LOGIN“คุณจะเช่าบังกะโลเป็นรายเดือนหรือคะ พอดีมีเหลืออยู่ห้องหนึ่งริมหาดฝั่งโน้น เดินไปไม่ไกลมากหรอกค่ะ แต่แถวนึ้คุณไม่ต้องห่วง เรารับประกันเรื่องความปลอดภัย”
มุกประกายเจ้าของบังกะโลไม่กี่หลังตั้งเรียงรายริมหาดกล่าวกับเมลิดาอย่างเป็นมิตร หญิงวัยประมาณสามสิบกว่าผิวขาวเหลืองรูปร่างค่อนข้างอวบในชุดกระโปรงผ้าบาติกที่อยู่ในบังกะโลหลังเล็กมีป้ายบอกสถานที่ “มุกประกาย บังกะโล” มองหญิงสาวอย่างใช้ความคิด
“อืม....ดิฉันคิดว่าดิฉันคุ้นหน้าคุณมากเลยนะคะ คุณเหมือน....เหมือน....เอ คิดไม่ออก หรือว่าคนสมัยนี้หน้าตาคล้าย ๆ กันเลยทำให้สับสน”
“คงงั้นกระมังคะ....เมย์ว่าเมย์คงหน้าโหลไปเหมือนใครสักคนที่คุณรู้จักแน่เลย”
เมลิดารีบตัดบทเพราะการเดินทางจากเมืองหลวงมาไกลถึงที่นี่ไม่เพียงแค่อยากปลดแอกตัวเองออกจากกรอบชีวิตที่บิดามารดาตีเส้นไว้ หากแต่เธออยากปลดเปลื้องสถานะของ เมลิดา มัณฑาวีร์ นางแบบชื่อดังออกจากตัวเธอด้วย
“ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะให้ภูมิพาคุณไปดูห้องพักนะคะ ภูมิเขาเป็นคนขับเรือของที่นี่ด้วย ถ้าคุณอยากจะนั่งเรือเที่ยวชมตามเกาะต่าง ๆ เราก็มีเรือของบังกะโลให้คุณเช่า ส่วนค่าห้องพักคุณค่อยจ่ายหลังจากคุณไปดูแล้วคุณคิดว่าพอใจก็ได้ค่ะ อ้อ!...ดิฉันชื่อมุกประกายนะคะ เรียกพี่มุกก็ได้ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่มุก....พี่มุกเรียกน้องว่าเมย์เฉย ๆ ก็ได้นะคะ”
หญิงสาวหันไปทางชายหนุ่มที่ยืนฟังอยู่ใกล้ ๆ เขายิ้มให้ก่อนจะเดินนำไปยังห้องพักที่มุกประกายบอก ทางเดินผ่านบังกะโลถูกปูลาดด้วยอิฐตัวหนอนอย่างหยาบ ๆ เสมือนว่าต้องการรักษาบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติริมหาดอันแสนสงบเงียบ
เสียงคลื่นบางเบาใต้ระยับแดดทำให้เมลิดาเริ่มหลงรักในความงามที่ไร้สิ่งฉาบฉวย เม็ดทรายและสายน้ำคือความหมดจดที่เธอปรารถนา ไม่มีแสงสีนอกจากต้นไม้ใบหญ้าอวดความงามแข่งกัน ปราศจากเสียงอึกทึกยินเพียงสายลมหวีดหวิวในความเรียบง่าย
เธอเดินตามชายหนุ่มมาถึงห้องพักหลังริมสุดซึ่งโอบล้อมด้วยปาล์มเตี้ย ๆ และไม่ประดับสวยงาม ตัวบังกะโลเป็นไม้ทั้งหลังยกพื้นขึ้นเล็กน้อยและมีระเบียงหันหน้าออกสู่หาดทรายที่ลาดลงไปบรรจบเกลียวคลื่น เมลิดาสูดหายใจเต็มปอดและทำท่าบิดขี้เกียจอย่างสุขใจ
“คุณเมย์จะเข้าไปดูข้างในก่อนไหมครับ ถ้าไม่ชอบยังไงก็บอกคุณมุกประกายได้”
“แค่นี้เมย์ก็ไม่อยากไปไหนแล้วล่ะค่ะคุณภูมิ ที่นี่สวยมาก เมย์ไม่เคยเห็นที่ไหนสวยแบบนี้เลย”
“คุณเมย์ตัดสินใจอะไรง่ายจังนะครับ...ผมหมายถึง คุณเมย์น่าจะดูบ้านพักด้านในก่อน บางคนชอบธรรมชาติข้างนอก พอเห็นที่พักกลับคิดตรงข้าม ไม่อยากอยู่เลยก็มี”
