LOGINอีกห้าปีอับดุลอาเหม็ดหัวหน้าเผ่ากัวลา มีภรรยาสาวอีกคนพร้อมให้กำเนิดบุตรสาว นามว่า มาราตี ซูไรละห์ ก่อนที่จะเสียชีวิตเพราะถูกลอบสังหารทั้งครอบครัวรวมถึงบุตรชายเพียงคนเดียวก็เสียชีวิตไปด้วย เหลือเพียงบุตรสาวเท่านั้นที่รอดชีวิต
ชีคอับดุลอาซิ ผู้เป็นน้องชายจึงสืบทอดการดูแลชนเผ่าต่อจากพี่ชายคนเดียว รวมถึงรับดูแลบุตรสาวคนเดียวในวัยแบเบาะที่ยังรอดชีวิตอยู่
อีกหลายปีต่อมาเขาจึงส่งบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาคนที่สอง คือ ซูไรดาและมาราตีผู้เป็นหลานสาว ไปอยู่รัฐซาลาล ดินแดนแห่งโหราศาสตร์และคำทำนาย โดยมีผู้ดูแลคือยะห์นาคนสนิทของกอมารียะห์ภรรยาคนที่สองของอดีตหัวหน้าเผ่า
ชีคคาลิฟ อาลี โซมาล ครองราชย์ได้สิบปีก็ทรงสวรรคต ด้วยวัย 55 ปี ทรงมีบุตรชายและบุตรสาวที่เกิดจากหญิงสาวในฮาเร็มรวมสิบสามคน เป็นบุตรชายหนึ่งคนกำเนิดจากนูรไอรินดามีนามว่าอัฟฟาน และบุตรสาวอีกสิบสองคนที่กำเนิดจากภรรยาอีกสามคน
ฮิจเราะห์ ศักราช (ฮ.ศ.) ที่ 1370
ชีคอัฟฟาน อาลี โซมาล วัย 26 ปี ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา หลังจากนั้นอีกสามปีมารดาก็เสียชีวิต
บทนำ
ชนเผ่ากัวลา: ดินแดนทะเลทรายทางตอนเหนือของซาล
(ฮ.ศ.) ที่ 1378 เดือนรอบิอุซ อาร์เคร
“พี่ยูดาผ้าผืนนี้สวยจัง” มาราตี หญิงสาววัย 18 ปี หยิบผ้าผืนสวยสีเขียวใบตองขึ้นมองด้วยดวงตาเป็นประกาย ผ้าพวกนี้ส่งมาจากทางตอนใต้ของรัฐ
ซูไรดา ซูไรละห์ วัย 20 ปี มองน้องสาวผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวของอับดุลอาเหม็ดอดีตหัวหน้าเผ่ากัวลาผู้เป็นลุงด้วยความเอ็นดู
“สวยจ้ะ เป็นสีที่เจ้าชอบด้วยนี่”
หญิงสาวยิ้มแย้มชื่นชมกับผ้าคลุมผืนสวยที่เป็นงานฝีมือประณีตสลับกับลูกปัดสีสวยลวดลายงดงาม ยิ่งเมื่อน้องสาววางทาบกับหลังมือยิ่งขับผิวให้ผุดผ่องยิ่งขึ้น เพราะมาราตีเป็นหญิงสาวที่มีผิวขาวเนียนละเอียดงดงามเหมือนมารดาของนาง
นอกจากผ้าแล้วยังมีสิ่งทออย่างอื่นเป็นผ้าฝ้าย ผ้ายก ผ้าไหม ผ้าขนแกะอีกมากมายวางขายให้หาซื้อกันในโอกาสต่างๆ
ในตลาดคลาคล่ำไปด้วยร้านค้า ผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคับคั่งหนาตา ช่วงนี้เป็นปลายฤดูใบไม้ผลิอันอุดมสมบูรณ์และมีฝนตกชุกมากกว่าเดือนอื่นๆ แต่เพราะเป็นดินแดนทะเลทรายจึงทำให้ฝนมีปริมาณน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ต่างๆ ในรัฐ
