Home / อื่น ๆ / เงาในออฟฟิศ / 3.คืนที่ไม่มีใครควรอยู่คนเดียว(ต่อ)

Share

3.คืนที่ไม่มีใครควรอยู่คนเดียว(ต่อ)

Author: Lee
last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-29 20:03:55

เสียงประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมกับเสียงพูดคุยของพนักงานที่ค่อย ๆ หายไป ต้นหันกลับมาที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง ทั่วทั้งแผนกบัญชีที่เคยเต็มไปด้วยผู้คน บัดนี้เหลือเพียงเก้าอี้ว่าง แฟ้มเอกสารที่วางซ้อนกัน และเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง หกโมงสิบห้านาที ความมืดด้านนอกค่อย ๆ กลืนแสงสุดท้ายของวัน ขณะที่ฝนยังคงตกหนักไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ต้นถอนหายใจยาว ก่อนกลับมาจดจ่อกับรายงานที่เหลืออีกเพียงไม่กี่หน้า เขาตั้งใจว่าจะรีบทำให้เสร็จแล้วกลับห้องไปอาบน้ำ นอนพัก และตื่นมาทำงานเหมือนทุกวัน แต่คืนนี้กลับไม่ใช่คืนธรรมดา

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสองทุ่มกว่า เขาปิดแฟ้มเอกสารกองสุดท้ายแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างโล่งอก นิ้วทั้งสองข้างปวดจนแทบกำเมาส์ไม่ไหว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พบข้อความจากแม่ที่ส่งมาตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงก่อน

“ทำงานเสร็จหรือยังลูก อย่ากลับดึกมากนะ”

เขายิ้มบาง ๆ ก่อนพิมพ์ตอบกลับว่า “ใกล้เสร็จแล้วครับแม่ อีกไม่นานก็กลับ” แล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ความรู้สึกผิดแวบขึ้นมาในใจ เขาแทบไม่มีเวลากลับไปเยี่ยมแม่เลยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ขณะที่กำลังจะปิดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์สำนักงานบนโต๊ะก็ดังขึ้น

กริ๊ง…กริ๊ง…ต้นรีบรับสาย “ฝ่ายบัญชีครับ”ปลายสายเงียบสนิท ไม่มีเสียงพูด มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาเหมือนมีใครกำลังถือสายอยู่ “ฮัลโหล…ได้ยินไหมครับ”ไม่มีคำตอบเขารออยู่เกือบสิบวินาที ก่อนปลายสายจะตัดไปเอง

ต้นมองโทรศัพท์ด้วยความสงสัย แต่ก็ส่ายหน้า คิดว่าอาจเป็นการโทรผิดหรือระบบภายในมีปัญหา เขาสะพายกระเป๋า เดินออกจากโต๊ะ เตรียมจะกลับบ้าน ทันใดนั้นเอง เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้น

ติ๊ง…ประตูลิฟต์เปิดออกช้า ๆ แต่ไม่มีใครเดินออกมา ต้นยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มก่อตัว เขากำลังจะหันหลังเดินต่อ แต่แล้ว…

ปัง!

เสียงของหนักตกกระแทกพื้นดังมาจากทางเดินด้านใน เป็นทิศทางเดียวกับห้องเก็บเอกสารของฝ่ายการเงิน ต้นชะงัก

เขาเงี่ยหูฟังอีกครั้งความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งชั้น คุณกิตติ?” เขาลองเรียกเสียงดัง แต่ไม่มีใครตอบกลับ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไฟฉาย แล้วค่อย ๆ เดินไปตามทางเดิน แสงสีขาวจากหน้าจอส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นเงาของตัวเองทอดยาวบนพื้นกระเบื้อง ทุกก้าวที่เดิน เสียงรองเท้าดังก้องอยู่ในความเงียบ เมื่อมาถึงหน้าห้องเก็บเอกสาร เขาพบว่าประตูเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ทั้งที่ปกติห้องนี้จะล็อกไว้หลังเลิกงานเสมอ ต้นสูดหายใจลึก ก่อนใช้ปลายนิ้วดันประตูเบา ๆเสียงบานพับครางเอี๊ยดเบา ๆภาพที่เห็นทำให้เขาหยุดหายใจ