“เมย์ไม่ได้ด่วนตัดสินใจนะคะ แต่เมย์รู้สึกรักที่นี่จัง รักบรรยากาศแบบนี้ มันน่าหลงใหลมาก ถ้าคนที่เมย์รู้จักได้มาเห็นแบบนี้ เขาคงจะซึ้งกับคำว่าธรรมชาติอันบริสุทธิ์แน่ ๆ “
เมลิดามัวให้ความสนใจกับธรรมชาติอันงดงามรอบ ๆ จนไม่ทันเห็นประกายตาของชายหนุ่มที่จ้องเธอไม่วาง ใบหน้าหมดจดของหญิงสาวช่างเจิดจรัสใต้ละอองไอแดดร้อน จมูกโด่งและเรียวปากบางเป็นเครื่องหน้ารับกับดวงตากลมสวย เรือนผมเหยียดตรงสีน้ำตาลสะบัดไหวยามสายลมต้อง ลำคอเรียวระหงบนเรือนร่างบอบบางใต้โครงชุดชีฟองเนื้อเบาขับเสน่ห์ความงามที่เปล่งรัศมีอันสดใสและกิริยาท่าทีที่ดูตื่นใจนั้นก็ดึงดูดเจ้าของสายตาที่เฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวของเธอยิ่งนัก
“เมย์อาจจะอยู่ที่นี่มากกว่าเดือนหรือสองเดือนค่ะ”
“แต่ผมเห็นกระเป๋าของคุณแล้วเหมือนไม่ตั้งใจอยู่นานขนาดนั้น”
“เมย์รีบน่ะค่ะ...เอ่อ.....เมย์ก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะคะที่จะไปที่ไหนแน่นอน แต่พอมาเห็นที่นี่ก็คิดว่าอยากจะอยู่สักพักใหญ่ แล้วคุณภูมิพักอยู่แถวนี้หรือคะ?”
“ผมเป็นคนขับเรือให้คุณมุก งานอื่นก็มีรับบ้าง ที่พักของผมก็อยู่ใกล้ ๆ แถวนี้ล่ะครับ เดี๋ยวผมเปิดห้องพักให้คุณเมย์เข้าไปดูด้านในดีกว่านะครับ ชวนคุณเมย์คุยนานแล้ว”
หญิงสาวพิศดูกิริยาท่าทางขณะชายหนุ่มไขกุญแจเปิดบ้านพัก เขาดูไม่เหมือนคนขับเรือที่ตากแดดจนผิวเกรียมไหม้ หน้าตาของเขาก็ดูสะอาดสะอ้านแม้มีเคราบาง ๆ บนใบหน้าคมสัน ถ้าลองให้ใส่สูทผูกเนคไทน์ก็ใช่นักธุรกิจที่ดูดีไม่หยอก หญิงสาวคำนวณอายุของเขาในใจน่าจะอยู่ที่ประมาณ 28-29 ปี
ความหล่อเหลาและลุ่มลึกนั้นเทียบชั้นกันได้เลยกับนายแบบที่เธอพบในช่วงเวลาทำงาน หากทว่าเมลิดาไม่เคยผูกหัวใจกับใครเลย อาจเพราะไม่เคยพบกับคนที่ใช่ ข้างกายก็เลยยังว่างเปล่าตราบจนเดี๋ยวนี้ คิดดูอีกทีหากเธอมีใครสักคนตั้งแต่ก่อนหน้า ชีวิตคงไม่ต้องระหกระเหินเดินทางเพื่อหนีให้ไกลผู้ชายที่ชื่อ ทศภาค คนนั้น
“คุณเมย์ชอบไหมครับ ห้องแบบนี้”
ภูมิเอ่ยถามหญิงสาวขณะเดินเข้าไปดูด้านในซึ่งเป็นห้องขนาดเหมาะสำหรับผู้เข้าพักคนเดียว เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องไม่ว่าจะเป็นเตียง ตู้ และเก้าอี้ทำจากไม้หรูเรียบ ส่วนที่อยู่ถัดไปเป็นห้องครัวและห้องน้ำเล็ก ๆ ดูแล้วก็เป็นห้องพักอย่างบังกะโลทั่วไปหากแต่ธรรมชาติที่โอบล้อมโดยรอบทำให้ที่อยู่เรียบ ๆ ดูมีชีวิตและเต็มไปด้วยชีวาได้อย่างน่าอัศจรรย์
“ตกลงเมย์จะพักที่นี่ค่ะ...ทุกอย่างดูโอเคมาก”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะให้กุญแจคุณเมย์ไว้เลย ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“คุณภูมิคะ.....”