ท้องตลาดของชนเผ่ามีสินค้าต่างเมืองมากมาย ได้แก่ ผ้าแพรภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผา หม้อไหวางเรียงรายจนสุดทางรวมถึงของใช้อื่นๆ เช่นลูกปัดสี เครื่องแก้ว เครื่องโลหะ ตะเกียง ตะปู เข็ม บังเหียน ลูกบิดประตู กุญแจคล้องสายยู อาวุธ เครื่องหนัง กระเป๋า พรม เบาะ ฯลฯ
“เจ้าไม่เอารึ” ซูไรดาเลิกคิ้วถามน้องสาวเมื่อเห็นมาราตีวางผ้าผืนสวยลงดังเดิม
“สวยดีค่ะพี่ยูดา แต่ข้าขอดูของอีกหลายอย่างก่อน” สีหน้าของน้องสาวทำให้รู้ว่านางต้องการสินค้าชนิดอื่นอีก เพราะกลัวอัฐที่นำติดตัวมาจะไม่พอ
ตอนนี้บิดากำลังเจรจาเรื่องการค้าขายอยู่ด้านใน ทั้งสองจึงปลีกตัวออกมาเดินเล่นชมตลาด ข้าวของส่วนใหญ่ที่วางขายในตลาด ชนเผ่ากัวลาจะเป็นผู้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว แล้วค่อยนำมาจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางที่มีฐานะในรัฐออกวางขายให้ประชาชนอีกทีหนึ่งดังนั้นเม็ดเงินมหาศาลจึงไหลเข้ากัวลาแต่เพียงเผ่าเดียว
“พี่มีอัฐเพียงพอ เอาเถอะเดี๋ยวมีคนซื้อไปหรอก” ซูไรดาพูดเสียงหวาน
“งั้นข้าจองผืนนี้ไว้ก่อนเดี๋ยวกลับมาเอา ขี้เกียจถือ” มาราตีหันไปกำชับแม่ค้า
แม่ค้าพยักหน้ารับ
“งั้นไปกันเถอะ ดีเหมือนกันค่อยกลับมาเอา เพราะต้องเดินซื้อของอีก เดี๋ยวจะไปลืมทิ้งไว้ที่ร้านใดร้านหนึ่ง”
ซูไรดาจับมือน้องสาวเดินดูของไปเรื่อยๆ มีร้านขายสินค้าจำพวกอาหาร ได้แก่ เครื่องเทศ เกลือ อินทผลัม ผลไม้แห้ง ลูกเกด มะเดื่อ น้ำผึ้ง เนื้อตากแห้ง ธัญพืช ข้าวชนิดต่างๆ และสมุนไพรมองแล้วละลานตาไปหมด จนเลือกไม่ถูกว่าจะเอาสิ่งไหนดี
“เจ้าอยากกินอีกละสิ”
คำพูดรู้ใจทำให้มาราตียิ้มแก้มปริ แค่มองเห็นอินทผลัมเธอก็กลืนน้ำลายด้วยความหิว
ทั้งสองซื้ออินทผลัมก่อนเดินชมตลาดต่อไป อีกด้านของตลาดเป็นสินค้าพวกเครื่องสำอาง ขี้ผึ้ง ยาสูบ ธูป น้ำหอม คราม ซูไรดาหยิบเฮนน่าขึ้นมาดูก่อนซื้อเพื่อนำไปบำรุงผม
ทั้งสองซื้อของมากมายอย่างเพลิดเพลิน ก่อนที่ซูไรดาจะถามน้องสาวอีกครั้ง
“กลับไปซื้อผ้าคลุมผืนนั้นก่อน เดี๋ยวเจ้าจะลืม”
มาราตีหัวเราะเบาๆ เพราะเมื่อได้ของหลายอย่างถูกใจเธอก็ชักจะลืมเลือนไปเหมือนกัน
ซูไรดามองรอบกายที่พวกเธอยืนอยู่ จึงรู้ว่าเดินมาจนเกือบสุดตลาดซึ่งเป็นการค้าขายสัตว์ต่างๆ ที่ใช้เป็นพาหนะ เช่น ม้า อูฐ และเพื่อบริโภค เช่น แพะ แกะ พูดได้ว่าแม้กัวลาจะอยู่ในดินแดนทะเลทราย แต่ช่างเป็นดินแดนที่เป็นแหล่งการค้า เรียกได้ว่าขุมทรัพย์แห่งทะเลทรายเลยก็ว่าได้
