ระบบช่วยด้วย! ข้าถูกองค์ชายสุดห่วยคลั่งรักเสียแล้ว

ระบบช่วยด้วย! ข้าถูกองค์ชายสุดห่วยคลั่งรักเสียแล้ว

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-30
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
39Bab
1.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ทั้งที แทนที่จะได้เสวยสุข กลับถูก 'ระบบ' บังคับให้รับภารกิจปั้น 'องค์ชายขี้โรค' ให้เป็นฮ่องเต้ แลกกับเงิน 1,000 ล้านบาท!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำระบบสิ่งศักดิ์สิทธิ์

กลิ่นธูปหอมฉุนกึกและควันสีเทาจางๆ คือสิ่งสุดท้ายที่ ‘หลินเฟย’ พนักงานออฟฟิศสาววัยยี่สิบห้าผู้มีชีวิตหาเช้ากินค่ำจำได้

เย็นวันนั้นหลังเลิกงาน ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มเปลี่ยนเป็นพายุฝนโหมกระหน่ำ เธอต้องวิ่งกระหืดกระหอบแวะหลบฝนที่ศาลเจ้าแม่ไร้ชื่อริมทาง ด้วยความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงาน บิลค่าใช้จ่ายที่กองท่วมหัว และรองเท้าส้นสูงที่กัดจนข้อเท้าถลอก เธอจึงพนมมืออธิษฐานส่งๆ ไปด้วยความหงุดหงิดว่า ‘ท่านเจ้าแม่คะ ขอให้ลูกช้างมีเงินทองกองท่วมหัว กินใช้สอยสบายๆ ไม่ต้องทำงานงกๆ ทนโดนเจ้านายด่าแบบนี้ทีเถอะ... เฮอะ แต่ก็นะ คนโบราณที่เอาแต่นั่งรอรับของเซ่นไหว้อย่างพวกท่าน จะไปเข้าใจความเหนื่อยยากของมนุษย์เงินเดือนอย่างฉันได้ยังไง’

สิ้นคำสบประมาทที่หลุดปาก ฟ้าที่เคยมืดดำก็ผ่าเปรี้ยงลงมาตรงหน้า! แสงสีขาวสว่างวาบกลืนกินทุกสรรพสิ่ง สติสัมปชัญญะของเธอถูกกระชากหลุดลอยไปในห้วงอนธการอันหนาวเหน็บ

[ ติ๊ง! ]

[ ระบบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตรวจพบการลบหลู่ ยืนยันการลงทัณฑ์และมอบบททดสอบ ]

เสียงเย็นเยียบไร้ซึ่งอารมณ์ดังก้องขึ้นในโสตประสาท หลินเฟยสะดุ้งเฮือกราวกับคนจมน้ำที่ทะลึ่งพรวดขึ้นมาฮุบอากาศหายใจ เธอเบิกตากว้าง ลมหายใจหอบถี่ ทว่าภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่เพดานห้องเช่ารูหนูที่มีรอยน้ำรั่วซึมอีกต่อไป

มันคือม่านมุ้งสีแดงเข้มปักดิ้นทองลายพฤกษาอร่ามตา ร่างกายของเธอกำลังจมลึกอยู่ในฟูกไหมนุ่มลื่นดุจปุยเมฆบนเตียงไม้ซื่อถานหลังใหญ่ที่สลักเสลาลวดลายวิจิตรบรรจง กลิ่นเหม็นอับของห้องเช่าถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกำยานกฤษณาชั้นเลิศที่ลอยอวลออกมาจากกระถางทองเหลืองฉลุลายนกกระเรียน

"นี่มัน... ที่ไหนเนี่ย?" เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เมื่อก้มมองมือของตนเอง เธอก็ต้องเบิกตากว้างกว่าเดิม มือที่เคยสากกระด้างจากการพิมพ์งานและทำความสะอาด บัดนี้กลับเรียวสวย ขาวเนียนนุ่มนิ่มราวกับหยกสลักชั้นดี ไร้ซึ่งรอยตำหนิใดๆ

[ ยินดีต้อนรับสู่แคว้นต้าฉู่ ขณะนี้โฮสต์อยู่ในร่างของ 'จ้าวหลินเฟย' บุตรีภรรยาเอกของท่านเสนาบดีกรมคลัง ผู้ซึ่งเกิดมาบนกองเงินกองทองและไม่เคยต้องหยิบจับสิ่งใด ]

