป็นแทบตายตอนที่เบ่งมันออกมาอีก มีผัวคนแรกทั้งทีจะให้มันเสียฟรี ๆ ได้ยังไง”
“หล่อนนี่มัน...”
“กลับเถอะค่ะคุณแม่” ลลินดาทำท่าเหมือนจะเป็นลมเมื่อได้ยินการเจรจาฉอด ๆ ราวกับกำลังคุยเรื่องตกลงซื้อขายกันอย่างไงอย่างงั้น ไม่ได้สาระหรือละอายแม้แต่น้อยกับความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตของหล่อนซึ่งเป็นญาติกันแท้ ๆ
หากเมื่อสิบกว่าปีก่อนหล่อนไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับเรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อยที่น่าสงสาร ถูกแม่ใจยักษ์ทิ้งให้อด ๆ อยาก ๆ ทุบตีจนเนื้อตัวมีแต่รอยแผล จึงเวทนาขอมาอยู่เป็นเพื่อนและเลี้ยงดูราวกับเป็นน้องที่คลานตามกันมา
วันนี้... หล่อนคงไม่ต้องเจ็บปวดปางตายเพราะถูกหักหลังสวมเขา
“แม่บอกตั้งแต่แรกแล้ว มันเลี้ยงไม่เชื่อง หงส์ก็ไม่เชื่อ เราไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวข้องแวะกับคนพวกนี้เป็นดีที่สุด”
“คุณแม่คะ... หนูอยากกลับบ้าน” เสียงสั่นเอ่ยเตือนมารดาอีกครั้งคล้ายจะปรามเป็นความนัยว่าไม่อยากรู้ไม่อยากรับฟังอะไรอีกแล้ว ดารินพยักหน้า... หันไปมองภารณีที่ยืนยิ้มอย่างมีความสุขด้วยความโกรธเกลียดจัดแล้วประคองบุตรสาวขึ้นรถทันที
“สมน้ำหน้า!” ภารณียังตะโกนไล่หลังอย่างสะใจเมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากบริเวณบ้านของนาง ไม่ได้สำนึกแม้แต่น้อยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันใหญ่หลวงและสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง
แม้กระทั่ง... ลูกสาวในไส้ของนางเอง
“ไม่เป็นไรนะหงส์... ห้ามคิดสั้นนะลูก เสียใจยังไงก็ขอให้นึกถึงแม่” ดารินกุมมือบุตรสาวเอาไว้มั่น เฝ้ามองดูแลด้วยความสงสารขณะที่กอดร่างเล็กแบบบางเอาไว้ในอ้อมกอด“หงส์จะไปหาพี่ณี” ลลินดาแจงความประสงค์“ไปทำไม...” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เหมือนจะไม่ใคร่พอใจนักกับชื่อนั้นที่บุตรสาวเอ่ยถึง“อ้อนบอกว่าเห็นพี่ณีไปด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่ตึกเมื่อคืน บางทีพี่ณีอาจจะรู้เรื่องนี้ก็ได้” เรื่องราวแต่ละตอน ๆ วนเวียนอยู่ในหัวจนหล่อนจับใจความบางอย่างได้ในตอนที่เด็กอ้อนโทรฯ ไปฟ้องถึงพฤติกรรมอันน่าบัดสีและเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ“หรือจะเป็นแผนของมัน...” ดารินสานต่อความคิดของบุตรสาวทันที“หงส์ไม่รู้ค่ะ แต่หงส์ต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมพี่เดลกับหนูนาถึงทำกับหงส์ได้ขนาดนี้” พูดจบหญิงสาวก็หยุดประโยค เพราะไม่อาจฝืนเอ่ยถึงคนทั้งสองได้มากไปกว่านั้น“งั้นก็ไป บอกตรง ๆ แม่ไม่อยากไปเหยียบบ้านนังขี้เมานั่นนักหรอก แต่ก็ไม่แน่หรอกว่านังณีนี่แหละที่เป็นต้นเหตุคอยเสี้ยมสอนให้ลูกมันหาทางยั่วตาเดลจนทนไม่ไหวตามประสาผู้ชาย มันอิจฉาพวกเรา... มันอยากทำลายพวกเรามาตั้งนานแล้ว” หญิงวัยกลางคนถอนหายใจร้อนรุ่ม เอือมระอาอยู่ลึก ๆ