“ข้าอยากได้ ไปเถิดพี่” มาราตีจูงมือพี่สาวกลับไปยังร้านขายผ้าร้านเดิม แต่ต้องผิดหวังเมื่อมีคนซื้อตัดหน้าไปเสียแล้ว เพราะแม่ค้าขัดคนที่มาขอซื้อไม่ได้ อีกอย่างเธอก็ไม่มั่นใจว่าลูกค้าที่จองไว้จะกลับมาเอาหรือไม่ ซึ่งมาราตีก็ไม่โทษแม่ค้าเพราะเข้าใจดีว่าอยากขายสินค้าให้ได้
แม่ค้าขายผ้าชี้ไปยังชายหนุ่มร่างสูงประมาณ 190 เซนติเมตร รูปร่างสูงใหญ่ บึกบึน แต่เธอเห็นเพียงด้านหลังเท่านั้น
“นั่นไง พี่บอกเจ้าแล้วว่าให้รีบซื้อ มีคนซื้อตัดหน้าไปแล้ว เขาคงซื้อไปให้คนรักหรือญาติที่เป็นหญิง” ซูไรดามองร่างสูงตามน้องสาวไปอีกคน
“ข้าเสียดายมากพี่ยูดา แต่ไม่เป็นไรหรอก วันหลังข้าอาจถูกใจผ้าผืนใหม่ ค่อยซื้อก็ได้” มาราตีทำหน้าผิดหวัง ก่อนจะหันไปเห็นชายฉกรรจ์สามคนกำลังลากหญิงสาวร่างบอบบางสามคนด้วยกิริยาฉุดกระชากลากถู
“พี่ยูดา ทำแบบนี้ได้อย่างไร ดูผู้หญิงพวกนั้นสิ ท่าทางพวกนางจะไม่เต็มใจ ไม่ได้แล้ว ข้าต้องไปช่วยนาง” มาราตีรีบเดินเข้าไปหาชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว
“อย่าเลยรตี เรื่องของเค้าอย่าไปยุ่งเลย”ซูไรดาดึงแขนน้องสาวเอาไว้
“ไม่ได้พี่ยูดา ดูสิ... ใช้กำลังกับผู้หญิงได้ยังไง” มาราตีแทบทนไม่ไหวที่เห็นชายหนุ่มกลุ่มดังกล่าวทำรุนแรงกับหญิงสาวที่เธอก็ไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นอะไรกัน แต่ในซาลผู้ชายจะมีอำนาจมากกว่าผู้หญิง ไม่เหมือนรัฐซาลาล ดินแดนที่เธอไปอาศัยอยู่ จะให้เกียรติผู้หญิงพอสมควร
“รตีอย่าไปยุ่งเลย” ซูไรดาห้ามอีก แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อน้องสาวคว้าคันธนูที่วางขายรวมกับสินค้าชนิดอื่นอันได้แก่ หนังแพะ หนังแกะ และงาช้าง
มาราตียิงธนูโดยใช้ลูกธนูสามดอกพร้อมกัน
...ธนูดอกแรกถูกที่มือของชายหนุ่มที่กำลังจะเงื้อมือตบหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวร้องไห้สุดชีวิต แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะคงคิดว่าเป็นทาสที่โดนนำมาขาย นอกจากสินค้ามากมายแล้ว ในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ยังมีการค้าขายทาสอีกเป็นจำนวนมาก
...ลูกธนูดอกที่สองปักที่ขาของชายหนุ่มอีกคน เพราะมาราตีคิดว่านอกจากตบยังจะกระทืบหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ซ้ำ ส่วนลูกธนูดอกที่สามปักไปที่ผ้าโพกศีรษะของชายหนุ่มคนสุดท้ายที่กำลังกระชากแขนของหญิงสาวคนอีกคน จนผวาไปติดกับกำแพงร้านค้า
ด้วยความแม่นยำทำให้ชายหนุ่มกลุ่มดังกล่าวร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร!!!
