“ฉันสั่งแล้วไงไอ้ภพว่าวันนี้ไม่รับงานเพิ่ม น้ำรินไม่ได้แจ้งหรือไง”
เจ้าของแผ่นหลังกว้างเอ่ยเสียงเข้ม โดยไม่หันกลับมามอง เห็นเพียงด้านหลังได้ฟังแค่น้ำเสียงนับเก้าก็รู้ว่ารพีเปลี่ยนไปมาก ตอนนี้ชายหนุ่มขึ้นแท่นนักธุรกิจหนุ่มใหม่ไฟแรงที่ใครๆ ต่างก็จับตามอง
แต่สิ่งที่นับเก้าเป็นกังวลคือเกือบสิบปีที่ไม่ได้เจอกัน ความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอนั้นลดน้อยลงไปบ้างหรือยัง
ความคะนึงหาในส่วนลึกส่งเสียงร้องให้เธอเข้าไปโอบกอดเขาเอาไว้ แต่สิ่งที่ทำได้คือแอบคิดในใจเงียบๆ
“แล้วถ้าเป็นนับละคะ พี่รพีพอจะเสียเวลาให้สักนิดได้ไหม”
ในที่สุดชายหนุ่มก็หันหลังกลับมา แต่แววตาที่เขาใช้มองเธอมีแต่ความว่างเปล่าจนคนถูกมองรู็สึกเจ็บแปลบในอก ไม่มีความยินดีอย่างที่นับเก้าคาดหวังเอาไว้ในตอนแรก ผิดกับเธอที่คิดถึงเขามากมายเหลือเกิน
“นับเก้า” เธอมาทำอะไรที่นี่?
ดวงตาคู่คมถือวิสาสะสำรวจเรือนกายสาวอย่างถี่ถ้วน นับเก้าเปลี่ยนไปมากเขารับรู้มาตลอดว่าหญิงสาวเป็นคนสวย แต่ทว่าตอนนี้เธอสวยกว่าเมื่อก่อนหลายเท่านัก
รพีเผลอชื่นชมในใจอย่างลืมตัว ก่อนจะสลัดความคิดไร้สาระนั่นทิ้ง เมื่อตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรให้ค่าคนเห็นแก่ตัวอย่างนับเก้า เธอไร้ค่าเกินกว่าจะได้รับสิ่งดีๆ
“ดีใจนะคะที่พี่รพียังจำนับได้”
“มาทำไม”
จากท่าทีแปลกใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา หายไปตั้งหลายปีนับเก้าก็คิดว่าความเกลียดชังที่รพีมีต่อเธอจะเบาบางลงไปบ้าง แต่เปล่าเลยมันดูทวีคูณมากกว่าเมื่อหลายปีก่อนอีกด้วยซ้ำ เขาไม่คิดถึงเธอบ้างเลยหรือ
“นับมาหาว่าที่คู่หมั้นไม่ได้เหรอคะ”
“หน้าด้านดีนะ พี่ว่าภายในสองปีที่เหลืออยู่เธอกลับไปทบทวนข้อตกลงใหม่ดีกว่าไหม เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ไม่เต็มใจหมั้น แต่เธอก็ยังพยายามยัดเยียด ไม่รังเกียจตัวเองบ้างเหรอ”
นับเก้าแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง รพีคนนี้ช่างต่างจากเมื่อหลายปีก่อน ไม่คิดเลยว่าพี่ชายที่แสนดีของเธอจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
เธอสูญเสียพี่รพีไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม? หรือแท้จริงเธอสูญเสียเขาไปตั้งนานแล้ว แต่ที่ผ่านมาเธอกำลังพยายามหลอกตัวเองอยู่
“มันเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ พี่รพีก็เห็นนี่ค่ะ”
หญิงสาวโยนความผิดให้กับพวกผู้ใหญ่อย่างคนเห็นแก่ตัว ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าที่รพีต้องตกอยู่ในสถานะนี้เธอมีส่วนผิดเต็มๆ จะให้ทำอย่างไรในเมื่อเธอรักเขา
“งั้นเธอก็ปฏิเสธสิ ยกเลิกข้อตกลงนั้นซะทำได้ไหม”
รพีคาดคั้นตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ
ร่างเล็กยืนนิ่งงั้นกับคำท้าของเขา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันกันแน่นดวงตากลมโตหลุบมองพื้นอย่างใช้ความคิด นับเก้าให้คำตอบสำหรับคำถามเมื่อครู่ไม่ได้จริงๆ
