Masuk[พาร์ท : บุหรี่]ผมลืมตาขึ้นมาในห้องสีขาว ที่ที่บ่อยครั้งจะต้องได้เข้ามานอนเป็นผักอยู่ที่นี่... โรงพยาบาลที่ปากมีที่เครื่องช่วยหายใจที่ครอบไว้ ขาขยับไม่ค่อยได้ พอขยับทีก็รู้สึกทั้งหนักทั้งชา ผมค่อยๆ คว้าที่ครอบปากออกแล้วโยนทิ้งข้างหมอนอย่างไม่ใยดี รู้สึกเจ็บแปลบๆ เหมือนมีอะไรแปะติดอยู่บนหน้า พร้อมกับมือที่มีผ้าพันแผลพอหยัดตัวลุกขึ้นมา ก็เห็นว่ามีผู้หญิงนอนฟุบหลับอยู่ที่ปลายเตียงเธอคือยัยกระต่ายน้อย ในจังหวะนั้นผมเลยเข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ตรงนี้... ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆผมเผลอแค่นยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม มือหนาของตัวเองถูกบังคับให้ขยับอย่างอ้อยอิ่ง เพื่อไปแตะที่ปลายเส้นผมที่ปรกหน้าของสาวเจ้า มือของผมเกลี่ยเส้นผมรุงรังของเธอออก จนเผยให้เห็นใบหน้าขาวใสที่หลับตาพริ้ม“ปากไม่ตรงกับใจ... กระต่ายงี่เง่า”เป็นเสียงกระซิบที่หนักแน่นในจังหวะที่ผมค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาลูบหัวเธอหัวใจที่ด้านชาของผม... ‘เต้น’ จนปวดหนึบ เป็นครั้งแรกที่เต้นให้กับคำว่าความสุขผมค่อยๆ ขยับตัวอย่างเงียบเชียบทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดผู้ป่วยที่น่ารำคาญ ดึงสายน้ำเกลือออกจนเลือดกระเซ็นเล็กๆ ก่อนที่จะคว้าหนังยางรัดแกงมา
“มานอนอะไรตรงหน้าบ้านหนูคะ” หนูปล่อยถุงของกินทิ้งไว้แล้วเดินไปใช้เท้าเขี่ยๆ บริเวณสะบั้นเอวของเขา พี่บุหรี่พยายามหายใจ แต่ดูแผ่วเบามากจนเหมือนคนใกล้จะตาย หนูเลยมุ่นคิ้วพร้อมกับเตะเขาเบาๆ ไปหนึ่งที“... อึก”“อย่ามาทำสำออยนะคะ ลุกขึ้นมาแล้วออกไปจากหน้าบ้านหนูเดี๋ยวนี้” อาจจะดูเหมือนหนูไม่มีความเมตตากับเขา ทั้งๆ ที่เขาดูบาดเจ็บเลือดโชกขนาดนี้ แน่สิคะ ใครจะไปเมตตาลงกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บอยู่แบบนี้เขาก็เหมือนสัตว์ป่านั่นแหละ ทำร้ายทุกคนได้แม้กระทั่งเพื่อนของตัวเองถ้าเกิดเผลอไว้ใจ แล้วเขาลุกขึ้นมาแว้งกัดเอาจะทำยังไงล่ะบางทีนี่อาจจะเป็นหนึ่งในแผนของเขาก็ได้“ลุก... ไม่ไหว” เขากระซิบเสียงแหบพร่าออกมา หนูชะงักไป ก่อนที่จะพิจารณารอบตัวเขา ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ มีเลือดออกปากออกจมูกแต่ดูจะแห้งกรังไปแล้ว บวกกับขาข้างขวาที่ดู... เบี้ยวนิดๆเอ้ะ?สิบห้านาทีต่อมาสุดท้ายก็จบด้วยการที่แม่พระจำเป็นอย่างหนูต้องหิ้วถุงที่ระหว่างรักแร้ไปด้วย พร้อมกับลากแขนพี่บุหรี่เข้ามาในบ้านตัวเอง ลากที่แปลว่าลากจริงๆ น่ะ แบบลากเหมือนลากของหนักๆ อะไรประมาณนั้นกับคนแบบนี้ก็ไม่อยากช่วยนักหรอกค่ะ แต่พอสังเ
