Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2026-01-16 18:17:26

“รพี… ตั้งแต่เล็นจนโตแม่ไม่เคยขอร้องหรือบังคับอะไรลูกเลย จะใช้ชีวิตแบบไหนแม่ไม่เคยขัด แต่เรื่องนี้แม่ขอร้องได้ไหมลูก”

เป็นความจริงที่รพีกับน้องชายอีกสองคนเติบโตและใช้ชีวิตด้วยการตัดสินใจเองอย่างอิสระ พวกท่านไม่เคยกดดันหรือบังคับว่าเขาจะต้องเป็นอะไรแบบไหน

และนี่เป็นครั้งแรกที่แม่ถึงกับเอ่ยปากข้อร้องเสียงสั่น ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการจับเขาใส่กรงแล้วปิดประตูล็อกกลอน

“แล้วฝ่ายนั้นเขาจะยอมแต่งเหรอครับ สัญญาเหลืออีกตั้งสองปี บางทีน้องเขาอาจจะยังอยากใช้ชีวิตสาวโสดอยู่ก็ได้ เห็นว่าพึ่งเรียนจบมาไม่ใช่เหรอ”

ปากไวถามออกไปแล้วรพีก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรถาม ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ ในเมื่องานแต่งงานมันเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นต้องการ แล้วมีหรือที่เธอจะปฏิเสธ

“เมื่อวานแม่คุยกับหนูนับเก้าแล้ว น้องไม่ใช่คนปัญหามากแบบลูกหรอก แล้วถ้ารพีได้เจอน้องคราวนี้จะต้องตลึงในความสวยแน่ๆ คนอะไรยิ่งโตยิ่งสวยสง่า ดาราสาวแม่หม้ายอะไรนั่นที่เป็นข่าวกับลูกเทียบไม่ติด...”

“แม่ครับ! อย่าพาดพิงถึงคนอื่น บอกกี่ครั้งแล้วว่าผมกับชุเราเป็นแค่เพื่อนกัน ถ้าหมดธุระแล้วผมขอตัวนะครับ”

ว่าจบร่างสูงก็หุนหันออกจากห้องรับแขกทันที โดยไม่สนใจสีหน้าไม่สบอารมณ์ของผู้เป็นแม่ที่เขาไปขัดจังหวะตอนท่านกำลังอวยว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรด

ความจริงรพีไม่ได้ไม่ได้คิดมากอะไรที่มารดาพูดจาพาดพิงถึงบุคคลอื่น ด้วยรู้จักนิสัยของแม่ตัวเองดี แต่สิ่งที่ทำให้เขาทนฟังต่อไปไม่ได้คือประโยคเยินยอผู้หญิงคนนั้นต่างหาก

รถยนต์คันหรูพุ่งทยานออกจากรั้วบ้านโชติธนกิจด้วยความรวดเร็ว ตามแรงอารมณ์ของคนขับ จุดหมายคือสถานที่ที่ชายหนุ่มพึ่งบอกปัดปฏิเสธเพื่อนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า

แต่สุดท้ายรพีก็ต้องกลับคำ เพราะคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับ ถ้าหากไม่หาแอลกอฮอล์มาช่วยลบล้างความว้าวุ่นใจที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

“ไหนมึงว่าจะไม่มา”

‘คเชนทร์’ นักธุรกิจหนุ่มสุดหล่อทายาทเจ้าของปูนซีเมนต์ยี่ห้อดังในเมืองไทย หันมาถามเพื่อนสนิทหลังแลกจูบสุดร้อนแรงกับสาวสวยที่คลอเคลียอยู่ข้างกาย

“นั่นสิ? ตอนแรกบอกจะไม่มาพวกกูเลยไม่ได้เรียกน้องๆ คนสวยมาเผื่อมึงด้วย”

ทายาทเจ้าของท่าเรือใหญ่อย่าง ‘ปัณท์ธร’ ถามย้ำโดยที่ข้างกายตนเองมีสาวสวยหุ่นสะบึ่มเอาอกเอาใจถึงสองคน อีกคนนึงจับ ส่วนอีกคนนึงจูบ ถูกใจจนเขาอยากจะชวนไปตบรางวัลชุดใหญ่ให้คนละทีสองที

