Se connecterหันไปมอง เห็นมีคนยืนจังก้าตรงหน้าประตู แสงจากด้านนอกส่องเข้ามาที่เบื้องหลังของเขา ทำให้มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเท่าไรนัก
ชายคนนั้นเดินเข้ามายังด้านใน ท่าทีไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น จนเริ่มเห็นหน้าของเขาชัดเจนขึ้น ก็พบว่าอีกฝ่ายมีดวงตายาวรีทอแววเย็นชาและดุดัน
บุณย์นราสบตาแล้วพลันสะท้านเยือกขึ้น รู้สึกหวาดกลัวหนาวเยียบเย็นแผ่ซ่านไปตลอดทั้งแนวของสันหลัง ชายคนนั้นร่างกายสูงใหญ่มาก ขนาดกฤตยชญ์ที่ว่าดูสูงใหญ่แล้ว ยังเล็กกว่าชายคนนี้เสียอีก
หันไปมองทางกฤตยชญ์ เห็นว่าเขายืนอ้าปากค้าง แววตาตื่นตระหนกไม่น้อย กฤตยชญ์ละสายตาจากผู้ชายคนนั้นหันมาที่เธอก็สงวนท่าทีกร้าว ๆ ตวาดใส่ชายผู้บุกรุกที่เข้ามาถึงในห้องหอ
“มึงจะตามจองล้างจองผลาญกูไปถึงไหน”
บุณย์นราพอรู้มาบ้างว่ากฤตยชญ์ไม่ใช่แค่รวย เขายังมีอิทธิพลมากล้นพ้นตัวอีกด้วย ขนาดนี้แล้วเหตุใดถึงยังมีคนกล้าหยามเขา และนี่ลูกน้องกับพรรคพวกที่ล้อมอยู่รอบงานหายไปไหนหมด ไม่มีใครรู้เลยหรือว่าตอนนี้มีคนบุกรุกเข้ามา
ชายคนบุกรุกยิ้มเหยียด แล้วว่า “ลงทุนแต่งงานกับสาวทั้งที ไม่เชิญกูมาเป็นสักขีพยานหน่อยวะ”
“อย่ายุ่งกับเมียกูนะ ไอ้เชี่ยโระ…”
กฤตยชญ์ยังไม่ทันได้เอ่ยชื่ออีกฝ่าย ก็ถูกชายคนบุกรุกเดินตรงมาหาพร้อมกับฟาดหมัดใส่เต็มแรง หนักขนาดไหนก็ดูเอาจากที่กฤตยชญ์ถลาลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นนั่นเป็นไง
“คนนี้คงรักมาก?”
บุณย์นราได้ยินคำถามของชายคนนั้นแล้ว ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย มองไปยังกฤตยชญ์ เห็นแววตาเขาไหววูบหน่อยหนึ่ง ชี้มือใส่คนบุกรุก กล่าวยั่วกลับอย่างลืมตัว
“มากกว่าสิรีก็แล้วกัน”
กฤตยชญ์กล่าวไม่ทันจบประโยคดี ชายคนนั้นชกกฤตยชญ์อีกที คราวนี้แบบไม่ยั้งมือเลย กฤตยชญ์หลบได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ที่เธอเห็นส่วนใหญ่จะหลบหมัดทางนั้นไม่ได้ สุดท้ายสภาพของกฤตยชญ์ก็เริ่มช้ำ ใบหน้าแตกยับไปเกือบครึ่ง
กฤตยชญ์ใช้หลังมือตัวเองปาดเลือดออก ถุยน้ำลายในปากลงบนพื้นห้อง ตะเบ็งเสียงแข่งกับเพลงที่ดังลั่นอยู่ด้านนอก
“มึงจะเอายังไงกับกู จะจองเวรกับกูไปจนตายเพราะอีนั่นคนเดียวน่ะหรือ”
ชายคนนั้นจ้องกฤตยชญ์ตรง ๆ บอกเสียงเหี้ยม “คนอย่างมึง ต้องรู้จักคำว่า ‘สูญเสีย’ บ้าง ไม่อย่างนั้นไม่มีวันสำนึก”
กฤตยชญ์ได้ยินคำว่า ‘สูญเสีย’ ที่ออกมาจากปากของอีกฝ่าย ใบหน้าของเขาเหมือนจะซีดเผือดละล่ำละลักบอก เสียงที่กร้าวเมื่อครู่ก็อ่อนลงทันควัน
