Se connecterเมื่อท่านประธานปลอมตัวมาเป็นแอดมินไอทีสุดดุ เพื่อล็อกอินหัวใจพีอาร์สาวตัวท็อป... งานนี้ระบบไหนก็กั้นความคลั่งรักของเขาไว้ไม่อยู่... ลลิตา พีอาร์สาวตัวท็อปผู้รักความเพอร์เฟกต์ ต้องปวดหัวทุกครั้งที่คอมพิวเตอร์มีปัญหา เพราะคนที่ลงมาซ่อมให้คือ ภคิน หัวหน้าแผนกไอทีจอมเนี้ยบ หน้าดุ และชอบกวนประสาทเธอด้วยศัพท์เทคนิคแปลกๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าไอ้หนุ่มไอทีใส่แว่นตาหนาเตอะคนนั้น แท้จริงแล้วคือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) และทายาทมหาเศรษฐีระดับประเทศ ที่ปลอมตัวมาทำงานเพื่อกวาดล้างการทุจริตภายในบริษัท! แถมเป้าหมายของเขาไม่ได้มีแค่จับคนร้าย แต่ยังรวมถึงการ ‘จับกุม’ หัวใจของยัยพีอาร์คนเก่งที่เขาแอบมองผ่านมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดมานาน! จากหัวหน้าไอทีหน้าตาย เริ่มเปิดโหมดพญาเสือคลั่งรักที่พร้อมจะใช้ทุกเทคโนโลยีในบริษัท เพื่อสกัดดาวรุ่งหนุ่มๆ ทุกคนที่เข้ามาจีบเธอ นำไปสู่บทลงโทษสุดเร่าร้อนบนโต๊ะทำงานท่านประธาน ที่จะทำให้ลลิตาต้องจดจำไปตลอดชีวิต! "ในโลกคอมพิวเตอร์ ตัวเลขศูนย์กับหนึ่งคือจุดเริ่มต้นของการสร้างทุกสิ่ง... แต่ในโลกของผม คุณคือโค้ดบรรทัดแรกและบรรทัดสุดท้ายที่ทำให้ชีวิตผมสมบูรณ์"
Voir plusเสียงส้นรองเท้าส้นเข็มสีแดงเพลิงขนาดสี่นิ้วยี่ห้อหรู กระทบลงบนพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ขัดเงาของออฟฟิศชั้นยี่สิบแปดดังก้องเป็นจังหวะถี่กระชั้น ท่วงทำนองของมันแฝงไปด้วยกระแสความร้อนรนจนพนักงานในแผนกอื่นที่กำลังนั่งทำงานอยู่ต้องลอบเหลียวมองตาม
หลังบางระหงของ ‘ลิตา’ หรือ ลลิตา พีอาร์สาวระดับท็อปของบริษัทกำลังเหยียดตรง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ได้รับการแต่งแต้มมาอย่างประณีตและไร้ที่ติ บัดนี้ตึงเครียดจนคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเกือบเป็นปม
ในอ้อมแขนของเธอมีแล็ปท็อปเครื่องบางเฉียบคู่ใจถูกกอดเอาไว้แน่น ราวกับมันเป็นกล่องดวงใจที่กำลังจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ สาเหตุก็เพราะหน้าจอที่เคยแสดงผลงานพรีเซนเทชันแคมเปญระดมทุนครั้งใหญ่ของบริษัทวีไอพีระดับประเทศ บัดนี้กลับมืดดับสนิท กลายเป็นสีดำมืดมิดก้นบึ้งที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ต่อการกดปุ่มเปิดปิดซ้ำ ๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อย
และที่เลวร้ายที่สุดคือ อีกไม่ถึงสามชั่วโมงข้างหน้า เธอต้องก้าวเข้าห้องประชุมเพื่อนำเสนอโปรเจกต์นี้ต่อหน้าบอร์ดบริหารและตัวแทนลูกค้า!
“บทจะพังก็พังเอาดื้อ ๆ แบบนี้เนี่ยนะ ไอ้เครื่องเฮงซวย! อย่าให้รอดไปได้นะ แม่จะทุบทิ้งแล้วเบิกเครื่องใหม่ทันทีเลยคอยดู!”