รถเก๋งสีขาวแล่นเข้ามาตามทางเล็ก ๆ ภายในไร่องุ่นยามไอแดดคลายความร้อนระอุยามเย็นและส่องแสงอ่อนฉาบคลุมความเขียวขจีไปทั่วบริเวณเนินเขาน้อยใหญ่ของไร่ภควัตณ์ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าเรือนไม้สักหลังใหญ่อันเงียบเหงา ร่างระหงในชุดกระโปรงสีดำตัดเย็บอย่างเรียบ ๆ ก้าวลงมาด้วยท่าทีที่ยังดูประหม่าในการมายังไร่องุ่นซึ่งเธอก็คุ้นเคยในครั้งนี้ ร่างบางก้าวเท้าไม่ทันถึงหน้าระเบียงก็เห็นร่างสูงใหญ่ของทศภาคก้าวออกมาพอดี กีรติหยุดชะงักและกุมซองกระดาษไว้ในมือแน่นก่อนรวบรวมกำลังใจส่งยิ้มไปยังใบหน้าอิดโรยของอีกฝ่ายที่ก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน “สวัสดีครับ...คุณกิ เพิ่งมาถึงหรือครับ? ขอเชิญนั่งก่อน” “คงไม่ล่ะค่ะ...คุณภาค” หญิงสาวหายใจติดขัดทำให้พลอยพูดอะไรก็ไม่คล่องดังคิด...แค่อยากจะมาที่นี่เพื่อเอ่ยอะไรสักคำกับคนที่เธอทำให้เขาผิดหวังทั้งที่รักหนักหนาก็ยากแสนยาก แค่อยากจะมาขอโทษกับการกระทำที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยการขายข่าวอัปยศจนคนถูกกลั่นแกล้งแทบไม่มีพื้นดินจะเหยียบ หากทศภาคจะหมดความไว้เนื้อเชื่อใจและไม่ให้อภัยกันอีกก็จะยอมรับโดย
เมลิดาไม่ได้ปฏิเสธ หากก็ไม่กล่าวว่ากระไร ยินเพียงเสียงหัวใจตอบรับความผันเปลี่ยนในชีวิตที่พลิกไปมาจนเธอต้านมันแทบไม่ทัน เมื่อเจ้าของบริษัทเพชรจากไปแล้วพร้อมกับทิ้งนามบัตรและกำหนดการเดินแบบแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอันหรูหราในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมลิดาก็เฝ้าปลอบตัวเองว่าคงไม่มีอะไรสั่นคลอนชีวิตของเธอได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกขึ้นจากที่นั่ง พลันก็รู้สึกว่าภาพรอบ ๆ ตัวเริ่มพร่ามัวและหมุนไปมาราวกับเธอเป็นดวงอาทิตย์ที่มีดวงดาวโคจรโยรอบเป็นวงแหวนกระนั้น หญิงสาวเอามือแตะบนหัวอันหน่วงหนักก่อนจะรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องจนต้องรีบผลุนผลันวิ่งเข้าห้องน้ำ “เมย์...เป็นอะไรน่ะลูก” เสียงของปานระวีดังขึ้นเมื่อเดินออกมาด้านนอกและรีบเข้าไปดูบุตรสาวขณะร่างบางก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับอ่างล้างหน้าเพื่อสำรอกเอาความอึดอัดคัดแน่นในอกออกมา เมลิดาวักน้ำล้างหน้าหากก็ช่วยให้หายคลื่นเหียนได้เพียงน้อยนิด “ไม่รู้ว่าเป็นอะไรค่ะแม่...เมย์ไม่สบายตัวมาเป็นอาทิตย์แล้ว เมย์อาจจะพักผ่อนน้อยก็ได้ค่ะ...อุ๊บ!....” พูดไม่ทันจบปร
