FAZER LOGINทะลุมิติมาเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ทั้งที แทนที่จะได้เสวยสุข กลับถูก 'ระบบ' บังคับให้รับภารกิจปั้น 'องค์ชายขี้โรค' ให้เป็นฮ่องเต้ แลกกับเงิน 1,000 ล้านบาท!
Ver maisกลิ่นธูปหอมฉุนกึกและควันสีเทาจางๆ คือสิ่งสุดท้ายที่ ‘หลินเฟย’ พนักงานออฟฟิศสาววัยยี่สิบห้าผู้มีชีวิตหาเช้ากินค่ำจำได้
เย็นวันนั้นหลังเลิกงาน ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มเปลี่ยนเป็นพายุฝนโหมกระหน่ำ เธอต้องวิ่งกระหืดกระหอบแวะหลบฝนที่ศาลเจ้าแม่ไร้ชื่อริมทาง ด้วยความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงาน บิลค่าใช้จ่ายที่กองท่วมหัว และรองเท้าส้นสูงที่กัดจนข้อเท้าถลอก เธอจึงพนมมืออธิษฐานส่งๆ ไปด้วยความหงุดหงิดว่า ‘ท่านเจ้าแม่คะ ขอให้ลูกช้างมีเงินทองกองท่วมหัว กินใช้สอยสบายๆ ไม่ต้องทำงานงกๆ ทนโดนเจ้านายด่าแบบนี้ทีเถอะ... เฮอะ แต่ก็นะ คนโบราณที่เอาแต่นั่งรอรับของเซ่นไหว้อย่างพวกท่าน จะไปเข้าใจความเหนื่อยยากของมนุษย์เงินเดือนอย่างฉันได้ยังไง’ สิ้นคำสบประมาทที่หลุดปาก ฟ้าที่เคยมืดดำก็ผ่าเปรี้ยงลงมาตรงหน้า! แสงสีขาวสว่างวาบกลืนกินทุกสรรพสิ่ง สติสัมปชัญญะของเธอถูกกระชากหลุดลอยไปในห้วงอนธการอันหนาวเหน็บ [ ติ๊ง! ] [ ระบบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตรวจพบการลบหลู่ ยืนยันการลงทัณฑ์และมอบบททดสอบ ] เสียงเย็นเยียบไร้ซึ่งอารมณ์ดังก้องขึ้นในโสตประสาท หลินเฟยสะดุ้งเฮือกราวกับคนจมน้ำที่ทะลึ่งพรวดขึ้นมาฮุบอากาศหายใจ เธอเบิกตากว้าง ลมหายใจหอบถี่ ทว่าภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่เพดานห้องเช่ารูหนูที่มีรอยน้ำรั่วซึมอีกต่อไป มันคือม่านมุ้งสีแดงเข้มปักดิ้นทองลายพฤกษาอร่ามตา ร่างกายของเธอกำลังจมลึกอยู่ในฟูกไหมนุ่มลื่นดุจปุยเมฆบนเตียงไม้ซื่อถานหลังใหญ่ที่สลักเสลาลวดลายวิจิตรบรรจง กลิ่นเหม็นอับของห้องเช่าถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกำยานกฤษณาชั้นเลิศที่ลอยอวลออกมาจากกระถางทองเหลืองฉลุลายนกกระเรียน "นี่มัน... ที่ไหนเนี่ย?" เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เมื่อก้มมองมือของตนเอง เธอก็ต้องเบิกตากว้างกว่าเดิม มือที่เคยสากกระด้างจากการพิมพ์งานและทำความสะอาด บัดนี้กลับเรียวสวย ขาวเนียนนุ่มนิ่มราวกับหยกสลักชั้นดี ไร้ซึ่งรอยตำหนิใดๆ [ ยินดีต้อนรับสู่แคว้นต้าฉู่ ขณะนี้โฮสต์อยู่ในร่างของ 'จ้าวหลินเฟย' บุตรีภรรยาเอกของท่านเสนาบดีกรมคลัง ผู้ซึ่งเกิดมาบนกองเงินกองทองและไม่เคยต้องหยิบจับสิ่งใด ] ทันใดนั้น หน้าจอโปร่งแสงสีทองสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าตัวอักษรลอยเด่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงระบบที่ดังก้องในหัว [ ภารกิจหลัก: เนื่องจากโฮสต์ปรามาสว่าเทพเซียนไม่เข้าใจความลำบาก โฮสต์จะต้องพิสูจน์ตนเอง โดยการช่วยเหลือ 'องค์ชายเจ็ด เซียวอู๋จี้' องค์ชายขี้โรคแห่งตำหนักเย็น