และที่พวกเขากล้าทำเรื่องหยาบโลนในสถานที่แบบนี้ ก็เพราะผับนี้เป็นร้านลับส่วนตัวเข้าได้เฉพาะลูกค้ากระเป๋าหนักเท่านั้น อีกอย่างห้องที่พวกเขาใช้บริการก็เป็นห้องวีไอพีชั้นสองมองเห็นด้านล่างผ่านกระจก ที่สำคัญคนภายนอกไม่สามารถมองเห็นข้างในได้

“กูกำลังจะแต่งงาน”

รพีไม่ได้ตอบคำถามแต่บอกปัญหาของตัวเองให้เพื่อนรับรู้แทนด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบพลางมองลงไปยังด้านล่าง ซึ่งมีนักท่องราตรีกำลังวาดลวดลายแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม

ท่าทีของคนพูดดูราวกับไม่ทุกข์ร้อนกับประเด็นเมื่อครู่นัก ผิดกับเพื่อนสนิทอีกสองคนที่หูผึ่งขึ้นทันทีที่ฟังจบ ทั้งคู่สลัดสาวทรงโตข้างกายแล้วจดจ้องเพื่อนอย่างรอฟังคำอธิบายเพิ่มเติม

“เต็มใจ?” เมื่อไอ้เพื่อนปากหนักไม่ยอมพูดสักที คนใจร้อนอยากรู้เรื่องชาวบ้านอย่างคเชนทร์จึงเป็นฝ่ายเร้งเร้า

รพีส่ายหัวแทนคำตอบและในขณะเดียวกันนัยน์ตาคมเข้มก็บังเอิญสะดุดเข้ากับหญิงสาวร่างเล็กเบื้องล่าง ก่อนรอยยิ้มเย้ยหยันจะปรากฏบนริมฝีปากหนา น่าแปลกเห็นแค่แวบเดียวเขาก็จดจำได้ทันทีว่าเธอคนนั้นคือ… นับเก้า

ร่างระหงในชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีดำสั้นเหนือเข่าแค่คืบ เข้ากับรองเท้าส้นสูงและกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง ทุกท่วงท่าของเธอสะกดสายตาคนมองได้อย่างลืมตัว

คืนนี้หญิงสาวดูสวยกว่าวันแรกที่เขาเจอเสียอีก และต่อให้เกลียดเธอมากแค่ไหน แต่เรื่องนี้รพีปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่านับเก้าสวยมาก

“ลูกหลานนักการเมืองใหญ่บ้านไหนวะ ถึงทำให้คนอย่างไอ้รพียอมเดินเข้าประตูวิวาห์ได้”

ทั้งสองไม่แปลกใจหากรพีจะยอมเดินเข้าประตูวิวาห์โดยขาดความสมัครใจ พวกเขาโตมาด้วยสังคมแบบนี้หน้าตาของวงศ์ตระกูลกับภาระหน้าที่ทางธุรกิจต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก

จะรักหรือไม่รักไม่ใช่สิ่งสำคัญ ขอแค่เหมาะสมและถูกต้องเป็นพอ

จะว่าไปครอบครัวพวกเขาก็ถือว่าปรานีมามากแล้วนะ ที่ปล่อยให้ใช้ชีวิตอย่างชายโฉดและอิสระกระทั่งอายุล่วงเลยเข้าเลขสาม จะถูกบังคับให้แต่งงานตอนนี้ก็คงไม่แปลก

“นับเก้า… นับเก้า พรสรวง”

ชื่อที่ได้ยินจากปากรพีสร้างความสงสัยให้แก่สองหนุ่มไม่น้อย นามสกุลผู้ดีเก่าใครๆ ก็ต่างรู้จัก แต่ที่แปลกใจคือชื่อว่าที่เจ้าสาวของเพื่อนต่างหาก พวกเขาไม่เคยได้ยิน

