LOGIN..ถ้าเขาจะมีเมียเก่งแบบนี้คงดีมิใช่น้อย คงดีว่าหญิงสาวมากมายที่รายล้อมรอบกาย มีเพียงเรือนกายน่าปรารถนาและการเอาอกเอาใจดีเยี่ยม ทำตามทุกคำสั่งไม่คิดขัดใจ จนบางครั้งก็นึกระอาในมารยาพวกนั้น
“มีเหตุอันใดกัน” ฮาฟิซคนสนิทของโมฮัมหมัดบุตรชายของชีคอับดุลอาซิหัวหน้าเผ่ากัวลารีบมาดูเหตุการณ์ด้วยความตระหนก ยิ่งเห็นหญิงสาวทั้งสาม ด้วยแล้วก็ยิ่งตกใจใหญ่
“พี่ฮาฟิซ ท่านเอาทหารมาจัดการมันพวกนี้ทีที่กล้าใช้กำลังกับผู้หญิงในดินแดนของเรา นำมันไปไต่สวนให้รู้ความว่าเหตุใดจึงทำการทรามเช่นนี้” มาราตีมองชายหนุ่มที่ร้องโอดโอยด้วยดวงตาแข็งกร้าว
“ได้ เดี๋ยวพี่จะให้ลูกน้องจัดการ เจ้าไม่เป็นอันใดใช่ไหม”
“ข้าไม่เป็นอันใด” มาราตีหันไปยิ้มให้ชายหนุ่มที่นับถือดั่งพี่ชาย
“กลับกันเถอะ ท่านอาซิเจรจาการค้าเสร็จสิ้นแล้ว” ฮาฟิซบอกหญิงสาวทั้งสองผู้มีศักดิ์เป็นนายและน้องสาวที่รักยิ่ง
เมื่ออับดุลอาซิกับโมฮัมหมัดตกลงเจรจากับพ่อค้าที่มาจากรัฐต่างๆ เสร็จสิ้นลง ทำให้ได้สินค้ามากมาย เพื่อให้พ่อค้าคนกลางมาซื้อต่อและขายในทางตอนเหนือรวมถึงส่งไปขายทางตอนใต้และวังหลวง แค่นี้กัวลาก็มีเม็ดเงินไหลบ่าเข้ามามหาศาลจากการค้าเสรีเช่นนี้
“นางเป็นบุตรสาวของอดีตหัวหน้าเผ่ากัวลา นามว่ามาราตี”
คำกระซิบของคนสนิทเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าคมเข้มแค่เพียงกระตุกริมฝีปากหยักลึกเท่านั้นก็กระชากใจสาวทุกคนที่ได้พบเห็น ดวงตาสีเหล็กวาววับทอดมองร่างงามที่เดินจากไปด้วยประกายตาประหลาด แม้แต่คนสนิททั้งสองก็หาได้คาดเดาความคิดได้
“ไปเถอะ เราคงต้องไปเจรจาการค้าขายกับรัฐมุไซ ซาลาลและ ซามาลอีกนาน” ร่างสูงเดินจากไปพร้อมกับผ้าคลุมสีเขียวใบตองที่ยื่นให้คนสนิท ก่อนจะกระตุกยิ้มอีกครั้งอย่างมีเสน่ห์ชวนหลงใหล
ร่างสูงใหญ่ทุรนทุรายเมื่อโดนงูรัดจนแทบหายใจไม่ออก ตะเกียกตะกายด้วยความตกใจ ก่อนที่มันจะคลายตัวออกจากการรัดรึง เขาก้มมองเจ้างูสีขาวที่ยังรัดกายอย่างหลวมๆ ด้วยความประหลาดใจ มันไม่มีท่าทีดุร้ายแต่อย่างใด แถมยังดูเชื่องกว่าตอนที่รัดครั้งแรกขณะหลับอยู่บนเตียงเสียด้วย
...แต่อยู่ดีๆ มันก็คลายตัวออกจากร่างเขาลงไปนอนขดอยู่แทบเท้าก้มหัวให้อย่างเชื่องๆ คล้ายถูกคนเลี้ยง ดูแล้วไม่มีพิษมีภัยอันใด แถมดูท่าจะประจบเสียมากกว่า มันเลื้อยมาพันแข้งพันขาแบบน่าเอ็นดู เขารู้สึกประหลาดใจ...ที่ไม่กลัวงูขาวตัวนี้สักนิด แต่กลับรู้สึกเอ็นดูเสียมากกว่า เขาวางมือบนหัวตอนที่มันผงกหัวขึ้นมา ก่อนที่มันจะเข้ารัดเขาอีกครั้งแนบแน่นเหมือนเป็นพันธนาการที่ไม่มีวันหลุดได้อีกตลอดชีวิต
เขารู้สึกเช่นนั้น!!!
