FAZER LOGINด้วยเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มประกอบกับบรรดานักท่องราตรีหลายคนที่กำลังวาดลวดลายอยู่รอบๆ ตัว จึงทำให้นับเก้าไม่ทันสังเกตุว่ามีสายตาคมคู่หนึ่งจับจ้องมาทางเธอ
และอีกไม่นานภัยร้ายที่ว่าก็ใกล้จะคืบคลานเข้ามาหาเธอมากขึ้นเรื่อยๆ
“เทียร์ มึงว่าครั้งนี้กูตัดสินใจถูกไหม”
นับเก้าวางแก้วไวน์ในมือลงแล้วถามเพื่อนสนิทซึ่งมีเพียงคนเดียวในชีวิตด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าภายใต้ความนิ่งเฉยนั้นในอกกลับมีแต่ความว้าวุ่นกับสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจทำลงไป
แล้วก็พึ่งมาถามความเห็นจากเพื่อน ทั้งที่รู้ว่ามันไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว…
“ทำไม? ไม่รักเขาแล้วเหรอ”
มีไม่มากนักที่คนอย่างนับเก้าจะเกิดความลังเล แต่ครั้งนี้ทอรุ้งก็พอเข้าใจได้เพราะมันหมายถึงทั้งชีวิตของเพื่อนและผู้ชายอีกคนที่เพื่อนผูกใจรักมาเนิ่นนาน
“ไม่ใช่แบบนั้น” เฝ้ารอมาตลอดหลายปี เธอคงไม่เลิกรักเขาง่ายขนาดนั้นหรอก
“ผู้ชายคนนั้นเป็นของมึงมาตั้งแต่ต้น จะแต่งตอนนี้หรืออีกสองปีข้างหน้าเขาก็ต้องแต่งกับมึงอยู่ดี แล้วอีกอย่างครั้งนี้มึงก็ช่วยกู้หน้าให้บ้านนั้นเต็มๆ”
“แต่พี่รพีไม่เต็มใจ”
ทอรุ้งทำหน้าหน่ายใจใส่เพื่อนที่ยังอุส่าห์เห็นอกเห็นใจผู้ชายคนนั้น ซึ่งไม่เคยมาดูดำดูดีว่าที่คู่หมั้นของตัวเองเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
นี่ถ้าหากนับเก้าไม่ได้รักผู้ชายคนนั้นจนฝังใจ เธอคงจะเชียร์ให้เพื่อนสนิทหาผัวใหม่ที่ดีกว่านี้
“รู้ตัวไหมไอ้นับว่าบทนางเอกไม่เหมาะสมกับมึงเท่าไหร่ จะประกาศแต่งพรุ่งนี้อยู่แล้วอย่ากังวลไปเลย”
ทั้งคู่ต่างสบสายตากันอีกครั้งเพื่อส่งกำลังใจให้กันและกันโดยไม่จำเป็นต้องพูด ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่งของเพื่อนนั้นทอรุ้งทราบดีว่านับเก้าซุกซ้อนอะไรไว้บ้าง เธอทั้งสองคนแค่มองตาก็รู้ลึกถึงก้นบึ้งของหัวใจ
“ขอโทษนะครับ จะเป็นการรบกวนไหมถ้าผมจะขอชนแก้วกับคุณผู้หญิงทั้งสอง”
ในขณะที่สองสาวกำลังปรับทุกข์ หนุ่มหล่อหน้าใสที่ใครหลายคนต่างคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีผ่านหน้าจอทีวี ก็เดินเข้ามาทักทายพร้อมกับโปรยยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ให้ทั้งสองสาวอย่างทั่วถึง
“รบกวนค่ะ” นี่แหละวิธีปฏิเสธของคุณหนูนับเก้า
ไร้เยื่อใยสิ้นดี!