ทันใดนั้น หน้าจอโปร่งแสงสีทองสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าตัวอักษรลอยเด่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงระบบที่ดังก้องในหัว

[ ภารกิจหลัก: เนื่องจากโฮสต์ปรามาสว่าเทพเซียนไม่เข้าใจความลำบาก โฮสต์จะต้องพิสูจน์ตนเอง โดยการช่วยเหลือ 'องค์ชายเจ็ด เซียวอู๋จี้' องค์ชายขี้โรคแห่งตำหนักเย็น ให้ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกรให้สำเร็จ ]

[ ระยะเวลา: 1 ปี ]

[ รางวัลเมื่อสำเร็จ: กลับสู่โลกเดิมพร้อมเงินสด 1,000 ล้านบาท (ปลอดภาษี) ]

[ บทลงโทษหากล้มเหลว: วิญญาณแตกดับตลอดกาล ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีก ]

"หนึ่งพันล้าน!" ดวงตาหงส์ของจ้าวหลินเฟยเบิกกว้าง ความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อได้ยินตัวเลขรางวัลมหาศาล เงินสดหนึ่งพันล้านบาท! นั่นมันมากพอให้เธอซื้อเกาะส่วนตัวแล้วนอนจิบแชมเปญไปทั้งชาติเลยไม่ใช่หรือ!

แต่เดี๋ยวนะ... รอยยิ้มบนใบหน้างามแข็งค้าง เมื่อสายตากวาดไปเห็นเงื่อนไขของภารกิจ องค์ชายขี้โรคแห่งตำหนักเย็น? ไอ้ตำหนักผีสิงที่ไม่มีใครเหลียวแลนั่นน่ะหรือ? แล้วจะให้เวลาแค่หนึ่งปีในการผลักดันคนใกล้ตายให้ขึ้นเป็นฮ่องเต้เนี่ยนะ! นี่มันภารกิจส่งคนไปตายชัดๆ!

"เดี๋ยวสิระบบ! ขอต่อรองเวลาหน่อยได้ไหม สักห้าปี... ไม่สิ สามปีก็ได้!" หลินเฟยพยายามร้องเรียก แต่หน้าจอสีทองกลับสลายกลายเป็นละอองแสง หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความหนักอึ้งในอก

"คุณหนู! คุณหนูฟื้นแล้ว!"

เสียงเล็กแหลมของสาวใช้ดังลั่นทำลายความเงียบ ก่อนที่ประตูลายฉลุไม้หอมจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง สาวใช้ในชุดสีเขียวอ่อนหน้าตาจิ้มลิ้มวิ่งถลาเข้ามาคุกเข่าอยู่ข้างเตียง น้ำตานองหน้า