หญิงสาวสบถพึมพำในลำคอด้วยความฉุนเฉียว ลมหายใจอุ่นพรูออกจากริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีส้มอิฐอินเทรนด์ เธอยกมือขึ้นสะบัดเรือนผมลอนใหญ่สีน้ำตาลประกายทองที่ดัดมาอย่างตั้งใจให้พ้นไปจากกรอบหน้าเรียวสวย ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังลิฟต์โดยสารประจำอาคาร
จุดหมายปลายทางคือชั้นสิบห้า... ดินแดนที่ชาวพีอาร์ผู้รักความรื่นเริงและเสียงดนตรีอย่างเธอไม่เคยคิดอยากจะเฉียดกรายเข้าไปเลยหากไม่มีเหตุจำเป็นคอขาดบาดตาย
แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศและการบำรุงรักษา หรือที่เรียกกันติดปากว่า ไอที ซัพพอร์ต
ติ๊ง!
ทันทีที่ประตูลิฟต์บานโลหะเปิดออกที่ชั้นสิบห้า กระแสลมเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำกว่าปกติเพื่อระบายความร้อนให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ก็พุ่งเข้าปะทะผิวกายเนียนละเอียดทันที
ลิตาลอบขนลุกซู่ บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากชั้นยี่สิบแปดอันเป็นที่ตั้งของแผนกประชาสัมพันธ์ราวฟ้ากับเหว ที่นี่ไม่มีเสียงเพลงสากลเปิดคลอเบา ๆ ไม่มีเสียงหัวเราะต่อกระซิก หรือเสียงเมาท์มอยเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นใหม่ ๆ มีเพียงแสงไฟสีขาวโพลนที่ส่องสว่างจ้า สะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบ ๆ เครื่อง และเสียงรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกดังกราวราวกับสายฝนหลงฤดู
บรรยากาศเงียบสงัดทว่าตึงเครียดอย่างประหลาด ลิตากวาดสายตาโฉบเฉี่ยวเพื่อมองหาช่างซ่อมประจำตัวที่มักจะคอยบริการเธอด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยทุกครั้ง ทว่าวันนี้โต๊ะทำงานของเขากลับว่างเปล่า มีเพียงป้ายตั้งโต๊ะที่บอกว่าออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ ความหวังเดียวของเธอจึงเหลือเพียงแค่ร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะมุมในสุดของห้อง... โต๊ะขนาดใหญ่ที่เป็นเอกเทศและบ่งบอกฐานะ ‘หัวหน้าแผนกไอที’ ผู้มีกิตติศัพท์เลื่องลือในเรื่องความเนี้ยบ ดุ และเข้าถึงยากที่สุดในองค์กร
‘ภาม’ หรือ ‘ภคิน’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี ผู้ครองตำแหน่งบุคคลที่พนักงานสาว ๆ ค่อนบริษัทโหวตให้เป็น ‘สมบัติล้ำค่าที่จับต้องไม่ได้’ ขององค์กร
เขาเป็นผู้ชายที่มีส่วนสูงเฉียดร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร รูปร่างสมส่วนและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเนื้อแน่นใต้ร่มผ้าจากการดูแลตัวเองอย่างดี แผ่นหลังกว้างเหยียดตรงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้านที่ถูกปลดกระดุมคอเม็ดบนออกหนึ่งเม็ด ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างพับขึ้นมาถึงระดับข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนลากผ่านผิวขาวจัดและท่อนแขนที่เต็มไปด้วยพลัง ขณะที่นิ้วยาวเรียวราวกับนักเปียโนกำลังรัวพิมพ์ข้อความชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์อย่างลื่นไหลไม่มีติดขัด
โครงหน้าของภามคมคายราวกับภาพวาดชั้นดี สันกรามคมกริบรับกับปลายคางมน จมูกโด่งเป็นสันตรง และริมฝีปากหยักลึกทรงเสน่ห์ที่มักจะเหยียดตรงเป็นเส้นขนานไร้รอยยิ้มอยู่เสมอ