ให้ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกรให้สำเร็จ ] [ ระยะเวลา: 1 ปี ] [ รางวัลเมื่อสำเร็จ: กลับสู่โลกเดิมพร้อมเงินสด 1,000 ล้านบาท (ปลอดภาษี) ] [ บทลงโทษหากล้มเหลว: วิญญาณแตกดับตลอดกาล ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีก ] "หนึ่งพันล้าน!" ดวงตาหงส์ของจ้าวหลินเฟยเบิกกว้าง ความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อได้ยินตัวเลขรางวัลมหาศาล เงินสดหนึ่งพันล้านบาท! นั่นมันมากพอให้เธอซื้อเกาะส่วนตัวแล้วนอนจิบแชมเปญไปทั้งชาติเลยไม่ใช่หรือ! แต่เดี๋ยวนะ... รอยยิ้มบนใบหน้างามแข็งค้าง เมื่อสายตากวาดไปเห็นเงื่อนไขของภารกิจ องค์ชายขี้โรคแห่งตำหนักเย็น? ไอ้ตำหนักผีสิงที่ไม่มีใครเหลียวแลนั่นน่ะหรือ? แล้วจะให้เวลาแค่หนึ่งปีในการผลักดันคนใกล้ตายให้ขึ้นเป็นฮ่องเต้เนี่ยนะ! นี่มันภารกิจส่งคนไปตายชัดๆ! "เดี๋ยวสิระบบ! ขอต่อรองเวลาหน่อยได้ไหม สักห้าปี... ไม่สิ สามปีก็ได้!" หลินเฟยพยายามร้องเรียก แต่หน้าจอสีทองกลับสลายกลายเป็นละอองแสง หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความหนักอึ้งในอก "คุณหนู! คุณหนูฟื้นแล้ว!" เสียงเล็กแหลมของสาวใช้ดังลั่นทำลายความเงียบ ก่อนที่ประตูลายฉลุไม้หอมจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง สาวใช้ในชุดสีเขียวอ่อนหน้าตาจิ้มลิ้มวิ่งถลาเข้ามาคุกเข่าอยู่ข้างเตียง น้ำตานองหน้ารัชศกชางหลางปีที่สิบห้า... แผ่นดินต้าเซี่ยก้าวเข้าสู่ยุคทองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ ขัดกับคำทำนายของเหล่าบัณฑิตเฒ่าที่เคยหวาดกลัวว่า เขาจะกลายเป็นจอมทรราชผู้บ้าคลั่งทำลายล้างแผ่นดิน เซียวอู๋จี้ (ทัวป๋าชางหลาง) กลับกลายเป็นมหาจักรพรรดิผู้ทรงธรรมที่สุดเท่าที่แผ่นดินเคยมีมา เขาไม่เคียดแค้น ไม่กวาดล้างผู้บริสุทธิ์ เขาวางรากฐานการปกครองใหม่ ผสานรอยร้าวระหว่างชาวฮั่นและชนเผ่านอกด่านจนเป็นหนึ่งเดียว ยกเลิกการเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรม และสร้างระบบชลประทานที่หล่อเลี้ยงราษฎรนับร้อยล้านชีวิตให้กินดีอยู่ดี ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า เหตุผลเดียวที่รั้งสติสัมปชัญญะของมัจจุราชผู้นี้ไว้มิให้จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความบ้าคลั่ง คือคำขอร้องสุดท้ายของสตรีที่เขารักสุดหัวใจ... 'อย่ากลายเป็นทรราช... จงเป็นกษัตริย์ที่ดี... ถือเสียว่าทำเพื่อข้าและลูก...' บนยอดเขาอันเงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองหลวง เซียวอู๋จี้ได้ทุ่มเทพระราชทรัพย์และหยาดเหงื่อ สร้างสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นมาด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและวิจิตรบรรจงที่สุดในใต้หล้า... 'ศาลเทพธิดาหงส์สวรรค์' ศาลแห่งนี้ไม่ได้สร้างเพื่อบูชาทวยเทพองค์ใ