“จะทำอะไรพี่ก็ได้ แต่อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้เลยนะ นึกถึงมิตรภาพครั้งเก่าของเราบ้างสิวะ พี่ขอละ”
ชายคนนั้นมองกฤตยชญ์อย่างดูแคลน “มึงกล้ารื้อฟื้นเรื่องมิตรภาพด้วยหรือ สงสัยแม่นี่จะไม่ธรรมดาจริง ๆ”
ชายคนบุกรุกเอ่ยจบ หันมองเธอ กวาดสายตาขึ้นลงอย่างกับกำลังประเมินราคาสินค้าอยู่ ว่าเสียงหยันใส่ “ได้ข่าวว่าคนนี้มึงหวงหนักเลยนี่ ให้คนตามเฝ้าเช้าเฝ้าเย็น มั่นใจได้ยังไงว่ายังสดอยู่ ไม่ใช่ว่าเขาย้อมแมวขายให้มึงหรอกหรือ”
“อย่าพูดจาหมา ๆ สิวะ” กฤตยชญ์สวนกลับทันที พอเห็นสายตาของอีกฝ่าย ก็รีบแก้ต่างออกไป “พี่หมายถึงอย่าพูดแบบนั้น น้องเขาจะเสียหายได้”
แม้ปากจะเอ่ยออกไปแบบนั้น แต่ในใจของกฤตยชญ์ก็อดคิดไขว้เขวตามคำพูดของอีกฝ่ายไม่ได้ กฤตยชญ์คิดว่าตนเองให้คนตามเฝ้าหญิงสาวที่หมายอยากครอบครองอยู่ตลอดเวลาก็จริงอยู่ แต่มันอาจมีบ้างที่ลับหูลับตาคนของเขา แล้วก็มีไม่น้อยผู้หญิงที่ชอบทำตัวใส ๆ แต่ข้างในโพรงกลวงไปหมดแล้ว บุณย์นราจะยังสดซิงจริงไหม
บุณย์นราไม่ใช่ประเภทโกรธใครง่าย ๆ แต่คราวนี้กลับถูกปั่นอารมณ์ได้อย่างง่ายดาย ถูกกล่าวหาจากคนไม่รู้จักหน้าค่าตาจนเสียหายหนัก ก็ให้ฉุนกึก ใบหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นโกรธจัดในทันทีแย้งด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย ที่สั่นก็เพราะทั้งโกรธทั้งกลัวผสมปนเปกันไป
“บุณไม่เคยทำตัวแบบนั้นนะคะ... พี่ฟาส” ท้ายประโยคหันไปมองหน้ากฤตยชญ์ คล้ายกับต้องการให้เขามั่นใจในตัวเธอ
ได้ยินคำยืนยันจากหญิงสาว คนบุกรุกผุดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก เดินตรงมาที่บุณย์นราด้วยท่าทีคุกคาม พร้อมกับว่า
“เดี๋ยวกูพิสูจน์ให้ ว่าน้องเขายังสดจริง”
“อย่าเข้ามานะ! / อย่านะโว้ย!” เสียงห้ามจากปากของเธอและกฤตยชญ์ดังขึ้นแทบพร้อมกัน
และชายคนนั้นก็ถูกกฤตยชญ์เข้ามาดึงจากทางด้านหลัง คนบุกรุกแค่เบี่ยงตัวหน่อยเดียว แล้วใช้โอกาสได้เปรียบเหวี่ยงขาเตะเข้าที่ชายโครงของกฤตยชญ์ แค่นั้นกฤตยชญ์ก็ลงไปนอนกองที่พื้นอีกรอบแล้ว
บุณย์นราเห็นว่าเจ้าบ่าวของเธอเป็นรองอีกฝ่าย คงเพราะเขาเมามากเลยทำให้เพลี่ยงพล้ำ หัวก็คิดหาทางช่วยเหลือกฤตยชญ์ในทันที
เธอพุ่งตัวเข้าไปดึงแขนชายแปลกหน้าคนนั้น ออกแรงรั้งชายร่างสูงใหญ่ด้วยสองมือของตัวเอง เพื่อให้กฤตยชญ์ได้มีโอกาสสู้เอาตัวรอดได้บ้าง แต่เธอก็สู้แรงของผู้ชายคนนั้นไม่ไหว ถูกเขาเหวี่ยงทีเดียวก็เกือบหลุด แต่มือเธอเหนียวพอตัว บุณย์นราเกาะแขนชายคนนั้นแน่น แล้วก้มลงกัดแขนล่ำและแข็งไปด้วยมัดกล้ามสุดแรงที่มี ทำให้กฤตยชญ์สบโอกาสเหมาะที่จะเอาคืน ลุกขึ้นกระหน่ำหมัดใส่ชายคนนั้น แต่อีกฝ่ายมีฝีมือมากกว่าจึงหลบได้อีก
