로그인ยอดอกสีสดถูกอุ้งปากร้อนชื้นอ้างับ เขาครอบครอง ดูดซึมความหวานฉ่ำชื่น ขยำขยี้ บีบบี้ความเต่งตึงนุ่มหยุ่นเคล้นคลึงด้วยความพอใจ ความรู้สึกหวามไหวไหลปร่า แผ่กระจายทั่วทุกตารางนิ้วบนผิวกาย เธอรู้สึกสยิวซาบซ่าน ทุกครั้ง...ยามที่ถูกโลมลูบด้วยฝ่ามือร้อนระอุ!! ร่างกายของเธอแทบจะลุกเป็นไฟ เมื่อถูกฝ่ามือใหญ่ๆ ลูบไล้สัมผัส ให้ตายเถอะ!! เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะรู้สึกกระสันซ่านได้ถึงเพียงนี้ ความรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต...กระแสไฟอ่อนๆ นั่นวิ่งพล่านทั่วทั้งตัว มันจุดประกายบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้ และมันกำลังทำให้เธออยากรู้ในสิ่งต่อไปที่กำลังจะมาถึง!!
“อืมมมม...”
เสียงครางผะแผ่ว ดังรอดออกมาจากกลีบปากที่เม้มแน่น ภาคินยิ้มเหยียดๆ มุมปาก เขาพรมจุมพิตหนักๆ ใต้ฐานอกอวบ ลากปลายลิ้นเปียกๆ ลงต่ำ พร้อมทั้งสูดกลิ่นความหอมหวานของเนื้อสาวจนเต็มปอด...ลูบไล้ผิวกายนุ่มนิ่มปลุกกระแสเลือดในกายของหญิงสาวให้เดือดพล่านเพิ่มมากขึ้น
มือร้อนไล้วนเหนือแผ่นท้องราบเรียบ ปลายนิ้วเรียวสวยวนรอบแอ่งสะดือบุ๋มชวนชิดเชย ไถลเรื่อยไปยันเอวคอดกิ่วกับสะโพกผายเต็มตรึง!! พะแพงสะดุดลมหายใจตัวเอง เธอกลั้นหายใจจนลมเกือบหมดปอด เพราะมัวแต่กระสันเสียวไปกับสัมผัสบางเบา จนเมื่ออากาศในปอดหมดลง จึงรีบสูดลมหายใจแรงๆ จนเกือบสำลัก
ภาคินยิ้มเย้ย...ใกล้เวลาที่เขาจะเผด็จศึก!! และกำลังจะเป็นคนแรกที่ลิ้มรสน้ำค้างกลางหาว ที่ชุ่มฉ่ำและสดสะอาด
เขาสอดปลายนิ้วผ่านเอวกางเกงที่ยังไม่ทันได้ถูกถอด...ปลายนิ้วแข็งแรงแทรกลึกเข้าไปใต้ชั้นในเนื้อนุ่ม!! เกลี่ยสะกิดไล้เหนือเนินนางเต็มมือ จนคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก!! เธอรีบเปิดเปลือกตาขึ้นมอง กระพริบเปลือกตาปริบๆ รีบเอื้อมมือตะครุบฝ่ามือร้อนระอุ ที่วนเวียนอยู่ใกล้จุดอันตรายของเองไว้มั่น!!
“ยะ...อย่าค่ะ”
“เรามาไกลเกินกว่าจะหยุดแล้วพะแพง...มันต้องเป็นไปตามข้อตกลง หากเธอยังอยากเห็นหน้าไอ้พะนายมันในวันพรุ่งนี้” ชายหนุ่มตอบเสียงแหบพร่า ดวงตาสีนิลมืดขุ่นมัว มันเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโพลงบวกกับเพลิงโทสะที่กำลังจะลุกกระพือ...