อัฟฟานสะดุ้งตกใจตื่นจากความฝัน เขาลูบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อแรงๆ มองรอบกายที่ยังมืดมิดเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยปลดปล่อยออกมาจนอกกว้างสะท้อนขึ้นลง
“เราฝันไปเหรอนี่ ทำไมเหมือนจริงแบบนี้” ร่างสูงเดินไปยืนทอดอารมณ์ที่ริมหน้าต่าง สายลมเย็นพัดโชยมาปะทะผิวกายทำให้รู้สึกหนาวเหน็บ
“กอร์เด” ชายหนุ่มเรียกเหยี่ยวคู่ใจที่บินถลาตรงมาที่ริมหน้าต่าง “ออกสำรวจความเรียบร้อยรึ” ชีคหนุ่มคุยกับเหยี่ยวสีขาวที่แวะเข้ามาทักทายอย่างคุ้นเคย “ข้านอนไม่หลับ เลยออกมาตากลม ข้าฝันอะไรบางอย่าง” อัฟฟานคุยกับกอร์เดเรื่อยๆ เหมือนว่ามันรับฟังเพื่อผ่อนคลายอารมณ์“ข้ากำลังจะนอนเจ้าไปเถอะ” ชายหนุ่มลูบหัวของมันก่อนยื่นมือให้มันเกาะและโยนมันขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง
ร่างสูงเดินไปทิ้งกายลงนอนเพื่อข่มตาให้หลับ เพียงไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์อันแสนสุข
“เหตุใดท่านจึงยิ้มเล่า” ชีคอัฟฟานถามอาริฟีนพ่อเฒ่าคนสนิทที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก
“ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอันใดหรอก อย่าได้เป็นกังวลไปเลย ท่านจะได้พบเจอกับเนื้อคู่ในเวลาอันใกล้นี้ต่างหากเล่า”
“เนื้อคู่รึ” อัฟฟานได้ยินก็หัวเราะ คล้ายสิ่งที่รับฟังเป็นเรื่องขบขันเสียเต็มประดา
อาริฟีนเพียงแต่ยิ้มไม่ปริปากคัดค้านหรือสนับสนุนความคิดเห็นอันใดอีก ด้วยรู้นิสัยของชีคหนุ่มดีว่าหากต้องการปรึกษาก็เพียงแค่อยากรู้ แต่จะปักใจเชื่อหรือไม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง
“ท่านควรดูฤกษ์ยามเรื่องการออกรบให้ข้าจะดีกว่า ว่าควรยกกำลังทหารไปปราบพวกโจรก่อการร้ายทางตอนเหนือในวันเวลาใด พวกมันเหิมเกริมไม่เกรงกลัว ข้าอยากสังหารพวกมันให้สิ้นซาก ส่วนเรื่องเนื้อคู่เหลวไหลสิ้นดี”
แม้จะเชื่อคำทำนายการดูฤกษ์ยามดวงดาวของอาริฟีนอยู่บ้าง แต่เรื่องที่ได้รับฟังจากการทำนายฝันเมื่อครู่นี้... เขาคิดว่ามันไร้สาระ เพราะยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้จิตใจเขาสั่นไหวได้เลยแม้แต่คนเดียว
ไม่สิ... ยกเว้น หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในห้วงความคิดของเขาตลอดเวลา ถ้าจะให้ดีทุกลมหายใจเข้าออกเลยก็ว่าได้
“แต่ตอนนี้ยังไม่ควรออกรบหรือกระทำการอันใดทั้งนั้น เพราะมีแต่จะเสียไพร่พลโดยใช่เหตุ บางครั้งในอนาคตท่านอาจปราบพวกมันได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ”
คำเตือนของพ่อเฒ่าสูงวัยทำให้อัฟฟานนิ่งเงียบ ขมวดคิ้วเป็นปม แม้จะเป็นคนใจร้อน แต่ก็ฟังคำเตือนทุกครั้ง
เขาอยากปฏิเสธว่าไม่ค่อยอยากเชื่อเรื่องพวกนี้นัก แต่เพราะทุกครั้งที่อาริฟีนทำนาย มักถูกต้องแม่นยำเสมอ แม้จะมีความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณว่า โหราศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความงมงาย เป็นการสุ่มเดา เป็นการเชื่อว่าดวงดาวมีอิทธิพลกับชีวิตมนุษย์ ดั่งคำพูดที่ว่า
“โหรโกหกแม้ว่าจะทำนายถูกต้องก็ตาม”
...คำทำนายที่ถูกต้องก็ช่วยเหลือในการตัดสินใจของมนุษย์ แต่อย่างไรเสียพระผู้เป็นเจ้าก็คือผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้
...ดึกคืนหนึ่งที่ชนเผ่ากัวลา...