“จะดีหรือลูก...แม่กลัวว่าจะมีใครสมอ้างมาขุดคุ้ยข่าวของเมย์อีก” “ไม่หรอกค่ะ...เมย์แน่ใจ คุณพ่อคุณแม่อย่ากังวลเลยนะคะ เมย์เชื่อว่าเขามาดีค่ะ” กล่าวจบร่างบอบบางจึงเดินลิ่วออกไปยังห้องรับแขกและพบว่ามีใครคนหนึ่งนั่งคอยเธออยู่ที่นั่น เป็นสตรีผิวขาวร่างเพรียวระหง งามสง่าภายใต้ชุดกระโปรงผ้าลูกไม้สวมเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีช็อคกิ้งพิ้งค์ใบหน้ารูปไข่ภายใต้กรอบผมบ๊อบเรียบลื่นสีดำสนิทสะท้อนความเฉิดฉายตามแบบฉบับสาวสังคมที่เนื้อตัวพราวพรายด้วยเครื่องประดับเพชรหรูหราอลังการ “คุณลิลลี่...” เมลิดามองผู้หญิงอายุราวสี่สิบกว่าตรงหน้าด้วยความรู้สึกมากมายประดังเข้ามา ในขณะที่อีกฝ่ายมองเธอด้วยความปรีดา รอยยิ้มบนเรียวปากสีชมพูอมม่วงเด่นชัดแย้มพรายก่อนเอ่ยกับหญิงสาวด้วยเสียงกังวานดุจระฆังแก้ว “ขอโทษนะคะที่พี่มาโดยไม่บอกคุณเมย์ล่วงหน้า ก็คุณเมย์น่ะ...ตามหาตัวยากมาก พี่ต้องให้คนช่วยสืบละเอียดยิบ ถึงได้รู้ว่าคุณเมย์มาอยู่ที่นี่” ร่างบางหย่อนกายลงนั่งขณะมองผู้พูดด้วยความสับสนระคนดีใจ “ตอนแรกคุณแม่ท่านนึกว่าเป็นพวกนัก
น้ำเสียงทุ้มลึกช่วยปลดหญิงสาวออกจากภวังค์อันล่องลอย เมลิดากลั้นหยาดน้ำตาที่กำลังจะหยดลงมาได้ทันเมื่อสมพงษ์พาร่างอันซูบผอมเข้ามานั่งข้างบุตรสาว หากแต่สีหน้าของเธอกลับเปิดเผยอะไรหลายอย่างที่ชายวัยกลางคนมองแล้วก็คล้ายจะเข้าใจ “ทำไมคุณพ่อไม่พักผ่อนล่ะคะ...ออกมานั่งตากลมทำไม” ดวงตากลมโตบนใบหน้าหวานมองบิดาด้วยประกายตาอันนุ่มนวล สมพงษ์ยิ้มให้พลางยกมือขึ้นลูบไปมาบนเรือนผมยาวเหยียดตรงสีน้ำตาล “เมย์นั่นแหละ ทำไมไม่พักผ่อน พ่อเห็นเมย์นั่งแบบนี้ตั้งนานแล้วนะ” “เมย์นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยค่ะ...เรื่องบางอย่างบางทีก็ต้องใช้เวลา” “ลูกพ่อ...ยังมีอะไรที่พ่อไม่รู้อีกมั้ย เรื่องที่ลูกไปอยู่ในไร่ภควัตณ์เกือบสามเดือน” ชายผู้ผ่านโลกมาค่อนชีวิตจ้องมองบุตรสาวราวต้องการจะได้คำตอบจากท่าทีอมทุกข์ของเมลิดา เขาคอยเฝ้าดูหญิงสาวมาตลอดตั้งแต่เธอกลับมาที่บ้านในวันแรกและบอกข่าวดีที่สุดในชีวิตของเขาว่าทศภาคได้ปลดปล่อยหัวใจของเขาคือการให้อิสรภาพแก่เมลิดาแล้ว หากทว่ายังมีอะไรบางอย่างหลีกเร้นอยู่เบื้องหลังความย