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
39 Bab
บทที่สอง พรลวงตา
"คุณหนู! ในที่สุดท่านก็ฟื้น บ่าว... บ่าวตกใจแทบแย่ นึกว่าท่านจะทิ้งเสี่ยวเถาไปเสียแล้ว!" สาวใช้ที่ชื่อเสี่ยวเถาร่ำไห้สะอึกสะอื้น พลางคว้ามือของหลินเฟยไปกุมไว้แน่นยังไม่ทันที่หลินเฟยจะได้อ้าปากถามสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเอะอะโวยวายก็ดังตามมาจากด้านนอก"เฟยเอ๋อร์! เฟยเอ๋อร์ของแม่!"สตรีวัยกลางคนผู้มีใบหน้างดงามหมดจด สวมอาภรณ์หรูหราประดับไข่มุก ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ตามหลังมาด้วยฝูงสาวใช้ แม่นม และท่านหมอชราที่หอบหิ้วกล่องยาเดินตามมาติดๆ ห้องนอนที่เคยกว้างขวางบัดนี้ดูแคบลงถนัดตาเมื่อเต็มไปด้วยผู้คนที่กุลีกุจอเข้ามาล้อมรอบเตียงของเธอ"โธ่ ลูกแม่ เจ้าหลับไปถึงสามวันสามคืน รู้หรือไม่ว่าแม่ใจแทบขาด!" ฮูหยินจ้าวโผเข้ามากอดหลินเฟยแน่น น้ำตาร่วงหล่นเผาะๆ ลงบนไหล่บอบบาง "หมอหลิว! เร็วเข้า รีบมาตรวจชีพจรบุตรีของข้าเร็วเข้า หากลูกข้าเป็นอะไรไป ข้าจะสั่งโบยพวกเจ้าทั้งจวน!""ฮูหยินโปรดระงับโทสะ ขอผู้น้อยตรวจดูอาการคุณหนูสักครู่ขอรับ" ท่านหมอชราปาดเหงื่อบนหน้าผาก รีบวางหมอนใบเล็กและใช้ผ้าเช็ดหน้ารองข้อมือของหลินเฟยอย่างระมัดระวังราวกับเธอกำลังจะแตกสลายบรรยากาศใน
Baca selengkapnya
บทที่สาม รอยแค้นลานหยก
เสียงลมเหมันต์พัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่ผุพัง ฟังดูราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผีที่ถูกจองจำณ มุมที่ลึกที่สุดและมืดมิดที่สุดของวังหลวงอันวิจิตรตระการตา คือสถานที่ที่ถูกลืมเลือน... ‘ตำหนักเย็น’ สถานที่ที่กระเบื้องหลังคาแตกบิ่น เสาไม้สีแดงซีดจางและเต็มไปด้วยรอยกัดแทะของปลวก กลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลม เป็นสถานที่ที่ผู้คนในวังต่างหลีกหนีราวกับกลัวว่าความอัปมงคลจะติดตัวภายในห้องที่ไร้ซึ่งเตาผิง มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านรอยแยกของหลังคาลงมาตกกระทบร่างของบุรุษผู้หนึ่ง เขานั่งพิงพนักเตียงไม้เก่าซอมซ่อในเงามืด อาภรณ์สีเทาหม่นที่ซักจนซีดขาวหลวมโพรกอยู่บนร่างที่ดูผอมบาง‘เซียวอู๋จี้’ องค์ชายเจ็ดผู้ถูกขนานนามว่าเป็นตัวอัปมงคลและขี้โรคจนรอวันตายใบหน้าของเขาซีดเซียวราวกับกระดาษ ทว่ากลับหล่อเหลาและงดงามอย่างร้ายกาจ คิ้วเข้มพาดเฉียงดุจกระบี่ จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบที่ไร้สีเลือด แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือนัยน์ตาคู่คม... มันดำมืด ลึกล้ำ และเย็นเยียบราวกับก้นบึ้งของขุมนรกนิ้วเรียวยาวที่ซีดขาวกำปิ่นหยกหักๆ ครึ่งซีกไว้ในมือแน่น ความเย
Baca selengkapnya
บทที่สี่ องค์ชายผู้ถูกลืม