“พี่ขอบใจเจ้ามากรตีน้องรัก” ซูไรดากอดรัดน้องสาวแนบอก
“ไม่เป็นไรพี่ยูดา ข้าขออวยพรให้พี่โชคดี แคล้วคลาดปลอดภัย” มาราตีกอดรัดพี่สาวด้วยความรักไม่ต่างกัน
“รีบไปเถอะ หากชักช้าจะมีคนจับได้” ฮาฟิซรีบเร่งซูไรดาหญิงสาวอันเป็นที่รัก
“แล้วพี่จะส่งข่าวกลับมาหาเจ้า พี่ฝากเจ้าดูแลท่านพ่อด้วย”
ซูไรดาฝากฝังบิดาอันเป็นที่รัก มองน้องสาวด้วยความรู้สึกผิด ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าการไปครั้งนี้อาจทำให้น้องสาวต้องลำบาก แต่เธอก็เลือกหนีไปเพราะความขลาดกลัวและเห็นแก่ตัว
“ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลท่านอาเป็นอย่างดี ท่านรีบไปเถิด ชักช้าจะเสียการ” มาราตีรีบเร่งผู้เป็นพี่สาว
เธอคิดว่าวิธีนี้คงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ชีคอัฟฟานทราบอาจกริ้วโกรธ แต่หากคิดว่าอีกฝ่ายไม่ยินดีคงเลิกราไปเอง รวมถึงอับดุลอาซิกับโมฮัมหมัดต่างก็มีความดีความชอบ คงไว้หน้ากันบ้าง ทั้งสองก็ไม่ได้ช่วยเหลือให้ซูไรดาหนีในครั้งนี้ด้วยซ้ำ ที่สำคัญความสัมพันธ์แต่เก่าก่อนคงพอที่จะทำให้ชีคอัฟฟานเกรงใจกันพอควร
ฮาฟิซโอบเอวคอดของคนรักขึ้นนั่งบนหลังม้า ก่อนจะพาควบออกไปในกลางดึกขณะที่ทุกคนกำลังหลับใหลในราตรีกาล เป้าหมายของเขาคือชายแดนรอยต่อระหว่างชนเผ่ากัวลา
เพียงไม่นานก็มีชายหนุ่มกับหญิงสาวมารอรับทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว
“พี่ฮาฟิซ ท่านไม่ไปกับข้าหรอกรึ” ซูไรดามองผู้ที่มารับสลับกับมองหนุ่มคนรัก
“ยูดา เจ้าจงล่วงหน้าไปก่อน ข้าจะตามไปในภายหลัง ท่านพี่กิมรอกับรานีจะพาเจ้าไปซ่อนตัว เจ้าจะไม่มีอันตรายเด็ดขาด ข้าต้องกลับไปรับหน้าท่านอาซิ บิดาของเจ้า หากมิเช่นนั้นจะเป็นที่สงสัยได้ อย่ากังวลไปเลย พี่ของข้าทั้งสองเป็นคนดี พวกเค้าจะนำเจ้าไปสู่ที่ปลอดภัย” ฮาฟิซบอกคนรักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น พยักหน้าให้ญาติผู้พี่ที่ไว้ใจซึ่งอยู่ต่างเผ่าพาซูไรดาล่วงหน้าไปก่อน
“ท่านต้องรีบตามข้ามาในเร็ววันนะ ข้าจะรอ” ซูไรดาขึ้นนั่งบนหลังม้ามองคนรักด้วยสายตามีความหวัง