เธอเลยพลอยถูกลูกหลงไปด้วยในจังหวะนั้น เพราะเขาตวัดแขนข้างที่เธอกัดอยู่เหวี่ยงออก บุณย์นราจึงกระเด็นไปกระแทกกับเตียงนอน หญิงสาวถึงกับหลุดปากร้องโอยขึ้น รู้สึกเสียวแปลบที่บั้นท้าย หันไปดูกฤตยชญ์อีกที เห็นเขาลงไปนอนนิ่งกองอยู่ที่พื้นแล้ว
“พี่ฟาส!” เธอเรียกชื่อเล่นของกฤตยชญ์ด้วยความเป็นห่วง
นาทีนั้นเองที่เธอเห็นชายแปลกหน้าดึงเอาปืนที่เหน็บอยู่ด้านหลัง จ่อไปยังศีรษะของกฤตยชญ์ ขึ้นนกรอเตรียมยิง และการได้เห็นคนกำลังจะถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ก็ทำให้รู้สึกหดหู่ไม่น้อย
บุณย์นราถลาเข้าไปยืนขวางไว้อย่างที่ไม่มีเวลาคิดถึงความตาย เธอมองหน้าชายคนนั้นตรง ๆ พูดด้วยปากคอที่สั่นจนคุมไม่อยู่
“ฉันไม่รู้ว่าคุณกับพี่ฟาสเคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อน แต่ฉันขอร้อง ว่าอย่าถึงกับต้องฆ่าต้องแกงกันเลยนะ”
ชายคนบุกรุกไม่พูดอะไรโต้ตอบ เขาหรี่ตามองเธอแล้วยิ้มหยันออกมาหน่อยหนึ่ง หันไปทางกฤตยชญ์อีกครั้ง ยกข้อมือที่กำปืนเล็งตรงศีรษะของคู่กรณี เตรียมยิง
บุณย์นราเห็นแล้วดูท่าไม่ดี ก็มองหาทางเอาตัวรอด ก้าวถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนไปชนเข้ากับโต๊ะที่มีโคมไฟตั้งอยู่บนนั้น เหลือบตามองมัน แล้วจึงไพล่มือไปทางด้านหลัง คว้าโคมไฟได้ยกเงื้อขึ้นเหนือศีรษะ วิ่งตรงไปหาคนที่มีปืนอยู่ในมือออกแรงจะฟาด แต่เขาหลบทันแบบฉิวเฉียด ส่วนเธอนั้นถลาลงไปนอนกองที่พื้น หน้ากระแทกเข้ากับโคมไฟในมืออย่างจัง เจ็บแปลบที่กลางหน้าผากในวินาทีต่อมา
แล้วได้ยินเสียงร้องดังขึ้นอีกครั้ง หันไปมองก็เห็นว่าเขาเตะอัดเข้าที่ท้องของกฤตยชญ์สามถึงสี่ทีเห็นจะได้ จนอีกฝ่ายนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น คราวนี้เขายอมเก็บปืนเข้าที่เดิม แล้วเปลี่ยนจุดหมายจากกฤตยชญ์ตรงมาที่เธอแทน
บุณย์นราชักใจคอไม่ดี เห็นสายตาเย็นชาดุดันแบบนั้นใช่ว่าเธอไม่กลัวเขาเสียที่ไหน เมื่อครู่คงเสียจังหวะเพราะเธอ นี่คิดจะทำร้ายเธออีกคนแล้วกระมัง วันนี้มันวันแต่งงานเธอแท้ ๆ เลย จะกลายเป็นงานศพในอีกวันถัดไปหรืออย่างไรกัน