คำตอบที่ได้รับทำเอาพระเอกหนุ่มหน้าหวานอื้ออึงไปพักใหญ่ ก่อนจะรีบดึงสติตัวเองกลับมา น้อยนักที่ ‘จิรายุ หรือเจเจ’ จะถูกผู้หญิงปฏิเสธจนหน้าหงาย
“เออ แหมมม…ต้องขอโทษคุณเจเจด้วยนะคะที่เสียมารยาท พอดีเพื่อนเทียร์ทะเลาะกับแฟนมาเลยหงุดหงิดนิดหน่อย”
ทอรุ้งที่ไหวตัวทันเลยช่วยพูดแก้หน้าให้เพื่อนสนิท เพราะไม่อยากมีปัญหากับดาราดัง ด้วยกลัวว่าจะส่งผลกระต่อธุระกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือโทษโกรธคนสวยๆ หรอก”
นัยน์ตาคู่หวานของพระเอกดังฉายแววผิดหวังออกมาเล็กน้อย เพราะหญิงสาวที่จิรายุเล็งไว้แต่แรกดันมีเจ้าของหัวใจไปเสียแล้ว
พระเอกหน้าหวานยืนคุยกับทอรุ้งอยู่พักใหญ่โดยมีนับเก้านั่งเป็นผู้ฟังที่ดี ก่อนชายหนุ่มจะขอตัวกลับไปยังโซนของตัวเอง
“ใครวะ? ทำไมมึงดูใส่ใจขนาดนั้น” เมื่อพ้นหลังแขกที่ไม่ได้รับเชิญนับเก้าจึงเอ่ยถามเพื่อน
“นั่นน่ะ คุณจิรายุหรือเจเจ พระเอกที่กำลังดังเป็นพลุแตกอยู่ตอนนี้ รบกวนคุณหนูนับเก้าติดตามข่าวบันเทิงสักนิดนึงนะคะ อย่านั่งส่องแต่กราฟตลาดหุ้น”
“ถ้ากูอ่านข่าวบันเทิงช่วงนี้ มึงอาจจะต้องหอบเงินไปประกันตัวกูที่คุก เพราะถูกจับโทษฐานดักตบดาราสาวที่กำลังตกเป็นข่าว”
คำว่าข่าวบันเทิงสะกิดหัวใจของนับเก้าอย่างจัง ใครบ้างจะอยากเข้าไปเห็นภาพบาดตาบาดใจของผู้ชายซึ่งเป็นว่าที่คู่หมั้นกับผู้หญิงอื่น นักข่าวก็ช่างสรรหาขุดภาพเสียเหลือเกิน
ประวัติความรักครั้งเก่าตั้งแต่สมัยทั้งคู่คบหาดูใจกันเมื่อสิบปีที่แล้วยังอุตส่าห์หามาเผยแพร่จนได้
“มาเลี้ยงฉลองที่จับผู้ชายแต่งงานได้เหรอ”
“พี่รพี…” แก้วไวน์ในมือนับเก้าเกือบล่วงหล่นเมื่อหันไปทางต้นเสียงแล้วเจอคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่
หญิงสาวเหลือบมองผู้หญิงข้างกายเขาเล็กน้อย แล้วรีบเบนหน้าหนี เพราะทนมองท่าทีออเซาะนั่นไม่ไหว
ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ รพีตรงนั้นควรเป็นเธอ…
และการกระทำรวมถึงการแสดงออกทั้งหมดของนับเก้าก็ตกอยู่ในสายตาของรพีตลอดเวลา ชายหนุ่มนึกกระยิ้มกระย่องในใจ รู้ดีว่าเธอหลงรักเขา ถึงได้ควงผู้หญิงคนอื่นมาทิ่มแทงใจเธอถึงที่
“ไม่ต้องทำหน้าดีใจขนาดนั้นก็ได้ที่เจอว่าที่สามี สรุปว่าไง… มาเลี้ยงสละโสดหรือมาอ่อยเหยื่อตามปกติ”
เมื่อครู่เขาเห็นไอ้หน้าหล่อคนนึงมาวนเวียนอยู่แถวๆ นี้ ก็แน่ละหล่อนทั้งสองสวยน้อยเสียเมื่อไหร่ หากรพีไม่รู้จักนับเก้ามาก่อนก็คงคิดอยากสานสัมพันธ์