แฟ้มเอกสารถูกโยนเกลื่อนเต็มพื้น ตู้เหล็กเปิดอ้า ลิ้นชักหลายชั้นถูกค้นจนเละ กระจกบานหนึ่งแตกละเอียด เศษแก้วกระจายไปทั่วเหมือนเพิ่งเกิดการต่อสู้ “มีใครอยู่ไหมครับ”ไม่มีเสียงตอบ ต้นเดินเข้าไปอีกสองก้าว ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่ร่างของชายคนหนึ่งซึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่กลางห้อง เสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเลือดจนกลายเป็นสีแดงเข้ม เลือดไหลนองเป็นแอ่งอยู่ใต้ร่าง หัวใจของต้นเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกจากอก คุณ…กิตติ…”เขารีบวิ่งเข้าไปคุกเข่าข้างร่างนั้น มือที่สั่นเทาค่อย ๆ พลิกร่างขึ้นอย่างระมัดระวัง ดวงตาของกิตติเบิกค้าง ริมฝีปากซีดไร้สี และมีด้ามมีดปักอยู่กลางหน้าอก ต้นรีบเอานิ้วแตะที่ลำคอเพื่อเช็กชีพจร

ไม่มี…เขาแตะที่ข้อมือ ไม่มีเช่นกัน กิตติเสียชีวิตแล้วความตกใจทำให้โทรศัพท์หลุดจากมือกระแทกพื้น เสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง ทันใดนั้น เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ติ๊ง…ต้นสะดุ้งสุดตัว เขารีบหันไปทางประตูห้อง เห็นเงาคนทอดยาวอยู่บนพื้นทางเดิน มีใครบางคนกำลังยืนอยู่อีกฝั่งของประตู เขาไม่เห็นใบหน้า เห็นเพียงรองเท้าหนังสีดำและเงาร่างที่หยุดนิ่งราวกับกำลังมองเข้ามา

หัวใจของต้นเต้นแรงจนหูอื้อ เขาไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว

ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีไฟทั้งชั้นก็ดับลงพร้อมกันพรึ่บ!

ความมืดเข้าปกคลุมทุกสิ่ง เหลือเพียงเสียงฝนที่กระหน่ำใส่กระจกอาคารและเสียงลมหายใจอันสั่นเครือของเขา จากความมืดนั้น มีเสียงฝีเท้าค่อย ๆ เดินถอยห่างออกไป ตึก…ตึก…ตึก…ก่อนทุกอย่างจะกลับมาเงียบสนิท ต้นรีบคลำหาโทรศัพท์ เปิดไฟฉายอีกครั้ง แล้วรีบกดโทรแจ้งตำรวจด้วยมือที่สั่นไม่หยุด

“ฮะ…ฮัลโหล…มีคนถูกฆ่าครับ…ผมอยู่บริษัทไพร์ม เทค ชั้นเจ็ด ห้องเก็บเอกสารฝ่ายการเงิน…รีบมาด้วยครับ!”ไม่ถึงสิบนาที เสียงไซเรนของตำรวจและรถพยาบาลก็ดังขึ้นจากด้านล่างอาคาร แต่สิ่งที่ต้นไม่รู้คือ นับตั้งแต่วินาทีที่เขาแตะร่างของกิตติ ลายนิ้วมือของเขาก็ได้ติดอยู่บนเสื้อของผู้ตายและด้ามมีดโดยไม่รู้ตัว และนั่นกำลังจะทำให้ชีวิตของพนักงานบัญชีธรรมดาคนหนึ่ง พลิกผันเข้าสู่ฝันร้ายที่ไม่มีวันหวนก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เงาในออฟฟิศ   35.คนที่ไม่เคยตาย

