INICIAR SESIÓNหมอเทวดาฮัวชวินถูกลักพาตัวไปเพื่อให้ช่วยรักษาแม่ทัพของแคว้นใกล้ๆ เขายื่นข้อเสนอให้ขุนพลหญิงแต่งงานแลกกับการรักษา ทว่าหลังรักษาเสร็จแล้วยังต้องเป็นภาระให้เขากับแมวคู่ใจตามไปช่วยตระกูลของภรรยาล้างมลทินคดีกบฎ
Ver más“พวกเจ้าเป็นใคร เหตุใดต้องตามข้ามา ”
“ไม่ต้องถาม! ตามพวกข้าไปเสียดีๆ”
ฮัวชวินถอยหลังกรูดจนหลังไปชิดกำแพง เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้าที่สะพายเอาไว้ ค่อยๆ ลูบลวดลายบนขวดกระเบื้องเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองจะหยิบยาไม่ผิด ปลายนิ้วของชายหนุ่มสะกิดจุกปิดปากขวดออกแล้วหันไปต่อล้อต่อเถียงเพื่อหันเหความสนใจ
“หากอยากให้ข้าตามเจ้าไปแต่โดยดีก็ควรจะบอกข้าสิ”
บุรุษที่ถือดาบอยู่ทางซ้ายหันไปหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ลูกพี่! ข้าบอกแล้วว่ารีบจับตัวไม่ต้องถามไถ่ เห็นหรือไม่ว่าเป็นเรื่องเสียเวลา”
ฟุ่บ! ฟั่บ!
ควันที่ขาวคละคลุ้งอยู่ตรงหน้า คนถือดาบที่อยู่ใกล้ที่สุดสองคนหน้าหงายสิ้นสติล้มลงไป ส่วนสามคนด้านหลังที่ยังไม่ทันระวังตัวก็ถูกหมอหนุ่มซัดฝุ่นสีขาวจากขวดกระเบื้องเล็กๆ เข้าใส่จนล้มลงไป
"พวกเจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว ฉายาหมออันดับหนึ่งแห่งค่ายพยัคฆ์ไฟไม่ได้มาเพราะฟ้าประทานหรอกนะ ข้าอุตสาหะพากเพียรเรียนรู้เรื่องสมุนไพรและการปรุงยาอยู่นับสิบปี คิดจะมาจับข้าง่ายๆ ได้อย่างไร”
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวขาวผ่องใบหน้าผุดผาดในชุดผ้าไหมสีขาวปักลวดลายเถาวัลย์ ควานหาจุกขวดในกระเป๋าผ้าออกมาปิดแล้วเก็บคืนไว้ ก่อนจะก้าวข้ามร่างที่ล้มเกะกะอยู่ตรงหน้า
“ข้าไปล่ะ หวังว่าจะไม่เจอพวกเจ้าอีก” ชายหนุ่มเหลือบแลเล็กน้อยก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไป
ครั้นเขาวิ่งมาได้ไกลแล้วก็พยายามมองหามือปราบที่อาจจะเดินลาดตระเวนแถวนั้นเพื่อแจ้งให้ไปจับคนร้าย
“เฮ้อ! ตอนต้องการตัวกลับไม่เจอ ตอนไม่ต้องการดันเจอบ่อยเหลือเกิน พวกมือปราบนี่ทำงานอย่างไรกัน”
ฮัวชวินหงุดหงิดที่มองหามือปราบไม่เจอสักคน จึงตัดสินใจขึ้นรถม้าหมายจะเร่งเข้าเมืองหลวง ทิ้งคนทั้งห้าเอาไว้เบื้องหลัง
ผงสิ้นสติของเขาออกฤทธิ์อยู่ห้าชั่วยาม ปล่อยให้คนพวกนั้นนอนจนถึงเช้า เดี๋ยวก็คงมีคนมาพบเอง
‘ช่างหัวมันเถอะ ข้าหลบเข้าเมืองหลวงแล้ว พวกเจ้าหาข้าไม่เจอหรอก ข้าถูกจับตัวไปรักษาคนบ่อยแล้ว ดูๆ ไป พวกเจ้าก็คงหวังเช่นนั้น’
“คุณชาย เสร็จธุระเร็วจริงขอรับ” คนรับใช้ที่นั่งอยู่รถม้าทักขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“พวกเรารีบหนีกันเถอะ ข้าเจอคนคิดจะมาลักพาตัวอีกแล้ว” ฮัวชวินสีหน้าไม่ค่อยดี