“พี่รพี!” นับเก้าตะโกนแข่งกับเสียงเพลงเธอมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเหลือเชื่อ เขาดูถูกเธอเกินไปมาก รพีเมื่อสิบปีก่อนไม่เคยหยาบคายกับเธอแบบนี้
“พี่พูดแรงเกินไปเหรอ คุณหนูนับเก้าถึงรับไม่ได้”
“ถ้าพี่ไม่มีธุระอะไรงั้นนับขอตัวก่อนนะคะ”
ทั้งทนดูและทนฟังต่อไปไม่ไหวจริงๆ รพีทำราวกับรื่นรมย์นักหนาที่ทำให้เธอฟิวส์ขาดได้ เขาเอาผู้หญิงมาเย้ยถึงที่ไม่พอ แต่ยังร้ายกาจพูดจากระแทกแดกดันเธอไม่หยุดต่อหน้าประชาชีมากมาย
หากนับเก้าไม่หลบหลีกเธอต้องหลุดกิริยาไม่เหมาะสม แล้วเผลอทำสกุลพรสรวงเสื่อมเกียรติจนโดนผู้เป็นพ่อเล่นงานอีกแน่ๆ บ้าจริง! ทำไมเธอต้องคอยระวังนามสกุลที่ตัวเองไม่เต็มใจใช้ด้วยก็ไม่รู้
“เดี๋ยวสิ ไหนๆ เราก็จะแต่งงานกันแล้ว พี่มีเรื่องสงสัยอยากคุยด้วยหน่อย”
แขนเรียวเล็กถูกรพีรั้งไว้ก่อนที่นับเก้าจะเดินหนีไป ทอรุ้งเห็นท่าไม่ดีเลยเตรียมจะเข้าไปห้าม ทว่าเพื่อนสนิทส่งสายตาบอกกลายๆ ว่าไม่เป็นอะไรเธอจึงยอมล่าถอย
“ไม่เป็นไรเทียร์ ไว้เดี๋ยวกูโทรหานะ” ยังไม่ทันจบคำดีร่างเล็กบอบบางก็พลิวไปตามแรงกระชากของคนตัวโต
หากรพีหันกลับมามองเธอสักนิดเขาจะรู้ว่าการกระทำของเขามันสร้างความเจ็บปวดให้นับเก้าแค่ไหน
“พี่รพีปล่อยก่อนนับเจ็บ! จะพานับไปไหนคะ”
“ขึ้นรถพี่จะพาเธอไปทดลองงาน”
เขาพยักเพยิดหน้าไปทางรถคันหรูที่จอดอยู่ แล้วปล่อยหญิงสาวให้เป็นอิสระตามที่เธอร้องขออย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างเล็กบนรองเท้าส้นสูงเกือบล้มลงไม่เป็นถ้า ยังดีที่นับเก้าถลาไปถึงรถเขาก่อนจึงพยุงร่างตัวเองไว้ทัน
‘ทดลองงาน’ อะไรของเขา?
คิ้วเรียวสวยขมวดกันยุ้งเหยิง ดวงตากลมโตมองหน้าชายหนุ่มสลับกับผู้หญิงคนนั้นที่รพีหนีบติดมาด้วย และวินาทีนั้นเองที่นับเก้าเริ่มเห็นเค้าลางไม่ได้
“นับไม่ไปไหนกับพี่รพีทั้งนั้น”
จังหวะที่นับเก้ากำลังจะไหวตัวหลีกหนี คนใจร้ายก็กระชากเธอกลับมายืนตามเดิมด้วยแรงที่ไม่เบานัก ก่อนเขาจะจับร่างเธอยัดใส่เบาะหลังรถอย่างไม่ปราณี แล้วรพีกับหล่อนหุ่นอวบอั๋นคนนั้นก็รีบตามขึ้นมา
รถคันหรูกำลังพุ่งทยานไปยังจุดหมาย… ซึ่งนับเก้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือที่ไหน