    ปัง!เสียงปืนดังขึ้นในความมืดต้นยืนแข็งอยู่กลางทางเดิน ร่างกายไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของสมอง เสียงปืนยังคงสะท้อนซ้ำไปซ้ำมาราวกับไม่มีวันจางหาย“สารวัตร!”ไม่มีเสียงตอบ ต้นยกปืนขึ้นช้า ๆ“สารวัตรภาคิน!”ความมืดเงียบสนิทจากนั้นไฟฉุกเฉินสีแดงก็ติดขึ้น วูบ…วูบ…วูบ…ทางเดินยาวตรงหน้ากลับว่างเปล่า ไม่มีภาคิน ไม่มีชายปริศนา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของกระสุนต้นหันกลับไปมองหน้าจอที่ติดอยู่บนผนังภาพบ้านหลังเดิมยังค้างอยู่ เด็กสามคนยืนอยู่หน้าบ้านแต่ตอนนี้มีเพียงสองคนต้นกับธีร์ เด็กคนที่สามหายไปแล้วต้นขมวดคิ้ว“เมื่อกี้มีสามคน…”เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง “ใช่”ต้นหันกลับทันทีชายคนนั้นยืนอยู่ตรงปลายทางเดินแสงสีแดงส่องกระทบใบหน้าต้นมองเขาอย่างไม่กะพริบ ใบหน้าของชายคนนั้นคล้ายเขาแต่ไม่เหมือน T-01ไม่เหมือนธีร์ ไม่เหมือนต้น ดวงตาของเขามีบางอย่างที่ต้นไม่เคยเห็นในตัวใครความว่างเปล่า“นายคือใคร?”ชายคนนั้นยิ้ม“คำถามนี้พี่เคยถามผมแล้ว” ต้นกำปืนแน่น“ฉันไม่เคยเห็นนาย” “พี่เห็น” “ไม่เคย”“ทุกคืน”ต้นชะงัก ชายคนนั้นเดินเข้ามาช้า ๆ“ทุกครั้งที่พี่ฝันว่าตัวเองยืนอยู่ริมสระ”ต้นหน้าซีด“หยุด…”“ทุกครั้งที่พี่ได้ยินเ

  • เงาในออฟฟิศ   34.คนที่กลับมา

    ปัง!เสียงปืนจากนอกห้องดังขึ้นอีกครั้งต้นสะดุ้งสุดตัว เขาหันกลับไปมองประตูเหล็กที่ปิดสนิท หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่น“สารวัตร!”ไม่มีคำตอบ ต้นรีบวิ่งไปที่ประตู ใช้สองมือผลักมันเต็มแรง แต่ประตูไม่ขยับแม้แต่น้อย“เปิด!”เขาทุบประตูซ้ำ“สารวัตรภาคิน!” ความเงียบตอบกลับมา มีเพียงเสียงเครื่องจักรเบา ๆ ที่ดังอยู่ใต้พื้น ต้นค่อย ๆ ถอยออกมา หน้าจอขนาดใหญ่ตรงหน้ากะพริบอีกครั้ง ต้นจ้องข้อความนั้นด้วยความสับสน“ผมคือ T-02…”เสียงของเขาเองยังคงดังออกมาจากลำโพง “ถ้านายกำลังได้ยินเสียงนี้ แปลว่าฉันตายไปแล้ว” ต้นยกมือขึ้นกุมขมับ“นี่มันอะไรกัน…”ศักดิ์ชัยยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงมุมห้อง สีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังรอให้เขานึกอะไรบางอย่างออก“แกถามว่าความจริงคืออะไร” ต้นหันไปมอง“ผมอยากรู้ทุกอย่าง”ศักดิ์ชัยเงียบไปครู่หนึ่ง“แน่ใจหรือ”“ผมเสียเวลาอยู่ที่นี่มามากพอแล้ว”“ถ้ารู้แล้ว แกอาจอยากลืมมันอีกครั้ง”“ผมไม่สน” ศักดิ์ชัยหัวเราะเบา ๆ“เหมือนเดิมจริง ๆ” ต้นชะงัก“เหมือนเดิม?”“ดื้อ และคิดว่าตัวเองรับความจริงได้ทุกอย่าง”“พ่อรู้จักผมจริง ๆ หรือเปล่า?”คำถามนั้นทำให้ศักดิ์ชัยนิ่ง“รู้จักมากกว่าที่แกรู้จั

