LOGINเสียงประกาศพักกลางวันดังขึ้นจากลำโพงภายในบริษัทพอดีกับที่ต้นปิดแฟ้มเอกสารกองสุดท้ายของช่วงเช้า
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ สูดหายใจลึก รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งบ่าและต้นคอ การนั่งจ้องตัวเลขหลายชั่วโมงติดต่อกันเป็นเรื่องที่เขาคุ้นเคย แต่ไม่เคยชินเสียทีเดียว ไปกินข้าวไหม”เมย์โผล่มาที่ยังโต๊ะ พร้อมยกแก้วกาแฟเปล่าขึ้นแกว่งวันนี้ไม่ปฏิเสธนะ”ต้นมองกองแฟ้มตรงหน้า ก่อนถอนหายใจ. สิบนาทีได้ไหม”ได้ แต่ห้ามเบี้ยวนะ”เธอยิ้มก่อนเดินไปรอหน้าลิฟต์ โรงอาหารของบริษัทเต็มไปด้วยพนักงานที่กำลังพูดคุยกันอย่างคึกคัก เสียงช้อนกระทบจาน เสียงหัวเราะ และเสียงบ่นเรื่องงานดังปะปนกันไปต้นกับเมย์เลือกนั่งมุมเดิมติดหน้าต่าง ช่วงนี้นายดูเหนื่อยกว่าเดิมนะ”เมย์ตักข้าวเข้าปากก่อนถาม งานเยอะ”แค่นั้นเหรอ” ต้นยิ้มบาง ๆแม่เข้าโรงพยาบาลเมื่ออาทิตย์ก่อน”เมย์วางช้อนลง อาการหนักไหม”หมอบอกว่ายังคุมได้ แต่ต้องตรวจบ่อยขึ้น”เงินพอไหม” ต้นหัวเราะเบา ๆถ้าบอกว่าพอ ก็คงโกหก”เมย์เงียบไปพักหนึ่ง ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ”ขอบใจ”บทสนทนาสั้น ๆ จบลงด้วยความเงียบ ต่างคนต่างก้มหน้ากินข้าว แต่ในสายตาของเมย์ เธอรู้ว่าต้นกำลังแบกรับภาระมากกว่าที่เขาแสดงออก ขณะกำลังจะลุกกลับขึ้นออฟฟิศ เสียงตะโกนก็ดังมาจากอีกฝั่งของโรงอาหาร เอกสารหายได้ยังไง!”ต้นหันไปมอง ชายร่างใหญ่ในชุดสูทกำลังยืนเผชิญหน้ากับกิตติ ผู้จัดการฝ่ายการเงิน ทั้งสองพูดกันด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดผมเก็บไว้ในตู้เซฟแล้ว”กิตติพูดเสียงต่ำ ถ้ามันหาย นายต้องรับผิดชอบ”ผมกำลังหาอยู่”รีบหา ก่อนที่ท่านประธานจะรู้”ทั้งคู่หยุดพูดทันทีเมื่อเห็นพนักงานหลายคนหันมามอง ชายร่างใหญ่เดินจากไปด้วยสีหน้าหงุดหงิด ส่วนกิตติยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินออกจากโรงอาหารโดยแทบไม่ได้แตะอาหารที่ซื้อมา เมย์มองตาม“ช่วงนี้ฝ่ายการเงินแปลก ๆ นะ”ต้นพยักหน้า อาจจะโดนตรวจบัญชีก็ได้”ทั้งคู่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีก บ่ายโมงครึ่งต้นกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานอีเมลฉบับหนึ่งถูกส่งเข้ามาหัวข้อ : ตรวจสอบรายการโอนเงินด่วน ผู้ส่งคือกิตติ เนื้อหาเขียนเพียงสั้น ๆช่วยตรวจรายการโอนเลขที่ F-2478 ให้หน่อย และอย่าแจ้งใคร”ต้นขมวดคิ้ว ทำไมต้องไม่แจ้งใคร เขาเปิดระบบบัญชีขึ้นมาอีกครั้ง ค้นหารายการ F-2478ยอดเงินแสดงขึ้นบนหน้าจอ 48,750,000 บาทต้นอ้าปากค้างเงินเกือบห้าสิบล้านบาทแต่ปลายทางกลับเป็นบริษัทชื่อ เอส.พี.