ห้าเดือนต่อมา... ภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูลเซียวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุขและเสียงหัวเราะ จ้าวหลินเฟยนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาบุกำมะหยี่ตัวนุ่ม มือเล็กข้างหนึ่งประคองแก้วจิบนมอุ่นๆ ในขณะที่มืออีกข้างกำลังลูบคลำหน้าท้องที่เริ่มนูนป่องออกมาตามอายุครรภ์อย่างทะนุถนอม สัมผัสถึงชีวิตน้อยๆ ที่กำลังเติบโต... มังกรตัวน้อยที่สวรรค์เมตตาส่งกลับคืนมาเกิดในครรภ์ของเธออีกครั้ง เบื้องหน้าของเธอ คือคุณท่านเซียวและคุณหญิงเซียว บิดามารดาบังเกิดเกล้าของเซียวอู๋จี้ในภพชาตินี้ ทั้งสองกำลังกางพจนานุกรมและไอแพด ถกเถียงเรื่อง 'ชื่อหลาน' กันอย่างออกรสออกชาติด้วยรอยยิ้มกว้าง "ฉันว่าชื่อ 'รุ่ย' ดีไหมคุณ แปลว่าความฉลาดหลักแหลม หลานย่าต้องเกิดมาฉลาดเหมือนตาจี้แน่ๆ!" คุณหญิงเซียวเสนอด้วยดวงตาเป็นประกาย "ไม่เอาๆ ผมว่าชื่อ 'หยาง' ดีกว่า แสงอาทิตย์ที่อบอุ่น... บ้านเราจะได้สว่างไสวไง!" คุณท่านเซียวแย้งอย่างอารมณ์ดี จ้าวหลินเฟยทอดสายตามองภาพครอบครัวที่แสนจะธรรมดาทว่าอบอุ่นจนล้นหัวใจขอบตาของเธอพลันร้อนผ่าว... ภาพของ 'ตำหนักเย็น' ที่หนาวเหน็บ ภาพของฮ่องเต้องค์ก่อนที่วางยาพิษลูกตัวเอง และภาพของมารดาที่ถูกเฆี่ยนต
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนครบปี หลังจากงานแต่งงานที่เคยถูกครหา บัดนี้ฐานะ ‘ภริยาท่านประธาน’ ของจ้าวหลินเฟยมั่นคงดั่งหินผา ข่าวลือในแวดวงไฮโซและหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจที่เคยตราหน้าว่านี่เป็นเพียงการแต่งงานบังหน้าเพื่อผลประโยชน์ ต่างพากันพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ สื่อทุกสำนักต่างตีพิมพ์ภาพความหวานชื่น พร้อมพาดหัวข่าวว่านี่คือ ‘ความรักแท้ที่น่าอิจฉาที่สุดแห่งยุค’ เหตุผลย่อมหนีไม่พ้นความเอาใจใส่ที่เหนือความคาดหมายของจ้าวหลินเฟย เธอไม่เคยปล่อยให้เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่เคยขาดตกบกพร่องในการจัดเตรียมสำรับอาหารคาวหวานรสเลิศ ส่งตรงถึงมือเขาครบทั้งสามมื้อ ไม่ว่าเซียวอู๋จี้จะงานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เขาก็จะได้ทานอาหารอุ่นๆ ที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของความรักเสมอ ความเอาใจใส่นี้ทำเอาพนักงานทั้งบริษัทต่างพากันอิจฉาท่านประธานหนุ่มจนตาร้อนผ่าว คืนหนึ่งในช่วงกลางฤดูหนาว พายุหิมะโหมกระหน่ำอย่างหนักหน่วง เกล็ดสีขาวขุ่นบดบังทัศนวิสัยภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องทำงาน CEO บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า เซียวอู๋จี้โหมเคลียร์แฟ้มเอกสารโปรเจกต์ระดับชาติจนดึกดื่น ความเหนื่อยล้าสะสมจากการประชุมติดพันหลายวัน ทำให้เขาเ
