อีกสองอาทิตย์จะสอบปลายภาคแล้วเอวาจึงขลุกตัวอยู่แต่กับกองหนังสือในห้องนอนบนโต๊ะเขียนหนังสือของตัวเอง หลังเลิกเรียนก็แทบไม่ได้ไปไหน เธอต้องอ่านหนังสือและต้องสอบเข้ามหาลัยเดียวกับเฮียเขื่อนให้ได้ ต่อให้เขาจะสบประมาทกันว่ายังไงก็สอบเข้าไม่ได้ก็ตาม
หลังจากวันที่เขาติวให้จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว เราไม่ได้เจอกันอีก เขากลับมาบ้านนะ เป็นการกลับที่โคตรจะใจร้ายกับคนที่เฝ้ารออย่างเธอเลย
ได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามาจอดบ้านข้างๆ ช่วงวันอาทิตย์ค่ำๆ แล้วก็ออกไปโคตรจะเช้าของเช้าวันจันทร์ เปรียบเสมือนเป็นโรงแรมที่พักข้างทางชั่วคราวก็ไม่มีผิด
เฮียเขื่อนใจร้ายมากๆ ไม่ยอมตอบข้อความเธอ ไม่ว่าจะถามอะไรไปก็ไม่แม้แต่จะเข้ามาอ่านด้วย โทรไปรับแต่ยังไม่ทันอ้าปากทักทายเลยสักแอะ เขาก็สวนมาก่อนทันควันว่าไม่ว่าง แล้วก็ตัดสายทิ้งทันที
ถ้าไม่ใช่เพราะความอยากเรียนมหาลัยเดียวกับเขาเอามากๆ เหมือนตอนเราเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่เด็กคอยผลักดันเธออยู่นะ ป่านนี้คงนอนเปื่อยเป็นผักต้มไม่ทำอะไรอยู่บนเตียงแล้ว
เอวาเป็นคนสมองด้านวิชาการคำนวณหรือแม้กระทั่งการเรียนไม่ดีเลย เรียกว่าแย่เลยก็ได้ แต่เธอเป็นคนที่วาดรูปเก่งมากๆ ไปแข่งประกวดก็ชนะเอาหน้าเอาตาชื่อเสียงมาให้โรงเรียนก็ตั้งหลายครั้ง เป็นความภูมิใจเดียวในด้านการใช้สมองที่เธอโคตรจะภูมิใจเลยล่ะ
หากว่าไม่ใช่เพราะอยากให้พ่อกับแม่มีรูปถ่ายตอนรับปริญญามาตั้งโชว์ในบ้านเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาบ้างนะ เรียนจบมอหกเธอจะออกมาช่วยแม่เก็บค่าเช่าตลาด ช่วยพ่อดูแลท่าเรือขนส่งที่ไม่ใช่ท่าเรือไก่กาแต่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แค่นี้ก็เหลือกินเหลือใช้ไปทั้งชาติแล้ว
"เฮ้อ... ปวดหัว อ่านไม่เข้าสมองเลย" นั่นแหละ... ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเยอะมากแค่ไหน แต่ก็เหมือนมันจะไม่เข้าสมองเลย จำได้ แต่แป๊บๆ เท่านั้น
นั่งทบทวนอ่านซ้ำๆ วนๆ ไปมาหลายครั้งมาก อ่านจนปวดตาล้าสมองไปหมด
ร่างอวบอิ่มที่ซูบผอมน้ำหนักลดไปตั้งสามโลดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปโดดทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มโดยมีมือถือส่วนตัวเครื่องหรูติดมือมาด้วย
ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าไปส่องดูไอจีของใครบางคนที่ไม่แม้จะตอบกลับข้อความเธอเลย เห็นเขาเช็กอินสถานที่แห่งหนึ่ง ในสตอรี่ก็เห็นเป็นรูปที่ถ่ายที่แสงน้อยสลัวๆ มีแก้วเหล้าทรงเหลี่ยมกับเหล้าขวดกลมวางอยู่ ไม่มีแคปชั่นแต่เรียกคนดูได้เป็นหมื่นเลย
โดยเฉพาะสาวๆ!
"เหอะ!" แค่นเสียงใส่หน้าสตอรี่ของเขื่อนแล้วกดออก เลื่อนไถฟีดดูไปเรื่อยๆ ฆ่าเวลา กระทั่งผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว สะดุ้งตื่นอีกทีก็ตีสามกว่าแล้ว
เอวาลุกจากเตียงเดินไปปิดไฟในห้อง แล้วกลับมาทิ้งตัวนอนซุกตัวเข้าในผ้าห่มอุ่นๆ อีกครั้ง
.
.
"อ๊า! ซี๊ดด~ โคตรเจ็บไอ้เหี้ย!"
"สมน้ำหน้า กูบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ใจเย็น แม่งไม่ฟังเอง แล้วนี่คิดไงไปยุ่งกับเมียมันวะ ชอบหรือไงคนผัวดุตีนเยอะแบบไอ้หน้าเหี้ยนั่น"
เขื่อนทิ้งศีรษะลงนอนบนหมอนคนไข้ หลับตาลงนึกย้อนไปถึงใบหน้าสะสวยของผู้หญิงคนนั้น...