“อืม...ถ้าจะนับไป ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นครั้งที่สิบเลยนะขอรับ” คนขับรถม้าถึงกับส่ายหน้า เขาอยู่รับใช้ฮัวชวินมาตั้งแต่หมอหนุ่มออกจากบ้านมาทำงานที่กองทัพ
“รีบไปกันเถอะ ก่อนจะมีคนของพวกมันโผล่มาอีก” หมอหนุ่มเร่งเร้า
รถม้าของฮัวชวินเดินทางออกจากประตูเมืองฉู่จิ้งโดยที่คนบนรถม้าไม่รู้เลยว่าพวกตนถูกสะกดรอยโดยคนอีกกลุ่มหนึ่ง
หญิงสาวในชุดบุรุษท่าทางองอาจควบม้าสีน้ำตาลแดงตัวใหญ่ที่สุดเอ่ยขึ้น “ทุกคน! ระวังตัวด้วย อย่าให้เป็นเหมือนเจ้าโง่พวกนั้น กลับไปข้าจะลงโทษพวกมันเสียให้เข็ด แค่จับตัวบุรุษไร้วรยุทธ์ผู้หนึ่งก็ยังทำไม่ได้”
“ขอรับ!” บุรุษทั้งเจ็ดบนหลังม้าที่ควบไล่เรียงมาด้านหลังรับคำอย่างหนักแน่น
ม้าพันธุ์ดีตัวใหญ่แปดตัววิ่งตามหลังรถม้าของท่านหมอหนุ่มออกไปราวกับลูกเกาทัณฑ์ที่ถูกยิงเต็มแรง
ฮัวชวินอยู่ในกองทัพมานาน เคยติดตามแม่ทัพและเหล่าขุนพลออกไปด่านหน้ามานับครั้งไม่ถ้วน แม้จะไม่เคยออกรบจริงๆ จังๆ แต่ก็เขาเคยฝึกฝนการฟังเสียงฝีเท้าคนและม้าที่ตามไล่ล่า หูของเขาจึงไว้เป็นพิเศษ
“เสี่ยวฝาน! ดูเหมือนจะมีคนตามพวกเรามา ไปหาที่จอดที่เหมาะๆ ซ่อนตัวเร็วเข้า ม้าของพวกเขาตัวใหญ่เสียด้วย เห็นทีเราคงจะหนีไม่พ้น”
เจตนาของคนส่วนใหญ่คือจับตัวเขา ดังนั้นเพื่อให้เสี่ยวฝานปลอดภัย พอฮัวชวินรู้ว่าจวนตัวก็จะให้คนรับใช้ทิ้งตนเอาไว้ระหว่างทาง จากนั้นเสี่ยวฝานก็จะขับรถม้าไปรอที่โรงเตี๊ยมข้างหน้า เพื่อรอเขาที่หาทางหลบหนี
เมื่อม้าทั้งแปดตัววิ่งมาขวางตรงหน้า ท่านหมอหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างเอือมระอา ทว่าบุรุษบนหลังม้าเมื่อมองเห็นใบหน้าของเหยื่อที่ตนจะมาจับตัวถึงกับตกตะลึง
‘คนผู้นี้หรือ...หมอเทวดาฮัวชวินรูปร่างหน้าตางดงามยิ่งนัก ดูท่ารูปโฉมน่าจะโดดเด่นเกินความสามารถ’
“เจ้าคิดจะมาจับตัวข้า เหตุใดจึงไม่เอารถม้าคันใหญ่ๆ มาด้วยเล่า” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาคนบนหลังม้าด้านหลัง
ครั้นสังเกตดีๆ ฮัวชวินพบว่าหัวหน้าโจรเป็นสตรีที่รูปร่างสูงโปร่งซ่อนร่างในชุดบุรุษทะมัดทะแมง นางสะพายกระบี่และเกาทัณฑ์ไว้ด้วย ดูจากสง่าราศีของนางแล้ว ช่างน่าเกรงขามนัก
‘เห็นทีหัวหน้าโจรผู้นี้ จะมิใช่โจรธรรมดา รูปโฉมโนมพรรณ ไม่เลวเลยทีเดียว’ ท่านหมอหนุ่มได้แต่นึกชมอยู่ในใจ ดูผาดๆ เครื่องหน้าของนางคมเข้มคล้ายบุรุษ นั่นอาจจะเป็นเพราะนางเขียนคิ้วให้หนาและเฉียง ทำให้ยากจะสังเกต