“พรสรวง คุณชายภวิศน่ะนะ”

“อืม…” รพีครางรับพร้อมจดจ้องไปยังร่างเล็กไม่ลดละสายตา นับเก้าดูมีความสุขดี เธอหัวเราะต่อกระซิกกับเพื่อนสาวข้างกายอย่างออกรสออกชาติ

ในขณะที่เขาร้อนรุ่มอยู่ในอกราวกับมีไฟมาสุมทรวง ชายหนุ่มขบกรามแน่นนัยน์ตาสีนิลทอประกายคุกรุ่น เขายิ่งเกลียดเธอที่บังอาจมามีความสุขบนความทุกข์ของเขา

“คุณชายภวิศ มีลูกสาวด้วยเหรอวะ กูเห็นพาแต่ลูกชายออกงาน”

“นับเก้าเป็นลูกสาวคนโต” ซึ่งรพีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนบ้านนั้นถึงไม่ค่อยพานับเก้าออกหน้าออกตาทางสังคม อาจเป็นความต้องการของเธอเองก็ได้

เพราะเท่าที่เห็นหญิงสาวดูสุขสบายดี เสื้อผ้าเครื่องประดับที่เธอสวมใส่ประเมินด้วยตาเปล่ายังรู้เลยว่ามีมูลค่าไม่ใช่น้อยๆ

“อยากเห็นเลยวะ ว่าคุณหนูตระกูลพรสรวงจะสวยหยาดเยิ้มสักแค่ไหน ถึงมัดใจเสือร้ายอย่างไอ้รพีอยู่”

ปัณท์ธรเอ่ยล้อเลียนเพื่อนสนิทแล้วทำหน้าทำตาเพ้อฝันตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่างานแต่งครั้งนี้เป็นสิ่งที่รพีไม่ปรารถนา

“คนนั้นไง!” รพีไม่รอให้เพื่อนสงสัยนาน เขาเฉลยโดยการพยักเพยิดหน้าไปทางร่างเล็ก ซึ่งเธอกำลังละเลียดชิมไวน์สีสวยในแก้วเข้าปากอย่างมีจริตผู้ดี

เมื่อทั้งสองมองลงไปยังชั้นล่างตามที่เพื่อนบอกถึงกับตาโต แทบสำลักน้ำเมาที่พึ่งกระดกเข้าปากไปแต่ยังดีที่กลืนลงไปแล้ว พร้อมอุทานเสียงดัง…

“เชี้ย!!! ที่นั่งอยู่นั่นนางฟ้าหรือคนวะ” ประโยคเกินจริงจะออกมาจากปากใครไม่ได้นอกจากผู้ชายแพรวพราวอย่างปัณท์ธร

“แล้วคนไหนว่าที่เจ้าสาวมึง ชุดดำหรือชุดขาว”

คเชนทร์เกิดความสงสัยเพราะตรงบาร์นั้นมีสาวสวยนั่งอยู่ถึงสองคน แล้วแม่คุณทั้งสองก็สวยไม่สร่างกันทั้งคู่ บอกตามตรงถ้าให้เลือกระหว่างสองคนนั้นคงเป็นการตัดสินใจที่ยากน่าดู

“ดำ” รพีหันมาตอบเพื่อนตามตรง ทว่าแววตาไม่มีความปลื้มปิติเลยสักนิดที่จะได้แต่งงานกับหญิงสาวที่สวยราวนางพญาขนาดนั้น ก่อนคว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดก

แล้วกลับไปจับจ้องที่หญิงสาวซึ่งกำลังยิ้มหน้าระรื้นจนเขาอดหมั่นไส้ไม่ได้

และเสี้ยววินาทีนั้นเอง อยู่ๆ ความคิดบางอย่างก็ผุดเข้ามาในหัว รพีลอบยิ้มมุมปากก่อนจะคว้าซองบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเพื่อคลายความเครียดลง