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เหม่ยเฟยผู้ซึ่งร่อแร่ใกล้สิ้นใจ กลับเค้นพลังเฮือกสุดท้ายที่ซ่อนเร้นอยู่ในสัญชาตญาณของความเป็นแม่ นางพลิกตัวอย่างรุนแรง กระชากร่างของบุตรชายเข้ามากอดไว้แน่นในอ้อมอก แล้วใช้แผ่นหลังของตนเองรับแรงกระแทกที่ตั้งใจจะฟาดลงบนตัวเขากรวบ!เสียงกระดูกซี่โครงหักดังลั่นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของเซียวอู๋จี้ ร่างของมารดากระตุกเกร็ง เลือดสีข้นทะลักออกจากริมฝีปากของนาง รดรินลงบนแก้มของเด็กน้อยที่ถูกปกป้องไว้ใต้ร่าง"ท่านแม่! ท่านแม่!" เขาสะอื้นไห้ตัวสั่นเทา พยายามดันตัวออกเพื่อไปรับไม้แทน แต่นางกลับกอดเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ไม่ยอมให้เขาได้รับอันตรายแม้แต่รอยขีดข่วนพั่บ! พั่บ! ไม้กระดานยังคงฟาดลงมาอย่างต่อเนื่องไม่ปรานี"อู๋จี้... ลูกแม่..." เหม่ยเฟยกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วงและปะปนไปด้วยเสียงกระอักเลือด "อย่า... มอง... หลับตาซะลูกรัก...""ท่านแม่ ปล่อยข้า! ปล่อยให้ข้าโดนตีแทนท่าน!""ฟังแม่... จงมีชีวิตอยู่..." นางกอดเขาแน่นขึ้น หยาดน้ำตาของนางผสมกับหยดเลือดตกลงบนหน้าผากของเขา "โลกนี้... ความเมตตาคือยาพิษ... จงอ่อนแอ... จงเป็นคนป่วยที่ไม่มีใครต้องการ...
Baca selengkapnya
บทที่ห้า ลานเหมย
สายลมเหมันต์พัดหอบเอาความหนาวเหน็บมาเยือนเมืองหลวง ทว่าภายในอุทยานหลวงแห่งพระราชวังต้องห้ามกลับคึกคักและละลานตาไปด้วยสีสันของอิสตรีงานเทศกาลชมดอกเหมยประจำปีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยไทเฮา ดอกเหมยสีแดงสดและสีขาวบริสุทธิ์เบ่งบานชูช่อท้าทายหิมะ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยอวลไปทั่วบริเวณ เหล่าเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหนูคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์ล้วนแต่งกายด้วยอาภรณ์หรูหราประดับขนจิ้งจอก เดินขวักไขว่พูดคุยกันด้วยรอยยิ้มแช่มชื่นทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มและเสียงสรวลสันต์เหล่านั้น ใครเล่าจะไม่รู้ว่านี่คือสมรภูมิขนาดย่อมสำหรับการดูตัวและจับคู่ทางการเมือง!จ้าวหลินเฟยในชุดกระโปรงยาวสีชมพูอ่อนปักลายดอกไห่ถัง คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนกระต่ายสีขาวบริสุทธิ์ ก้าวเดินอย่างแช่มช้อยงดงามสมฐานะบุตรีภรรยาเอกแห่งจวนเสนาบดีคลัง ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มเพียงบางเบากลับโดดเด่นสะกดสายตาบุรุษน้อยใหญ่ในงานจนต้องเหลียวมองคอแทบเคล็ด"เฟยเอ๋อร์ มาประคองน้าหน่อยสิ"เสียงหวานหยดย้อยดังกังวานขึ้น สตรีผู้สวมชุดหรูหราปักดิ้นทองลายหงส์ สวมกวานประดับมุกระย้ากวักมือเรียกนาง 'พระสนมจ้าวเฟย' ผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ ของบิดาหลินเฟย
Baca selengkapnya
บทที่หก เจอแล้วเงินพันล้าน
รัชทายาทก้าวเข้ามาขวางหน้า มือหนาเอื้อมไปเด็ดดอกเหมยสีแดงสดกิ่งหนึ่งมาถือไว้ ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าหลินเฟย รอยยิ้มทรงเสน่ห์ประดับบนใบหน้า "ดอกไม้งาม ย่อมคู่ควรกับโฉมงาม... อุทยานแห่งนี้กว้างใหญ่นัก หากหลงทางอีกจะลำบาก ให้เปิ่นกงพากลับไปส่งที่งานดีหรือไม่?"