นับเก้าเลือกที่จะเริ่มต้นวันใหม่โดยการมาหาคุณหญิงป้าสุดที่รัก ถึงแม้จะเจอกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะคุณหญิงสโรชาเล่นบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปเยี่ยมหลาวสาวปีละหลายๆ หนก็เถอะ
สมแล้วที่เธอยกตำแหน่งคุณป้าดีเด่นให้ ขนาดพ่อแท้ๆ ยังไม่ลงทุนกับเธอมากขนาดนี้เลย
หลังจากทักทายกันพอให้หายคิดถึงคุณหญิงป้าสุดที่รักก็ยืนกรานจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวกลับคืนสู่อ้อมอก รวมทั้งฉลองที่นับเก้าสำเร็จการศึกษาถึงแม้จะผ่านมาตั้งหนึ่งปีแล้วก็ตาม
ซึ่งนับเก้าไม่คิดขัดด้วยรู้แก่ใจว่าต่อให้เอาช้างมาฉุดก็หยุดคุณหญิงสโรชาไม่อยู่
“น่าจะมากันแล้ว นับไปตอนรับแขกแทนป้าสิลูก”
“รับทราบค่ะ คุณหญิงป้า”
หญิงสาวน้อมรับคำสั่งอย่างว่าง่ายหลังยืนเคว้งอยู่กลางห้องครัวมาพักใหญ่ เพราะไม่ไม่มีความสามารถมากพอจะช่วยหยิบจับสิ่งใดได้เลย นับเก้าต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่างานในครัวอย่าเสี่ยงกับเธอเลยจะดีกว่า
แล้วแขกที่มาร่วมรับประทานมือค่ำไม่ได้มีมากมายหรือใครอื่นใกลที่ไหน เป็นครอบครัวโชติธนกิจที่สนิทชิดเชื้อกันมานานนมนั่นเอง
“สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า”
น่าเสียดายแขกที่ถูกเชิญสะดวกมากันแค่สองสามีภรรยาเท่านั้น แต่นับเก้าก็เข้าใจได้ว่าคู่ปรับตลอดกาลอย่างอาทิตย์และอัสนีต่างมีภาระชิ้นโตต้องรับผิดชอบซึ่งก็คือการเป็นพ่อคน
ครั้งแรกที่หญิงสาวรู้เธอแทบนึกภาพไม่ออกเลยว่าพี่ๆ ทั้งสองจะเป็นพ่อในรูปแบบไหน
ส่วนรพียิ่งไม่ต้องพูดถึงนับเก้ารู้อยู่แก่ใจดีว่าเหตุใดเขาถึงไม่มา
“ไหนมาให้กอดทีสิป้าคิดถึงหนูที่สุดเลยรู้ไหม นี่ถ้ารพีเห็นว่าคู่หมั้นตัวเองโตขึ้นแล้วสวยขนาดนี้คงอยากรีบจัดงานแต่งจนตัวสั่นแน่เลย”
“นับก็คิดถึงคุณป้าค่ะ แต่คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งคะ”
นับเก้าสวมกอดหญิงวัยกลางคนและตอบคำถามได้ไม่เต็มเสียงนัก คุณป้าจะรู้ไหมหนอว่าปฏิกิริยาของลูกชายคุณป้าทันทีที่เห็นหน้าเธอช่างต่างจากที่ท่านพูดลิบลับ
ทักทายกันพอชื่นใจนับเก้าก็เชิญทั้งคู่เข้าบ้าน
“เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าค่ะ อาหารที่เตรียมไว้ใกล้เสร็จแล้ว”
และจังหวะเดียวกันนั้นรถยนต์คันหรูก็จอดสนิทลงตรงหน้าเธอราวกับตั้งใจ นับเก้าแทบไม่ต้องเสียแรงเดาให้เปลืองสมองเพราะมีอยู่คนเดียวที่ชอบแกล้งเธอแบบนี้ ‘จอมพล’ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของเธอนั่นเอง