[พาร์ท : บุหรี่]ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยนิ้วทั้งห้านิ้วของผมสะบัดไปด้วยแรงตบ มันเป็นแรงตบของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ควบคุมตระกูลโอนิซึกะผู้ต่ำต้อยทั้งตระกูล ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านนั่นละเลงความเจ็บแสบบนใบหน้าของผมอีกหลายต่อหลายทีจนรู้สึกชาไปทั้งเสี้ยวหน้าทั้งซีกซ้ายและซีกขวามันรู้สึกดีที่โดนทำร้าย แต่กลับไม่รู้สึกสุขใจเท่าตอนที่โดนยัยกระต่ายน้อยทำเลย แทบกลายเป็นไร้ความรู้สึกด้วยซ้ำ“จะเซไปที่ไหน มองหน้าพ่อสิ!”พ่อจิกหัวผมขึ้นมา แล้วฟาดฝ่ามือลงไปที่ใบหน้าของผมสุดแรงอีกครั้งจนต้องสำลักลิ่มเลือดออกมาด้วยแรงตบ รู้สึกเหมือนฟันจะโยกหน่อยๆ ด้วยว่ะ รู้สึกว่าพ่อจะโกรธจัดได้ที่เลยสินะผมคงไปลองของเข้าให้“แกทำลายยาแก้หอบของคุณสมิงเขาได้ยังไง?” ผมหอบหายใจ เงยหน้าขึ้นมาสบตาคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นพ่อของผมตั้งแต่ที่ถูกลากคอมาที่นี่แล้วโดนฝึกให้เชื่องเหมือนหมาคุณสมิง?เหอะผมถ่มเลือดลงพื้นตอนที่พ่อผลักผมจนล้มลงไปกองกับพื้น รักแร้ของผมถูกพวกลูกๆ คนอื่นๆ พยุงไว้ ทั้งๆ ที่ขาสั่นจนแทบยืนไม่ไหว พ่อกระทืบขาผมหลายต่อหลายครั้งจนกระดูกน่าจะร้าว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก“พ่อบอกแล้วใช่มั้ยเร็น ว่าห้ามคิดทำร้ายลูกขอ
[พาร์ท : สมิง]ผมนั่งอยู่ในรถ มองภาพของไอ้บุหรี่ที่อยู่กับยัยเด็กนั่นจากที่ไกลๆ อาการหอบกลับมาอีกครั้งเหมือนเจอสิ่งเสพติด มือผมสั่น ค่อยๆ คว้ายาพ่นมาพ่นเข้าลำคอ ก่อนที่จะกดปิดกระจกรถ“ออกรถ” ผมหันไปสั่งกับคนขับรถตรงหน้าที่เป็นหนึ่งในครอบครัวโอนิซึกะ อย่างที่บอกว่าผู้ชายคนนั้นกลายเป็นทาสรับใช้ตระกูลของพ่ออย่างสบูรณ์แบบ แต่จริงๆ ก็แค่อยากได้เวลาอยู่กับแม่เท่านั้นผมคือลูกที่เกิดมาโดยการลืมคุมกำเนิด แม่คลอดผมออกมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพ่อของผม เพราะช่วงนั้นอยู่ด้วยกันเพราะพ่อมีทรัพย์สินและอำนาจมากมาย ในขณะที่คุณโอนิซะเป็นแค่ยากูซ่าตกอับที่ซมซานมาที่ไทยใหม่ๆปฏิเสธไม่ได้ว่าแม่รักคุณโอนิซึกะมากกว่า โดยที่พ่อก็ยินยอมเพราะความคลั่งไคล้แม่ แม่เทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านพ่อกับบ้านของคุณโอนิซึกะ พ่อพยายามสร้างตัวเอง สร้างอำนาจ สร้างบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าเพื่อให้แม่ได้กลับมาสู่อ้อมใจแต่แม่รักคนๆ นั้นมากกว่า มากกว่ามากทีเดียวพ่อเลือกเก็บผมไว้เพื่อเป็นตัวแทนของแม่ หน้าผมเหมือนกับแม่ แต่ในขณะเดียวกัน พ่อก็ทั้งรักทั้งชังแม่ เลยเลือกที่จะดูแลผมด้วยเงิน ส่งเสริมและทำร้ายในเว