โฮลดิ้งเขาไม่เคยเห็นชื่อนี้มาก่อน ต้นกดค้นฐานข้อมูลคู่ค้า ไม่พบค้นเลขผู้เสียภาษี ไม่พบ ค้นประวัติการทำธุรกรรมย้อนหลัง ไม่พบเช่นกัน เหมือนบริษัทนี้เพิ่งโผล่ขึ้นมาจากอากาศ เขาหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาตรวจไม่มีใบสั่งซื้อ ไม่มีสัญญา ไม่มีใบอนุมัติ ไม่มีแม้แต่ลายเซ็นผู้บริหารเป็นไปได้ยังไง…”ในฐานะพนักงานบัญชี เขารู้ดีว่าเงินจำนวนนี้ไม่มีทางถูกโอนได้หากไม่มีเอกสารประกอบ แต่ในระบบกลับแสดงสถานะว่าอนุมัติแล้ว ทันใดนั้นกิตติเดินเข้ามาหาเขา สีหน้าของผู้จัดการฝ่ายการเงินดูอ่อนล้า ราวกับไม่ได้นอนมาหลายคืน “ตรวจถึงไหนแล้ว”ผมหาเอกสารไม่เจอครับ”กิตติเงียบไป ช่างมัน”ต้นเงยหน้าขึ้น ครับ?”ลืมเรื่องนี้ไป”แต่…” ผมบอกให้ลืม”น้ำเสียงหนักแน่นผิดปกติ กิตติมองซ้ายมองขวา ก่อนก้มลงพูดเบา ๆบางเรื่อง ยิ่งรู้น้อย ยิ่งปลอดภัย”พูดจบ เขาก็เดินจากไปทันที ต้นนั่งนิ่ง คำพูดนั้นวนอยู่ในหัวไม่หยุด ประมาณบ่ายสามโมงฝนเริ่มตกหนักเม็ดฝนกระแทกกระจกอาคารดังต่อเนื่องต้นกำลังตรวจรายงานอีกชุดจู่ ๆ ระบบคอมพิวเตอร์ก็ดับไปชั่วขณะ ไฟทั้งชั้นกะพริบ “ไฟตกอีกแล้ว” เพื่อนร่วมงานบ่น เมื่อระบบกลับมาหน้าจอของต้นเปิดค้างอยู่ที่โฟลเดอร์หนึ่งทั้งที่เขาไม่เคยเปิดมาก่อนชื่อโฟลเดอร์คือ Confidentialภายในมีไฟล์เพียงไฟล์เดียว Project Blackเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนดับเบิลคลิกไฟล์ยังไม่ทันเปิด หน้าจอก็เด้งข้อความขึ้นมา Access Denied จากนั้นไฟล์ทั้งหมดก็หายไปต่อหน้าต่อตาเหมือนไม่เคยมีอยู่ ต้นขมวดคิ้ว “เมื่อกี้…”เขาแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด แต่ก็อธิบายไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หกโมงเย็นพนักงานทยอยเก็บของกลับบ้าน เสียงอวยพรลาและเสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วออฟฟิศเมย์เดินมาหยุดที่โต๊ะต้น “กลับพร้อมกันไหม”ต้นมองนาฬิกาก่อนส่ายหน้าวันนี้ต้องอยู่โอที”อีกแล้วเหรอ”ผู้จัดการสั่ง”เมย์ถอนหายใจงั้นอย่ากลับดึกมากนะ”อืม”เธอเดินเข้าลิฟต์พร้อมพนักงานคนอื่น ประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลง ต้นมองตามโดยไม่รู้ว่า…นั่นคือครั้งสุดท้ายในวันนั้นที่เขาจะเห็นบรรยากาศของบริษัทเป็นปกติ เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ค่ำคืน อาคารทั้งหลังจะเหลือคนอยู่เพียงไม่กี่คน และเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นปัง!เสียงปืนดังขึ้นในความมืดต้นยืนแข็งอยู่กลางทางเดิน ร่างกายไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของสมอง เสียงปืนยังคงสะท้อนซ้ำไปซ้ำมาราวกับไม่มีวันจางหาย“สารวัตร!”ไม่มีเสียงตอบ ต้นยกปืนขึ้นช้า ๆ“สารวัตรภาคิน!”