ส่วนในใจก็โลดแล่นแผนการที่พึ่งนึกออกอย่างอามรณ์ดี สีหน้าผิดจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

“เธอน่ะ มานี่สิ” รพีกระดิกปลายนิ้วเรียกหนึ่งในสาวสวยสองคน ที่นั่งประกบอยู่ข้างกายเพื่อนสนิท ซึ่งหญิงสาวก็ทำตามอย่างว่าง่าย

พอเธอทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มก็โน้มลงไปกระซิบข้างใบหูเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนสนิทที่สงสัยในพฤติกรรม

ด้วยรู้จักกันมานานมองลงมาจากตึกมหานครยังดูรู้เลยว่าไอ้รพีมันมีแผนอะไรในใจ และที่สำคัญสีหน้าเจ้าเล่ห์แบบนั้นไม่ใช่เรื่องดีๆ แน่นอน

“กูมีธุระด่วนต้องไปก่อน ส่วนน้องคนนี้กูขอแล้วกันนะไอ้ปัณท์”

รพีลุกขึ้นยืนเต็มความสูงไม่ลืมล่ำลาเพื่อนทั้งสอง แล้วควงแม่สาวทรงโตออกไปทันที โดยไม่คิดอธิบายให้ทั้งคเชนทร์และปัณท์ธรคลายความสงสัย

ถ้าเขาทุกข์รพีจะทำให้นับเก้าทุกข์ยิ่งกว่า…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 66

    เวลาสิบเอ็ดนาฬิกาจุดเก้านาที ณ วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี...บทสวดจากท่านเจ้าอาวาสไม่ได้เข้าหูรพีแม้แต่นิด เพราะตอนนี้ในหัวเขาเอาแต่คิดถึงถึงพฤติกรรมของนับเก้าที่ผิดแผกแปลกไปจากเดิม วันนี้เธอไม่เย็นชาใส่เขา แถมยังยิ้มแย้มแจ่มใสจนเขาเริ่มหวั่นใจ... กลัวเหลือเกินว่าสิ่งที่เห็นในตอนนี้จะมีเบื้องลึกเ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 65

    “เมื่อกี้นับพูดจริงเหรอ”คำว่า ‘สามี’ ที่ได้ยินจากปากของหญิงสาวยังตราตรึงและติดอยู่ในใจ จนรพีไม่สามารถสลัดรอยยิ้มออกจากใบหน้าได้เลยให้ตายเถอะ!นับเก้าประกาศว่าเขาเป็นสามีต่อหน้าคนอื่น วินาทีแรกที่ได้ยินคำนั้นรพีเกือบจะยกมือขึ้นมาตบบ่องหูของตัวเอง แต่ก็ทำได้เพียงยืนเนื้อเต้นด้วยหัวใจระริกระรี้“เรื่อ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 64

    ทางด้านรพีหลังจากส่งเมียกับลูกขึ้นรถกลับสระบุรีไปแล้ว ชายหนุ่มก็กลับขึ้นมาบนห้อง ลงมือเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวลงกระเป๋าใบย่อม เพียงไม่กี่นาทีก็กลับลงมาด้านล่าง“จะไปไหนลูก”แต่ลงมาได้ไม่กี่ก้าวรพีก็ถูกมารดาทักขึ้นเสียก่อน“ผมจะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศน่ะครับ”“แล้วขนข้าวของอะไรไปเยอะเยอะ”ถ้าไม

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 63

    “ได้เวลาต้องไปแล้วเหรอ”รพีหันไปเห็นแม่ของลูกก่อนเธอจะเอยท้วงเขารับเช็ดน้ำตาออกจากแก้มสากที่มันตกลงมาอย่างไม่รู้ตัว แค่รู้ว่าต้องปล่อยเธอกับลูกออกห่างจากอกเขาก็รู้สึกชาหนึบไปถึงขั้วหัวใจเมื่อคืนทั้งคืนรพีแทบไม่ได้นอนด้วยซ้ำ เขาเฝ้ามองดูสองแม่ลูกยันเช้า ตั้งใจจะเก็บช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ให้นานที่สุ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 62