ทว่าสิ่งที่เป็นจุดดึงดูดสายตาที่สุดกลับเป็นดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวภายใต้กรอบแว่นตาเลนส์ใสสีเงินยามที่มันสะท้อนกับแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มันดูเย็นชา อ่านยาก และทรงอำนาจจนไม่มีใครกล้าสบตาตรง ๆ ได้นานเกินสามวินาที
ลิตาลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก แม้ว่าเธอจะเป็นสาวมั่นผู้เชี่ยวชาญการบริหารเสน่ห์และรับมือกับผู้ชายมามากหน้าหลายตา ทว่าทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กนักเรียนที่กำลังจะถูกครูฝ่ายปกครองตรวจค้นกระเป๋า
ภามไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นในบริษัทที่มักจะมองเธอด้วยสายตาชื่นชม ชีกอ หรือพยายามหาเรื่องเข้ามาทักทายพูดคุยเพื่อสานสัมพันธ์ เขาเป็นคนเดียวที่เคยมองตรงมาที่เธอด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง ว่างเปล่า ราวกับเธอเป็นเพียงก้อนวัตถุไร้ชีวิตชิ้นหนึ่งที่หลงเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเขาเท่านั้น
แต่ในเวลานี้ ศักดิ์ศรีหรือความเกรงใจใด ๆ ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับความฉิบหายที่กำลังจะเกิดขึ้นหากงานของเธอส่งไม่ทันบ่ายสามโมง
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จนแผ่นอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลง ขยับเสื้อเชิ้ตคอวีดีไซน์เก๋เนื้อผ้าพริ้วไหวให้เข้าที่ ปรับเปลี่ยนสีหน้าจากความหงุดหงิดให้กลายเป็นรอยยิ้มหวานเชื่อมที่ทรงเสน่ห์ที่สุด ก่อนจะแสร้งทำเป็นเดินบิดสะโพกนวดนาดเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของชายหนุ่มหน้านิ่งอย่างเชื่องช้า
ลลิตาลอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอสังเกตเห็นปฏิกิริยานั้นอย่างชัดเจน หญิงสาวจงใจท้าวแขนเรียวลงบนขอบโต๊ะ เอนกายลงต่ำจนคอเสื้อเปิดกว้างขึ้นอีกนิด เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวเนียนรำไรอยู่ภายใต้ร่มผ้า “ตกลงว่าน้องคอมฯ ของลิตาเป็นอะไรคะคุณภาม โคม่ามากไหม ลิตาจะกู้ไฟล์พรีเซนต์กลับมาได้หรือเปล่า” เธอแสร้งทำน้ำเสียงออดอ้อน กระซิบถามอยู่ใกล้ ๆ ใบหูของเขาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่รดรินลงบนลาดไหล่หนา ภคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูนชัดเจน ภายใต้ใบหน้าที่ดูเรียบนิ่งราวกับรูปสลักน้ำแข็งนั้น ระบบประสาทส่วนกลางของเขากำลังรวนอย่างหนัก กลิ่นหอมหวานของหญิงสาวที่อยู่ใกล้เพียงคืบ และภาพความเซ็กซี่ที่ปรากฏอยู่ตรงหางตา มันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายของเขาให้พลุ่งพล่านอย่างรุนแรง ผู้หญิงคนนี้อันตราย เธอรู้ตัวว่าสวยและใช้ร่างกายของตัวเองเป็นอาวุธได้อย่างหน้าไม่อาย เธอพยายามจะปั่นหัวเขา ยั่วให้เขาตบะแตกเพื่อพิสูจน์เสน่ห์ของตัวเอง อยากโดนสั่งสอนนักใช่ไหม ลลิตา... “ถอยออกไปยืนห่าง ๆ ด้วยครับ” น้ำเสียงของภคินเข้มขึ้นและแหบพร่าลงกว่าปกติห
บรรยากาศของแผนกประชาสัมพันธ์บนชั้นยี่สิบแปดมักจะเต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวาเสมอ เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่ถูกเปิดคลอเบา ๆ จากลำโพงบลูทูธเข้ากันได้ดีกับเสียงเจื้อยแจ้วพูดคุยของเหล่าพนักงานหนุ่มสาวที่แต่งตัวจัดจ้านราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ทว่าในเวลานี้ บริเวณโต๊ะทำงานที่อยู่มุมหน้าสุดของแผนกกลับแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนไม่มีใครกล้าเดินเฉียดใกล้ ลลิตาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองอย่างแรงจนล้อเก้าอี้ไถลไปด้านหลังเล็กน้อย แขนเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอก ใบหน้าสวยเฉี่ยวง้ำงอ บ่งบอกระดับความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน หลังจากที่เพิ่งเดินกระแทกส้นสูงกลับมาจากแผนกไอทีด้วยความหัวเสียขั้นสุด “หน้ามุ่ยเป็นม้าหมากรุกเลยนะยะชะนี” เสียงแหลมปรี๊ดของเจ๊มดแดง ครีเอทีฟหนุ่มหัวใจสาวที่นั่งโต๊ะติดกันเอ่ยทัก พร้อมกับชะโงกหน้าข้ามพาร์ทิชันมามอง “เป็นอะไรยะ เมื่อกี้เห็นอุ้มคอมฯ วิ่งหน้าตั้งลงไปชั้นสิบห้า แล้วทำไมหอบกลับมาแบบหน้าจอพับปิดสนิทเหมือนเดิมล่ะ โดนช่างตอกหน้าหงายมาหรือไง” “อย่าพูดถึงไอ้แผนกเฮงซวยนั่นให้ฉันได้ยินนะเจ๊!” ลลิตาแหวเสียงขุ่น “โดยเฉพาะอีต
ลิตาหน้าชาดิก รู้สึกเหมือนโดนฝ่ามือล่องหนตบเข้าที่หน้าอย่างแรง กำหมัดแน่นจนเล็บเจลสีแดงสดจิกเข้าเนื้อแน่น นี่เขากำลังหลอกด่าว่าเธอไม่มีสามัญสำนึกและไร้ความสามารถในการดูแลอุปกรณ์ไอทีขั้นพื้นฐานอยู่ใช่ไหม! “โอเคค่ะ! ในเมื่อคุณหัวหน้าแผนกไอทีผู้ทรงเกียรติยึดมั่นในกฎระเบียบและคิวงานสากลโลกขนาดนั้น ลิตาก็จะไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณอีก!” เธอกระแทกเสียงประชดประชัน คว้าแล็ปท็อปบนโต๊ะคืนมาถือไว้มั่นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังตึง “ลิตาจะกลับขึ้นไปเปิดทิกเก็ตเดี๋ยวนี้ค่ะ! แล้วจะเขียนหมายเหตุตัวโต ๆ กำกับไว้เลยว่า ‘ด่วนที่สุด ด่วนจนไฟลุก!’ ดูสิว่าคิวงานอันทรงเกียรติของคุณจะเลื่อนมาถึงลิตาในชาติไหน!” พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวกลับหลังหันแล้วเดินกระทืบส้นสูงปึงปังออกไปจากแผนกไอทีด้วยความฉุนเฉียว แผ่นหลังบางสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ ทิ้งให้บรรยากาศในห้องทำงานกลับคืนสู่ความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงเซิร์ฟเวอร์ดังหึ่ง ๆ อีกครั้ง ภคินจดจ้องมองตามแผ่นหลังบางที่เยื้องกรายออกไปจนกระทั่งบานประตูเปิดปิดอัตโนมัติปิดสนิทลง ลมหายใ
“คุณภามคะ...” น้ำเสียงหวานใสถูกดัดให้ฟังดูนุ่มนวลและออดอ้อนกว่าปกติหลายเท่า ลิตาวางแล็ปท็อปเจ้าปัญหาลงบนขอบโต๊ะทำงานของเขาอย่างเบามือ พร้อมกับจงใจท้าวแขนเรียวลงบนพาร์ทิชันกั้นโต๊ะ เอนกายไปข้างหน้าเล็กน้อย ท่าทางนั้นทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอและเขาลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสองฟุต และเป็นมุมที่จงใจเปิดเผยคอระหงรวมถึงเนินเนื้อขาวนวลเนียนใต้คอเสื้อเชิ้ตอย่างมีจริตจะก้าน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมแนวฟลอรัลฟรุตตี้ที่ผสมผสานความหวานของมวลดอกไม้และความเย้ายวนของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่โชยฟุ้งกระจายไปในอากาศ ปะทะเข้ากับระบบรับกลิ่นของคนหน้านิ่งอย่างจัง นิ้วยาวที่กำลังรัวเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดชะงักไปเล็กน้อยเพียงเสี้ยววินาที ทว่าภามกลับไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองร่างอวบอิ่มที่พยายามทอดสะพานอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องอยู่บนบรรทัดโค้ดภาษาอังกฤษยาวเหยียดบนหน้าจอหลัก “มีอะไรครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำ ราบเรียบ และไร้ซึ้งคลื่นอารมณ์ใดๆ เอ่ยถามออกไป โดยที่มือหนายังคงขยับพิมพ์งานต่อหลังจากหยุดชะงักไปครู่เดียว “คือว่า... โน้ตบุ๊กของลิตามั