หลินเฟยลอบกัดฟัน รอยยิ้มการค้านี้มันอะไรกัน! นางฝืนยิ้มบางๆ ยื่นมือไปรับดอกเหมยมาถือไว้อย่างเสียไม่ได้"ขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณเพคะ ทว่าหม่อมฉันจำทางกลับได้แล้ว ไม่รบกวนเวลาอันมีค่าขององค์รัชทายาทเพคะ ทูลลา"ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทักท้วง หลินเฟยก็ย่อตัวอย่างรวดเร็วแล้วรีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวหนีไปอีกทางทันที ปล่อยให้เซียวจิ่งเซวียนมองตามแผ่นหลังบอบบางนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงใจและหมายมาด"จ้าวหลินเฟย... น่าสนใจยิ่งนัก"ขณะเดียวกัน ณ มุมที่ห่างไกลที่สุดของลานจัดงานเทศกาลในขณะที่งานเต็มไปด้วยโต๊ะไม้เตี้ยวชานปูผ้าไหม เตียงเตาให้ความอบอุ่น และเสียงดนตรีบรรเลงครึกครื้น มุมอับหลังต้นสนใหญ่ที่ถูกสายลมพัดโกรกตลอดเวลากลับมีเพียงโต๊ะไม้เก่าๆ ตัวหนึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวเซียวอู๋จี้ นั่งอยู่ตรงนั้นการปรากฏตัวของเขาในวันนี้ไม่ใช่ความเต็มใ
Baca selengkapnya
บทที่เจ็ด ภารกิจ
เท้าที่กำลังจะก้าวออกไปของจ้าวหลินเฟยชะงักกึก เมื่อจู่ๆ มีเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามายืนตระหง่านขวางหน้าโต๊ะไม้ซอมซ่อขององค์ชายเจ็ดเอาไว้ บุรุษผู้นั้นสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายกิเลนด้วยดิ้นเงินวาววับ บนศีรษะสวมกวานหยกประดับทับทิมเม็ดโต บ่งบอกถึงฐานะองค์ชายผู้สูงศักดิ์ เขาคือ ‘องค์ชายสี่ เซียวอวี่เจ๋อ’ ผู้ซึ่งเกิดจากพระสนมขั้นเฟยที่มีอำนาจในวังหลังไม่น้อยไปกว่าใคร เซียวอวี่เจ๋อยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง เขายกเท้าที่สวมรองเท้าหุ้มข้อปักลายเมฆาขึ้นเขี่ยขาโต๊ะไม้ของเซียวอู๋จี้อย่างแรง กึก! โต๊ะไม้ที่ผุพังอยู่แล้วสั่นคลอน ถ้วยชาเคลือบที่บิ่นตรงขอบล้มกลิ้ง น้ำชาสีจางที่เย็นชืดหกเลอะเทอะรดลงบนชายเสื้อผ้าฝ้ายสีเทาหม่นของเซียวอู๋จี้จนเปียกชุ่ม "โอ๊ะ... เปิ่นหวางขออภัย พอดีสายตาไม่ค่อยดี ไม่ทันสังเกตว่ามี 'สุนัขขี้เรื้อน' มาแอบซุกซ่อนตัวอยู่หลังต้นสนนี่ด้วย" องค์ชายสี่แสร้งอุทานด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลางสะบัดชายเสื้อคลุมขนสัตว์ของตนเองราวกับรังเกียจที่จะอยู่ใกล้ เซียวอู๋จี้ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เขาเพียงแค่ก้มหน้านิ่ง สองมือที่ซีดเซียวและสั่นเทาพยาย
Baca selengkapnya
บทที่แปด ข้าชมชอบเขา
สิ้นคำประกาศิตของจ้าวหลินเฟย อุทยานหลวงที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงดนตรีและกลิ่นหอมของดอกเหมย พลันเงียบสงัดลงราวกับป่าช้าที่ถูกแช่แข็ง ความเงียบนั้นหนักอึ้งจนแทบจะได้ยินเสียงหิมะที่ร่วงหล่นลงมากระทบกิ่งไม้ดวงตานับร้อยคู่เบิกกว้าง ริมฝีปากของเหล่าคุณหนูและฮูหยินอ้าค้าง ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะสูดลมหายใจแรงๆเซียวอู๋จี้ ตัวอัปมงคลแห่งตำหนักเย็น นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ไม้ซอมซ่อ นัยน์ตาดำขลับที่เคยมืดหม่นบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขามองสตรีผู้งดงามดุจเทพธิดาที่ยืนกางปีกปกป้องเขาอยู่เบื้องหน้า ราวกับกำลังมองดูภาพลวงตาที่ไม่มีวันเป็นจริงทว่า... ความเงียบงันนั้นดำรงอยู่ได้เพียงไม่กี่อึดใจ ก่อนจะถูกทำลายลงด้วยเสียงตวาดก้องที่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว"เหลวไหลสิ้นดี!!"องค์ชายสี่ เซียวอวี่เจ๋อ ผู้ซึ่งหยิ่งทะนงในสายเลือดมังกรของตนเอง ไม่อาจทนเห็นสตรีที่งดงามและมีฐานะสูงส่งอย่างบุตรีเสนาบดีคลัง ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับเศษขยะที่เขาเหยียบย่ำมาตลอดชีวิตได้ ใบหน้าหล่อเหลาขององค์ชายสี่บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธจัด เขาพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อผ้าฝ้ายสีเทาหม่นของเซียวอู๋จี้จนร่างที่ผอมบางนั้น