บุณย์นราชักใจคอไม่ดี เห็นสายตาเย็นชาดุดันแบบนั้นใช่ว่าเธอไม่กลัวเขาเสียที่ไหน เมื่อครู่คงเสียจังหวะเพราะเธอ นี่คิดจะทำร้ายเธออีกคนแล้วกระมัง วันนี้มันวันแต่งงานเธอแท้ ๆ เลย จะกลายเป็นงานศพในอีกวันถัดไปหรืออย่างไรกันคิดได้อย่างนั้นแล้วก็นึกกลัวขึ้นมา หันหลังเตรียมหาทางหนีออกจากห้อง แต่ออกวิ่งได้ไม่ถึงสองก้าวดีด้วยซ้ำ ก็ถูกเรี่ยวแรงที่ทั้งไวกว่าและเหนือกว่ารั้งชุดเจ้าสาวของเธอเอาไว้ เขาออกแรงอีกทีกระชากชุดออกเสียงฉีกขาดไม่ดังนัก แต่รับรู้ถึงไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่กระแทกเข้ามายังเนินทรวงของเธอเหลือบตาลงมองชุด พบว่ามันขาดวิ่นปกปิดส่วนสงวนเอาไว้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว จังหวะที่กำลังสำรวจชุดตัวเองอยู่นั้น บุณย์นราพบว่าตัวเธอเองถูกเขาจับเหวี่ยงลงไปนอนอยู่บนเตียงแล้วตั้งสติได้ รีบขยับลุก ดันตัวหนี แต่ก็ถูกร่างใหญ่โตของชายผู้นั้นตามลงมากดเอาไว้ทั้งตัว พร้อมขู่เสียงขรึมเข้มขึ้น“ถ้ายังดิ้นอีก จะเอาให้ขาดหมดเลย ทั้งข้างนอก ข้างใน!”เธออยากถามเขานัก ว่ายังเหลืออะไรให้เขาทำฉีกขาดได้อีก ในเมื่อชุดเจ้าสาวของเธอแทบไม่เหลือเป็นชิ้นเดียวกันแล้วข้างในอย่างนั้นหรือนี่เขาคงไม่คิดจะฉีกชุดชั้นในขอ
หันไปมอง เห็นมีคนยืนจังก้าตรงหน้าประตู แสงจากด้านนอกส่องเข้ามาที่เบื้องหลังของเขา ทำให้มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเท่าไรนักชายคนนั้นเดินเข้ามายังด้านใน ท่าทีไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น จนเริ่มเห็นหน้าของเขาชัดเจนขึ้น ก็พบว่าอีกฝ่ายมีดวงตายาวรีทอแววเย็นชาและดุดันบุณย์นราสบตาแล้วพลันสะท้านเยือกขึ้น รู้สึกหวาดกลัวหนาวเยียบเย็นแผ่ซ่านไปตลอดทั้งแนวของสันหลัง ชายคนนั้นร่างกายสูงใหญ่มาก ขนาดกฤตยชญ์ที่ว่าดูสูงใหญ่แล้ว ยังเล็กกว่าชายคนนี้เสียอีกหันไปมองทางกฤตยชญ์ เห็นว่าเขายืนอ้าปากค้าง แววตาตื่นตระหนกไม่น้อย กฤตยชญ์ละสายตาจากผู้ชายคนนั้นหันมาที่เธอก็สงวนท่าทีกร้าว ๆ ตวาดใส่ชายผู้บุกรุกที่เข้ามาถึงในห้องหอ“มึงจะตามจองล้างจองผลาญกูไปถึงไหน”บุณย์นราพอรู้มาบ้างว่ากฤตยชญ์ไม่ใช่แค่รวย เขายังมีอิทธิพลมากล้นพ้นตัวอีกด้วย ขนาดนี้แล้วเหตุใดถึงยังมีคนกล้าหยามเขา และนี่ลูกน้องกับพรรคพวกที่ล้อมอยู่รอบงานหายไปไหนหมด ไม่มีใครรู้เลยหรือว่าตอนนี้มีคนบุกรุกเข้ามาชายคนบุกรุกยิ้มเหยียด แล้วว่า “ลงทุนแต่งงานกับสาวทั้งที ไม่เชิญกูมาเป็นสักขีพยานหน่อยวะ”“อย่ายุ่งกับเมียกูนะ ไอ้เชี่ยโระ…”กฤตยชญ์ยังไม่ทันได้เอ่ยชื่ออีกฝ่า