ความมืดเงียบสนิทจากนั้นไฟฉุกเฉินสีแดงก็ติดขึ้น วูบ…วูบ…วูบ…ทางเดินยาวตรงหน้ากลับว่างเปล่า ไม่มีภาคิน ไม่มีชายปริศนา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของกระสุนต้นหันกลับไปมองหน้าจอที่ติดอยู่บนผนังภาพบ้านหลังเดิมยังค้างอยู่ เด็กสามคนยืนอยู่หน้าบ้านแต่ตอนนี้มีเพียงสองคนต้นกับธีร์ เด็กคนที่สามหายไปแล้วต้นขมวดคิ้ว“เมื่อกี้มีสามคน…”เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง “ใช่”ต้นหันกลับทันทีชายคนนั้นยืนอยู่ตรงปลายทางเดินแสงสีแดงส่องกระทบใบหน้าต้นมองเขาอย่างไม่กะพริบ ใบหน้าของชายคนนั้นคล้ายเขาแต่ไม่เหมือน T-01ไม่เหมือนธีร์ ไม่เหมือนต้น ดวงตาของเขามีบางอย่างที่ต้นไม่เคยเห็นในตัวใครความว่างเปล่า“นายคือใคร?”ชายคนนั้นยิ้ม“คำถามนี้พี่เคยถามผมแล้ว” ต้นกำปืนแน่น“ฉันไม่เคยเห็นนาย” “พี่เห็น” “ไม่เคย”“ทุกคืน”ต้นชะงัก ชายคนนั้นเดินเข้ามาช้า ๆ“ทุกครั้งที่พี่ฝันว่าตัวเองยืนอยู่ริมสระ”ต้นหน้าซีด“หยุด…”“ทุกครั้งที่พี่ได้ยินเ
ปัง!เสียงปืนจากนอกห้องดังขึ้นอีกครั้งต้นสะดุ้งสุดตัว เขาหันกลับไปมองประตูเหล็กที่ปิดสนิท หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่น“สารวัตร!”ไม่มีคำตอบ ต้นรีบวิ่งไปที่ประตู ใช้สองมือผลักมันเต็มแรง แต่ประตูไม่ขยับแม้แต่น้อย“เปิด!”เขาทุบประตูซ้ำ“สารวัตรภาคิน!” ความเงียบตอบกลับมา มีเพียงเสียงเครื่องจักรเบา ๆ ที่ดังอยู่ใต้พื้น ต้นค่อย ๆ ถอยออกมา หน้าจอขนาดใหญ่ตรงหน้ากะพริบอีกครั้ง ต้นจ้องข้อความนั้นด้วยความสับสน“ผมคือ T-02…”เสียงของเขาเองยังคงดังออกมาจากลำโพง “ถ้านายกำลังได้ยินเสียงนี้ แปลว่าฉันตายไปแล้ว” ต้นยกมือขึ้นกุมขมับ“นี่มันอะไรกัน…”ศักดิ์ชัยยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงมุมห้อง สีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังรอให้เขานึกอะไรบางอย่างออก“แกถามว่าความจริงคืออะไร” ต้นหันไปมอง“ผมอยากรู้ทุกอย่าง”ศักดิ์ชัยเงียบไปครู่หนึ่ง“แน่ใจหรือ”“ผมเสียเวลาอยู่ที่นี่มามากพอแล้ว”“ถ้ารู้แล้ว แกอาจอยากลืมมันอีกครั้ง”“ผมไม่สน” ศักดิ์ชัยหัวเราะเบา ๆ“เหมือนเดิมจริง ๆ” ต้นชะงัก“เหมือนเดิม?”“ดื้อ และคิดว่าตัวเองรับความจริงได้ทุกอย่าง”“พ่อรู้จักผมจริง ๆ หรือเปล่า?”คำถามนั้นทำให้ศักดิ์ชัยนิ่ง“รู้จักมากกว่าที่แกรู้จั
ปัง!เสียงปืนจากชั้น 47 ดังสนั่นจนพื้นใต้เท้าของต้นสั่นสะเทือน ความมืดกลืนกินทุกสิ่งในชั่วพริบตาต้นยืนแข็งอยู่กลางทางเดิน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก มือที่ถือปืนกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“สารวัตร!” ไม่มีเสียงตอบ“สารวัตรภาคิน!”