LOGINนุชลตรี สตรีชาวไทยผู้โชคดีได้จับพลัดจับพลูมาแต่งงานกับมาฮันห์ มหาเศรษฐีเมืองมัทราส อินเดียใต้ นุชลตรีไม่รู้สึกว่าหล่อนโชคดีเลยสักนิดที่มหาเศรษฐีแห่งมัทราสมาสู่ขอเธอแต่งงานถึงบ้านหลังเล็กที่กำลังจะสิ้นเนื้อประดาตัวของหล่อนกับแม่ เพราะเธอรู้ดีว่าไม่นานมาฮันห์จะต้องเฉดหัวเธอทิ้งสักวันหนึ่งหากเธอมีทายาทให้กับเขา แม้ว่ามาฮันห์จะมีรูปงามดั่งเจ้าชาย หากในสายตาของนุชลตรีเขาดุร้ายยิ่งกว่าราชสีห์ ทั้งยังมีจิตใจอำมหิตเมื่อเห็นว่าหล่อนมีลูกไม่ได้ เขาจึงส่งเธอไปนอนในห้องใต้ดิน และกุเรื่องใส่ร้ายหล่อนว่าภรรยาคนแรกของเขาเป็นสตรีที่ห้ามคนในบ้านรับใช้เว้นแต่เพียงกุลลี หญิงรับใช้ใบ้ที่เขาส่งมา ไฉนมาฮันห์จึงย่ำยีจิตวิญญาณของนุชลตรีได้ถึงเพียงนี้ หรือแค่เพราะว่าหล่อนไร้ทายาทสืบสกุลให้กับเขามาค้นหาคำตอบในนิยายเล่มนี้กันค่ะ
View Moreภาพวาดสีดำขาวถูกวางแขวนไว้บนฝาผนังลายเรียบอย่างจงใจ นุชลตรีสัมผัสได้ถึงความนัยที่แฝงไว้ในภาพวาดดอกไม้รูปกุหลาบบนรูปเขียนสีนั้น
ดอกไม้สีดำสนิทแซมเป็นช่อตั้งอยู่ท่ามกลางโลงศพแสดงถึงความรักอันเป็นอมตะ กุหลาบดำเบ่งบานสะพรั่งตรงปลายของกุหลาบดำเคลือบผิวมันเงาคล้ายหยดน้ำไหลเปรอะอยู่กลางภาพเขียนสี
หญิงสาวรู้สึกราวกับว่าหล่อนกำลังตกหลุมรักภาพวาดภาพเขียนสีกวอชที่แขวนเรียงรายเหล่านี้อยู่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
นุชลตรีมองภาพเขียนสีกวอชอย่างหลงใหล หล่อนเกือบเอื้อมมือไปจับภาพนั้น โชคยังดีที่สายตาของเธอเหลือบมองเห็นป้ายสีทองตัวอักษรสีน้ำตาลเข้มเขียนไว้ว่าห้ามจับไม่งั้นโดนปรับ
หญิงสาวหักห้ามใจไว้ได้ทันพลางเดินไปชมงานศิลปะในโซนถัดไปอย่างรวดเร็ว
นุชลตรีจำได้ว่าโซนแสดงงานนิทรรศการ ‘เสพก่อนตาย’ มีประมาณ ห้าส่วนด้วยกัน สามส่วนแรกหญิงสาวได้ไปเสพมาจนจุใจแล้ว อีกสองโซนนั้นจะอยู่ในอาคารถัดไปซึ่งอยู่ตรอกซอยเล็ก ๆในเมืองฝรั่งเศส
ปารีสเป็นหนึ่งในเมืองแห่งความรุ่มรวยไปด้วยศิลปะนานาชนิด ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์มากมายหลายแห่งเปิดรองรับนักท่องเที่ยวผู้คนสายอาร์ตที่หลั่งไหลมาอย่างเนืองแน่น
หญิงสาวเดินผ่านออกมาจากหน้าประตูซุ้มต้อนรับเพื่อจะเดินไปชมงานศิลป์จัดแสดงในโซนถัดไป
นุชลตรีอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ นั่นก็เพราะว่าโซนที่อยู่ห่างไกลถัดไปเป็นผลงานศิลปะของสรากาเดีย นักประพันธ์ที่ผันตัวมาเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว
เธออดมองภาพโปสเตอร์ที่แปะผนังไม่ได้ งานในเปเปอร์เป็นวัสดุคล้ายกระดาษเคลือบผิวมันวาวที่วางเรียงรายคล้ายกับกระจกในโบสถ์อาสนวิหารนัวยงที่แคว้นโอดฟร็องส์ที่เธอเห็นเมื่อทริปก่อนจะมาลองเที่ยวคนเดียว
ฟรานซ์เป็นเมืองที่นุชลตรีชื่นชอบมากที่สุดในบรรดาเมืองต่างประเทศที่หล่อนเคยไปเยือน เพราะความงดงามของศิลปะตั้งแต่ประตูเมืองไปยังรูปเขียนสี…หล่อนอดหัวใจพองโตขึ้นมาไม่ได้
พิพิธภัณฑ์ วูลฟ์ แด มาเรีย ที่เชิญหล่อนมาดูนิทรรศการของศิลปินหญิงในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งมิวเซียมที่เลื่องชื่อในฟรานซ์เป็นอย่างมาก นุชลตรีรู้ดีว่าคนในวงการอาร์ตทุกคนรักศิลปะ และพวกเขาก็เชื่อว่าศิลปะก็รักพวกเขาเช่นกัน
นุชลตรีจบจากคณะนิเทศศิลป์ในประเทศไทย ทว่าวันนี้หล่อนได้รับโบนัสจากแม่ของเธอให้มาชื่นชมผลงานเป็นรางวัลที่หญิงสาวเรียนจบ
ปลายเท้าสองข้างของหญิงสาวเดินออกมานอกพิพิธภัณฑ์ นุชลตรียกมือขึ้นมากอดอกตนเองไว้เพื่อกันความหนาวเย็นของอุณหภูมิที่ลดต่ำลงในปารีส
หญิงสาวสวมเสื้อสเวตเตอร์สีชมพูสด ด้านในของเสื้อสเวตเตอร์เป็นเสื้อไหมพรมตัวเล็ก หากแต่บางแนบเนื้อของหญิงสาว
นุชลตรีเลือกใส่เสื้อสเวตเตอร์กับกระโปรงอัดพลีซคล้ายกับกระโปรงนักศึกษาเวลาที่หล่อนไปเรียนมหาวิทยาลัย
หญิงสาวเดินออกมาข้างนอก แสงแดดอ่อนๆสาดประกายลงมาเล็กน้อย ดวงอาทิตย์ในกรุงปารีสทอแสงอ่อนจางหากแต่ฉายรัศมีอาบไล้ลงมาจนฟากฟ้าสีครามกลายเป็นสีฟ้าสดใสจนนุชลตรีเห็นเมฆที่รายล้อมบนท้องนภา
หญิงสาวเดินไปตามทางก้อนหินที่เรียงรายต่อกันอย่างรวดเร็วเพียงเพื่อหมายจะชมนิทรรศการกุหลาบหินแสนปีของพิพิธภัณฑ์ที่หล่อนวาดฝันวางแผนไว้ว่าจะต้องดูให้สักครั้งหนึ่งให้ได้ในชีวิตนี้ของเธอ
“พี่สาว…กุหลาบไหมจ้ะ” เสียงหนึ่งเอ่ยดังขึ้นขณะหญิงสาวกำลังเดินผ่านทางเข้าออกหน้าพิพิธภัณฑ์ไปเพื่อไปอย่างอีกอาคารหนึ่งที่กำลังจัดแสดงงานที่เธอใฝ่ฝันว่าจะมาดู
นุชลตรีหยุดมองมือเล็กของเด็กชายที่ส่งกุหลาบสีแดงสดมาให้เธอเพียงชั่วครู่ หญิงสาวสังเกตเห็นเด็กชายมีใบหน้ากลมแก้มของเขามีสีแดงคล้ายมะเขือเทศสุกแต้มอยู่ ดวงตาของชายหนุ่มมีสีน้ำตาลเปล่งประกายแวววับคล้ายกับเมล็ดถั่วอัลมอนด์
เวลานี้นุชลตรีต้องเดินทางไปชมนิทรรศการกุหลาบแสนปีให้ได้ ทว่าหล่อนไม่สามารถที่จะรับของจากเด็กชายผู้ขายดอกกุหลาบแดงสดนี้ได้
หญิงสาวอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ว่าเหตุไฉนพวกเขาจะมาขายกุหลาบดอกไม้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ หรือว่าพวกเขาจะเป็นโจรกันแน่นะ
ในหนังสือพิมพ์คอลัมน์นิตยสารเตือนภัยผู้หญิงได้เคยลงเตือนสาว ๆ เอาไว้ว่าในประเทศนี้มักมีโจรชุกชุมและเหล่าโจรจะมีวิธีในการหาเหยื่อที่แตกต่างกันออกไป
ลิ้นสากของมาฮันห์สัมผัสไปยังช่องทางบางๆของนุชลตรีอย่างถนุถนอม หากแต่มันรวดเร็วเสียจนหญิงสาวอดรู้สึกถึงความกำซาบเข้าไปถึงขั้วหัวใจไม่ได้เวลานี้มาฮันห์กำลังดมดอมและหยอกเย้ากับดอกไม้หอมของหล่อน หญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าเวลานี้เธอกำลังจะไปปลิดปลิวราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาดวงตาของนุชลตรีเบิกกว้างอีกครั้ง ขณะที่เสียงหวานของหล่อนก็ครวญดังกระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งมาฮันห์สัมผัสหน้าดอมดมซอนไซ้มากเท่าใด หญิงสาวก็แหงนหน้าเชิดขึ้นมากเท่านั้นปลายเท้าสองข้างของหญิงสาวเกร็งขึ้นเมื่อเวลานี้มาฮันห์ลากลิ้นสากเลียไปเลียมาไม่หยุด ราวกับว่าหล่อนนั้นได้กลายเป็นของหวานของเขาไปเสียแล้วนุชลตรีอดรู้สึกไม่ได้ว่าท้องน้อยของเธอกำลังประท้วงอย่างรุนแรง ความวาบหวามซ่านกำซาบผ่านเข้ามาทางช่องทางสีชมพูของนุชลตรีจนหญิงสาวบิดเร่าราวกับถูกของร้อนลนไฟนุชลตรีครวญเสียงหวานดังกระชั้นขึ้นกว่าเดิม พลางระเบิดเสียงร้องออกมาดังลั่นจนทำให้มาฮันห์ครางออกมาอย่างสุขสมสวนพันธุ์ไม้ตระกูลเจซดวงจันทราทอแสงอ่อนจาง หากเวลานี้มีเพียงแต่แสงของดวงจันทร์เท่านั้นที่สาดส่องลงมายังต้นหญ้าเวลานี้นุชลตรีนอนกอด ๆ กลับมาฮันอยู่ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ที่
ไม่ว่านุชลตรีจะรู้หรือไม่ หากแต่มาฮันห์รู้เพียงแต่ว่า เวลานี้เขายินดีมากเพียงใดทีได้เลือกเธอ ชายหนุ่มตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเดินเคียงข้างร่วมทางรักกับนุชลตรีแม้ว่าหนทางข้างหน้าจะยากลำบากสักเพียงใดก็ตามหากมนุษย์ นุชลตรีเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่มาฮันห์คิดจะแต่งงานด้วย และคิดจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมด้วยในที่สุด“มาฮันห์คะ…คุณคิดอะไรอยู่เหรอคะ” เสียงหวานของนุชลตรีเอ่ยขึ้น ขณะที่ใบหน้าของหล่อนอยู่ใกล้เขาแค่คืบมาฮันห์ไม่ตอบหากแต่เขากับบดจูบจุมพิตที่ร้อนเร่า