INICIAR SESIÓN“พี่รักกำลังหึงใช่ไหมคะ” “ไม่ได้หึง” “หึง” “ก็บอกว่าไม่ได้…” คำว่าหึงถูกกลืนลงท้องไป เพราะถูกเรียวปากของกัลยากรประกบลงมาจูบอย่างดูดดื่มแล้ว จากนั้นนิ้วเรียวงามก็ปลดเปลื้องอาภรณ์ของเขาออกทีละชิ้น เขาเองก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออกจนร่างกายเปลือยเปล่าเช่นกัน ทั้งสองละริมฝีปากออกจากกันอย่างเสียดาย คนร่างใหญ่อุ้มเธอขึ้นมาแล้วพาไปที่เตียงนอน วางร่างเธอลงแล้วขึ้นไปนอนคร่อมร่างเธอไว้ “หึงก็บอกมาดี ๆ สิคะ” “ไม่ได้หึง แค่ไม่อยากให้เธอไปกับผู้ชายคนอื่น อย่าลืมสิว่าร่างกายของเธอยังเป็นของฉันอยู่” พูดจบก็ก้มลงจูบเธออีกครั้ง มือหนาข้างหนึ่งลูบไล้ไปตามร่างเนียน มืออีกข้างบีบเคล้นทรวงอกสลับกันไปมา ส่วนล่างที่ขยายใหญ่เต็มที่ก็ถูไถกับหน้าท้องของเธอขึ้นลงมือเล็กจึงจับมันสอดเข้าภายในกึ่งกลางกายตน เขาละริมฝีปากออก ถามเสียงแหบพร่า “คิดถึงมันไหม”“ถ้าตอบว่าไม่ล่ะคะ”“งั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องนอน” ว่าแล้วก็หยัดกายขึ้น ยกขาทั้งสองของเธอขึ้นแล้วกระหน่ำแทงรัว ๆกัลยากรเอามือปิดปากตนไว้ เพราะกลัวเสียงจะเล็ดลอดออกไปนอกห้อง “พี่ร
ภูวดลหัวเราะน้อย ๆ คล้ายเย้ยหยัน “น่าเสียดายของนะครับ หุ่นอย่างคุณน่าจะได้อยู่กับผู้ชายที่ดีกว่าไอ้รัก” กัลยากรทนฟังต่อไปไม่ไหวจึงรีบตัดบท “ถ้าคุณคุยธุระเสร็จแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” กัลยากรเตรียมจะลุกขึ้น แต่ภูวดลกลับจับมือเธอไว้ “เดี๋ยวผมไปส่ง” กัลยากรแกะมือเขาออก “ฉันกลับเองได้ค่ะ” “ถ้าไม่อยากให้คนในบริษัทรู้ว่ามากินข้าวกับผม ก็ให้ผมไปส่งดีกว่า” กัลยากรขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ฉันรออยู่ข้างนอกนะคะ” มุมปากของภูวดลจึงยกยิ้มขึ้นมาด้วยความพอใจ จ่ายเงินค่าอาหารเสร็จแล้วจึงเดินตามเธอออกมา กัลยากรนั่งเงียบตลอดทาง กระทั่งมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่เธอไม่กล้ารับสาย ภูวดลถามออก “ไอ้รักโทรมาเหรอครับ” กัลยากรไม่ได้ตอบ เขาจึงพูดขึ้นอีก “รับสิ” แต่กัลยากรกลับกดปิดเสียงไว้ “คุณคงแคร์ไอ้รักมากสินะ” “นั่นมันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ” “คงตกหลุมรักมันเข้าแล้วสิท่า” “ถ้าอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้ก็จอดให้ฉันลงตรงนี้เถอะค่ะ” ภูวดลจึงไม่พูดอะไรอีก พอมาถึงหน้าปากซ