เวลาสิบเอ็ดนาฬิกาจุดเก้านาที ณ วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี...บทสวดจากท่านเจ้าอาวาสไม่ได้เข้าหูรพีแม้แต่นิด เพราะตอนนี้ในหัวเขาเอาแต่คิดถึงถึงพฤติกรรมของนับเก้าที่ผิดแผกแปลกไปจากเดิม วันนี้เธอไม่เย็นชาใส่เขา แถมยังยิ้มแย้มแจ่มใสจนเขาเริ่มหวั่นใจ... กลัวเหลือเกินว่าสิ่งที่เห็นในตอนนี้จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรแอบแฝงพอสิ้นบทสวดถังสังฆทานใบบิ๊กเบิ้มจำนวนหลายใบก็ถูกรพียกไปประเคนต่อหน้าพระเจ้าอาวาสวัด พร้อมกับซองปัจจัยอีกจำนวนหลายซอง การมาทำบุญของนับเก้าในวันนี้ ค่อนข้างจัดหนักจัดเต็มพอสมควร“คนนี้ใช่พ่อของแม่หนูไหม”ด้วยสายตาที่พร่าเรือนไปตามกาลเวลา ทำให้ท่านเจ้าอาวาสต้องหรี่ตาแล้วเพ่งมองมาทางรพี ก่อนจะหันไปเอ่ยถามหญิงสาวผู้เป็นหนึ่งเดียวตรงนั้น“ใช่ค่ะ” นับเก้าพนมมือขึ้นแล้วตอบรับทว่าคนถูกพลาดพิงถึงกับงง รพีไม่รู้มาก่อนว่นับเก้ารู้จักกับพระท่านนี้ มิน่าละเธอถึงเลือกมาทำบุญวัดนี้ ที่แท้ก็เป็นวัดที่มาเป็นประจำ“งั้นก็อย่าเสียเวลาจมปรักอยู่กับทิฐิอีกเลย จะมัวปล่อยให้ความทุกข์มาบดบังความสุขอยู่ทำไม ในเมื่อรู้ทางออกแล้วก็แก้ไขซะนะโยม”นับเก้ายิ้มรับพร้อมพยักหน้าน้อยๆ เธอรู้ดีว่าหลวงพ่อต้
“เมื่อกี้นับพูดจริงเหรอ”คำว่า ‘สามี’ ที่ได้ยินจากปากของหญิงสาวยังตราตรึงและติดอยู่ในใจ จนรพีไม่สามารถสลัดรอยยิ้มออกจากใบหน้าได้เลยให้ตายเถอะ!นับเก้าประกาศว่าเขาเป็นสามีต่อหน้าคนอื่น วินาทีแรกที่ได้ยินคำนั้นรพีเกือบจะยกมือขึ้นมาตบบ่องหูของตัวเอง แต่ก็ทำได้เพียงยืนเนื้อเต้นด้วยหัวใจระริกระรี้“เรื่องอะไรคะ? เรื่องใช้รถพี่รพีพาลูกไปฉีดวัคซีนน่ะเหรอ”เรื่องพาเด็กหญิงลักษิกาไปฉีดวัคซีนเป็นเรื่องจริง แล้วเมื่อครู่นับเก้าก็พึ่งตกลงกับพ่อของลูกเสร็จว่าเธอจะยอมใช้รถของเขาและให้เจ้าตัวขับพาไป“ไม่ใช่เรื่องนี้สิทูนหัว เรื่องที่นับเรียกพี่ว่าสามี... พูดจริงปะ พี่พร้อมเป็นให้นับได้เสมอ”“ไม่จริงค่ะ นับใช้พี่เป็นไม้กันหมาเฉยๆ”นับเก้าซ้อนรอยยิ้มภายใต้สีหน้าเรียบเฉย ขณะวางลูกน้องน้อยนอนลงบนคาร์ซีท ที่รพีพึ่งย้ายจากรถของเธอมาติดตั้งภายในรถของเขาแทน“นับอะ!” รพีออกอาการกระเง้ากระงอด อดตัดพ้อหญิงสาวไม่ได้จริงๆ ที่ชอบมาล้อเล่นกับหัวใจเขา‘หัวใจนะไม่ใช่เซเว่นที่จะเข้ามาเดินเล่นๆ แล้วก็จากไปน่ะ’ “ทำไมคะ? หรือพี่รพีไม่พอใจ ที่นับไปบอกกับคุณณวัฒน์เขาแบบนั้น”“ทูนหัวก็รู้ว่าพี่ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น พี่แ
