หน้าที่ทุกๆ วันของโรสรินยังคงเป็นเช่นเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปคือคนในคฤหาสน์หลังนี้ นับจากเหตุการณ์วันนั้นเรื่องของเธอกับมังกรก็แพร่งพรายออกไปจนทุกคนในบ้านได้รับรู้
และหลังจากนั้นทุกคนในบ้านก็ปฏิบัติกับเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บ้างก็ต่างเอาเรื่องนี้ไปใส่สีตีไข่กล่าวหาว่าโรสรินใช้วิธีนี้เพื่อจับมังกร หวังจะได้เป็นหนูตกถังข้าวสาร
สายตาของเพื่อนร่วมงานหรือเด็กรับใช้ในบ้านหลายคนที่มองโรสรินก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังริษยา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ค่อยทิ่มแทงหัวใจดวงน้อยมาตลอดระยะเวลานานนับเดือน
“นี่โรส! ทำไมถึงยืนทำอยู่คนเดียวละ เด็กๆ คนอื่นไปไหนหมด”
สายบัวถามขึ้นเมื่อเข้ามาในครัวแล้วเห็นว่าโรสรินยืนทำขนมถวายพระในงานวันพรุ่งนี้อยู่แค่คนเดียว ว่าที่เจ้าสาวหันไปส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้ป้าสายบัวเล็กน้อย
มีใครที่ไหนอยากทำงานกับคนที่เกลียดขี้หน้าบ้างละ แล้วยิ่งเกี่ยวข้องกับงานมงคลของเธอกับมังกรอีก ไม่มีใครเต็มใจอยากช่วยงานเธอหรอก นี่โรสรินยังถือว่าตัวเองโชคดีอยู่บ้างที่ป้าสายบัวยังใจดีและคอยช่วยเหลือเธอเหมือนเดิม ไม่งั้นชีวิตในคฤหาสน์หลังนี้คงจะทุกข์ทรมานน่าดู
“ไม่เป็นไรจ้ะป้า โรสทำคนเดียวได้”
หญิงสาวตอบเสียงใสแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานที่ค้างอยู่ในมือตัวเองต่อ พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของเธอกับมังกรแล้ว เวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน… และหลังจากวันนั้นโรสรินก็เห็นหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองแทบนับครั้งได้
“เห้อออ ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ นังเด็กพวกนี้ฉันสั่งไว้แล้วนะ เดี๋ยวป้าไปตามคนมาช่วยนะโรส ของเยอะแยะขนาดนี้เตรียมคนเดียวอย่างไงไหว”
“ของมีนิดเดียวเองจ้ะป้า งานเล็กๆ พระแค่ไม่องค์โรสทำคนเดียวไหว”
โรสรินตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวานๆ เพื่อไม่ให้ป้าสายบัวเป็นห่วง ทั้งที่ภายในใจนั้นสุดแสนจะขมขื่นจะมีเจ้าสาวสักกี่คนบนโลก ที่มีแต่ความรู้สึกทุกข์ใจและอัดอั้นอยู่เต็มอกเช่นเธอตอนนี้
“อดทนหน่อยนะโรส ป้าเชื่อว่าคนดีๆ แบบแกจะต้องได้ดีสักวัน ป้าเอาน้ำส้มไปเสิร์ฟคุณผู้หญิงก่อนนะ แล้วจะกลับมาช่วย”
หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วก้มทำงานต่อ พอได้ยินชื่อคุณผู้หญิงโรสรินก็รู้สึกจุกอยู่ในอกพูดไม่ออก ความรู้สึกผิดต่อผู้มีพระคุณยังไม่จางหายไปไหน
ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นคุณหญิงปรานีก็ไม่เรียกใช้งานเธออีกเลย ไม่แม้แต่จะมองหน้าเด็กเนรคุณคนนี้ด้วยซ้ำ
“จ้ะป้า ขอบคุณนะคะที่ป้าบัวยังเห็นใจโรส”
แค่เธอเอ่ยตัดพ้อเป็นประโยคสั้นๆ น้ำตาเจ้ากรรมก็พาลไหลตกลงมาอีกแล้ว
พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของเธอกับมังกร… งานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจของใครหลายๆ คน รวมถึงว่าที่เจ้าสาวอย่างโรสรินด้วย
ครั้งสุดท้ายที่โรสรินได้เจอหน้ากับว่าที่เจ้าบ่าว คือวันที่ห้องเสื้อนำชุดบ่าวสาวมาให้ลอง และทุกครั้งเขาก็มักจะทิ้งวาจาเจ็บช้ำน้ำใจไว้ให้เธอเสมอ