คืนนั้นในสมุดบันทึกของกัลยากรเขียนไว้ว่า ‘ทำไมนายถึงชอบใช้ลิ้นให้เราด้วยนะ ไม่รู้หรือไงว่าเราชอบมากแค่ไหน อย่าทำให้หลงไปมากกว่านี้ได้ไหม เพราะแค่นี้เราก็ยากจะถอนตัวแล้ว แล้วถ้านายไปใช้กับคนอื่น เราจะทำใจได้ยังไง เช่นนั้นชาตินี้ก็อย่าให้นายแข็งกับใครอีกเลย (อิอิ)’ กัลยากรวางปากกาแล้วยิ้มออกมา “ความคิดชั่วร้ายจริง ๆ เรา” แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากให้คำอธิษฐานของตนเป็นจริง หลายวันต่อมารักนรินทร์ออกไปดูงานที่สำนักงานลับ โดยไม่ให้กัลยากรไปด้วย วันนั้นเธอจึงเลิกงานห้าโมงเย็นตามปกติ ภูวดลเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงเดินเข้ามาหา “วันนี้ไปทานมื้อเย็นกับผมได้ไหมครับ” “เอ่อ… ฉัน…” กัลยากรทำท่าคล้ายอยากปฏิเสธเขา “หรือคุณแก้มมีนัดกับคนอื่นแล้วครับ” “เปล่าค่ะ ฉันแค่ไม่ได้เตรียมตัวน่ะค่ะ” “ผมแค่มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณสักเล็กน้อยน่ะครับ ถ้าคุณไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร” “ฉันสะดวกค่ะ” กัลยากรทำเหมือนกลัวคำขู่ของเขา ภูวดลยิ้มมุมปาก “เช่นนั้นก็เชิญครับ” เขาผายมือไปยังรถของตนที่จอดอยู่ พอไปถึงร้
ภาคินหัวเราะหึ ๆ ออกมา “ไอ้รักนี่มันก็โง่เหมือนกันนะ” ต่างคนต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับตน แต่เขาก็คงเข้าไปยุ่งไม่ได้ ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองจะดีกว่า “มันรู้เรื่องเงินหนึ่งล้านนั้นไหม” “รู้ค่ะ” “เอาเป็นว่าพี่จะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของแก้มกับเจ้ารักก็แล้วกัน”“แล้วพี่คินมีเรื่องอะไรจะคุยกับแก้มเหรอคะ” “ต่อไปนี้ถ้าพี่ภูนัดกินข้าวกับแก้มอีก แก้มไม่ต้องปฏิเสธเขานะ พี่อยากให้แก้มช่วยเก็บข้อมูลให้พี่เรื่อย ๆ และพี่ก็เชื่อว่าเขาไม่ได้ทำเพียงคนเดียว” ตอนนี้ภาคินมั่นใจถึงแปดส่วนว่าภูวดลเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องที่ข้อมูลสินค้าถูกปล่อยออกไปให้กับบริษัทคู่แข่ง “ได้ค่ะ” “ขอบใจมาก ถ้าอย่างนั้นแก้มก็กลับไปทำงานเถอะ ถ้าไอ้รักถามก็บอกว่าพี่เรียกมาถามเรื่องพี่ชายแก้มก็แล้วกัน มันคงรู้แล้วมั้งว่าแก้มเอาเงินไปทำอะไร” “รู้แล้วค่ะ” กัลยากรกลับมานั่งหลังโต๊ะทำงานของตนได้ไม่นาน รักนรินทร์ก็เรียกเธอเข้าไปพบ และถามว่าภาคินเรียกเธอเข้าไปคุยเรื่องอะไร กัลยากรก็ตอบไปตามที่ภาคินแนะนำทุกอย่าง “แค่นั้นจริง ๆ เหร