ในที่สุดอัฟฟานก็ยอมให้หญิงสาวใช้ผ้าปิดตาตามความประสงค์ ร่างสูงใหญ่ถูกกดแนบให้นอนไปบนเตียงกว้าง เขายอมแต่โดยดีรอว่าหญิงสาวจะทำอะไรกับร่างกายของเขาแล้วก็ต้องหายใจหนักๆ เมื่อมือน้อยแสนซนเริ่มลูบผิวกายเรียบตึง ก่อนค่อยๆ ปลดอาภรณ์ออกจากกาย“ข้าจะไถ่โทษที่ทำให้ท่านเป็นห่วง” มาราตีกระซิบเสียงหวานที่ข้างหู เขาอดหัวใจเต้นแรงไม่ได้เธอยิ้มยั่วแต่เขาไม่มีโอกาสได้เห็น รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้คุมเกม“โอ๊ะ” ชีคหนุ่มร้องเสียงหลงเมื่อมือน้อยซุกซนไปตามส่วนสำคัญของร่างกายมาราตีหัวเราะคิกคักถูกใจ การแกล้งเขาเป็นสิ่งหอมหวาน นึกถึงตอนที่เจอกันใหม่ๆ เก๊กขรึม โหดเถื่อนกับเธอดีนักแล้วชายหนุ่มก็ต้องครางเสียงสะท้านเลยทีเดียวเมื่อริมฝีปากน้อยนิ่มๆ ครอบครอบยอดอกสีเข้มดูดแรงๆ เหมือนหิวโหยเสียนักหนา มือน้อยก็เริ่มไล่ไต่ระดับไปตามผิวกายเนื้อตัวเรียบตึงไม่มีส่วนไหนที่จะรอดพ้นริมฝีปากและมือนิ่มไปได้มาราตีเหลือบมองร่างสูงที่ครางอยู่ใต้ร่างด้วยความชอบใจ ชายหนุ่มอยากกระชากผ้าปิดตาออกนักจะได้เห็นว่าแม่จอมยั่วกำลังเปล่งประกายสายตาแพรวพราวเพียงใดที่ได้ทำเช่นนี้กับร่างกายของเขา... แต่มันก็ตื่นเต้นดีไม่ใช่หรือแล้วร่างสูงให
แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้จะเข้าทางเขาพอดี“ท่านเข้าใจเลือกหาทำเลที่ตั้งนะ” มาราตีไม่หวั่นกลัวโต้ตอบกลับไป“ต่อไปก็จะเปลี่ยนฐาน เพราะซาลต้องเป็นของข้า” อิมรานกระชากเสียงตอบมาราตีเลือกที่จะเงียบเมื่อเห็นดวงตากริ้วโกรธนั้น“ท่านพักผ่อนเถอะ ไว้คนสำคัญมาเมื่อไหร่จะได้จัดการให้สิ้นซาก แต่สวยๆ อย่างท่านข้าคงเก็บไว้” เขาคิดจะใช้หญิงสาวล่อให้ชีคอัฟฟานมาติดกับและสังหาร อย่างไรเสียข่าวที่เขาได้รับรู้มาไม่ผิดแน่ ชีคหนุ่มรักใคร่ชีคคาคนปัจจุบันยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้นมาราตีมองตามร่างของอิมรานที่เดินจากไป ในใจก็นึกภาวนาว่ากอร์เดจะทำสำเร็จชีคหนุ่มขบกรามจนเป็นสันนูนเมื่อทราบว่าหญิงสาวหายตัวไป“กอร์เดเจ้ามีอันใด” ชายหนุ่มอ่านจดหมายที่พับมากับขาพญาเหยี่ยวของตัวเอง ก่อนที่จะหันไปสั่งลูกน้องคนสนิททั้งสอง “มันอยู่ระหว่างรอยต่อชนเผ่ามุฟาลาลกับเผ่ามัลมาเลีย ตามกอร์เดไปทางด้านหลัง รีบหามาราตีให้เจอ อย่าให้นางเป็นอะไรแม้แต่ปลายก้อย” อัฟฟานแทบคำราม ไม่คิดว่าหญิงสาวจะทำอะไรเสี่ยงเช่นนี้..ถ้าเอาตัวกลับมาจะลงโทษเสียให้หนำใจ ที่ทำให้เขาใจหายแบบนี้“ยีฮานไปสำรวจพื้นที่ก่อน ส่วนอินคอฟให้คนไปบุกโจมตีด่านหน้าเรียกร้องความสน