ยังคงเงียบ ต้นหันกลับไปทางชายสูงวัยที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่ แต่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีชายชราไม่มีรูปถ่าย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยว่าเคยมีใครยืนอยู่ มีเพียงความมืดและเสียงหายใจของตัวเองต้นยกปืนขึ้นช้า ๆ“ภาคิน…”ทันใดนั้นแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก็ติดขึ้นทีละดวง วูบ…วูบ…วูบ…แสงสีแดงส่องทางเดินเป็นช่วง ๆ เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ต้นต้องกลั้นหายใจ พื้นเต็มไปด้วยรอยเลือดแต่ไม่มีศพไม่มีปลอกกระสุน ไม่มีแม้แต่รอยกระสุนบนผนัง ต้นค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า “สารวัตร?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง “อย่าขยับ”ต้นชะงักทันทีเขาจำเสียงนั้นได้ภาคินต้นค่อย ๆ หันกลับไปสารวัตรยืนอยู่ปลายทางเดิน ปืนถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังเขา“วางปืนลง”ต้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ“เมื่อกี้คุณหายไปไหน?”“วางปืนลงก่อน”“ผมถามว่าคุณหายไปไหน!”ภาคินไม่ตอบ ต้นมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเสื้อเชิ้ตยังขาดเป็นริ้ว แขนข้างเ
เสียงนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของต้น“ครั้งนี้…อย่าฆ่าผิดคน”ต้นยืนตัวแข็งอยู่กลางห้องบัญชี ปืนในมือสั่นเล็กน้อย สายตาจับจ้องชายสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคนแรกคือสารวัตรภาคิน เสื้อเชิ้ตของเขาขาดเป็นริ้ว ใบหน้าด้านหนึ่งเปื้อนเลือดจนแทบมองไม่เห็นสีผิว แขนข้างหนึ่งห้อยลงอย่างผิดธรรมชาติ แต่เขายังคงยืนอยู่และในอ้อมแขนของเขา…คือร่างของกิตติดวงตาของกิตติปิดสนิท ใบหน้าซีดขาว รอยเลือดไหลลงมาตามขมับ ก่อนหยดลงบนพื้นทีละหยด หยด…หยด…หยด…แต่คนที่ทำให้ต้นไม่สามารถขยับได้คือชายที่ยืนอยู่ด้านหลังภาคินเขามีใบหน้าเหมือนต้นทุกประการเหมือนกับชายที่เพิ่งหายตัวไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนต้นยกปืนขึ้น“แก…” ชายอีกคนไม่ตอบเขาเพียงยืนมองต้นผ่านศูนย์เล็งของปืนในมือภาคินค่อย ๆ วางร่างกิตติลงกับพื้น“ต้น” เสียงของภาคินแหบพร่า“อย่ายิง”ต้นไม่ลดปืน“สารวัตรเป็นอะไร?”ภาคินก้มมองแขนตัวเอง“ฉันไม่รู้”“เลือดนั่น…”“ไม่ใช่เลือดของฉัน” ต้นชะงักภาคินเงยหน้าขึ้น“และไม่ใช่เลือดของกิตติ” อะไรนะ?”ภาคินเดินเข้ามาช้า ๆ“มันเป็นเลือดที่ระบบสร้างขึ้นมา” ต้นมองร่างกิตติบนพื้น“แล้วเขาตายหรือยัง?”ภาคินไม่ตอบต้นกำปืนแน่นขึ้น“ผมถา