หญิงสาวผวาเยือก!! เมื่อชายหนุ่มดันเอวกางเกงของเธอลงต่ำ ภาคินกดมุมปากโค้งลง เขากระชากกางเกงผ้าเปื่อยๆ จนขาดแล่ง!! ‘แคว๊ก’ หญิงสาวสะดุ้ง...เธอรู้สึกสลด...ขากลับเธอคงได้ใส่เสื้อผ้าขาดๆ กลับไปเป็นแน่...เมื่อผู้ชายคนนี้ทำลายข้าวของของเธอ แทบจะไม่เหลือชิ้นดี
ภาคินหรี่ตามอง เนินนางแสนอลังการ... ลมหายใจของเขาร้อนผะผ่าว อุณหภูมิในร่างกายพุ่งพรวดๆ
กางเกงเอวยางยืดของหล่อนถูกโยนทิ้งไปอีกชิ้น มันกองรวมกันกับเศษซากผ้าลูกไม้ ที่ครั้งหนึ่งเคยทำหน้าที่โอบประคองเต้าทรวงของพะแพง แต่เวลานี้มันไม่ต่างอะไรกับผ้าขี้ริ้ว เมื่อมันขาดแล่ง แทบไม่เหลือเค้าเดิม...และถูกขว้างทิ้ง เมื่อมันไร้ความหมาย
เพราะอารมณ์กำหนัดที่พุ่งสูงจนนัยน์ตาพร่า ภาคินโถมเข้าใส่พะแพงแบบดุเถื่อน เขาทำอะไรแบบที่ตัวเองไม่เคยคิด หากเป็นเวลาปกติ...ชายหนุ่มจะค่อยๆ ทรมานคู่ชิดเชย ละเลียดชิมรสหวานหอมของคู่สวาท จนกว่าเธอจะวิงวอนให้เขาปลดปล่อย
แต่ครั้งนี้...ภาคินไม่สามารถฝืนความต้องการของตัวเองได้ ร่างกายเขาเกร็งเครียด เพียงแค่แตะต้องหญิงสาวอารมณ์ในร่างกายก็กระโจนสูงเกือบสุดขอบของโลก จึงรีบโน้มตัวลงไปใกล้ๆ เบียดส่ายลำตัวร้อนผ่าว บดเบียดเสียดสีผิวนุ่มชุ่มชื่นเพราะเม็ดเหงื่อไหลชโลมออกจนเปียกฉ่ำไปทั้งลำตัว
ลมหายใจของภาคินร้อนผ่าว เมื่อเป่ารดผิวกายของพะแพง หญิงสาวสะดุ้งเยือก รีบอ้าปากงับอากาศจากภายนอก เมื่อไม่สามารถสูดดึงลมหายใจได้ทัน ทรวงอกอวบอัดไหวสะเทือน ร่างกายของเธอเหมือนล่องลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือห้วงเวลา มันหวิวไหวสลับกับอาการวูบวาบ เป็นความตื่นเต้น...ปนเปไปกับความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จัก
หญิงสาวมัวแต่สับสน...มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่ร่างกายตัวเองเหมือนถูกฉีกทึ้ง!!... มันเจ็บร้าวแปลบปราบตั้งแต่กึ่งกลางร่างกาย...จรดถึงขั้วหัวใจ!!
“เจ็บ...แพงเจ็บ!!”
มือเล็กๆ พยายามผลักดันลำตัวแข็งแกร่ง เธอเกร็งตัวจนแข็ง พยายามช่วยเหลือตัวเอง ให้พ้นไปจากความทรมานเจียนตายนี่ แต่เหมือนจะไม่สำเร็จ!!
“ชูว์...” ชายหนุ่มจิปาก...
เม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผากกว้าง กว่าจะพ้นวิกฤตเช่นนี้ไปได้ เขาเองก็คงแย่พอๆ กับหล่อน...
“ไม่...ปะ ปล่อย”
ความเจ็บปวดทรมานกลบความซ่านสยิวเมื่อสักครู่ไปจนหมด พะแพงพยายามดิ้น แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บเพิ่มขึ้น
ภาคินคำราม... “ฮืมมม...” เขากดตรึงหล่อนแรงๆ เสือกเสยความแกร่งร้อนจมมิดสุดทาง!!
“อะ...” หญิงสาวสะท้าน...ดวงตาเบิกโต มันเจ็บแปลบแทบใจจะขาด แต่ก็มีความรู้สึกอื่นๆ แทรกมาด้วย
ชายหนุ่มหยุดตัวตนนิ่งๆ เขาปล่อยให้ธรรมชาติปรับตัว
และผลตอบรับหลังรอเวลา...ร่างกายปรับเปลี่ยนความสมดุลและคุ้นชินกับสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ ภาคินแทบขาดใจตายเพราะรสหวานซ่านที่ได้รับ เขาแทบกระอักความสุข เพราะความรู้สึกปริ่มเปรมถาโถมเข้าใส่ ทั้งอิ่มเอิบ ซาบซ่าน และกระสันทรวง...