“ไอ้..ไอ้บ้าแทน!...ไอ้บ้า!...บ้าที่สุด!...กลับมาพูดกับฉันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้...นายทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้...นายแทน!”ชายหนุ่มก้าวยาว ๆ ออกจากห้องแล้วปิดประตูโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องไล่หลังของกีรติที่ยืนร้องไห้เพราะเสียรู้จากความผิดพลาดของตัวเองภาพในกล้องวีดีโอขนาดเล็กถูกเปิดกลับไปกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในมือของทศภาคที่เจ้าของนัยน์ตาเข้มจ้องมองมันอย่างเลื่อนลอยในทุกนาทีที่ภาพแต่ละช็อตปรากฏขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้หน้าเรือนหลังใหญ่ซึ่งมีแทนนั่งมองอยู่อีกฝั่งหนึ่งในช่วงเวลาพลบค่ำที่แสงสุดท้ายกำลังบอกลาฟากฟ้าอันหมองมัวแสงสุดท้ายที่ลาจากไปเหมือนหัวใจของชายหนุ่มแห้งหายทุกครั้งที่นึกถึงการกระทำและคำพูดของตัวเอง และบัดนี้ความเคียดแค้นได้ดับสลายไปพร้อมหัวใจที่กำลังโผผินเพื่อจะพบเพียงความว่างเปล่าทอดเงาอยู่ ณ ขอบฟ้านั่น สำนึกสุดท้ายของลมหายใจที่ปรารถนาความงดงามคืนกลับคือการยอมรับว่าตัวเขาเป็นผู้ทำลายทุกอย่างจนย่อยยับไม่เว้นแม้แต่ทิฐิของตนเอง“ผมพยายามสืบหาความจริงว่าใครที่ทำให้เหตุการณ์มันวุ่นวายมากถึงเพียงนี้ ก็แค่อยากให้พี่รู้ความจริงว่าคุณเมย์ไม่เคยมีใจให้ใครนอกจากสามีของเธอคนเ
แทนก้มหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวซึ่งนั่งกำหมัดตัวแข็งคอยฟังสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะพูดต่อ “คุณยินดีให้ข่าวว่าคุณเมย์เป็นเมียเก็บของทศภาค ภควัตณ์ โดยไม่คิดค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียวโดยคุณมีภาพยืนยันข้อมูลว่าคุณเมลิดาที่หายหน้าไปจากวงการนางแบบกะทันหันอยู่ในไร่ภควัตณ์ในฐานะนางบำเรอที่ไม่มีทะเบียนสมรส ไม่มีงานแต่งงาน ส่วนเรื่องครอบครัวของเธอที่ล้มละลายก็เพราะคุณปลาทองเป็นคนไปขุดคุ้ยมาสนับสนุนเหตุผลในการกระทำของคุณเมลิดา ตอนนี้ใคร ๆ เขาถึงได้เชื่อไงว่าคุณเมย์หมดหนทางจริง ๆ ถึงต้องทำตัวเหมือนผู้หญิงไร้ค่า แลกได้แม้แต่ศักดิ์ศรีของตัวเอง” “ไม่จริง!” กีรติกรีดเสียงแหลมก่อนจะผลักร่างของแทนออกไปแล้วยืนตัวเกร็งตาแดงก่ำ “ไหนพี่ปลาสัญญากับฉันแล้วไงว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้...นาย...นายไปบังคับข่มขู่ให้เขาบอกใช่มั้ยว่าฉันเป็นคนให้ข่าว” ใบหน้างามชาดิกเมื่อชายหนุ่มยักไหล่เบ้ปากราวกับสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องเหลวไหล “เขาสัญญากับคุณหรือ?...ไม่เห็นอยู่ในบทสนทนาเลยนี่ ตอนผมคุยกับเขาเราไม่มีบทกำกับนะครับ ทุกอย่างเป็นเรื่องจร