“รตี” ซูไรดาอุทานเมื่อเห็นน้องสาวยิงชายฉกรรจ์สามคนแม่นยำทุกจุดเหมือนจับวาง และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ใช่คนของซาล แต่มาจากรัฐอื่น
หญิงสาวที่ถูกทุบตีตัวสั่นรีบวิ่งเข้ามาหลบหลังมาราตีพร้อมกันด้วยความหวาดกลัว
สายตาคมสีเหล็กกล้ามองดูเหตุการณ์ด้วยความชื่นชม ร่างอรชรแต่ซุกซ่อนความอวบอิ่มเอาไว้ภายใต้เสื้อผ้างดงามที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมแต่เก่งกาจเกินชายทำให้เขามองอย่างทึ่งๆ ถูกตาต้องใจจนต้องยืนปักหลักมองตาไม่กะพริบ
“ท่านถูกใจนางรึ” คนสนิทที่ตามติดและเป็นสหายรักทั้งสองมองตามสายตาของนายเหนือหัวด้วยความชื่นชมไม่ต่างกัน
ผู้มีศักดิ์สูงกว่าเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ดวงตาเปล่งประกายประหลาด
ในที่สุดอัฟฟานก็ยอมให้หญิงสาวใช้ผ้าปิดตาตามความประสงค์ ร่างสูงใหญ่ถูกกดแนบให้นอนไปบนเตียงกว้าง เขายอมแต่โดยดีรอว่าหญิงสาวจะทำอะไรกับร่างกายของเขาแล้วก็ต้องหายใจหนักๆ เมื่อมือน้อยแสนซนเริ่มลูบผิวกายเรียบตึง ก่อนค่อยๆ ปลดอาภรณ์ออกจากกาย“ข้าจะไถ่โทษที่ทำให้ท่านเป็นห่วง” มาราตีกระซิบเสียงหวานที่ข้างหู เขาอดหัวใจเต้นแรงไม่ได้เธอยิ้มยั่วแต่เขาไม่มีโอกาสได้เห็น รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้คุมเกม“โอ๊ะ” ชีคหนุ่มร้องเสียงหลงเมื่อมือน้อยซุกซนไปตามส่วนสำคัญของร่างกายมาราตีหัวเราะคิกคักถูกใจ การแกล้งเขาเป็นสิ่งหอมหวาน นึกถึงตอนที่เจอกันใหม่ๆ เก๊กขรึม โหดเถื่อนกับเธอดีนักแล้วชายหนุ่มก็ต้องครางเสียงสะท้านเลยทีเดียวเมื่อริมฝีปากน้อยนิ่มๆ ครอบครอบยอดอกสีเข้มดูดแรงๆ เหมือนหิวโหยเสียนักหนา มือน้อยก็เริ่มไล่ไต่ระดับไปตามผิวกายเนื้อตัวเรียบตึงไม่มีส่วนไหนที่จะรอดพ้นริมฝีปากและมือนิ่มไปได้มาราตีเหลือบมองร่างสูงที่ครางอยู่ใต้ร่างด้วยความชอบใจ ชายหนุ่มอยากกระชากผ้าปิดตาออกนักจะได้เห็นว่าแม่จอมยั่วกำลังเปล่งประกายสายตาแพรวพราวเพียงใดที่ได้ทำเช่นนี้กับร่างกายของเขา... แต่มันก็ตื่นเต้นดีไม่ใช่หรือแล้วร่างสูงให
แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้จะเข้าทางเขาพอดี“ท่านเข้าใจเลือกหาทำเลที่ตั้งนะ” มาราตีไม่หวั่นกลัวโต้ตอบกลับไป“ต่อไปก็จะเปลี่ยนฐาน เพราะซาลต้องเป็นของข้า” อิมรานกระชากเสียงตอบมาราตีเลือกที่จะเงียบเมื่อเห็นดวงตากริ้วโกรธนั้น“ท่านพักผ่อนเถอะ ไว้คนสำคัญมาเมื่อไหร่จะได้จัดการให้สิ้นซาก แต่สวยๆ อย่างท่านข้าคงเก็บไว้” เขาคิดจะใช้หญิงสาวล่อให้ชีคอัฟฟานมาติดกับและสังหาร อย่างไรเสียข่าวที่เขาได้รับรู้มาไม่ผิดแน่ ชีคหนุ่มรักใคร่ชีคคาคนปัจจุบันยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้นมาราตีมองตามร่างของอิมรานที่เดินจากไป ในใจก็นึกภาวนาว่ากอร์เดจะทำสำเร็จชีคหนุ่มขบกรามจนเป็นสันนูนเมื่อทราบว่าหญิงสาวหายตัวไป“กอร์เดเจ้ามีอันใด” ชายหนุ่มอ่านจดหมายที่พับมากับขาพญาเหยี่ยวของตัวเอง ก่อนที่จะหันไปสั่งลูกน้องคนสนิททั้งสอง “มันอยู่ระหว่างรอยต่อชนเผ่ามุฟาลาลกับเผ่ามัลมาเลีย ตามกอร์เดไปทางด้านหลัง รีบหามาราตีให้เจอ อย่าให้นางเป็นอะไรแม้แต่ปลายก้อย” อัฟฟานแทบคำราม ไม่คิดว่าหญิงสาวจะทำอะไรเสี่ยงเช่นนี้..ถ้าเอาตัวกลับมาจะลงโทษเสียให้หนำใจ ที่ทำให้เขาใจหายแบบนี้“ยีฮานไปสำรวจพื้นที่ก่อน ส่วนอินคอฟให้คนไปบุกโจมตีด่านหน้าเรียกร้องความสน
ตั้งแต่จำความได้เธอก็รู้จักกับอูฐมาตลอดชีวิต ในทางตอนเหนือเป็นทะเลทรายส่วนใหญ่จึงมีการเลี้ยงอูฐกันทุกชนเผ่า มันเป็นสัตว์ที่สำคัญมาก ในแต่ละรัฐก็สนับสนุนให้เลี้ยง เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถทนสภาพแห้งแล้งได้ดี อายุการใช้งานสูง เนื้อนมเป็นอาหารหลักสำหรับไว้บริโภค บรรทุกของ ทำงาน ขับขี่ ขนของมันยังสามารถทำเป็นเครื่องนุ่งห่มได้“มันเป็นสัตว์ที่สวยงามมากสำหรับข้า” มาราตีลูบเจ้าอูฐหนุ่มเบาๆ ในเผ่าในทะเลทรายมองอูฐว่าเป็นสัตว์ที่มีคุณค่า ทั้งใช้เป็นพาหนะเดินทางข้ามทะเลทราย โจมตีเผ่าศัตรู มีน้ำนมสำหรับดื่ม ขนทำกระโจมมูลนำมาทำเชื้อเพลิง ฉี่ยังสามารถนำมาสระผมไล่เห็บเหาได้“เจ้าอยากขี่มันหรือ” เขาถามยิ้มๆ ชีคหนุ่มรู้ว่ากว่าจะมาเป็นซาลพวกชนเผ่าเหล่านี้รักอิสระเร่ร่อนโดยใช้อูฐมาราตียิ้มกว้างทีเดียว