  • เงาในออฟฟิศ   33.พี่ชายที่ไม่ควรมีอยู่

    ปัง!เสียงปืนจากชั้น 47 ดังสนั่นจนพื้นใต้เท้าของต้นสั่นสะเทือน ความมืดกลืนกินทุกสิ่งในชั่วพริบตาต้นยืนแข็งอยู่กลางทางเดิน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก มือที่ถือปืนกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“สารวัตร!” ไม่มีเสียงตอบ“สารวัตรภาคิน!”ยังคงเงียบ ต้นหันกลับไปทางชายสูงวัยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่ แต่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีชายชราไม่มีรูปถ่าย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยว่าเคยมีใครยืนอยู่ มีเพียงความมืดและเสียงหายใจของตัวเองต้นยกปืนขึ้นช้า ๆ“ภาคิน…”ทันใดนั้นแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก็ติดขึ้นทีละดวง วูบ…วูบ…วูบ…แสงสีแดงส่องทางเดินเป็นช่วง ๆ เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ต้นต้องกลั้นหายใจ พื้นเต็มไปด้วยรอยเลือดแต่ไม่มีศพไม่มีปลอกกระสุน ไม่มีแม้แต่รอยกระสุนบนผนัง ต้นค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า “สารวัตร?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง “อย่าขยับ”ต้นชะงักทันทีเขาจำเสียงนั้นได้ภาคินต้นค่อย ๆ หันกลับไปสารวัตรยืนอยู่ปลายทางเดิน ปืนถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังเขา“วางปืนลง”ต้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ“เมื่อกี้คุณหายไปไหน?”“วางปืนลงก่อน”“ผมถามว่าคุณหายไปไหน!”ภาคินไม่ตอบ ต้นมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเสื้อเชิ้ตยังขาดเป็นริ้ว แขนข้างเ

  • เงาในออฟฟิศ   32.คนที่ตายไปแล้ว

    เสียงนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของต้น“ครั้งนี้…อย่าฆ่าผิดคน”ต้นยืนตัวแข็งอยู่กลางห้องบัญชี ปืนในมือสั่นเล็กน้อย สายตาจับจ้องชายสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคนแรกคือสารวัตรภาคิน เสื้อเชิ้ตของเขาขาดเป็นริ้ว ใบหน้าด้านหนึ่งเปื้อนเลือดจนแทบมองไม่เห็นสีผิว แขนข้างหนึ่งห้อยลงอย่างผิดธรรมชาติ แต่เขายังคงยืนอยู่และในอ้อมแขนของเขา…คือร่างของกิตติดวงตาของกิตติปิดสนิท ใบหน้าซีดขาว รอยเลือดไหลลงมาตามขมับ ก่อนหยดลงบนพื้นทีละหยด หยด…หยด…หยด…แต่คนที่ทำให้ต้นไม่สามารถขยับได้คือชายที่ยืนอยู่ด้านหลังภาคินเขามีใบหน้าเหมือนต้นทุกประการเหมือนกับชายที่เพิ่งหายตัวไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนต้นยกปืนขึ้น“แก…” ชายอีกคนไม่ตอบเขาเพียงยืนมองต้นผ่านศูนย์เล็งของปืนในมือภาคินค่อย ๆ วางร่างกิตติลงกับพื้น“ต้น” เสียงของภาคินแหบพร่า“อย่ายิง”ต้นไม่ลดปืน“สารวัตรเป็นอะไร?”ภาคินก้มมองแขนตัวเอง“ฉันไม่รู้”“เลือดนั่น…”“ไม่ใช่เลือดของฉัน” ต้นชะงักภาคินเงยหน้าขึ้น“และไม่ใช่เลือดของกิตติ” อะไรนะ?”ภาคินเดินเข้ามาช้า ๆ“มันเป็นเลือดที่ระบบสร้างขึ้นมา” ต้นมองร่างกิตติบนพื้น“แล้วเขาตายหรือยัง?”ภาคินไม่ตอบต้นกำปืนแน่นขึ้น“ผมถา