เนรคุณ...คำนี้ช่างเหมาะสมยิ่งนัก หล่อนกอดก่ายโยกตัวไปตามแรงสะอื้นอย่างสุดกลั้นให้กับความทุกข์และความเจ็บช้ำที่รุมเร้าโดยไม่ได้ตั้งตัว หากย้อนกลับไปได้เมื่อคืนนี้หล่อนคงเข้านอนแต่หัวค่ำและไม่ควรใส่ใจเป็นห่วงพิรเดชซึ่งนั่งดื่มเหล้าเมามายอยู่เป็นอาจิณร่วมสองสัปดาห์มาแล้วตั้งแต่มีเรื่องทะเลาะกับ ลลินดาเป็นการส่วนตัวระหว่างผัวเมีย แต่คิดทบทวนเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเหตุใดพิรเดชถึงได้มาอยู่กับตนได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นหล่อนก็แค่เอาวิสกี้ไปให้เขาตรงซุ้มด้านนอกตัวบ้านตามคำสั่งของชายหนุ่มและกลับขึ้นมานอนในทันที ไม่ได้ตอแยเท้าความใด ๆแล้วจู่ ๆ... มารู้สึกตัวอีกทีหล่อนก็ถูกความอัปยศอดสูครอบงำจนดิ้นไม่หลุด ซ้ำไม่อาจต่อต้านขัดขืนราวกับถูกสะกดเอาไว้ด้วยมนต์ดำหรือพิรเดชเมาจนเข้าห้องผิด...และมีสัมพันธ์กับหล่อนเพียงเพราะคิดว่าเป็นลลินดา“หงส์! ฟังพี่ก่อน เมื่อคืนพี่...”“ปล่อย! อย่าเอามือสกปรกโสโครกของพี่มาแตะต้องหงส์แม้แต่ปลายเล็บ” มือเล็กสะบัดออกจากการจับกุมของสามีเต็มแรงที่ยังหลงเหลืออยู่ หันตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความจุกแน่นในอกไม่ได้ต่างกันเลย“...” เขารู้ตั
“อ้อน! มาเอามันออกไป ระยำเหมือนแม่มันไม่มีผิด อุตส่าห์เอ็นดูชุบเลี้ยงให้ข้าวให้น้ำ สุดท้ายมันก็ลอบกัดเหมือนหมาจรจัด คนแบบนี้เลี้ยงเสียข้าวสุก” ดารินยังพยายามลากเด็กสาวตามแรงโมโห อ้อนรีบเข้ามาช่วยจนสัตตบงกชร่วงลงมากองกับพื้นตามแรงกระชากในที่สุด“ฮือ ๆ พี่หงส์ หนูนาขอโทษ หนูนาไม่ได้ทำนะพี่หงส์ หนูนาไม่เคยคิดทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ให้พี่หงส์เสียใจเลย พี่หงส์ หนูนารักพี่หงส์นะ” หล่อนร่ำร้องเรียกชื่อญาติสาวผู้มีพระคุณแล้วเว้าวอนขอความเชื่อใจกลับคืน ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยลลินดายืนนิ่ง... สายตาของหล่อนมองตรงไปยังพิรเดชด้วยความคับแค้นในใจ ในแววตานั้นตั้งคำถามมากมายที่ไม่อาจเค้นออกมาเป็นคำพูดเพราะความเจ็บจุก อยากรู้เหลือเกินว่าเขายังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างไหม“พี่เดลพาหนูนาไปซะ... อย่ากลับมาให้หงส์เห็นหน้าอีก” ในที่สุดหล่อนก็กลั้นใจพูดออกมา“หงส์... พี่ไม่รู้เรื่อง”“พี่หงส์... อย่าทำแบบนี้เลย ให้หนูนาไปคนเดียวเถอะ หนูนาผิดเอง”ต่างก็พยายามประคับประคองไม่ให้สถานการณ์มันเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ใด ๆ“นังอ้อน! ฉันบอกให้ลากมันออกไป” ดารินออกคำสั่งซ้ำอีกครั้ง อ้อ