และรุนแรงลงไปพลางหยอกเย้ากับริมฝีปากอ่อนละมุนของนุชลตรีริมฝีปากบางของหญิงสาวเผลอเผยอตอบรับกับสัมผัสที่เร่าร้อน และยั่วเย้าของชายหนุ่ม เวลานี้นุชลตรีเรารู้สึกไม่ได้ว่าเธอกำลังตกเป็นตกบ่วงกามารมณ์ของชายหนุ่มเข้าให้เสียแล้วแววตาของหล่อนเบิกกว้างขึ้นขณะที่หญิงสาวทอดมองเขาด้วยแววตาเชื่อมอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน“มาฮันห์คะ…มาฮันห์คะ” เสียงอ่อนหวานนุชลตรีเรียกมาหาหนึ่งคำรบใหญ่ ขณะที่นุชลตรีถูกมาฮันห์เร่งเครื่องยนต์ช่วงล่างของหล่อนอย่างรุนแรงมาฮันห์ไม่ตอบหากแต่เขาดึงสะโพกกลมกลึงของหล่อนให้ลงมารับแรงกระแทกกระทั้นแรงกระแทกจนทำให้ขาเตียงของทั้งสอ
มือหนาของมาฮันห์เอื้อมมือไล้ลงมาด้านล่างผ่านสะดือเรื่อย ๆ สายตาคู่คมของชายหนุ่มมองไปยังแพนตี้ตัวจิ๋วสีชมพูหวานที่ปกปิดช่วงล่างของหล่อนอย่างหิวกระหายนุชลตรีกลั้นใจบดเบียดขาซ้ายให้ชิดกับขาขวาของหล่อนพลางสบสายตาของชายหนุ่มมาฮันห์ที่เห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปจับขาของหล่อนแยกออกจากกันมาฮันห์ดันร่างของนุชลตรีลงไปนอนราบกับผ้าปูเตียงอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้หล่อนอดรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องน้อยอย่างรุนแรงไม่ได้มือหนาทาบทับลงบนท้องน้อยของนุชลตรี ชายหนุ่มกดมือราบที่หน้าท้องของหญิงสาวเล็กน้อยพอให้หญิงสาวอดรู้สึกกำซาบซ่านเข้าไปถึงสี่ห้องใจไม่ได้แววตาลุ่มลึกของชายหนุ่มสบสายตาดวงตาหวานเชื่อมของหญิงสาว พลางมองใบหน้าของหล่อนที่มองสบตามาฮันห์ด้วยสายตาพราวระยับเวลานี้หญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าหล่อนกำลังหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเวลานี้มาฮันห์ใช้นิ้วของเขาซอนไซ้เข้ามายังช่องบุปผาสวรรค์ของหล่อนดวงหน้าหวานของนุชลตรีแต้มสีแดงระเรื่อดังลูกตำลึงสุก ดวงตาของนุชลตรีเบิกกว้างกว่าเดิม เมื่อเวลานี้มาฮันห์เอื้อมมืออีกข้างของเขา ลากไล้ไปยังขาขวาของนุชลตรีดวงตาของนุชลตรีเบิกกว้างกว่าเดิมเมื่อมาฮันห์แทรกนิ้ว เพื่อสำรวจช่อ
“มาฮันห์คะ” เสียงหวานของนุชลตรีครางกระเส่าพลางแหงนหน้าเชิดขึ้นเผยอรับริมฝีปากอันนุ่มละมุน หากแต่รุ่มร้อนของชายหนุ่มที่บดจูบหล่อนด้วยอาการหวามไหว“มาฮันห์…คุณจะทำการบ้านอีกแล้วเหรอคะ” หญิงสาว