“ตอบไม่ได้ใช่ไหม ยอมรับเถอะนับเก้าว่าเธอเป็นคนเห็นแก่ตัว อย่าเที่ยวโยนความผิดให้คนอื่นไปทั่ว”
รพีขยับเข้ามาใกล้เพื่อต้องการย้ำชัดให้นับเก้าได้ยิน มันใกล้เสียจนหญิงสาวได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากร่างสูง
น่าสมเพชตัวเองเหลือเกิน ขนาดอยู่ในสถานะการณ์แบบนี้เขาก็ยังทำให้เธอใจเต้นแรงได้ ใจหนอใจ
“นับรักพี่รพีนะคะ…”
“แต่ฉันเกลียดเธอและจะไม่มีวันเลิกเกลียด เก็บคำว่ารักของเธอไว้แล้วกลับไปซะ”
รพีไม่คิดไต่ตร่องกับคำพูดของหญิงสาว ชายหนุ่มรีบปฏิเสธและขับไล่นับเก้าทันควัน ทั้งยังถอยห่างทำราวกับทนอยู่ใกล้เธอต่อไปไม่ได้อีกสักเสี้ยววินาทีเดียว
และน้ำเสียงที่รพีใช้เอื้อนเอ่ยคำว่าเกลียดนั้นยังชัดเจนจนเธอเถียงไม่ออก หรือว่าเธอควรจะยอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้
เป็นอันว่าปัญหาเรื่องข่าวฉาวที่ตั้งใจจะมาพูดถูกพับเก็บไป นับเก้าพึ่งตระหนักได้เมื่อครู่นี้เองว่าไม่ควรเสนอหน้ามาหารพีตั้งแต่แรก เป็นเพราะความโหยหาจับใจแท้ๆ
นับเก้ามาถึงคฤหาสน์พรสรวงในช่วงค่ำ ไม่มีคนในครอบครัวมายืนต้อนรับกลับบ้านอย่างอบอุ่นเหมือนในละครหลังข่าว มีเพียงพี่ลูกจันทร์ที่ดูจะตื่นเต้นสุดๆ กับการกลับมาของเธอ พอร่างเล็กลงจากรถแท็กซี่ได้พี่เลี้ยงคนสนิทก็เข้าสวมกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ
“คิดถึงเหลือเกินทูลหัวของลูกจันทร์ ไหนว่าลงเครื่องตั้งแต่บ่ายทำไมถึงบ้านเอาป่านนี้ละคะ แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังส่วนห้องพักพี่จัดการให้เรียบร้อยแล้วนะคะ มีอีกอย่าง…”
“ค่อยๆ ค่ะ ใจเย็นนะคะ ทีละคำถามนับตอบไม่ทัน”
ลูกจันทร์ร่ายยาวจนคนฟังไม่ทันต้องปรามไว้ นับเก้าเข้าใจว่าคนตรงหน้าคิดถึงเธอมากแค่ไหน เพราะเธอเองก็คิดถึงคนตรงหน้ามากไม่ต่างกัน
หญิงสาวกอดพี่เลี้ยงคนสนิทไว้แน่น พอเห็นแบบนี้แล้วรู้สึกผิดที่ทิ้งพี่ลูกจันทร์ไปนาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทั้งคู่ทำได้เพียงคลายความคิดถึงผ่านหน้าจอโทรศัพท์เท่านั้น
“นับก็คิดถึงพี่ลูกจันทร์ค่ะ จำสัญญาที่นับให้ไว้ได้ไหม”
ลูกจันทร์ผละจากอ้อมกอดของคุณหนูอันเป็นที่รักยิ่งแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
“ทุกอย่างที่นั่นเรียบร้อยแล้ว นับอยากให้พี่ลูกจันทร์กลับไปดูแลแทนนับทีนะคะ” หญิงสาวฝากฝังบางอย่างแก่คนตรงหน้าซึ่งเปรียบเสมือนพี่สาวอีกคน
ทว่าแววตาของพี่เลี้ยงกลับฉายชัดถึงความไม่แน่ใจ เธอรักคุณหนูไม่ต่างจากนายหญิงซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของคุณหนูนับเก้า ลูกจันทร์จึงทำใจยากที่จะห่างไป
“เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันทีหลังดีกว่าค่ะ คุณผู้ชายรอคุณหนูอยู่ในห้องรับแขกนานแล้ว”
คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นนึกแปลกใจที่คนเป็นพ่อรอเธออยู่ ร้อยวันพันปีคุณชายภวิศไม่เคยคิดชายตาแลลูกสาวแสนชังอย่างเธอ ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกเตรียมตัวตั้งรับเสียตอนนี้เลยดีกว่า เพราะมั่นใจร้อยเปอเซ็นว่าสิ่งที่ต้องเจอไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณน้ากรองแก้ว”