“อ้ายยยย...” เสียงกรีดร้องยาวเหยียดของใต้ร่าง หมายถึงหล่อนกระโจนคว้าดาวไว้สำเร็จ
เรือนกายสาวสดกระตุกสั่น และเมื่อถึงเวลาแสนเหมาะสมนั่น ก็คงจะถึงเวลาที่เขาควรปลดปล่อยตัวเองเสียที ชายหนุ่มกัดฟันแน่น เขาโหมกำลังหยดสุดท้าย เสือกเสยแก่นกายเน้นๆ และกระโจนตามหล่อนไปติดๆ...พร้อมกับการระเบิดพร่างพรายแบบสุดโต่ง...
“เห้ย!!” ภาคินทะลึ่งพรวด
เขาถอดถอนแก่นกายจากบัวปริ่มน้ำ พลิกตัวนอนด้านข้าง!! สีหน้าลำบากใจสุดๆ เมื่อก้มมองดูกึ่งกลางกายของตัวเอง ที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำรักแต่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันตัวสวมทับเหมือนเคย
ลืม...ลืมสนิท ลืมแม้แต่จะคิดป้องกันตัว ลืมอุปกรณ์สำคัญที่ควรใช้
ซวยไหม?...นั้นคือความคิดของชายหนุ่ม เขาถอนลมหายใจเฮือกๆ ฉวยผ้าเช็ดตัวผืนโตมาพาดกายช่วงล่าง
อารมณ์สุนทรีจางหายไปในบัดดล...
พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น... ก็อกๆ
ภาคินเดินหุนหันลงจากเตียงใหญ่ เขาเดินกระแทกส้นเท้าแรงๆ ทิ้งความไม่พอใจโยนใส่พะแพงเต็มๆ
หญิงสาวรีบพลิกตัวนอนคว่ำ น้ำตาไหลรินอาบหน้า
สาวสุดอาภัพรีบกระทดตัวลงจากเตียงนอนใหญ่ หอบผ้าห่มคลุมกายเปลือยเปล่า...มานั่งตัวสั่นเทาซุกอยู่ที่ข้างเตียงนอน มือเรียวบางสั่นระริกควานหาเสื้อผ้าเก่าๆ ของตัวเอง น้ำตาหยดริน...ก้มมือเศษผ้าที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ได้...หญิงสาวสะท้านใจเมื่อแม้แต่เสื้อผ้ายังถูกทำลายแทบไม่มีชิ้นดี พะแพงพยายามหยัดกายลุกขึ้นยืน...ร่างกายรวดร้าวยามขยับเนื้อตัว สัดส่วนกลางร่างกายเจ็บแปลบๆ จนต้องนิ่วหน้า
เสื้อเชิ้ตสีขาวใหม่เอี่ยม ที่เธอค้นได้จากตู้เสื้อผ้าของเขา หญิงสาวถือวิสาสะหยิบมาใช้ เมื่อมันเป็นผ้าเนื้อหนา และคงสามารถพรางร่างเปลือยของตัวเองได้ เพราะนอกจากเสื้อตัวนี้แล้ว ใต้นั้นไม่มีเสื้อผ้าชิ้นอื่นเลย หญิงสาวเหลือบมองเศษผ้าสองชิ้น กางเกงที่เธอใส่เป็นประจำ ขาดแล่งและไมสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ กับชั้นในตัวโปรดที่สภาพยับเยินไม่ต่างกัน
พะแพงวักน้ำลูบหน้า ล้างทั้งคราบน้ำตา และคราบเหงื่อ...
แล้วจึงเดินมานั่งอย่างสงบรออยู่ที่ขอบเตียง...เธอตะแคงหูฟังเสียงจากด้านนอก
จนกระทั่ง...