“พี่จอมพล นับยังไม่ได้ใช้เลยถ้ามันตกไปจะทำอย่างไง”
สองมือเล็กรีบคว้ารีโมทย์รถที่ถูกโยนมาให้อย่างแม่นยำ ก่อนจะตวัดสายตามองค้อนไปหนึ่งทีพร้อมโวยวายเสียงดังใส่คนที่ชอบเล่นอะไรไม่รู้เรื่อง จอมพลแก่กว่าเธอหลายปีแต่กลับชอบทำตัวเป็นเด็กๆ แบบนี้อยู่เรื่อย
“ซื้อใหม่ไง” จอมพลตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
“รวยมากมั้ง”
จอมพลเป็นคนเดียวที่นับเก้ากล้าแวดใส่ได้ขนาดนี้โดยไม่นึกเกรงกลัว ความจริงเราสองพี่น้องต่างก็ไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น เจอหน้ามีแต่จะหยุมหัวกันจนคุณหญิงป้าต้องจับแยกอยู่บ่อยครั้ง
“แล้วจนมากมั้งสั่งซื้อรถคันละเป็นสิบๆ ล้านขับน่ะ”
จอมพลถือเป็นคู่ต่อล้อต่อเถียงที่สมน้ำสมเนื้อกับนับเก้าที่สุด คราวนี้หญิงสาวหยุดเถียงเธอยอมก็ได้ในเมื่ออีกฝ่ายอุตส่าห์เสียเวลาเป็นธุระไปรับรถมาให้
“งั้นขอบคุณนะคะ” แต่ครั้งหน้าจะไม่มีการออมมือแน่นอน
“เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นหาอะไรให้พี่กินหน่อยดีกว่าหิวจะตายแล้วเนี่ย”
จอมพลบ่นแล้วเดินลูบท้องเข้าไปในบ้าน นับเก้ามองตามหลังคนขี้โมโหก่อนจะวิ่งไปเกาะวงแขนแกร่งไว้แล้วออดอ้อนเหมือนที่ชอบทำตอนยังเด็ก พี่ชายเธอเป็นแบบนี้แหละไม่ว่าจะเถียงเก่งแค่ไหนสุดท้ายแล้วก็ยอมเธออยู่ดี…
“คุณป้าคะขอเวลาสักครู่ได้ไหมคะ นับอยากคุยเรื่องสัญการแต่งงาน”
เมื่อมื้อค่ำผ่านพ้นไปเรียบร้อยทุกคนจึงย้ายมารวมตัวกันที่ห้องรับแขก และในขณะที่ผู้ใหญ่กำลังพูดคุยหรือให้ความสนใจถึงเรื่องอื่นๆ อยู่นั้น
นับเก้าก็สบโอกาสใช้จังหวะนี้กระซิบกระซาบกับคุณป้าสิรินนภาถึง ‘สัญญาการหมั้นหมาย’ ของเธอกับรพี ผู้ชายที่กำลังตกเป็นข่าวฉาวกับดาราสาวซึ่งมีสามีอยู่แล้วเป็นตัวเป็นตน
“มีอะไรหรือเปล่าหนูนับเก้า ถ้าหนูกังวลกับข่าวที่เกิดขึ้นป้ายืนยันได้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง สองคนนั้นเป็นแค่เพื่อนกัน”
สิรินนภารีบพูดแก้ตัวให้ลูกชายคนโตพัลวัน เมื่อทั้งสองหลบออกมาพ้นสายตาคนอื่นๆ นางเป็นกังวลเหลือเกินกลัวว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้จะเปลี่ยนใจ
เพราะเหลืออีกแค่สองปีเท่านั้นตามสัญญา งานแต่งจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อนับเก้าอายุครบยี่สิบหก
“เปล่าค่ะ นับแค่มีเรื่องจะปรึกษานิดหน่อย แต่ไม่รู้ว่าคุณป้าจะเห็นด้วยหรือเปล่า”