โรสรินไม่รู้ว่าหลังจากสิ้นสุดงานแต่งพรุ่งนี้แล้ว ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง ได้แต่ภาวนาขอให้มังกรใจดีกับเธอบ้างสักนิดก็ยังดี
งานมงคลสมรสที่เกิดขึ้นในเช้าอีกวันไม่มีอะไรมากเป็นไปตามที่โรสรินคาดคิดไว้ แขกในงานที่คุณท่านเชิญมามีเพียงไม่กี่คนเฉพาะแค่ญาติใกล้ชิดสนิทใจเท่านั้น ตามที่คุณหญิงปรานีขอร้องไว้เพราะยังต้องคำนึงถึงหน้าตาของวงศ์ตระกูลอยู่
ส่วนญาติๆ ที่ว่าก็เห็นจะมีแต่ฝั่งของคุณท่านหิรัญเท่านั้น เพราะคุณหญิงปรานีได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวใดๆ ด้วย
ชุดเจ้าสาวของโรสรินในวันนี้นั้นช่างแสนเรียบง่าย ต่างจากเจ้าสาวทั่วไปที่อยากโดนเด่นในวันสำคัญของตัวเอง แต่นั่นไม่ใช่ความต้องการของโรสริน… เธอไม่ได้ต้องการแบบนั้น
“อยากได้ฉันเป็นผัวจนตัวสั่นเลยหรือไง ได้ยินมาว่าถึงกับลงมือเข้าครัวจัดเตรียมอาหารเองกับมือ ตั้งแต่เมื่อวานเลยเหรอ”
มังกรถามหญิงสาวข้างกายด้วยน้ำเสียงไม่คงที่นัก เนื่องจากยังไม่สล่างเมาดีจากงานปาร์ตี้เมื่อคืน ทำให้เมื่อช่วงเช้ามืดโรสรินจึงคิดว่างานแต่งวันนี้คงอาจจะล่มไม่เป็นท่าแน่ เพราะตามหาตัวเจ้าบ่าวไม่เจอตั้งแต่เมื่อคืน
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ยากเกินความสามารถของคุณท่านหิรัญที่จะตามหาลูกชาย แล้วลากมาเข้าพิธีวิวาห์ได้ในที่สุด
“ไปเป่าหูพ่อฉันอีท่าไหนละ คุณพ่อถึงขั้นมาบังคับให้ฉันจดทะเบียนสมรสกับเธอได้”
คนถูกถามได้แต่นิ่งงันเพราะโรสรินเองก็หาคำตอบให้เขาไม่ได้เช่นกัน…
พิธีสำคัญในช่วงเช้าจบไปแล้วอย่างทุลักทุเล และต่อจากนี้เป็นขั้นตอนที่ทั้งคู่ไม่อยากให้มาถึงมากที่สุดคือการจดทะเบียนสมรส นั่นเป็นสิ่งที่โรสรินและใครอีกหลายคนไม่คาดคิดว่าคุณหิรัญจะสั่งให้ทำถึงเพียงนี้
“เธอนี่ร้ายกว่าที่ฉันคิดนะโรสริน”
มังกรยังกระซิบว่าร้ายร่างเล็กข้างกายอีกต่อเนื่อง ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจัดเตรียมเอกสาร สำหรับการจดทะเบียนสมรสให้บ่าวสาวป้ายแดง
“เอกสารพร้อมแล้วครับ เชิญบ่าวสาวเซ็นชื่อตามนี้”
นายทะเบียนวัยกลางคนที่ถูกเชิญมา ชี้บอกตำแหน่งบนหน้ากระดาษที่ทั้งสองจะต้องเซ็นชื่อตัวเองลงไป โดยไม่ทันสังเกตุอากัปกิริยาของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเลยสักนิด
เจ้าของร่างสูงในชุดสูทสีเทาอ่อนขบกรามแน่นด้วยความกรุ่นโกรธ แต่ก็ยอมเซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างไม่ลังเล ก่อนเลื่อนจะกระดาษแผ่นนั้นให้คนข้างๆ ทันทีราวกับรังเกียจมันเต็มทน
ต่างจากโรสรินที่ลมหายใจเริ่มติดขัดขึ้นมาเสียดื้อๆ ดวงตาคู่สวยจ้องมองกระดาษตรงหน้าอย่างเป็นกังวล
“เซ็นสิรออะไรอยู่ละ มันเป็นสิ่งที่เธอต้องการอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” มังกรถามเจ้าสาวเสียงเข้มอย่างไม่คิดไว้หน้า
“รีบเซ็นเถอะหนูโรส เจ้าหน้าที่เขาจะได้นำเอกสารไปดำเนินการขั้นตอนต่อไป”
เมื่อหิรัญได้ยินคำพูดเหน็บแนมของลูกชาย ท่านจึงรีบช่วยพูดอีกแรงเพราะไม่รู้ว่าไอ้มังกรตัวร้ายจะพูดแหกหน้าอะไรขึ้นมาอีก
และสุดท้ายโรสรินก็จรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้นด้วยมือไม้อันสั่นเทา
“เรียบร้อยครับ ผมขอแสดงความยินดีด้วยนับจากนี้ทั้งคู่คือสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฏหมายแล้วครับ”