นางนวลตาจับมือเธอ มองด้วยสายตาปลาบปลื้ม กระนั้นก็ฉายแววกังวลใจอยู่บ้าง แล้วเอ่ยถึงผู้ใหญ่อีกคนพร้อมถอนหายใจเบา ๆ “แม่ไม่ได้ไปกราบเรียนคุณท่านเลย ว่าเด็กที่ท่านอุปการะเหมือนหลาน กำลังจะออกเรือน”บุณย์นราได้ยินมารดาเอ่ยถึงนายเก่าของท่าน ก็อดถอนหายใจตามไม่ได้ ‘คุณท่าน’ ที่มารดาเอ่ยถึง คือนายเก่าที่มารดารับใช้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กสาว นวลตานิสัยเป็นคนพูดจาอ่อนหวาน ช่างปะเหลาะ คุณท่านจึงเมตตากว่าใครอื่นในบ้านพอมารดาของเธอแตกเนื้อสาว พบรักกับนายอำนวย หลานคนงานของคุณท่านเช่นกัน คุณท่านก็ปรานีจัดงานแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราว นายอำนวยบอกว่าอยากออกไปทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว คุณท่านก็ยังเมตตา ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร ทั้งยังให้เงินอีกก้อนไว้ตั้งตัว แต่แล้วก็ไปไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง ต้องกลับไปพึ่งบารมีคุณท่านอยู่เนือง ๆ ซึ่งท่านเองก็ปรานีเสมอมา ไม่เคยว่ากล่าวอะไรเลย มีแต่ให้กำลังใจ กล่าวสอนและช่วยเหลือทุกครั้ง เมื่อตอนบุณย์นราพอรู้ความ นวลตาพาไปบ้านของคุณท่านด้วย คุณท่านเห็นเด็กหญิงเข้าก็นึกถูกชะตาเป็นพิเศษ จึงขออุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแต่ตอนนั้นเพราะรู้ว่าข้าเก่าของท่านต้องหาเช้ากินค่ำ อยู่กันแบบอัตคัดจึงออก
งานเลี้ยงงานแต่งของลูกชายเสี่ยคาเช็งจัดไม่เงียบนัก กระนั้นก็ไม่ได้ใหญ่โตพอสมกับฐานะพ่อค้ารายใหญ่คนดัง ดูแล้วออกจะผิดธรรมเนียมปฏิบัติของวงศ์ตระกูลอยู่ไม่น้อย แทนที่จะจัดอย่างหรูหราในโรงแรมมีชื่อ แต่นี่กลับเลือกจัดที่ลานหน้าบ้านเช่าหลังหนึ่งในหมู่บ้านเดียวกับเจ้าสาวเพียงเท่านั้น โต๊ะกินเลี้ยงมีสิบโต๊ะ อารมณ์คล้ายจัดกินดื่มให้พรรคพวกเพื่อนพ้องลูกน้องเสียมากกว่า ใครผ่านไปมามองแทบไม่ออกว่านี่คืองานเลี้ยงงานแต่งงาน ถ้าไม่เห็นป้ายเล็ก ๆ ที่มีชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวแขวนเอาไว้ตรงด้านในสุดของขอบเวทีนั่นบุณย์นรา 💕 กฤตยชญ์ หญิงสาวเจ้าของชื่อบนป้ายนั่งยิ้มฝืน ๆ เมื่อมีคนส่งแก้วให้เธอ แต่แล้วกฤตยชญ์ก็ยื่นมือรับไปดื่มเสียเองเธอผ่านพิธีงานช่วงเช้าที่จัดแบบรวบรัดมาแล้ว หลังจบพิธีพวกนั้นก็เห็นคนของเจ้าบ่าวเริ่มตั้งโต๊ะดื่มกันทันที ได้ยินเพื่อนเขาแซวตอนเริ่มดื่มไปได้พักหนึ่งแล้ว ว่า“ฤกษ์ส่งตัวเข้าหอตั้งสี่ทุ่ม ทำไมไม่ให้ไวกว่านี้หน่อยวะ”เลยอยากลุกหนีออกจากตรงนั้นนัก แต่ก็ไปไหนไม่ได้ ต้องทนนั่งปั้นยิ้มน้อย ๆ ตามองบรรยากาศรอบงานไปพลาง ฟังเพลงไปพลาง เตรียมตัวเตรียมใจเป็นเจ้าสาว เมื่อการเฉ






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)