“รถม้าก็ให้ห้าคนนั้นเอามาแล้ว แต่ท่านนั่นล่ะ รังแกคนของข้า ตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ว่ารถม้านั่นไปจอดอยู่ที่ใด ตกลงว่าท่านจะไปกับข้าแต่โดยดีแล้วใช่หรือไม่” สตรีใบหน้าคมเข้มบนหลังม้าจ้องท่านหมอหนุ่มด้วยความคาดหวัง
“เจ้าจะพาข้าไปที่ใด ไกลหรือไม่ นานทีข้าได้พัก เจ้าน่าจะมาจับตัวข้าเสียตั้งแต่ตอนที่ข้ายังทำงานอยู่ ข้าจะได้ไม่เสียวันหยุด” ชายหนุ่มบ่นกระปอดกระแปดคล้ายกับไม่หวาดกลัวการถูกคนกลุ่มใหญ่ไล่ล่าแม้สักน้อย
คนที่หมายมั่นจะมาลักพาตัวถึงกับชะงัก “ท่านไม่ดูกลัวพวกข้าเลยนะ นี่คงมิได้ถูกคนมาลักพาตัวบ่อยๆ หรอกนะ”
ฮัวชวินยิ้มละไม “ก็ใช่น่ะสิ หากนับรวมพวกเจ้าเข้าไปก็เป็นครั้งที่สิบแล้ว ข้าขอเพียงเจ้าไม่ทำร้ายข้าและคนของข้าก็พอ”
ในเมื่อนางมาพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่และอาวุธครบมือ นางก็ย่อมจะสะกดรอยตามเขามาพักใหญ่แล้ว
“ได้ ข้าสัญญา ขอเพียงท่านยินดีไปกับข้า ข้าจะไม่ทำร้ายพวกท่านและหากท่านรักษาคนเจ็บให้หายได้ ข้าจะกลับมาส่งท่านที่เมืองฉู่จิ้งอย่างแน่นอน”
“เดี๋ยวก่อน! เจ้าต้องบอกอาการของคนผู้นั้นมาก่อนว่าป่วยมากน้อยเพียงใด หากกินเวลาวันหยุดข้าไปนานล่ะก็ ข้าก็เสียเปรียบแย่ เจ้าต้องชดเชยค่าเสียเวลาให้ข้าอย่างเหมาะสมด้วย เข้าใจหรือไม่” หมอหนุ่มยังคงเชิดหน้า ทำใจกล้าต่อรองกับคนที่คิดลักพาตัวตน
หญิงสาวบนหลังม้าหน้าตึงเอ่ยเสียงห้วน “พอๆ ไปกันได้แล้ว ท่านอยากได้สิ่งใดก็ไปตกลงที่ค่ายของข้า”
เสี่ยวฝานดึงข้อมือของซ่งเหยาให้นางตามเขาไปด้านหลังเรือนใหญ่ “เสี่ยวเหยา เจ้าอย่ากลับเลย เรื่องแต่งงานนั่น ให้ข้าเป็นคนรับผิดชอบเถิด” “เจ้า! เจ้าพูดบ้าอันใด” ซ่งเหยาหน้าแดง นางเองก็แอบหวังให้เขาพูดคำนี้ออกมาเช่นกัน “ข้าจะแต่งกับเจ้าได้อย่างไร” “ทำไมกัน เจ้ายังมิได้หมั้นหมายนี่ แต่งกับข้าแทนจะเป็นไรไป” ซ่งเหยาหน้าง้ำหน้างอ นางอยากให้เขาพูดว่า เขาชอบนางมากกว่าจะมาบังคับแต่งงาน ช่วงที่นางได้รับบาดเจ็บเพราะตกลงไปในหลุมขวากดักสัตว์ เสี่ยวฝานคอยดูแลนางอย่างดี คนผู้นี้นับว่าเป็นบุรุษที่พึ่งพาได้ผู้หนึ่ง “ข้าพูดจริง ข้าชอบเจ้า หากว่าเจ้าจะแต่งงาน ให้เจ้าบ่าวเป็นข้าได้หรือไม่ ข้าอยู่กับคุณชายมานาน เงินเบี้ยหวัดเก็บเอาไว้ไม่น้อย สามารถให้สินสอดเจ้าได้ไม่น้อยหน้าผู้ใด ขอเพียงเจ้าพยักหน้าตกลง ข้าจะรีบไปเรียนคุณชาย” ซ่งเหยายิ้มน้อยๆ ก้มหน้ามองมือตนเองที่ถูกเสี่ยวฝานกุมเอาไว้ คำพูดว่าชอบเขาก็พูดออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้น นางจึงยินดี“ตกลง” นางตอบแผ่วเบา เสี่ยวฝานวิ่งไปที่รถม้า ฮัวชวินกับหรูหยู่เยียนนั่งรออยู่ได้สักพักแล้ว ครั้น