“แพง” เสียงของภาคินแหบปร่า ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่หลังใบหูนั่นอีก มันทำให้หญิงท้องแก่หัวใจระทวย“ขา...” เสียงหวานขานรับ ภาคินยิ้มเครียด เขาเตรียมพร้อมศึกษาความเป็นไปได้มาก็จริง แต่ยังไม่กล้าลงมือ เพราะห่วงคนตัวเล็กจะไม่พร้อม“ฉันๆ” คนกล้าแกร่งเกิดหัวหดขึ้นมาแบบนั้น เขามองเนินท้องนูนๆ ของพะแพง ก่อนจะถอนใจดังเฮือกๆใบหน้าร้อนผ่าว ผิวแก้มซับสีระเรื่อ เมื่อทำใจกล้า เอื้อมมือไปจับมือใหญ่ที่ชักกลับ เหมือนกับว่าสิ่งที่ตั้งใจไว้แต่แรก เขาเกิดปอดขึ้นมาดื้อๆ เธอจับมือของภาคินวางบนเนินหน้าท้อง ตอนที่ทิ้งตัวนั่งบนขอบที่นอน“ลองจับดูสิคะ”เสียงของพะแพงสั่นพร่าไม่ต่างจากภาคินเลย“ฉันๆ” ชายหนุ่มกระอึกกระอัก เขาไม่ได้ต้องการสัมผัสเพียงแค่นี้ เขาอยากชื่นชมพะแพง แม้ว่าหล่อนจะไม่เหมือนเดิม แต่ไม่ว่ายังไง ในสายตาของภาคิน พะแพงก็งดงามเสมอหญิงสาวยิ้มหวาน ริมฝีปากสั่น เมื่อเลื่อนฝ่ามือร้อนผ่าวนั่นมาที่เนินอกตนเอง“แพงเจ็บตรงนี้จังคุณคินดูให้หน่อยได้มั้ยคะ”ชายหนุ่มเง
ภาคินยิ้มกว้าง...คืนนี้เขาคงไม่ต้องนอนตาค้าง...เพราะเขามีเป้าหมายสำคัญอังกฤษ... ภาวนามองพะนายตาประหลับประเหลือก...นางเบ้ปากให้คู่รักของบุตรสาว ไอ้ผู้ชายที่เคยเกือบทำให้วลัยอรหมดอนาคต วันนี้พะนายพิสูจน์ให้เห็นถึงความมั่นคง...และความพยายามของพะนายเอง ก็ทำให้นางทึ่ง!! จนต้องยอมลงให้...ว่าที่บุตรเขย...เพราะบุตรสาวที่เคยเชื่อฟังและหัวอ่อน เริ่มมีข้อโต้แย้ง เหตุผลของวลัยอรเองก็ทำให้นางแย้งไม่ได้เช่นกัน ‘แม่เคยรักใครมั้ยคะ?’ เป็นคำถามที่นางไม่สามารถตอบได้ เมื่อชั่วชีวิตของภาวนา นางไม่เคยรู้จักคำนั้นเมื่อตนเองโตมาพร้อมกับคำว่าหน้าที่...เธอเพิ่งมาตระหนักเอาก็ตอนที่จำต้องก้มหน้ารับคำสั่งบิดา นั่นคือความจำยอมที่ต้องแบกรับไว้บนสองบ่า สามีของเธอ เขามาเพราะผลประโยชน์ ไม่เคยมีจิตพิศวาส อยู่กันไปแกนๆ ตามหน้าที่ ไม่รู้สึกอะไรเลย มีแค่ภาระหน้า
“เห้ย!! อะไรว่ะ แค่มีเมีย... คุณแต่งงานได้กี่วันวะคิน ทำตัวเหินห่างจากเพื่อนแบบนี้ ไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือไง”เพิ่มลาภ กับเก่งกาจ แวะมาหาเพื่อนรัก หลังงานวิวาห์สายฟ้าแลบที่ภาคินเนรมิตได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืน แต่...หลังจากนั้น ชายหนุ่มที่เคยประกาศปาวๆ เรื่องอยากโสดตลอดชีวิต กลับหายหัวไปเสียชิป ไม่เคยเห็นเงาภาคินตามสถานบริการ ตามแหล่งชุมชนเองก็เช่นกัน...