มันเป็นสิ่งที่นับเก้าขบคิดและกลั่นกรองมาแล้วทั้งคืนจึงตัดสินใจที่จะพูดออกไป ซึ่งเธอเล็งเห็นว่ามันส่งผลดีแก่ทั้งสองฝ่าย โชติธนกิจกำลังประสบปัญหา ส่วนเธอเองก็อยากตัดขาดจากคนในคฤหาสน์พรสรวง
แต่ความต้องการของเธอครั้งนี้ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน…
เจ้าของร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสภาพในไม่เรียบร้อยนัก แขนเสื้อทั้งสองข้างถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอก ปลดกระดุมคอเสื้อลงเกินสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแกร่งรำไร เพื่อหวังผ่อนคลายตามประสาคนหลังเลิกงาน
ทว่าวันนี้ชายหนุ่มกลับรู้สึกคิดผิดอย่างมหัน ที่เลือกกลับมาบ้าน แทนที่จะออกไปหาความสำราญด้านนอกตามที่เพื่อนๆ นัดแนะกันเอาไว้ รพีนั่งกุมขมับหลังฟังมารดาพูดจบใบหน้าหล่อเหลาแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผย
“แต่สัญญามันอีกตั้งสองปี”
รพีกำเน็กไทในมือแน่นหวังระบายอารมณ์คุกรุ่นที่กำลังปะทุ เขาแทบอยากใช้มันผู้คอตายเสียเดี๋ยวนั้น เมื่ออยู่ๆ ผู้เป็นแม่ก็เรียกเขามาคุยเรื่องการแต่งงาน แล้วงัดเอาเหตุผลมากมายมาเพื่อเลื่อนวันงานให้เร็วขึ้น
“อีกแค่สองปีต่างหากลูกรัก จะแต่งวันนี้หรืออีกสองปีข้างหน้า ลูกกับหนูนับเก้าก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี แล้วอีกอย่างอย่าลืมว่าลูกยังมีคดีติดตัวอยู่ซึ่งยังหาทางแก้ไขไม่ได้ แม่ว่าวิธีนี้ดีที่สุด”
สายคาคมเข้มเหลือบมองผู้เป็นแม่นิ่งๆ อย่างใช้ความคิด คราวนี้ท่านไม่ได้มาเล่นๆ ดูจากการที่ท่านหยิบยกเอาปัญหาและความผิดพลาดมากมายที่เกิดจากเขาขึ้นมากดดัน
“พ่อก็เห็นด้วยตามที่แม่บอกเหรอครับ”
ชายหนุ่มหันไปถามบิดาซึ่งนั่งเงียบมาตลอด โดยไม่ออกความเห็นใดๆ ทว่าสิ่งที่ท่านตอบกลับมาคือการยักไหล่ส่งให้เขาทีนึง พร้อมสานต่ออีกหนึ่งประโยคซึ่งท่านก็เห็นดีเห็นงามตามผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก
“ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเสียหายนี่ ถือเป็นวิธีการแก้เกมส์ได้รวดเร็วดี และที่สำคัญมันช่วยกู้หน้าให้โชติธนกิตได้อย่างสมเกียรติ”
‘ภาสกร’ นับว่าเป็นหัวเรือใหญ่ของโชติธนกิจ ช่วยพูดเสริมอีกแรงเพื่อให้ดูสมเหตุสมผลมากขึ้น ตามที่เขาได้ถูกเมียรักสั่งบงการไว้ก่อนหน้านี้
“รพี… ตั้งแต่เล็นจนโตแม่ไม่เคยขอร้องหรือบังคับอะไรลูกเลย จะใช้ชีวิตแบบไหนแม่ไม่เคยขัด แต่เรื่องนี้แม่ขอร้องได้ไหมลูก”