ตั้งแต่จำความได้เธอก็รู้จักกับอูฐมาตลอดชีวิต ในทางตอนเหนือเป็นทะเลทรายส่วนใหญ่จึงมีการเลี้ยงอูฐกันทุกชนเผ่า มันเป็นสัตว์ที่สำคัญมาก ในแต่ละรัฐก็สนับสนุนให้เลี้ยง เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถทนสภาพแห้งแล้งได้ดี อายุการใช้งานสูง เนื้อนมเป็นอาหารหลักสำหรับไว้บริโภค บรรทุกของ ทำงาน ขับขี่ ขนของมันยังสามารถทำเป็นเครื่องนุ่งห่มได้“มันเป็นสัตว์ที่สวยงามมากสำหรับข้า” มาราตีลูบเจ้าอูฐหนุ่มเบาๆ ในเผ่าในทะเลทรายมองอูฐว่าเป็นสัตว์ที่มีคุณค่า ทั้งใช้เป็นพาหนะเดินทางข้ามทะเลทราย โจมตีเผ่าศัตรู มีน้ำนมสำหรับดื่ม ขนทำกระโจมมูลนำมาทำเชื้อเพลิง ฉี่ยังสามารถนำมาสระผมไล่เห็บเหาได้“เจ้าอยากขี่มันหรือ” เขาถามยิ้มๆ ชีคหนุ่มรู้ว่ากว่าจะมาเป็นซาลพวกชนเผ่าเหล่านี้รักอิสระเร่ร่อนโดยใช้อูฐมาราตียิ้มกว้างทีเดียว เธอไปอยู่เมืองหลวงไม่ค่อยได้ขี่อูฐเท่าไหร่ส่วนใหญ่จะได้ขี่ม้ามากกว่า การมาชมการประกวดอูฐจึงถือว่าเป็นเรื่องตื่นเต้นพอสมควร“แต่ต้องขี่กับข้า” เขาพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะจัดการขึ้นไปบนหลังอูฐ มาราตีหัวเราะเสียงใส ความจริงก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้ขี่อูฐเล่น และอยู่ในอ้อมอกของเขา ที่สำคัญเขาก็ห่วงครรภ์น้อยๆ ของ
ส่วนพ่อค้าคนสำคัญทั้งสามรัฐก็เพิ่งรู้ว่าแท้ที่จริงซัมซูดิงก็คือชีคอัฟฟาน ทั้งหมดนึกทึ่งที่ชีคหนุ่มปลอมตัวได้อย่างแนบเนียน“ข้าคิดว่าพี่ฮาฟิซไม่มีวันทรยศแน่นอน เหมือนที่พี่ฮาฟิซจงรักภักดีกับท่านอาและพี่อาหมัด หากไม่ใช่เรื่องท่านลุงฟาดัสถูกท่านอาสังหาร พี่ฮาฟิซก็จะไม่แปรพักตร์แน่นอน” มาราตีเติบโตมากับฮาฟิซตั้งแต่เด็ก จึงรู้ดีว่าชายหนุ่มมีนิสัย เช่นไร“ข้าโชคดีจริงๆ ที่ได้เมียเก่งและฉลาดอย่างเจ้า” อัฟฟานบีบปลายคางหญิงสาวอย่างเอ็นดูมาราตีจุมพิตปลายคางบึกบึนอย่างแสนรัก“ข้าก็ดีใจที่ได้เป็นหญิงสาวที่ท่านรัก”“ดีมากฟายาส” อิมรานเอ่ยกับคนสนิทหลังจากได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของชีคหนุ่มในการที่จะเดินทางไปดูการประกวดอูฐที่ทางตอนเหนือแม้ตอนนี้กัวลาจะหมดอำนาจลงเพราะขาดชนเผ่าทั้งห้าหนุนหลัง หรือแม้แต่เส้นทางค้าขายก็ไม่รุ่งเรืองเหมือน แต่ก่อน แต่ชีคหนุ่มก็ยังส่งฮาฟิซไปดูแลควบคุมชนเผ่าในทะเลทรายไม่ให้คลาดสายตา“ท่านจะเริ่มลงมือครั้งนี้จริงๆ รึ”“ใช่ ครั้งนี้เป็นโอกาสดี ชีคอัฟฟานคงลืมเลือนหรือไม่ทันระวังตัวมากนัก หากเราจะลอบสังหาร ต้องวางแผนให้ดี”“ท่านจะเลือกตอนเดินทางไปหรือเดินทางกลับเล่า” ฟายาสถ