นับเก้ายกมือไหว้บิดาทั้งยังเผื่อแผ่ไปถึงแม่เลี้ยงที่ทำเป็นมองเมินตั้งแต่เห็นเธอเดินเข้ามาถึง ก็ไม่ได้อยากไหว้นักหรอกแต่บังเอิญเป็นคนมีมารยาทหญิงสาวคิดอย่างพาลๆ
“เรียนจบมาเป็นปีแล้วแต่ไม่ยอมกลับบ้าน”
ภวิศว่าแล้วทิ้งหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้ลงบนโต๊ะรับแขกเสียงดัง ปรากฏให้เห็นข่าวฉาวที่เด่นหราอยู่บนหน้าหนึ่ง นับเก้าคิดเอาไว้แล้วเชียวว่าต้องไม่ใช่เรื่องดี
ทำไมถึงซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้บ้างนะ
“แน่ใจนะว่าจะแต่งงานกับไอ้หนุ่มนี่ ฉันหาผู้ชายที่เหมาะสมกับวงศ์ตระกูลเราได้ดีกว่าไอ้หนุ่มนักธุรกิจนี่อีกนะ สัญญายังเหลืออีกสองปีแกควรเอาไปทบทวนใหม่ แล้วระหว่างนี้แกก็กลับไปเรียนต่อ ป.โท อีกสักใบ”
ที่ก่อนหน้านี้ภวิศเห็นดีเห็นงามตามผู้เป็นพี่สาวอย่างสโรชาเรื่องการหมั้นหมาย เพราะครอบครัวโชติธนกิจเองก็ร่ำรวยมั่งคั่งเทียบเท่าตระกูลเราใช่ย่อย
ทว่าการกระทำของลูกชายบ้านนี้ที่ตนได้รับรู้มาตลอด กลับทำให้ต้องคิดใหม่
“นับกลับมาถึงบ้านยังไม่ทันข้ามวัน คุณพ่อก็จะไล่นับอีกแล้วเหรอคะ”
หญิงสาวถามบิดากลับด้วยท่าทีนิ่งเฉย พยายามเต็มที่เพื่อสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ มีเพียงตัวเธอเท่านั้นที่รู้ว่าภายในใจบุบสลายแค่ไหน เกือบสิบปีที่ห่างกันพ่อไม่มีคำว่าคิดถึงให้เธอได้ยินเลย…
พ่อไม่ได้รักเธอนับเก้ารู้อยู่แก่ใจมาเนิ่นนาน แต่ทำไมถึงไม่เคยรู้สึกชินชากับมันได้เสียที
“ฉันกำลังชี้แนะอนาคตที่ดีกว่าให้แกอยู่ต่างหาก”
“อนาคตที่ดี คืออนาคตที่นับเลือกเอง นับไม่ต้องการให้คุณพ่อมาชี้นิ้วสั่งว่านับควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร”
“งั้นแกก็ไปเปลี่ยนนามสกุลซะ หลังจากนี้แกจะทำอะไรหรือทำตัวเหลวแหลกแค่ไหนฉันจะไม่ห้าม”
คนตัวเล็กร้องอ้อ... ในใจ หลังฟังประโยคเมื่อครู่จบ ที่แท้คุณชายภวิศ พรสรวง ก็แค่เป็นห่วงนามสกุลเก่าแก่เพราะกลัวว่าเธอจะนำพาความเสื่อมเสียมาให้วงศ์ตระกูลแค่นั้นใช่ไหม?
“ได้ค่ะ คุณพ่ออดทนรออีกนิดนะคะแล้วนับจะหาทางรีบเปลี่ยนให้โดยด่วน”
นับเก้าทิ้งท้ายไว้แล้วเดินหนีออกจากตรงนั้นทันที ก่อนทุกคนจะเห็นหยดน้ำตาที่จวนเจียนจะหลังไหลลงมาประจานความอ่อนแอ เท่านี้ชีวิตเธอก็น่าสมเพชมากพอแล้ว
ใบหน้าหวานซบลงบนหมอนเพื่อหวังใช้มันช่วยซับหยดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาไม่หยุด นับเก้าไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิดนักหนาทำไมใครๆ ก็ต่างผลักไสไล่ส่ง
ไม่มีใครต้องการเธอ... ขนาดแม่ยังชิ่งหนีตายไปก่อน
สำหรับพ่อแล้วความผิดของเธอคือเป็นต้นเหตุทำให้แม่ต้องตาย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่นับเก้าปรารถนาจะให้เกิดขึ้น หากเลือกได้ก็อยากให้เป็นตัวเธอเองมากกว่า
แต่สำหรับรพีความผิดของเธอคืออะไร ผิดเพราะรักเขา…เท่านั้นเองหรือ