ทันทีที่ปลายนิ้วแตะกับมือหนาของผู้ชายตรงหน้า หนูก็เหลือบตาขึ้นไปมองหน้าของเขาอย่างแข็งกร้าวรอยสักที่หลังมือเป็นรูปกางเขนแบบนี้ ก็คงมีคนเดียวสินะผู้ชายพวกนี้นี่ตื้อไม่เลิกเลยจริงๆ ไหนจะสมิงอีกคนหนึ่งแล้ว“มาเอายาให้ไอ้สมิงเหรอ?” น่าแปลกใจมากที่พี่บุหรี่เลือกที่จะเริ่มบทสนทนากับหนูก่อน เขาเป็นคนได้ซองยาในถุงพลาสติกไป ร่างสูงชูมันห้อยต่องแต่งไปมาต่อหน้าของหนูท่ามกลางสายตาของเภสัชกรที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ “มาคาบไปสิ”หนูพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้กับคำพูดเหยียดหยันของเขา ก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้าซองยาในมือเขากลับมา แต่ร่างสูงก็ชักมือหลบเหมือนจงใจจะแกล้งกันดีนะที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ไม่งั้นเขาไม่รอดมือหนูแน่“เอาซองยาของพี่สมิงคืนมาค่ะ” หนูกัดฟันพูดกับเขา“ตามมาสิ”พี่บุหรี่หันหลังกลับ แล้วเดินถือซองยานั่นเดินไปทางอื่น ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้ที่ต้องเดินตามไปทั้งๆ ที่รู้ว่านั่นเป็นกับดัก เขาเล่นเอายาช่วยลดอาการหอบของสมิงเป็นของกลางนี่นาไม่รู้ทำไมหนูถึงยอมตามไปก็ไม่รู้ หรืออาจเพราะไม่อยากเห็นสมิงเป็นแบบนี้อีกก็ได้ ก็ถ้าเกิดเขาตายไป หนูคงรู้สึกผิดไปทั้งชีวิตที่เป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขาตายให
[พาร์ท : บุหรี่]“มึงต้องทำตามคำสั่งของกู คุ้มครองลูกชายของกูที่อยู่กับครอบครัวนั้น มึงต้องเชื่อฟังคำสั่งของกูเหมือนหมาผู้ซื่อสัตย์ เหมือนกับที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของครอบครัวนั้น”“...”“อย่าเผยอออกมาจากเงาที่อยู่เบื้องหลังของสมิง จงอยู่เป็นเงาต่อไป เพื่อให้สมิงได้มีชีวิตที่สุขสบายในบ้านหลังนั้น”“ครับ... พ่อ”“!!”ผมผวาลุกขึ้นมาจากเตียงนอนภายในห้องของตัวเอง หอบหายใจถี่รัวจนแทบบ้า หลังจากที่ฝันถึงความทรงจำเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่ถูกรับเลี้ยงออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า แล้วมีชื่อเรียกในนาม โอนิซึกะ เร็น และดำรงอยู่ในครอบครัวที่ไล่ล่ากันไปมาเหมือนสัตว์อย่างครอบครัวโอนิซึกะเวรจริงๆดันมาฝันเรื่องที่คิดว่าลืมไปแล้วซะได้ไม่สิ ไม่เคยลืมหรอกว่ะผมหยัดกายออกมาจากเตียงนอน ก่อนที่จะคว้ามาโบโร หยิบมวนบุหรี่ออกมาจากซองด้วยมือที่สั่งเทา จุดไฟแช็คแล้วอัดควันเข้าปอดอย่างอ้อยอิ่ง เสียงผู้หญิงข้างหลังที่ขยับตัวยุกยิกจนน่ารำคาญ ทำให้ผมเลือกที่จะผละความสนใจจากเธอ แล้วผุดลุกขึ้นเดินอาดๆ ในสภาพเปลือยไปที่หน้าประตูมือผมคว้าเสื้อเชิ้ตมากลัดกระดุมใส่ให้เรียบร้อย พร้อมกับคว้ากางเกงที่กองอยู่กับพื้นมาสว