สองหนุ่มสาวที่หลับใหลอยู่บนเตียงงัวเงียตื่นขึ้นมาบนเตียงในหอสุราก็ต้องตกใจ ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรุมล้อมเตียงอยู่จนแน่น “นี่มันอะไรกัน!” “ตื่นเสียทีนะ เจ้าลูกชั่ว! พวกเจ้าสองคนก็หมั้นหมายกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องมานัดพบทำเรื่องไม่ดีในสถานที่เช่นนี้เลย เพียงพอพ่อดีๆ ให้พ่อเร่งรัดงานแต่งก็ได้แล้ว” รองแม่ทัพมู่เอ่ยด้วยความโกรธแค้น บิดาของซ่งชิงอีเดินเข้ามาใกล้เตียง “อีอี เหตุใดเจ้าจึงไม่คิดถึงหน้าพ่อบ้าง เจ้ากับมู่อันหมั้นหมายกันอยู่แล้ว อดใจรอสักหน่อยไม่ได้หรือไร ทำเช่นนี้ พ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด” ซ่งชิงอีถึงกับสะดุ้ง นางลุกขึ้นใช้ผ้าห่มปิดบังร่างกาย น่าอับอายนัก ต่อหน้าญาติพี่น้องทั้งสองฝ่าย ตัวนางเหลือเพียงเอี๊ยมแต่กางเกงขายาวใส่นอน “มู่อัน! เจ้าทำอันใดข้า” นางหันไปตวาดชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ “ข้าหรือ! ข้าต่างหากที่ต้องถามว่าเมื่อคืนเจ้าทำอันใดกับข้า พวกเราก็แค่ดื่มไม่กี่ขวดมิใช่หรือ” ซ่งฮูหยินแอบยกแขนเสื้อขึ้นปิดปากยิ้มขำ พอกลั้นได้ก็ลดมือลงแสร้งทำหน้าเคร่งขรึม“พอ! เลิกทะเลาะกันได้แล้ว! พวกเจ้าสองคนนัดหมายกันมาที่นี
ในงานวันนี้ พระราชโองการเชิดดูความดีงามของฮัวชวินก็มาถึง ลู่กงกงออกมาด้วยตนเอง“ท่านหมอฮัว ข้ายินดีกับท่านด้วย วันนี้เป็นงานมงคลจัดเพื่อให้ญาติๆ สกุลหรูได้รู้จักท่าน และอีกเจ็ดวัน ฝ่าบาทจะพระราชทานงานเลี้ยงขอบคุณท่านโดยเฉพาะด้วย”ญาติพี่น้องสกุลหรูได้ยินก็พากันตื่นเต้น นอกจากแม่ทัพใหญ่หรูแล้ว ไม่เคยมีผู้ใดได้รับพระราชทานงานเลี้ยง เกียรติยศของเขยอย่างฮัวชวินนับว่าไม่น้อยหน้าผู้เป็นหัวหน้าตระกูลอย่างหรูจื่อเหลียงลู่กงกงประกาศพระราชโองการเสร็จก็มอบป้ายเข้าวังหลวงให้กับเขา “ป้ายนี้มีเพียงขุนนางขั้นสามขึ้นไปที่ได้รับ ท่านคือคนพิเศษที่ฝ่าบาททรงพระราชทานให้ด้วยตนเองเป็นคนแรก”“ขอบพระทัย ฝ่าบาท” ฮัวชวินค้อมศีรษะรับอย่างนอบน้อมลู่กงกงสั่งให้ขบวนคนข้างนอกนำข้าวของพระราชทานออกมาวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า ทรัพย์สินเงินทองพวกนั้นมากจนคนสกุลหรูพากันตื่นตะลึง“ท่านพ่อ นี่มันมากกว่าตอนที่ท่านพิชิตชนเผ่าเถื่อนได้เลยนะเจ้าคะ” หรูหยู่เยียนกระซิบ“อย่าลืมว่าฮัวชวินช่วยชีวิตฮ่องเต้ จะได้มากกว่าก็ย่อมไม่แปลก” แม่ทัพหรูยิ้มน้อยๆ ปลาบปลื้มในตัวเขยจับมา “ลูกพ่อ เจ้าจับเขยได้ดีนัก เป็นเกียรติแก่สกุลหรูเ