แม่ง! ก็ใครจะไปรู้ว่ามีผัวแล้ว เห็นเต้นยั่วเอาก้นถูกไข่กูวนไปมาอยู่แบบนั้นก็คิดว่าโสด แต่ที่ไหนได้ ได้แค่จูบยังไม่ทันเสียบเลยด้วยซ้ำผัวมาตาม สัส!
เขาเป็นหนุ่มโสดเลือดวัยรุ่นยังร้อน เช่นกัน อารมณ์ทางเพศก็สูงมากด้วย ยิ่งผู้หญิงสวยเซ็กซี่ตัวบางๆ พรมน้ำหอมยั่วยวนเพศตรงข้ามแบบเซ็กซี่ขยี้เซ็กซ์เขายิ่งชอบ แต่วันนี้คงจะเป็นวันซวยเลยเจอคนมีผัว แถมยังโหดอีกด้วยเหี้ย!
ดีที่ไม่เมามากได้สวนกลับพวกแม่งหลายที มีสลบไปสองคนด้วย ไม่งั้นเสียเปรียบฉิบหายเลยกู!
"ปล่อยมัน อยากเป็นชู้ชาวบ้านก็ต้องรับกรรมที่ตัวเองทำให้ได้ นี่ยังไม่ทันตายกรรมก็จ่อติดตูดละ สมน้ำหน้า"
เวย์แค่นหัวเราะจากลำคอ มองท่าทางสะดีดสะดิ้งของคนหัวแตกเลือดโชกหน้าช้ำนิ่ง เลื่อนสายตาหันสบกับริกเตอร์และภูริที่ยืนปลายเตียงอย่างรู้กัน ส่วนนีโอนอนเอกเขนกบนโซฟาญาติ โดยมีสาวสวยคนเดียวในกลุ่มที่นั่งกอดอกหน้านิ่งมองมาเงียบๆ
"ก็กูไม่รู้ว่าแม่งมีผัวแล้ว ถ้ารู้กูไม่ยุ่งแน่ ใครจะอยากเป็นชู้ชาวบ้านวะ ก็ไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้นป่าว"
"ไม่สวยแต่เกือบได้เสีย ถ้าสวยมึงคงไม่จับเขาเอาตั้งแต่ที่เต้นยั่วแล้วไง?"
"หยุดพูดดิ๊ไอ้เวย์ มึงพูดมากสุดละ กูอยากได้ยินคนอื่นพูดบ้าง" เขื่อนทำหน้าไม่สบอารมณ์ สะบัดหัวมีผ้าพันแผลสีขาวมองเวย์ที่ยืนข้างเตียงตาขวาง อยากได้ยินไอ้คนที่พูดเพราะๆ บ้าง ไม่ใช่ปากหมาๆ แบบมัน
"มึงอยากได้ยินเสียงใคร คนที่ไลน์มาตลอดแต่ไม่เคยเข้าไปตอบอะเหรอ ให้กูเรียกมาดีปะ น้องเขาคงรีบมาเลยถ้ารู้ว่ามึงหัวแตกโดนกระทืบเกือบตายเพราะไปยุ่งกับเมียชาวบ้าน"
แต่ทว่า พอไอ้ปากหมาเงียบ ไอ้ปากเปราะก็พูดแทรกขึ้นมาแทน!
แม่ง! ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรกันงั้นก็กลับๆ ไปกันเหอะ กูอยู่คนเดียวได้ไม่ตายหรอกว่ะ!
เขื่อนตึงหน้านิ่งแบบบอกว่าจะไม่เล่นและไม่อยากพูดถึงคนคนนั้น จ้องไอ้คนที่พูดตาเขม็ง ซึ่งมันก็ยืนหัวเราะน้อยๆ สะใจอยู่ปลายเตียงนี่แหละ ไอ้ริกเตอร์!
มีสมทบเสียงหัวเราะคนแรกคือไอ้ภูริ ก่อนที่ทั้งห้องจะระเบิดเสียงหัวเราะประสานออกมาเป็นจังหวะหนักเบาสลับกันไปมาประหนึ่งวงดนตรีชื่อดังวงหนึ่ง
"เลิกเล่นเถอะ ดึกแล้วจะได้แยกย้ายกลับกัน"
เจนิสกลอกตาให้กับเพื่อนที่เอาแต่แหย่กันเป็นเด็ก แล้วดูไอ้คนเจ็บตัวสิ นอนหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับ พอได้ยินเสียงเธอมันก็คลายสีหน้าลงเล็กน้อย คล้ายจะพอใจ
"คืนนี้กูเฝ้ามันก็แล้วกัน ขี้เกียจขับรถ ง่วง เมาด้วย" นีโอเสนอตัว ทิ้งตัวนอนหงายยกมือก่ายหน้าผากไม่สนเสียงสามสี่ห้าที่ดังแว่วๆ เข้าหู
"เออ พรุ่งนี้พวกกูค่อยมาก็แล้วกัน ไปล่ะ"
พอเคลียร์ทุกอย่างลงตัว ทุกคนก็พร้อมใจกันออกจากห้องไป ทิ้งคนเสนอตัวนอนเฝ้าหลับอยู่บนโซฟา ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงกรนก็ดังลั่นห้องรบกวนคนเจ็บที่เริ่มเจ็บแผลจนนอนไม่หลับ
"ใครเฝ้าใครกันแน่วะ!"