ปัง!เสียงปืนดังสนั่นจนต้นสะดุ้งสุดตัว ควันสีขาวลอยออกจากปลายกระบอกปืนในมือของชายตรงหน้า แต่ไม่มีเลือด ไม่มีร่างใครล้มลง และไม่มีแม้แต่รอยกระสุนบนผนังต้นยืนแข็งอยู่กับที่ชายที่มีใบหน้าเหมือนเขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ รอยยิ้มเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้า“ตกใจเหรอ?”ต้นยกปืนขึ้นเล็งตรงกลางหน้าผากของอีกฝ่าย“เมื่อกี้แกยิงอะไร?”“ความทรงจำ”“หมายความว่าอะไร?”ชายคนนั้นถอนหายใจ ก่อนวางปืนลงบนโต๊ะ กระสุนที่นายเห็นเมื่อกี้ไม่ใช่กระสุนจริง มันเป็นเพียงเหตุการณ์ที่ระบบต้องการให้นายเชื่อว่าเกิดขึ้น”ต้นไม่ลดปืน“แกเป็นใคร?”ฉันบอกไปแล้ว”“ฉันไม่เชื่อ”“นายไม่เคยเชื่อฉันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้ต้นชะงัก ชายตรงหน้าค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาดูเหมือนต้นทุกอย่าง ทั้งใบหน้า รูปร่าง น้ำเสียง แม้กระทั่งรอยแผลเล็ก ๆ บริเวณข้อมือซ้าย แต่สิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปคือดวงตา ดวงตาคู่นั้นเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาหลายปี“ฉันคือต้นจากครั้งที่สาม”“ครั้งที่สาม?”“ใช่”ชายคนนั้นเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา“และนายคือต้นจากครั้งแรก”ต้นขมวดคิ้ว“ฉันไม่เข้าใจ”“เพราะความทรงจำของนายถูกตัดออก”แฟ้มถูกเปิดออกด้านในเต็มไปด้วยรูป
“พี่เปิดประตู แล้วทุกคนตายหมด”ต้นจ้องเด็กชายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ มือของเด็กกำปืนแน่นจนปลายนิ้วซีด แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อาวุธในมือเล็ก ๆ นั้นมันคือสายตา สายตาของเด็กชายไม่ได้เหมือนเด็กวัยเจ็ดขวบเลย มันเต็มไปด้วยความรู้เหมือนเด็กคนนี้เคยเห็นสิ่งที่ต้นกำลังจะเห็นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน“นายรู้ได้ยังไง…”เด็กชายไม่ตอบ นายเป็นใคร?”เด็กชายก้มมองปืนในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง“ผมบอกพี่แล้ว”อะไร?”ผมคือพี่”ต้นนิ่งไป ไม่ใช่…”พี่จำไม่ได้หรอก”เด็กชายเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวกึก…กึก…กึก…ทุกครั้งที่เท้าของเด็กแตะพื้น เสียงรอบตัวกลับเงียบลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดต้นไม่ได้ยินแม้แต่เสียงระบบที่กำลังทำงานอยู่คืนนี้พี่เคยเปิดประตูมาแล้ว”ต้นส่ายหน้าฉันไม่เคย…”เคย”เด็กชายยกปืนขึ้นชี้ไปที่ประตูห้องบัญชี แล้วพี่ก็เสียทุกคนไป”ต้นหันไปมองประตู ประตูไม้สีเทายังคงปิดสนิทแต่คราวนี้มันไม่ได้มีเพียงเสียงโทรศัพท์ดังออกมา มีเสียงบางอย่างดังมาจากด้านในเสียงคนเดินหลายคน กึก…กึก…กึก…จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นต้น…”ต้นจำได้ทันที กิตติ ช่วยฉันด้วย…”ต้นกำกระดาษที่อยู่ในมือแน่นขึ้น เสียงเมย์ตามมา ต้น เปิดประตูสิ…”จ