    นับเก้าไม่ได้กลับสระบุรีทันทีหลังออกจากโรงพยาบาล ทุกคนลงคะแนนเสียงตรงกันว่าให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านโชติธนกิจต่ออีกสักพัก จนกว่าจะเลี้ยงเจ้าตัวเล็กคล่องซึ่งเธอเองก็คิดแบบนั้นเพราะที่นี่ล้วนมีแต่พี่เลี้ยงที่มากด้วยประสบการณ์ตรงทุกคน“พริมว่าคุณนับต้องกินน้ำหัวปรีเสริมค่ะ ถ้านมมาน้อยขนาดนี้ไม่ทันหนูหนึ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 61

    กำหนดคลอดยังเหลืออยู่อีกตั้งหนึ่งอาทิตย์ แต่ดูเหมือนยายลูกสาวหัวรั้นของนับเก้าอยากจะออกมาดูโลกกว้างก่อนเวลาอันควรเสียแล้วขณะนี้เป็นเวลากี่โมงหญิงสาวไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่หากให้เดาจากความรู้สึกและเสียงนกเสียงการอบๆ บ้านคงจะเป็นช่วงเช้ามืด“พี่รพีคะ พี่รพี!” นับเก้ากัดฟันเรียกชื่อคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 55

    นับเก้าเผลอถอนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเห็นรถยนต์คันคุ้นตาวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านเหมือนอย่างทุกวัน ทว่าคนที่ลงจากรถมากลับไม่ใช่เขาคนนั้น!“คุณนับคะ มาดูใจคุณรพีด่วนๆ เลยค่ะ” เป็นอริษากับลูกชายที่วิ่งหน้าตื่นมาทางนี้“เกิดอะไรขึ้น” พอนับเก้าได้ยินดังนั้นก็ยิ่งสาวเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้ภูภามว์ที่

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 54

    ดวงตากลมโตของว่าที่คุณแม่เหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนัง ขณะนี้เข็มสั้นชี้เลขเก้า เข็มยาวชี้เลขสิบสอง ซึ่งบ่งบอกว่าเวลานี้สายมากแล้ว ทว่าคนบางคนที่เคยโผล่หัวมาให้เห็นทุกวันตั้งแต่ฟ้าสางกลับยังไม่มาจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? หน้าฝนแบบนี้ถนนยิ่งลื่นอยู่ด้วย คนท้องเริ่มกระวนกระวายใจ ชะเง้ยคอมองทางเข้าไร่ครั้งแล

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 53

    คว้าน้ำเหลว... เป็นคำที่รพีประสบพบเจอจนชิน ขับรถไปกลับระหว่างอำเภอแก่งคอยและอำเภอปากช่องทุกวันนานนับเดือน แต่ท่าทีแม่ของลูกก็ยังนิ่งเฉย ไม่เข้าใจจริงๆ ตัวเธอเล็กแค่นั้นทำไมถึงใจแข็งนักก็ไม่รู้ท้อใจทุกวัน แต่ไม่คิดถอยเลยสักวันเช้านี้ฝนตกหนักรพีจึงใช้เวลาขับรถเกือบหนึ่งชั่วโมง ซึ่งมากกว่าปกติไปยี่สิ

  • เธอที่เขาไม่เอา   บทที่ 52

    เจ้าของนัยน์ตาคมเหลือบมองคนท้องหนึ่งที สลับกับมองหน้าไอ้เชฟลูกครึ่งอีกหนึ่งทีอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ กะอีแค่ชิมอาหารทำไมถึงต้องยืนใกล้ชิดสนิทสนมคุยหัวเราะต่อกระซิกกันขนาดนั้นก็ไม่รู้นี่ขนาดแนะนำตัวว่าเป็นสามีไอ้เชฟหน้าหล่อยังระริกระรี้ได้ แล้วถ้าไม่แสดงสิทธิ์มันไม่ขอรับเป็นพ่อของลูกเลยเหรอ บอกตามตรงว่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status