เธอไปอยู่เมืองหลวงไม่ค่อยได้ขี่อูฐเท่าไหร่ส่วนใหญ่จะได้ขี่ม้ามากกว่า การมาชมการประกวดอูฐจึงถือว่าเป็นเรื่องตื่นเต้นพอสมควร“แต่ต้องขี่กับข้า” เขาพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะจัดการขึ้นไปบนหลังอูฐ มาราตีหัวเราะเสียงใส ความจริงก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้ขี่อูฐเล่น และอยู่ในอ้อมอกของเขา ที่สำคัญเขาก็ห่วงครรภ์น้อยๆ ของ
ส่วนพ่อค้าคนสำคัญทั้งสามรัฐก็เพิ่งรู้ว่าแท้ที่จริงซัมซูดิงก็คือชีคอัฟฟาน ทั้งหมดนึกทึ่งที่ชีคหนุ่มปลอมตัวได้อย่างแนบเนียน“ข้าคิดว่าพี่ฮาฟิซไม่มีวันทรยศแน่นอน เหมือนที่พี่ฮาฟิซจงรักภักดีกับท่านอาและพี่อาหมัด หากไม่ใช่เรื่องท่านลุงฟาดัสถูกท่านอาสังหาร พี่ฮาฟิซก็จะไม่แปรพักตร์แน่นอน” มาราตีเติบโตมากับฮาฟิซตั้งแต่เด็ก จึงรู้ดีว่าชายหนุ่มมีนิสัย เช่นไร“ข้าโชคดีจริงๆ ที่ได้เมียเก่งและฉลาดอย่างเจ้า” อัฟฟานบีบปลายคางหญิงสาวอย่างเอ็นดูมาราตีจุมพิตปลายคางบึกบึนอย่างแสนรัก“ข้าก็ดีใจที่ได้เป็นหญิงสาวที่ท่านรัก”“ดีมากฟายาส” อิมรานเอ่ยกับคนสนิทหลังจากได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของชีคหนุ่มในการที่จะเดินทางไปดูการประกวดอูฐที่ทางตอนเหนือแม้ตอนนี้กัวลาจะหมดอำนาจลงเพราะขาดชนเผ่าทั้งห้าหนุนหลัง หรือแม้แต่เส้นทางค้าขายก็ไม่รุ่งเรืองเหมือน แต่ก่อน แต่ชีคหนุ่มก็ยังส่งฮาฟิซไปดูแลควบคุมชนเผ่าในทะเลทรายไม่ให้คลาดสายตา“ท่านจะเริ่มลงมือครั้งนี้จริงๆ รึ”“ใช่ ครั้งนี้เป็นโอกาสดี ชีคอัฟฟานคงลืมเลือนหรือไม่ทันระวังตัวมากนัก หากเราจะลอบสังหาร ต้องวางแผนให้ดี”“ท่านจะเลือกตอนเดินทางไปหรือเดินทางกลับเล่า” ฟายาสถ
“เจ้าเล่นตลกพอหรือยังซูไรดา ถ้ามาราตีรู้คงเสียใจที่มีพี่สาวอย่างเจ้า” อัฟฟานตะคอกเสียงเครียดซูไรดาอ้าปากค้างไม่คิดว่าจะถูกจับได้สินค้ามากมายที่วางขายในรัฐซึ่งปกติต้องผ่านกัวลา แต่ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อจากกัวลาที่เดียว แต่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเพราะทางวังหลวงเป็นผู้นำออกมาจากท้องพระคลังให้พ่อค้าแม่ค้าได้มาหาซื้อเพื่อนำไปขายในชนเผ่าต่างๆ พ่อค้าแม่ค้ามีสิทธิ์ขายสินค้าได้มากกว่าเดิม แถมยังได้ราคามาตรฐานทั่วกัน ใครขึ้นราคาค้าขายเกินควรก็จะขายสินค้ายาก ดังนั้นสินค้าที่ราคาลดลงหลายเท่าทำให้ราษฎรพึงพอใจไม่น้อยแต่...