Baca selengkapnya
บทที่เก้า สตรีเจนZ
กลิ่นกำยานหอมกรุ่นในห้องนอนหรูหราของจวนเสนาบดีคลัง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนกึกของควันธูปและน้ำมนต์ที่สาดกระเซ็นไปทั่วทุกสารทิศ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นางถูกมารดาส่งพระมาสวนไล่ความอัปมงคลทุกวัน บนเตียงไม้ซื่อถานหลังใหญ่ ร่างระหงของจ้าวหลินเฟยถูกเชือกไหมเส้นหนามัดตรึงข้อมือและข้อเท้าไว้กับเสาเตียงทั้งสี่ด้านว่ากันว่าเป็นการไล่ผี ใบหน้างดงามบูดบึ้งสุดขีด ขณะที่ดวงตาหงส์จ้องมองการกระทำอันงมงายเบื้องหน้าด้วยความเอือมระอา "โอม... วิญญาณร้ายจงถอยไป! กลิ่นอายอัปมงคลจงมลายสิ้น!" นักพรตเฒ่าในชุดคลุมสีเหลืองร่ายรำดาบไม้ท้อไปมา พร้อมกับพ่นน้ำมนต์ใส่หน้าหลินเฟยจนเปียกชุ่มไปครึ่งค่อนร่าง โดยมีฮูหยินจ้าวผู้เป็นมารดายืนซับน้ำตาอยู่ข้างๆ ด้วยความรันทดใจ "ท่านนักพรต ได้โปรดช่วยลูกสาวข้าด้วยเถิด ตั้งแต่กลับจากงานชมบุปผานางก็เอาแต่เพ้อเจ้อ ร้องไห้จะไปหาตัวอัปมงคลแห่งตำหนักเย็นให้ได้ นางต้องถูกมนตร์ดำของคนผู้นั้นครอบงำแน่ๆ!" ฮูหยินจ้าวสะอื้นไห้ หลินเฟยกลอกตาขึ้นฟ้าจนแทบจะเห็นเส้นเลือดในตาขาว 'มนตร์ดำอะไรกันเล่า! ข้าแค่ทนเห็นคนถูกรุมรังแกไม่ได้ต่างหาก พวกจิตใจคับแคบเอ๊ย! หลังจากการร่ายรำ
Baca selengkapnya
บทที่สิบ สมรสพระราชทาน
แสงตะวันสีทองสาดส่องผ่านรอยแยกของหลังคาตำหนักเย็น กระทบลงบนเตียงไม้ซื่อถานเก่าคร่ำคร่าจ้าวหลินเฟยยังคงหลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดของเซียวอู๋จี้ แม้สภาพห้องจะเหม็นอับและหนาวเหน็บ แต่ความอบอุ่นที่ถ่ายเทให้กันและกันกลับทำให้นางหลับลึกกว่าที่เคย ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นาน...แอ๊ด...เสียงบานประตูผุพังถูกผลักเปิดออก ขันทีเฒ่าหน้าเสี้ยมผู้มีหน้าที่นำอาหารบูดมาส่ง เดินกระแทกเท้าเข้ามาในห้องอย่างเกียจคร้าน ทว่าเมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับกองเสื้อผ้าสตรีที่ตกหล่นอยู่บนพื้น และร่างสองร่างที่ตระกองกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง ดวงตาของขันทีเฒ่าก็เบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า"เฮ้ย!! สตรีที่ใดบังอาจลักลอบเข้ามาในตำหนักเย็น! ทหาร! จับนังแพศยานี่ไปฆ่าทิ้……….."ขันทีเฒ่าแผดเสียงร้องลั่น พุ่งตัวเข้าไปกระชากผ้าห่มออกหมายจะลากตัวสตรีแปลกหน้าไปลงทัณฑ์ ทว่าเมื่อใบหน้างดงามล่มเมืองที่กำลังงัวเงียตื่นขึ้นมาปรากฏชัดแก่สายตา เสียงตะโกนของขันทีก็ขาดห้วงไปราวกับถูกบีบคอ"คะ... คุณ... คุณหนูจ้าว!!"ขันทีเฒ่าเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงกับพื้น ขนบกายลุกซู่ไปทั้งร่าง บุตรีของท่านเสนาบดีคลัง หลานสาวสุดที่รักของพระสนมจ้าว ไฉนจึ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status