ทางด้านรพีหลังจากส่งเมียกับลูกขึ้นรถกลับสระบุรีไปแล้ว ชายหนุ่มก็กลับขึ้นมาบนห้อง ลงมือเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวลงกระเป๋าใบย่อม เพียงไม่กี่นาทีก็กลับลงมาด้านล่าง“จะไปไหนลูก”แต่ลงมาได้ไม่กี่ก้าวรพีก็ถูกมารดาทักขึ้นเสียก่อน“ผมจะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศน่ะครับ”“แล้วขนข้าวของอะไรไปเยอะเยอะ”ถ้าไม่ถามและรู้ว่าไปทำงาน สินนภาคงเข้าใจผิดคิดว่าลูกชายเก็บข้าวของหนีตามเมียแน่ๆ“ผมจะไปค้างที่นั่น ผลมทนอยู่ที่นี่ไม่ไหว”ดวงตาคมเข้มหลุบมองพื้นแล้วบอกความรู้สึกที่แท้จริงให้มารดาเข้าใจ เขาทนอยู่ที่นี่ไม่ไหว ในห้องมีแต่กลิ่นลูกกับภาพของนับเก้าวนเวียนอยู่เต็มไปหมด“ผมไปก่อนนะครับ”สิรินนภาพูดไม่ออกนางทำได้เพียงพยักหน้าและปล่อยให้ลูกชายเดินจากไป เห็นลูกเป็นแบบนี้คนเป็นแม่ก็แทบใจสลายต้องไปทำบุญวัดไหนหนอ ลูกชายของนางถึงจะสมหวัง“ถึงกับหนีออกจากบ้านเชียวเหรอ”ร่างสูงหยุดชะงักเป็นรอบที่สอง คราวนี้เป็นน้องชายคนเล็กที่เอ่ยทักเขา“กูไม่ได้หนี กูกำลังจะไปทำงาน”เป็นอย่างปากว่าจริงๆ รพีตั้งใจจะกลับไปเคลียร์งานที่ละเลยมานานหลายเดือน ป่านนี้เอกสารคงกองท่วมหัว หรือไม่ก็คงจะล้นออกมาจนถึงนอกห้องแล้วก็เป็นได้
“ได้เวลาต้องไปแล้วเหรอ”รพีหันไปเห็นแม่ของลูกก่อนเธอจะเอยท้วงเขารับเช็ดน้ำตาออกจากแก้มสากที่มันตกลงมาอย่างไม่รู้ตัว แค่รู้ว่าต้องปล่อยเธอกับลูกออกห่างจากอกเขาก็รู้สึกชาหนึบไปถึงขั้วหัวใจเมื่อคืนทั้งคืนรพีแทบไม่ได้นอนด้วยซ้ำ เขาเฝ้ามองดูสองแม่ลูกยันเช้า ตั้งใจจะเก็บช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่รู้เลยว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้ทำอีกหรือเปล่า“ค่ะ ออกช้ากว่านี้นับกลัวรถเยอะ”“ลูกหลับ... ให้พี่เดินไปส่งที่รถนะ”นับเก้าไม่ได้ปฏิเสธพร้อมหลีกทางให้รพีเดินนำหน้า แล้วเธอก็เดินตามหลังเขาออกไปทำให้เธอเห็นได้ชัดเจนว่าบ่ากว้างที่เคยแข็งแกร่งและผ่าเผยมาตลอดนั้น บัดนี้กลับห่อเหี่ยวแห้งแล้งไร้ความสง่าเหมือนอย่างเคย“แล้วพ่อจะรีบเคลียร์งานเพื่อไปหาหนูนะครับ”รพีวางหนูน้อยนับหนึ่งนอนลงบนคาร์ซีทที่ถูกจัดเตรียมไว้ในรถ ก่อนโน้มตัวลงไปจุมพิตแผ่วเบาข้างแก้มใสของลูกน้อยอีกหลายที ถึงยอมตัดใจถอยห่างออมาอย่างอ้อยอิ่งรู้อยู่แก่ใจว่าอีกไม่กี่วันเราต้องได้เจอกันอีก แต่การปล่อยมือจากสองแม่ลูกที่เป็นดั่งดวงใจและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกมานานหลายเดือนย่อมรู้สึกใจหายเป็นธรรมดารพีไม่