ลอบถามชายหนุ่มพลางมองสีหน้าของชายหนุ่มที่เวลานี้แดงแจ๋ราวลูกมะเขือเทศสุกจัด“นั่นสินะ…นุชลตรี” มาฮันห์กล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มจนเกือบจะจริงจังนั่นเอาดวงหน้าสวยแต้มสีแดงราวลูกเชอร์รี่“มาฮันห์คะ…คุณก็รู้ว่านุชตั้งครรภ์ได้ยาก แล้วนะคะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย“เรื่องนั้นผมรู้นุช…แต่คุณไม่ต้องห่วงนะนุช วางใจเถอะนุชผมรักคุณมากกว่าสิ่งอื่นใด” ชายหนุ่มกล่าวพลางมองเชยใบหน้ามนขึ้นมาพลางจุมพิตกลางกระหม่อมอย่างอ่อนละมุน“แต่นุชว่า…” นุชลตรีกล่าวพลางมองใบหน้าของชายหนุ่มอีกครั้งด้วยความรู้สึกถึงแรงปรารถนาที่ล้นเอ่ออยู่ภายในยังไม่ทันที่นุชลตรีจะตอบโต้ ชายหนุ่มก็บรรจงจูบหล่อนอย่างดูดดื่ม มาฮันห์บดจูบนุชลตรีด้วยความกระหายอย่างรุนแรงคราวนี้มือเรียวของนุชลตรีกางเล็บจิกลงบนผ้าปูที่นอนลงแน่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนสัมผัสวาบหวามทำให้หญิงสาวจูบตอบกับชายหนุ่มยังไม่อาจต้านทานได้“นุชคุณยังสวยอยู่เลย” น้ำเสียงอ่อ
“ฉันขออนุญาตค่ะ” นุชลตรีกล่าวขณะซับน้ำที่มาจากขวดของคนร้ายอย่างตระหนกตกใจมือเรียวของหญิงสาวถูกคว้าหมับด้วยมือสาก นุชลตรีชะงักไปเล็กน้อย หญิงสาวได้กลิ่นหอมของโคโลญจน์ที่ชายหนุ่มใส่หากนุชลตรีคาดคะเนไม่ผิด ชายคนนี้น่าจะใส่โคโลญจน์กลิ่นดอกจัสมิน เพราะหล่อนเคยช่วนรุ่นพี่ทำโปรเจ็กต์เกี่ยวกับดอกไม้ในการ
แรงกระแทกกับอากาศทำให้คนร้ายรู้สึกโมโหหากแต่เขาต้องวิ่งต่อไปเพื่อเอากระเป๋าเงินเหล่านี้ไปขายเพื่อซื้อข้าวกินประทังชีวิตของตนเองคนร้ายไม่รอช้า มันตัดสินใจวิ่งอีกครั้งอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าทางข้างหน้าของคนร้ายนั้นมีแบริเออร์ขวางถนนกั้นอยู่อารามวิ่งไม่ทันระวังทำให้คนร้ายสะดุดล้มไปกับพื้นถนนทันที“หยุ
คนร้ายรีบวิ่งไปตามเส้นทางที่มันรู้แล้วจึงวิ่งเลี้ยวเข้าไปยังเส้นทางแคบคดเคี้ยวยิ่งกว่าเดิมโดยมีนุชลตรีวิ่งตามไปติด ๆนุชลตรีไม่มีแม้แต่วินาทีที่จะพักร่างกายของเธอในเวลานี้ เมื่อหญิงสาวมองเห็นคนร้ายที่วิ่งราวกระเป๋าหล่อนหายลับเข้าไปใกล้ ๆ กับตรอกซอยทางออกนุชลตรีออกวิ่งอีกครั้งแล้วมาหยุดหอบหายใจถี่จ
หญิงสาวอดรู้สึกขนลุกไม่ได้เลยเพราะเวลานี้หล่อนอดรู้สึกไม่ได้เลยว่าเด็กชายตรงหน้าอาจเป็นมิจฉาชีพก็เป็นได้จิตใจฝ่ายดีและฝ่ายชั่วของเธอตีกันมั่วซั่วไปหมด ใจหนึ่งหล่อนเองก็สงสารหากแต่อีกใจหล่อนนั้นก็กลัว เหลือเกินว่าเขาจะเป็นคนร้าย และอาจร้ายกว่าที่หล่อนคิดไว้มาก ๆดวงตาคู่สีสนิมของสาวเอเชียทอดมองวงหน