หากไม่เกี่ยวพันเกี่ยวกับเรื่องงาน แทบจะไม่เห็นชายหนุ่มปรากฏตัว“แหม...” หนุ่มเจ้าของห้องยิ้มแหยๆเขารีบซุกกล่องข้าวเก็บไว้ในลิ้นชักทำงาน เมื่อได้เวลาพักเที่ยงพอดี“ไป๊ไป ไปกินข้าวเที่ยงกัน กว่าจะลากไอ้คุณเพิ่มมาได้นี่ ยากชิปหาย จะกินแต่ฝีมือเมียอยู่นั่นแหละ”เก่งกาจเป็นคนเดียวที่ยังโสด เขามีแพลนงานวิวาห์แต่ยังไม่ถึงเวลา“ก็เมียทำมาให้กิน ไม่กินก็เสียของสิวะ”เพิ่มลาภแก้ตัวเสียงอ่อยๆ ภรรยาสุดที่รักอุตส่าห์แหกตาตื่นมาทำไว้ให้ จะทิ้งขว้างมันก็ใช่ที่ เมื่อมันหมายถึงความใส่ใจของเจ้าหล่อนภาคินกลืนน้ำลายเอือกๆ เขาชำเรืองมองกล่องข้าวของตนเอง
พะแพงกดอินเตอร์คอม “เอาน้ำเย็นขึ้นมาให้แพงที่ห้องทำงาน 2แก้วนะจ้ะ” เธอสั่งงานแม่บ้าน ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญ ‘แขก’“ลื้อชื่อ...อาแพง...สินะ”เสียงแหบสั่นแต่ยังทรงอำนาจไม่เปลี่ยน แม้จะหยุดบงการ พักผ่อนเงียบๆ อยู่กับบ้าน ในบั้นปลายของชีวิต“ค่ะ แพง พะแพง งามสุวรรณ ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรกับแพงคะ?”เจ้าสัวภพเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพะแพง ยกมือขึ้นมาว่างทาบบนหัวไม่เท้าที่ท่านถือติดมือมาด้วย สายตาคมกริบมองผู้หญิงตรงหน้าตรงๆ“ลื้อท้องกับอาคินลูกอั้ว!! แล้วลื้อจายักท่าทำไมหะ ไม่กลัวลูกในท้องเกิดมามีปมด้อยเหรอไงล่ะ?” คำถามของท่านทำให้พะแพงตกใจ มือเรียวสั่นระริกจนต้องตัดใจวางปากกาในมือ พร้อมกับพักการทำงานเมื่อดูเหมือนว่าคนที่มาหาเธอจะดูท่าไม่เป็นมิตรเท่าไร“สวัสดีค่ะ แพงไม่คิดว่าท่านจะมา” หญิงสาวกระพุ่มมือไหว้ ตอบเสียงอ่อนอ่อย“ฉันอยากมาที่ไหนล่ะ...ฉันน่ะวางมือหมดแล้ว ให้คินมันดูแล นี่ถ้าไม่ร้อนใจไม่มาเองหรอก ขึ้นรถขึ้นเรือมันลำบาก เดินเหินไม่สะดวกเหม
“ไม่มีใครไม่เคยทำพลาดหรอกนะนาย ทุกคนต้องเคยกันทั้งนั้น มันขึ้นอยู่ว่าเขาจะแก้ไขหรือไม่ เต็มใจที่จะแก้ไขสิ่งที่ทำ...หรือถูกบีบบังคับให้ทำหรือเปล่า”เป็นข้อคิดที่พะนายเก็บมาคิด คำของพ่อไม่เคยทำลาย ชายหนุ่มฟัง เขานิ่งคิด ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “พ่อ แต่มันจะทำให้เขาดูถูกเราเพิ่มขึ้นหรือเปล่าครับ ในเมื่อเขาเคยประณามเราว่าเราคิดจะเกาะเขาเพื่อยกฐานะตัวเอง”คำประณามของภาคิน ไม่เคยลบเลือนไปจากใจ พะนายสลักเอาไว้เพื่อใช้เตือนตัวเอง“เราคิดแบบที่เขาว่าหรือเปล่าล่ะ” พะนายส่ายศีรษะแรงๆ“งั้นก็อย่าไปกลัว นายเองก็ยัง ‘รัก’ คุณหนูคนนั้นเลย แล้วทำไมคุณ เขาจะ ‘รัก’ ยัยแพงไม่ได้ล่ะ”คล้ายเอ่ยแบบเป็นกลาง พะแพงไม่ได้มีอะไรเสียหาย แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นจะหลงรักลูกสาวของท่านไม่ได้ แม้เวลานี้เขาจะยังไม่รู้ใจตัวเองเห้อ!! พะนายเบ้ปาก เขาพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ มันเป็นวัวพันหลัก สลัดยังไงก็ไม่พ้น อิหลัก อิเหลื่อ เหมือนน้ำท่วมปาก เขากีดกันภาคินได้ไม่เต็มที่ เมื่อตนเองก็ปองรักสาวบ้าน อภิเษศโยธาอยู่เช่นกัน