สองเดือนเต็มแล้วนับตั้งแต่จ้าวหลินเฟยฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลพร้อมกับอาการร้องไห้แทบเสียสติในวันนั้น จากเดิมที่การแต่งงานระหว่างมหาเศรษฐีหนุ่ม 'เซียวอู๋จี้' CEO แห่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยักษ์ใหญ่ กับ 'หลินเฟย' เป็นเพียงการแต่งงานบังหน้าทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและหมางเมิน ทว่าบัดนี้... ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปโดยสิ้นเชิง จ้าวหลินเฟยเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เธอฉีกสัญญาการแต่งงานจอมปลอมทิ้งไปในใจ และเปลี่ยนมันให้กลายเป็น 'พันธะรัก' ที่เธอขอผูกขาดไว้แต่เพียงผู้เดียว หญิงสาวไม่ยอมห่างจากเซียวอู๋จี้เลยแม้แต่ก้าวเดียว... ยามเช้าเธอต้องเป็นคนจัดเตรียมเสื้อผ้าและผูกเนคไทให้เขา ยามเย็นหากเขาไม่แวะมารับที่คฤหาสน์ตระกูลเซียว เธอก็จะไปนั่งรอเขาถึงหน้าห้องประชุม ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังหอบข้าวหอบน้ำตามไปเฝ้าเขาถึงห้องทำงาน CEO ทุกวันราวกับเงาตามตัว "อู๋จี้... เที่ยงแล้ว ทานข้าวเถอะค่ะ วันนี้ฉันทำซุปบำรุงกำลังมาให้ คุณต้องทานตอนที่มันยังร้อนๆ นะ" เสียงหวานใสของหลินเฟยดังขึ้น พร้อมกับมือบางที่เปิดกล่องอาหารเก็บอุณหภูมิ กลิ่นหอมกรุ่นลอยเตะจมูก เซียวอู๋จี้ละสายตาจากแฟ้มเอกสารตรงหน้า เขามองดูหญิง
กลิ่นกำยานหอมกรุ่นในห้องนอนหรูหราของจวนเสนาบดีคลัง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนกึกของควันธูปและน้ำมนต์ที่สาดกระเซ็นไปทั่วทุกสารทิศ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นางถูกมารดาส่งพระมาสวนไล่ความอัปมงคลทุกวัน บนเตียงไม้ซื่อถานหลังใหญ่ ร่างระหงของจ้าวหลินเฟยถูกเชือกไหมเส้นหนามัดตรึงข้อมือและข้อเท้าไว้กับเสาเต
สิ้นคำประกาศิตของจ้าวหลินเฟย อุทยานหลวงที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงดนตรีและกลิ่นหอมของดอกเหมย พลันเงียบสงัดลงราวกับป่าช้าที่ถูกแช่แข็ง ความเงียบนั้นหนักอึ้งจนแทบจะได้ยินเสียงหิมะที่ร่วงหล่นลงมากระทบกิ่งไม้ดวงตานับร้อยคู่เบิกกว้าง ริมฝีปากของเหล่าคุณหนูและฮูหยินอ้าค้าง ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะสูดลมหายใจแรง
เท้าที่กำลังจะก้าวออกไปของจ้าวหลินเฟยชะงักกึก เมื่อจู่ๆ มีเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามายืนตระหง่านขวางหน้าโต๊ะไม้ซอมซ่อขององค์ชายเจ็ดเอาไว้ บุรุษผู้นั้นสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายกิเลนด้วยดิ้นเงินวาววับ บนศีรษะสวมกวานหยกประดับทับทิมเม็ดโต บ่งบอกถึงฐานะองค์ชายผู้สูงศักดิ์ เขาคือ ‘องค์ชา
รัชทายาทก้าวเข้ามาขวางหน้า มือหนาเอื้อมไปเด็ดดอกเหมยสีแดงสดกิ่งหนึ่งมาถือไว้ ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าหลินเฟย รอยยิ้มทรงเสน่ห์ประดับบนใบหน้า "ดอกไม้งาม ย่อมคู่ควรกับโฉมงาม... อุทยานแห่งนี้กว้างใหญ่นัก หากหลงทางอีกจะลำบาก ให้เปิ่นกงพากลับไปส่งที่งานดีหรือไม่?"หลินเฟยลอบกัดฟัน รอยยิ้มการค้านี้มันอะไรกัน!




![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