หรูหยู่เยียนที่ฝึกฝนฝีมืออยู่ในค่ายม้าแดงในแคว้นหมิงตลอดระยะเวลาที่บิดาของนางล้มเจ็บ บัดนี้ฝีมือของนางนับว่าเหนือชั้นกว่าเดิมมากขุนพลหนุ่มหันขวับไปหาหรูหยู่เยียน นางลอยตัวลงไปที่พื้นได้ก็รีบหยิบเอาดาบจากศพของทหารที่อยู่ใกล้ขึ้นมา แล้วพุ่งไปต่อเพื่อจะเอาชีวิตเซิ่งเทากาลก่อนนั้น เซิ่งเทาผู้นี้เป็นผู้ใช้กระบี่แทงนางถึงสองแผลในช่วงที่นางมิได้ระวังตัว จากนั้นทหารที่จงรักภกดีต่อนางก็ถูกคนของเซิ่งเทาฆ่าตายไปถึงยี่สิบคน แค้นนี้นางต้องชำระด้วยตนเองเซิ่งเทามัวแต่ตกใจที่บิดาสิ้นชีพกะทันหันมิได้ระวังด้านหลัง หรูหยู่เยียนแทงดาบเข้ามา เขาจึงหลบแทบไม่ทัน ปลายดาบถูกสีข้างเขาลึกลงไปราวหนึ่งชุ่น ขุนพลหนุ่มผละออกยกทวนของตนขึ้นต้านเอาไว้“บัดซบ! เจ้ากล้าฆ่าท่านพ่อของข้า” เซิ่งเทาร้องลั่น“ไม่ต้องห่วง ข้าจะเป็นคนส่งเจ้ากับแม่ทัพเซิ่งไปปรโลกเพื่อขอขมาทหารสกุลหรูที่ตายไปทั้งหมดเอง” หรูหยู่เยียนร้องลั่นขุนพลหญิงโจมตีอย่างรุนแรงจนเซิ่งเทาตั้งตัวไม่ติด กระบวนท่าที่สิบ หรูหยู่เยียนก็ใช้ดาบตวัดเอาดาบของศัตรูหล่นไปบนพื้นก่อนจะฟันร่างของเซิ่งเทาจนด้านหน้าเป็นแผลลึก ร่างหงายผลึงล้มตาตั้ง“แม่ทัพเซิ่งตายแล้ว! ขุ
“ข้ารู้! แต่ข้าไม่อยากฟัง” ฮัวชวินเอ่ยเสียงเรียบ “กลับกันเถอะ ป่านนี้ท่านพ่อคงร้อนใจอยากจะรู้ข่าวแล้ว พรุ่งนี้จะได้ปล่อยทหารทยอยเดินทางกลับ” กองทัพสกุลหรูเข้ามาตั้งค่ายในป่าสิบหมู่ที่อยู่ต่างแคว้นไม่อาจเดินทัพกลับได้อย่างปกติ พวกเขาต้องทยอยกันออกจากค่ายม้าแดง กระจายกันเด
“ที่ผ่านมา ไม่มีหมอคนใดรักษาพิษนี้ให้เจ้าได้มิใช่หรือ ในเมื่อมีแต่ข้าที่บอกได้ เช่นนั้นสิ่งที่ข้าบอกย่อมเป็นจริง เจ้าต้องหลับนอนกับข้าเก้าสิบวัน ห้ามขาดไปแม้แต่วันเดียวจึงจะถอนพิษได้ทั้งหมด” หญิงสาวกำหมัดแน่น นึกอยากจะทุบบุรุษที่นอนเอาแขนพาดเอวตนเองเป็นกำลัง ทว่ากลับไม่อาจทำได้ เขาพูดถูกทุ
หรูหยู่เยียนนั่งใจลอยอยู่ราวสองเค่อ ย้อนนึกถึงครั้งที่ไปเยือนหอแสงจันทร์แล้วนึกขอบคุณแม่นางนิ่งที่ทำให้นางเข้าใจวิถีระหว่างบุรุษกับสตรี ทว่าตราบจนบัดนี้ นางมัวแต่อยู่ในสมรภูมิรบพุ่ง นางจะเอาเวลาใดไปแสวงหาบุรุษที่พึงใจ นางวางจอกน้ำชาในมือลงกับโต๊ะข้างเก้าอี้ เหลือบมองท่อนแขนที่แขนเ
ฮัวชวินเดินนำหน้าหรูหยู่เยียนเข้าไปสำรวจห้องในเรือนท้ายค่ายด้วยความพอใจ เขาหยุดยืนอยู่กลางห้องนอนที่อยู่ด้านในสุดของเรือน มองไปยังเตียงไม้ขนาดใหญ่ ก่อนจะหันมายิ้มน้อยๆ ให้กับหรูหยู่เยียนแล้วเดินไปเขย่าเสาเตียงจนมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดพร้อมกับส่งสายตามีเลศนัยไปยังหญิงสาว “คนลามก!” ขุนพลห