ยังความไม่พอใจแก่หัวหน้าชนเผ่าทางตอนเหนือในทะเลทราย แม้แต่โมฮัมหมัดก็คาดไม่ถึงว่าชีคหนุ่มจะใช้วิธีนี้ในการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ซึ่งเป็นวิธีที่สร้างผลกระทบแก่กัวลาและชนเผ่าทั้งห้าในทะเลทรายอย่างยิ่งยวด“ท่านจะทำอย่างไรท่านอาหมัด ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ในอนาคตการค้าขายในทะเลทรายก็จะหมดความหมายลง พวกเราก็ไม่มีเรื่องอันใดจะต่อรองกับท่านชีคอีก” หัวหน้าเผ่าต่างๆ ที่เข้าประชุมร้อนใจกันยกใหญ่โมฮัมหมัดถึงกับถอนใจหนักหน่วง“ข้าจะหาทางแก้ปัญหา แต่ตอนนี้ข้าอยากให้พวกท่านช่วยกันคิดม
ซูไรดาเดินวนไปวนมาในห้องเหมือนหนูติดจั่น เธอขอร้องมาราตีว่าอยากเจอฮาฟิซสักครั้ง เมื่อได้รับรู้ว่าบิดาถูกคุมตัวเข้ามาในวัง นึกอิจฉามาราตียิ่งนักที่สามารถไปไหนมาไหนในวังได้ แต่เธอกลับถูกคุมขังเหมือนนักโทษ“ยูดา”เสียงเรียกที่คุ้นหูทำให้ซูไรดาปรับสีหน้ายิ้มแย้มหันไปหาคนรัก“พี่ฮาฟิซ ข้าคิดถึงพี่เหลือเกิน”“รตีบอกว่าเจ้าอยากเจอข้ารึ” เขาเข้าวังมาก็จริง แต่ถ้าหากจะเจอกับซูไรดาต้องได้รับอนุญาตจากชีคอัฟฟาน แต่ครั้งนี้เป็นเพราะมาราตีขอเอาไว้ เขาจึงได้เข้าพบนาง“ใช่พี่ฮาฟิซ พ่อของข้าถูกคุมตัวอยู่ในวังรึ” หญิงสาวรีบถามอย่างร้อนใจ“รตีบอกเจ้าหรือยูดา” ชายหนุ่มถอนใจหนักๆ ไม่ค่อยอยากเอ่ยเรื่องนี้มากนัก“ใช่ ข้าอยากเจอท่านพ่อสักครั้ง แต่ขอรตีแล้วนางบอกว่าคงช่วยข้าไม่ได้ ท่านพี่ช่วยส่งจดหมายให้ท่านพ่อหน่อยได้ไหม ข้าอยากบอกว่าข้าสบายดี ถูกกุมตัวอยู่ที่นี่เหมือนกัน” ซูไรดาอ้อนวอนชายคนรักแอบซ่อนสายตาบางอย่างเอาไว้“ถ้าเป็นสิ่งที่เจ้าต้องการข้าก็จะทำให้” ฮาฟิซตอบรับอย่างไม่ขัดเพราะความรักหมดหัวใจซูไรดารีบนำจดหมายสำคัญใส่มือของชายคนรักทันที“ข้าเขียนบอกท่านพ่อว่าสบายดีเท่านั้น พี่รีบนำจดหมายนี้ไปให้ท่าน