“ขอบคุณมากนะครับที่ให้เกียรติมางานแต่งของลูกชายผมด้วยตัวเอง เอานี่ตาพศธนพ่อวานถ่ายรูปให้พ่อหน่อย”
ท่านหิรัญกล่าวลานายทะเบียนที่ตนเชิญมา จากนั้นจึงหันไปสั่งเพื่อนสนิทของลูกชายที่มาร่วมงานในวันนี้เพียงคนเดียว
พศธนเหลือบมองหน้าเพื่อนสนิทนิ่งๆ แล้วยักไหล่ส่งให้หนึ่งที ราวจะบอกว่าเขาจำเป็นต้องทำตามที่ผู้ใหญ่สั่งเพื่อรักษามารยาท ด้วยทราบเป็นอย่างดีว่างานแต่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้มาจากความเต็มใจของไอ้มังกรตัวดี
ญาติทุกคนที่มาร่วมงานต่างถูกเรียกมารวมตัวกันตามที่ท่านหิรัญสั่ง ไม่เว้นแม้แต่คุณหญิงปรานีที่ต้องฝืนใจเข้ามาร่วมเฟรมกับลูกสะใภ้ที่เธอไม่ต้องการ
“เสร็จแล้วใช่ไหม งั้นผมขอตัวไปนอนนะ ง่วงจะแย่แล้ว”
มังกรลุกยืนขึ้นทันทีที่รู้ว่าเพื่อนสนิทน่าจะเก็บภาพได้แล้ว แต่จะออกมาดีตามต้องการหรือเปล่านั้นชายหนุ่มไม่ได้สนใจ เขารู้แค่ว่าอยากออกไปจากตรงนี้ ออกไปให้ห่างจากผู้หญิงไร้ยางอายมากที่สุด
คนตัวเล็กในชุดเจ้าสาวแสนเรียบง่ายมองตามร่างสูงหรือสามีที่พึ่งถูกต้องกฏหมายหมาดๆ ด้วยแววตาทุกข์ระทม เธอรู้ว่ามังกรไม่เต็มใจแต่เขาก็ควรจะไว้หน้าแขกที่อุตส่าห์สละเวลามาร่วมงานกับคุณท่านทั้งสองบ้างก็ยังดี
“หนูโรสขึ้นไปพักผ่อนเถอะ ฉันให้ป้าบัวย้ายข้าวของเครื่องใช้ขึ้นไปไว้บนห้องเจ้ามังกรแล้ว เดี๋ยวพอถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอฉันจะเรียกนะ”
“ค่ะคุณท่าน” เจ้าสาวป้ายแดงก้มหน้ารับคำ
ก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดังหลังจากทุกคนแยกย้ายออกกันไปหมดแล้ว ใครจะคิดว่าวันหนึ่งโรสรินจะได้แต่งงานกับผู้ชายที่เธอรัก
แล้วยิ่งเป็นมังกรโอกาสที่มีแทบไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ถึงแม้จะมาจากความไม่เต็มใจของใครหลายคนก็เถอะ
“เห้อออ…”
หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงไม้ว่างเปล่าขนาดสามจุดห้าฟุตด้วยความเหนื่อยอ่อน โรสรินเลือกที่หลบหลีกกลับมาพักกายที่เรือนคนรับใช้ห้องเดิมของเธอ
เพราะไม่มีความกล้ามากพอที่จะเข้าไปในห้องของมังกร แต่ถึงจะกล้าเขาก็คงไล่ตะเพิดเธอออกมาอยู่ดี สู้หลบเสียตอนนี้จะเป็นผลดีกว่า
ไว้ถึงเวลาเธอค่อยออกไปรับหน้ากับคุณท่านเอาก็แล้วกัน พอเสร็จสิ้นพิธีส่งตัวเข้าหอเธอค่อยย้ายกลับมานอนห้องเดิม เป็นแบบนี้มังกรน่าจะพอใจ โรสรินคิดการทั้งหมดไว้ล่วงหน้า ก่อนจะผลอยหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่สะสม
พอตกค่ำก็ถึงฤกษ์ส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ แต่กลับไม่มีใครอื่นที่เต็มใจจะร่วมอวยพรให้แก่คู่ข้าวใหม่ปลามันทั้งสอง นอกจากท่านหิรัญกับป้าสายบัวเพียงสองคนเท่านั้น
และเมื่อพวกท่านอวยพรให้หนุ่มสาวเรียบร้อยแล้วก็จากไป ทิ้งทั้งคู่จมอยู่กับความอึดอัดและเงียบงัน กระทั่งมังกรทนเก็บเอาไว้ไม่ไหวเลยโผลงผางตวาดกร้าวออกมาเสียงดังลั่น
“เห็นหน้าจืดๆ ของเธอแล้วรำคาญชะมัด”
มังกรมีอาการณ์หงุดหงิดตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วด้วยซ้ำ คนนอนหลับอยู่ดีๆ ดันถูกปลุกขึ้นมาทำอะไรไร้สาระก้ไม่รู้ เขาไม่เห็นว่าไอ้ขั้นตอนโบร่ำโบราณนี่มันจะสำคัญอะไรนักหนา
…โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เขาเกลียดด้วยยิ่งแล้วใหญ่ หากเป็นไปได้มังกรอยากจะอาละวาดใส่ให้พังพินาศกันไปข้าง