บทที่18.จีบเมียให้มาเป็น...เมีย“นี่...คุณจะพาฉันไปไหน...ฉันไม่ไปนะ”พะแพงร้องโวยเมื่อจู่ๆ ภาคินก็ฉุดกระชากลากถูออกมาจากโต๊ะทำงาน“หุบปากเถอะน่า...เดินตามมาเงียบๆ สิ ไม่รู้เป็นไงสิ!! ชอบขัดใจฉันจริง”ภาคินหันมาตะคอก ป้าสาย สมจริตชะเง้อมองมาจากในครัว เพราะทั้งสองสาวใหญ่กำลังทำอาหารมือเที่ยงอยู่พอดี“แพง มีอะไรให้ป้าช่วยมั้ยลูก!!”ในมือของยายสายมีตะบวยอันใหญ่ติดมาด้วย หากพะแพงร้องขอความช่วยเหลือตะบวยตักแกงอันนั้นจะเปลี่ยนสถานะเป็นอาวุธทันที“ไม่มีอะไรหรอกป้า...ฉันแค่จะพา ‘เมีย’ ไปดูของฝาก”ภาคินเบ้ปาก เขาปรามพะแพงด้วยสายตาคมกริบ แต่หญิงสาวไม่สนใจ หล่อนพยายามดิ้นให้หลุดจากการพันธนาการอยู่ดี“ทำไม...ชอบมีปัญหาจังแพง...ฉันไม่ได้ลักขโมยใครมาหรอกน่า”ภาคินบ่น ออกแรงดึงเรียวแขนเสลาจนพะแพงนิ่วหน้า“คุณเอาแต่ใจ...ไม่มีเหตุผล”หญิงสาวเถียงกลับ ใบหน้าอิ่มบึ้งตึง“แล้วใครบอกเธอว่าฉันเป็นคนมีเหตุผลล่ะ
บทที่4.เพียงสายลมพัดผ่าน... เป็น ‘จูบ’ แรกที่หญิงสาวได้รู้จัก มันไม่ได้เริ่มต้นดีนัก เพราะมันเกิดขึ้นจากความจำยอม... แต่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด!!
บทที่3.รอยราคีที่ต้องจำจนวันตาย “เธอแน่ใจนะว่าจะไม่เปลี่ยนใจทีหลัง...” ภาคินถามย้ำ เขาไม่ใคร่แน่ใจ หากหล่อนบิดพลิ้วขึ้นมาเหมือนกับพี่ชาย เขาจะอารมณ์เสียหนักขึ้น “ค่ะ...” พะแพงเชิดหน้าขึ้น เธอยอมรับความอดสูไว้ เพื่อต่อลมหายใจและทางเลือกให้พะนาย “ดี!!” ชายหนุ่ม
บทที่2.ผู้ชายใจดำที่ไม่ต่างอะไรกับพญามัจจุราช!! พะแพงกระโจนลงจากรถจักรยานยนต์แบบไม่กลัวเจ็บ เมื่อสิ่งที่เธอเห็นน่าตระหนกมากกว่า “แพงๆ ไอ้พวกนี้มันรื้อของในบ้านแพงออกมาโยนทิ้งไว้อะ ใครกันเหรอ?” เสียงถามรอบตัวดังลั่น พะแพงส่ายหน้า เธอแน่ใจว่าไม่รู้จักใครในกลุ่มคนนั่น สัก
“ค่ะ ได้ค่ะ...แพงเต็มใจ” หญิงสาวยิ้มกร่อยๆ น้ำตาเอ่อเต็มหน่วยตา...จะอายุสั้นลงก็ช่างปะไร...เมื่อเธอมีที่ยึดเหนี่ยวใจ คือบิดาเพียงผู้เดียว “คุณพยาบาลเอาเอกสารมาให้คุณเขาเซ็นยินยอมด้วยล่ะ หมอขอตัวไปดูคนไข้คนอื่นก่อน ส่วนคนไข้รายนี้ก็ย้ายเข้าไปในห้อง ICU เลย จนกว่าอาการจะดีขึ้น”