  • เงาในออฟฟิศ   31.คืนแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้น(4)

    ปัง!เสียงปืนดังสนั่นจนต้นสะดุ้งสุดตัว ควันสีขาวลอยออกจากปลายกระบอกปืนในมือของชายตรงหน้า แต่ไม่มีเลือด ไม่มีร่างใครล้มลง และไม่มีแม้แต่รอยกระสุนบนผนังต้นยืนแข็งอยู่กับที่ชายที่มีใบหน้าเหมือนเขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ รอยยิ้มเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้า“ตกใจเหรอ?”ต้นยกปืนขึ้นเล็งตรงกลางหน้าผากของอีกฝ่าย“เมื่อกี้แกยิงอะไร?”“ความทรงจำ”“หมายความว่าอะไร?”ชายคนนั้นถอนหายใจ ก่อนวางปืนลงบนโต๊ะ กระสุนที่นายเห็นเมื่อกี้ไม่ใช่กระสุนจริง มันเป็นเพียงเหตุการณ์ที่ระบบต้องการให้นายเชื่อว่าเกิดขึ้น”ต้นไม่ลดปืน“แกเป็นใคร?”ฉันบอกไปแล้ว”“ฉันไม่เชื่อ”“นายไม่เคยเชื่อฉันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้ต้นชะงัก ชายตรงหน้าค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาดูเหมือนต้นทุกอย่าง ทั้งใบหน้า รูปร่าง น้ำเสียง แม้กระทั่งรอยแผลเล็ก ๆ บริเวณข้อมือซ้าย แต่สิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปคือดวงตา ดวงตาคู่นั้นเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาหลายปี“ฉันคือต้นจากครั้งที่สาม”“ครั้งที่สาม?”“ใช่”ชายคนนั้นเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา“และนายคือต้นจากครั้งแรก”ต้นขมวดคิ้ว“ฉันไม่เข้าใจ”“เพราะความทรงจำของนายถูกตัดออก”แฟ้มถูกเปิดออกด้านในเต็มไปด้วยรูป

  • เงาในออฟฟิศ   30.คืนแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้น(3)

    “พี่เปิดประตู แล้วทุกคนตายหมด”ต้นจ้องเด็กชายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ มือของเด็กกำปืนแน่นจนปลายนิ้วซีด แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อาวุธในมือเล็ก ๆ นั้นมันคือสายตา สายตาของเด็กชายไม่ได้เหมือนเด็กวัยเจ็ดขวบเลย มันเต็มไปด้วยความรู้เหมือนเด็กคนนี้เคยเห็นสิ่งที่ต้นกำลังจะเห็นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน“นายรู้ได้ยังไง…”เด็กชายไม่ตอบ นายเป็นใคร?”เด็กชายก้มมองปืนในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง“ผมบอกพี่แล้ว”อะไร?”ผมคือพี่”ต้นนิ่งไป ไม่ใช่…”พี่จำไม่ได้หรอก”เด็กชายเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวกึก…กึก…กึก…ทุกครั้งที่เท้าของเด็กแตะพื้น เสียงรอบตัวกลับเงียบลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดต้นไม่ได้ยินแม้แต่เสียงระบบที่กำลังทำงานอยู่คืนนี้พี่เคยเปิดประตูมาแล้ว”ต้นส่ายหน้าฉันไม่เคย…”เคย”เด็กชายยกปืนขึ้นชี้ไปที่ประตูห้องบัญชี แล้วพี่ก็เสียทุกคนไป”ต้นหันไปมองประตู ประตูไม้สีเทายังคงปิดสนิทแต่คราวนี้มันไม่ได้มีเพียงเสียงโทรศัพท์ดังออกมา มีเสียงบางอย่างดังมาจากด้านในเสียงคนเดินหลายคน กึก…กึก…กึก…จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นต้น…”ต้นจำได้ทันที กิตติ ช่วยฉันด้วย…”ต้นกำกระดาษที่อยู่ในมือแน่นขึ้น เสียงเมย์ตามมา ต้น เปิดประตูสิ…”จ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status