นับเก้าไม่ได้กลับสระบุรีทันทีหลังออกจากโรงพยาบาล ทุกคนลงคะแนนเสียงตรงกันว่าให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านโชติธนกิจต่ออีกสักพัก จนกว่าจะเลี้ยงเจ้าตัวเล็กคล่องซึ่งเธอเองก็คิดแบบนั้นเพราะที่นี่ล้วนมีแต่พี่เลี้ยงที่มากด้วยประสบการณ์ตรงทุกคน“พริมว่าคุณนับต้องกินน้ำหัวปรีเสริมค่ะ ถ้านมมาน้อยขนาดนี้ไม่ทันหนูหนึ่งกินแน่ๆ”อย่างเช่นสองสะใภ้แห่งบ้านโชติธนกิจ ที่ช่วยสอนวิธีการเป็นแม่ลูกอ่อนให้นับเก้าแทบทุกอย่าง และแนะนำการแก้ไขปัญหาที่ไม่มีเขียนบอกเอาไว้ในตำราหนังสือก่อนจะคลอดเธอศึกษาไว้เยอะพอสมควร ทว่าพอลงหน้างานจริงๆ กลับมีอยู่ไม่กี่อย่างที่ใช้ได้ส่วนปัญหาที่คุณแม่มือใหม่ต้องประสบพบเจอในหนึ่งวันแต่พันมีกว่าเรื่องไม่เกินจริง...“มียี่ห้อไหนแนะนำไหมคะ”“มีแน่นอนค่ะ ตอนนี้เพียงก็ยังกินอยู่ คุณนับจะให้เพียงกดสั่งให้เลยไหมคะ”คุณแม่ลูกสองอย่างเพียงฟ้าเปิดรูปผลิตภัณฑ์เสริมน้ำนมที่ตนเองกินอยู่เป็นประจำให้คุณแม่มือใหม่ดู พร้อมกับอาสา“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้คุณพริมกับคุณเพียง นับคงไปไม่เป็น”หญิงสาวเหลือบมองลูกน้อยในวัยสามเดือนที่พึ่งกลมให้หลับไปหยกๆ ด้วยความอ่อนเพลีย แต่ถึงกระนั้นในแววตาก็ยัง
กำหนดคลอดยังเหลืออยู่อีกตั้งหนึ่งอาทิตย์ แต่ดูเหมือนยายลูกสาวหัวรั้นของนับเก้าอยากจะออกมาดูโลกกว้างก่อนเวลาอันควรเสียแล้วขณะนี้เป็นเวลากี่โมงหญิงสาวไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่หากให้เดาจากความรู้สึกและเสียงนกเสียงการอบๆ บ้านคงจะเป็นช่วงเช้ามืด“พี่รพีคะ พี่รพี!” นับเก้ากัดฟันเรียกชื่อคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ เตียง เมื่ออาการปวดหน่วงๆ เหมือนเมื่อสิบนาทีก่อนกลับมาเยือนอีกละลอก“นับจะเอาอะไรครับ หรือว่าอยากเข้าห้องน้ำ”คนถูกปลูกให้ตื่นนอนท่ามกลางฝันหวานงวงเงียลุกขึ้นนั่ง ก่อนเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟเหนือหัวเตียง เพื่อถามความต้องการของคนท้อง“นับเจ็บท้อง”“ห๊ะ! จะ เจ็บท้องจะคลอดลูกเหรอ ยังไง? หมายถึงพี่ต้องทำยังไง”เท่านั้นแหละอาการสะลืมสะลือเมื่อครู่อันตรธานหายวับภายในชั่วพริบตา รพีผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปมารอบๆ เตียงนอนราวหนูติดจั่นไม่รู้ว่าจะเริ่มจากส่วนไหนก่อนดี ทั้งๆ ที่หาข้อมูลเตรียมตัวรับมือไวแล้วแท้ๆ แต่พอเผชิญกับสถาการณ์จริง สมองเขากลับเรียบเรียงไม่ถูก“อย่างแรกพี่รพีต้องตั้งสติก่อนค่ะ แล้วพานับไปโรงพยาบาล”ว่าที่คุณแม่อดไม่ได้ที่จะทอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดูเอาเถิด... เธอเจ็บท้องจะคลอดรพีย