“ใจเย็นๆ สิหงส์ ลูก... อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรเลย นี่ยังเช้าอยู่ ตาเดลคงยังหลับไม่ตื่นหรอก” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยปากห้ามบุตรสาวในขณะที่กำลังเดินตามหลังด้วยความรีบเร่ง แต่ดูเหมือนไม่ได้ผล ร่างเล็กคุ้นเคยเดินลิ่วเข้ามาในบ้านหลังใหญ่แล้วตรงขึ้นบันไดไปยังด้านบน“อาจเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด โธ่... อย่าใจร้อนเลยลูกแม่” นางเหนื่อยหอบเพราะไม่ได้กระฉับกระเฉงอย่างบุตรสาวที่อ่อนเยาว์กว่าจนคนรับใช้ต้องเข้ามาช่วยพยุง ลลินดาปรี่ตรงไปยังห้องนอนของตนเองทันที แล้วเปิดออกโดยไม่เคาะเรียกหรือรีรออะไรทั้งนั้นใจของหล่อนมันร้อนรุ่ม เนื้อตัวเฉียบชาเย็นยะเยือกไปหมดแล้ว...“เขาไม่ได้อยู่ในห้องจริง ๆ ด้วย” หล่อนก่นพร่ำกับตัวเอง ดวงตาเหลือบสำรวจด้วยความพะว้าพะวังกล้า ๆ กลัว ๆ กลัว... ในสิ่งที่ได้รับรู้มา หัวใจเต้นระส่ำ มือไม้ชื้นเหงื่อไปหมด ไม่คิดว่าการโกรธเคืองกันระหว่างสามีและหล่อนครั้งนี้จะนำพาเรื่องหน้าไม่อายมาเข้าหู กระนั้นหล่อนก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นคู่ผัวตัวเมียก็ย่อมร้อนใจเมื่อได้รับรู้ถึงพฤติกรรมอันน่าบัดสีซึ่งเกิดขึ้นในเรือนหอของหล่อนเอง“ห้อง... เอ่อ... ห้องคุณหนูนาค่ะคุณหง
“อืม... หงส์ ผมรักคุณ อย่าทิ้งผมไปแบบนี้อีกนะ” เสียงทุ้มพร่าเครือครางในลำคอพร่ำออกมาไม่ขาดปาก ใบหน้าคมสันซุกไซ้ซอกซอนไปตามผิวเนื้อหอมนวลเนียนนุ่ม กิริยาพิศวาสต่อเนื้อหนังมังสาที่กำลังดื่มด่ำอยู่นี้เหลือเกิน ‘เกิดอะไรขึ้น... ปล่อยนะ ใคร...’ เสียงประท้วงที่ไม่อาจเปล่งเอ่ยออกมาได้ หวีดร้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว หัวใจของร่างเล็กที่กำลังถูกนัวเนียลูบไล้สั่นสะท้าน ชาวาบปลาบแปลบไปทั้งตัว มันเกิดอะไรขึ้น... ทำไมหล่อนขยับตัวไม่ได้เลย กระนั้นหล่อนก็ยังมีความรู้สึกรู้สา เพียงแต่อ่อนล้าจนไม่อาจกระดิกส่วนใดได้เท่านั้นเอง ‘อือ...’ เสียงอือออเล็ดลอดเบาหวิว ไม่อาจยั้งหยุดความกักขฬะจากชายหนุ่มผู้มีแต่ความปรารถนาอันเหลือล้น เขาต้องการครอบครองหล่อน เขาคิดถึง... และโหยหิวลุ่มหลงในผิวเนื้อละมุนนี้จนไม่อาจถอนตัวได้ ริมฝีปากหยักหนาประทับจูบหอมไปตามพวงแก้มละมุน กรุ่นกลิ่นสาบสาวคลอฟุ้งอยู่ไม่เลือนหาย มือใหญ่ลากเลื้อยถลกเสื้อผ้าอาภรณ์ไปตามแรงอารมณ์ เนื้อผ้าเสียดสีกับผิวกายละอ่อน ค่อย ๆ ครูดและถูกกระชากดึงออกจากตัวผ่านศีรษะในเวลาอันรวดเร็ว ‘ช่วยด้วย... ช