ในห้องประชุมวันนั้น รักนรินทร์จึงบอกกับทุกฝ่ายว่าลูกค้าให้โอกาสบริษัทอีกครั้ง โดยไม่มีข้อมูลใดที่เป็นความลับอีกต่อไป พอปิดการประชุมภาคินจึงขอคุยกับน้องชายเป็นการส่วนตัว “ไม่กลัวข้อมูลรั่วไหลอีกเหรอ” “ไม่ครับ” เพราะเรื่องที่เขามีทีมงานใหม่ เขาก็ไม่ได้บอกพี่ชายเช่นกัน “ทำไม” “เพราะผมมีพี่คินอยู่ทั้งคนแล้วนี่ครับ” “แต่มึงก็ไม่ควรบอกข้อมูลทั้งหมดแบบนั้น” “พี่คินจะได้จับตัวคนร้ายได้เร็ว ๆ ยังไงล่ะครับ” รักนรินทร์เว้นหายใจไปครู่หนึ่งจึงกล่าวต่อ “เอาเป็นว่าผมจะไม่ทำให้พี่คินกับพ่อผิดหวังอีกก็แล้วกัน แล้วตอนนี้พี่คินสืบเรื่องไปถึงไหนแล้วครับ” “ก็กำลังสืบอยู่ แต่คงอีกไม่นาน” “งั้นผมไปทำงานก่อนนะ” “อืม บอกให้แก้มมาพบกูด้วย” “พี่มีอะไรจะคุยกับแก้ม” มือทั้งสองวางบนโต๊ะพี่ชายแล้วโน้มตัวลงไปถามใกล้ ๆ คล้ายอยากจะหาเรื่อง “หึงเหรอ?” ภาคินหาได้เกรงกลัวต่อสายตานั้นไม่ “เปล่า ไม่ได้เป็นอะไรกันจะหึงทำไม” แต่เขาเกรงว่ากัลยากรจะเผลอมีใจให้กับพี่ชายของเข
กล่าวจบเขาก็นั่งคุกเข่าลง ดึงรั้งแพนตี้ตัวจิ๋วลงมา แล้วถอดออกจากขาข้างหนึ่ง โชคดีที่วันนี้เธอสวมเดรสกระโปรงสั้น เขาจึงถอดออกได้ง่าย จากนั้นกางขาเธออกกว้าง โดยที่กัลยากรยังไม่ทันตั้งตัวริมฝีปากของเขาก็จูบเข้ากับกลีบดอกไม้ของเธอแล้ว วิธีนี้เขาเคยบอกศิลา และศิลาก็ได้อัยลดามาครอบครอง เขาก็ต้องทำให้กัลยากรทั้งรักทั้งหลงเขาคนเดียวให้ได้ ยิ่งคิดว่าต้องทำให้เธอหลงรักเขาจนหัวปักหัวปำเรียวลิ้นร้อนก็ยิ่งแหย่เข้าไปในร่องรักของเธอลึกขึ้น “ซี้ดดด อา พี่รักคะ” ตอนนี้มือของเธอจับกลุ่มผมของเขาไว้แน่น ส่วนขาของเธอสั่นพั่บ ๆ แทบจะยืนไม่อยู่แล้ว รักนรินทร์รัวลิ้นอยู่สักพักพอรู้ว่าเธอใกล้เสร็จเขาจึงถอนลิ้นออกมา “หันหลังหน่อย” พร้อมจับเธอหันหน้าเข้าหาผนังห้องซึ่งเป็นกระจกทั้งแถบ “คนจะมองเห็นไหมคะ” เมื่อครู่เธอมัวแต่เสียวอีกทั้งยังยืนหันหลังให้กระจกจึงไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ “ไม่เห็นหรอก” พูดจบเขาก็ส่งลำเอ็นใหญ่ยาวเข้ามาในกายเธอแล้ว จากนั้นก็ตอกอัดสะโพกแกร่งเข้ามาในร่องรักของเธอไม่ยั้ง เพราะเก็บกดมาทั้งคืนรักนรินทร์จึงใช้เวลาไม่นานก็ปลดปล่อยเชื้อพันธ