“เจ้าเล่นตลกพอหรือยังซูไรดา ถ้ามาราตีรู้คงเสียใจที่มีพี่สาวอย่างเจ้า” อัฟฟานตะคอกเสียงเครียดซูไรดาอ้าปากค้างไม่คิดว่าจะถูกจับได้สินค้ามากมายที่วางขายในรัฐซึ่งปกติต้องผ่านกัวลา แต่ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อจากกัวลาที่เดียว แต่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเพราะทางวังหลวงเป็นผู้นำออกมาจากท้องพระคลังให้พ่อค้าแม่ค้าได้มาหาซื้อเพื่อนำไปขายในชนเผ่าต่างๆ พ่อค้าแม่ค้ามีสิทธิ์ขายสินค้าได้มากกว่าเดิม แถมยังได้ราคามาตรฐานทั่วกัน ใครขึ้นราคาค้าขายเกินควรก็จะขายสินค้ายาก ดังนั้นสินค้าที่ราคาลดลงหลายเท่าทำให้ราษฎรพึงพอใจไม่น้อยแต่...ยังความไม่พอใจแก่หัวหน้าชนเผ่าทางตอนเหนือในทะเลทราย แม้แต่โมฮัมหมัดก็คาดไม่ถึงว่าชีคหนุ่มจะใช้วิธีนี้ในการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ซึ่งเป็นวิธีที่สร้างผลกระทบแก่กัวลาและชนเผ่าทั้งห้าในทะเลทรายอย่างยิ่งยวด“ท่านจะทำอย่างไรท่านอาหมัด ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ในอนาคตการค้าขายในทะเลทรายก็จะหมดความหมายลง พวกเราก็ไม่มีเรื่องอันใดจะต่อรองกับท่านชีคอีก” หัวหน้าเผ่าต่างๆ ที่เข้าประชุมร้อนใจกันยกใหญ่โมฮัมหมัดถึงกับถอนใจหนักหน่วง“ข้าจะหาทางแก้ปัญหา แต่ตอนนี้ข้าอยากให้พวกท่านช่วยกันคิดม
ซูไรดาเดินวนไปวนมาในห้องเหมือนหนูติดจั่น เธอขอร้องมาราตีว่าอยากเจอฮาฟิซสักครั้ง เมื่อได้รับรู้ว่าบิดาถูกคุมตัวเข้ามาในวัง นึกอิจฉามาราตียิ่งนักที่สามารถไปไหนมาไหนในวังได้ แต่เธอกลับถูกคุมขังเหมือนนักโทษ“ยูดา”เสียงเรียกที่คุ้นหูทำให้ซูไรดาปรับสีหน้ายิ้มแย้มหันไปหาคนรัก“พี่ฮาฟิซ ข้าคิดถึงพี่เหลือเกิน”“รตีบอกว่าเจ้าอยากเจอข้ารึ” เขาเข้าวังมาก็จริง แต่ถ้าหากจะเจอกับซูไรดาต้องได้รับอนุญาตจากชีคอัฟฟาน แต่ครั้งนี้เป็นเพราะมาราตีขอเอาไว้ เขาจึงได้เข้าพบนาง“ใช่พี่ฮาฟิซ พ่อของข้าถูกคุมตัวอยู่ในวังรึ” หญิงสาวรีบถามอย่างร้อนใจ“รตีบอกเจ้าหรือยูดา” ชายหนุ่มถอนใจหนักๆ ไม่ค่อยอยากเอ่ยเรื่องนี้มากนัก“ใช่ ข้าอยากเจอท่านพ่อสักครั้ง แต่ขอรตีแล้วนางบอกว่าคงช่วยข้าไม่ได้ ท่านพี่ช่วยส่งจดหมายให้ท่านพ่อหน่อยได้ไหม ข้าอยากบอกว่าข้าสบายดี ถูกกุมตัวอยู่ที่นี่เหมือนกัน” ซูไรดาอ้อนวอนชายคนรักแอบซ่อนสายตาบางอย่างเอาไว้“ถ้าเป็นสิ่งที่เจ้าต้องการข้าก็จะทำให้” ฮาฟิซตอบรับอย่างไม่ขัดเพราะความรักหมดหัวใจซูไรดารีบนำจดหมายสำคัญใส่มือของชายคนรักทันที“ข้าเขียนบอกท่านพ่อว่าสบายดีเท่านั้น พี่รีบนำจดหมายนี้ไปให้ท่าน







