LOGIN“แล้ว..อาจารย์...อยากทำอะไรกับหนูล่ะคะ ทำได้ตามใจอาจารย์เลยค่ะ ขอแค่...ปลายปากกาอาจารย์ลงเกรดดี ๆ ให้หนูก็พอ”
View Moreบ่ายวันพฤหัสบดีปลายภาคเรียนที่สองของปีการศึกษา รวิศนั่งหลังโต๊ะทำงานไม้สีเข้มในห้องพักอาจารย์ชั้นสาม อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลมร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายสามโมงกว่า แสงแดดสีเหลืองส้มสาดลงบนกองเอกสารรายงานนักศึกษาที่เรียงซ้อนกันเป็นกองสูง เขาเลื่อนแว่นขึ้นเล็กน้อย มือขวากุมปากกาหมึกซึมสีดำ ปลายปากกาแตะกระดาษเป็นวงกลมเล็ก ๆ โดยไม่รู้ตัว ขณะที่สายตาจับจ้องตัวเลขและกราฟในรายงานฉบับล่าสุดของนักศึกษาคนหนึ่ง
เสียงเคาะประตูดังเบา ๆ แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้เขาชะงัก “เข้ามา” เสียงเขาต่ำ นิ่ง สุขุมตามนิสัย ประตูเปิดออกช้า ๆ นีรชาเดินเข้ามา เธอสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวที่กระดุมเม็ดบนสุดหลวมจนเปิดเผยร่องอกตื้น ๆ ผิวขาวเนียนสะท้อนแสงแดดจนดูเกือบโปร่งใส กระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้มยาวถึงเข่า แต่ตอนเดินขาเรียวยาวเคลื่อนไหวจนผ้าพลิ้วเบา ๆ เผยให้เห็นต้นขาด้านในเป็นช่วงสั้น ๆ ผมยาวตรงสีน้ำตาลเข้มถูกรวบหลวม ๆ ด้วยกิ๊บสีดำเส้นเดียว ใบหน้าน่ารักแบบเด็กมหาลัย แต่ดวงตาคู่โตมีประกายบางอย่างที่ดูไม่ใช่เด็กอีกต่อไป เธอปิดประตูเบา ๆ แล้วยืนตรงหน้าประตู มือทั้งสองประสานกันกุมเอกสารแน่น “สวัสดีค่ะ อาจารย์รวิศ” เสียงเธอใส แต่มีน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “หนู... นีรชา นักศึกษาชั้นปีสอง วิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค 2 ภาคเรียนนี้ค่ะ” รวิศเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตาคมกริบสแกนเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยไม่ตั้งใจ แต่ก็ไม่รีบร้อนที่จะหลบ เขาวางปากกาลง แล้วพยักหน้าให้เธอนั่งตรงเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะ “นั่งก่อน” เขาพูดสั้น ๆ “มีธุระอะไร” นีรชาเดินมาช้า ๆ ขาเรียวยาวก้าวยาวแต่แผ่วเบา เสียงส้นรองเท้านักศึกษาดังก๊อกแก๊กเบา ๆ บนพื้นไม้ เธอนั่งลง ขาไขว่ห้างเล็กน้อย กระโปรงร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาวเนียนเกือบถึงครึ่งต้นขา เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะ มือสั่นเล็กน้อย “หนู... สอบตกวิชาอาจารย์ค่ะ” เธอพูดเสียงเบา แต่ตรงไปตรงมา “คะแนนกลางภาคได้แค่ 38 หนูพยายามแล้วจริง ๆ แต่เนื้อหามันยากมาก โดยเฉพาะเรื่องสมดุลทั่วไปกับการวิเคราะห์สวัสดิการ หนูเลยอยากมาขอคำปรึกษา... ถ้าอาจารย์ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ” รวิศมองหน้าเธอครู่หนึ่ง ดวงตาเธอตรง สุขุมเกินวัยนักศึกษาปีสองทั่วไป เขาเลื่อนเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อย แล้วหยิบเอกสารรายงานของเธอขึ้นมาดู หน้าแรกมีชื่อเธอเขียนด้วยลายมือสวยงาม นีรชา ชื่อเล่น นีร เขาอ่านผ่าน ๆ อย่างรวดเร็ว แต่ละบรรทัดถูกขีดเส้นแดงและเขียน comment ด้วยลายมือคม ๆ ของเขาเอง คะแนนรวม 38 จริงตามที่เธอบอก “พื้นฐานเธอไม่แย่” เขาพูดช้า ๆ “แต่เธอพยายามเข้าใจแบบท่องจำมากเกินไป สมดุลทั่วไปไม่ใช่แค่สูตร มันคือภาพใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ เธอเคยลองวาดกราฟเองไหม ไม่ใช่ copy จากสไลด์” นีรชาก้มหน้าเล็กน้อย ผมยาวสยายลงมาปิดแก้มข้างหนึ่ง “หนู... พยายามแล้วค่ะ แต่มันเยอะมาก แล้วหนูยังต้องทำงานพิเศษด้วย เลยไม่มีเวลาทบทวนให้ลึก” รวิศเงยหน้าขึ้น สายตาจับจ้องเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ดูเอกสาร แต่ดูเธอจริง ๆ “งานพิเศษอะไร” เธอลังเลครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “ติวเตอร์ออนไลน์ค่ะ บางทีก็รับงานแปลเอกสารเศรษฐศาสตร์ให้บริษัทเล็ก ๆ แม่หนูป่วย ต้องส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน” เสียงเธอแผ่วลงตอนพูดถึงแม่ รวิศฟังเงียบ ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ แต่ในใจเขามีบางอย่างขยับเล็กน้อย เขาเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว สมัยเรียนปริญญาเอก ทำงานสามอย่างพร้อมกันเพื่อส่งเงินให้พ่อแม่ เขาวางเอกสารลง แล้วลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นหนังสือด้านข้าง หยิบหนังสือเล่มหนาเล่มหนึ่งออกมา วางลงตรงหน้าเธอ “เล่มนี้ อ่านบทที่ 5 ถึง 7 ให้จบภายในอาทิตย์หน้า แล้วมาหาฉันอีกครั้ง วันเดียวกันนี้ เวลาเดียวกัน” นีรชาเงยหน้าขึ้น มองเขา “อาจารย์จะช่วยหนูจริง ๆ เหรอคะ” รวิศนั่งลงอีกครั้ง สายตาเขาจับจ้องเธอตรง ๆ “ถ้าเธอตั้งใจจริง ฉันช่วยได้ แต่ถ้าเธอแค่มาขอเกรดพิเศษ ฉันไม่เสียเวลา” คำพูดของเขาคม แต่ไม่ดุ นีรชารู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างจากน้ำเสียงนั้น มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือการท้าทาย เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ผมสยายลงมาปิดแก้มอีกข้าง “หนูตั้งใจจริงค่ะ” เธอตอบเสียงแน่วแน่ “ขอบคุณอาจารย์มาก ๆ” เธอลุกขึ้น ก้มหัวให้เขาเล็กน้อย แล้วเดินออกจากห้องไป รวิศมองตามหลังเธอจนประตูปิดลง เสียงส้นรองเท้าดังก๊อกแก๊กค่อย ๆ ห่างออกไป เขานั่งนิ่ง มองเอกสารที่เธอทิ้งไว้บนโต๊ะ ชื่อเธอเขียนด้วยลายมือสวยงาม นีรชา เขาหยิบแว่นขึ้นมาถอด วางลงบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจเบา ๆ ห้องเงียบลง มีแต่เสียงพัดลมเพดานหมุนช้า ๆ และเสียงหัวใจเขาเองที่เต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ นีรชากลับมาหาเขาตามนัด เธอสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาอีกตัว แต่คราวนี้กระดุมเม็ดบนสุดไม่ได้ติดแน่นเท่าเดิม ร่องอกลึกขึ้นเล็กน้อยจากมุมที่เธอนั่งลงตรงหน้าเขา กระโปรงพลีทสั้นลงนิดเดียวราวกับตั้งใจ เธอนั่งลง วางหนังสือเล่มหนาที่เขายื่นให้ลงบนโต๊ะ “หนูอ่านจบแล้วค่ะ” เธอพูดเสียงนุ่ม “บทที่ 5 ถึง 7 หนูวาดกราฟเองด้วย... อยากให้อาจารย์ช่วยดูหน่อยค่ะ” รวิศหยิบเอกสารที่เธอเขียนเพิ่มมาดู ลายมือเธอสวยงาม กราฟที่วาดด้วยมือเรียบร้อย มี note ข้าง ๆ ทุกจุดที่เธอไม่แน่ใจ เขาอ่านช้า ๆ สายตาเลื่อนจากกระดาษไปที่เธอเป็นระยะ เธอนั่งไขว่ห้าง ขาเรียวยาวเคลื่อนไหวเบา ๆ กระโปรงร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาวเนียนเกือบถึงครึ่ง เขาเห็น แต่ไม่พูดอะไร สายตาเขาลอยขึ้นไปจับจ้องร่องอกที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ตขาวบาง ๆ เนินอกขาวเนียนขึ้นลงตามลมหายใจของเธอ แสงแดดจากหน้าต่างส่องกระทบทำให้ผิวเธอดูโปร่งใสยิ่งขึ้น เขาเห็นเส้นโค้งนูนของเนินอกที่เคลื่อนไหวเบา ๆ ทุกครั้งที่เธอหายใจเข้าออก หัวใจเขาตีแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังนิ่ง “ดีขึ้น” เขาพูดหลังจากอ่านจบ “แต่ยังมีจุดที่เธอเข้าใจผิดอยู่สองสามจุด” เขาลุกขึ้น เดินไปยืนข้างเธอ แล้วก้มลงชี้ที่กราฟบนกระดาษ มือเขาใกล้ไหล่เธอมาก แต่ไม่ได้แตะต้อง นีรชาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อมองตามนิ้วเขา ตัวเธอเอียงเข้าใกล้เขาโดยไม่ตั้งใจ เนินอกถูเบา ๆ กับแขนเสื้อของเขาแค่เสี้ยววินาที ผิวอุ่นนุ่มของเธอสัมผัสเนื้อผ้าแขนเสื้อเขาเพียงชั่วครู่ แต่เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายเขาตึงเครียดขึ้นทันที นีรชาสะดุ้งเล็กน้อย รู้ตัวว่าสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ เธอรีบถอยตัวออก หันมามองเขาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ “ขอโทษค่ะอาจารย์... หนูไม่ได้ตั้งใจ” รวิศไม่ตอบทันที สายตาเขาจับจ้องเธอครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าช้า ๆ “ไม่เป็นไร” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ “ต่อไปเธอต้องระวังตัวมากกว่านี้... ในห้องแบบนี้” คำพูดของเขามีน้ำหนักบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า เธอก้มหน้าลงอีกครั้ง ผมสยายลงมาปิดแก้ม แต่ในใจเธอรู้ดีว่าสัมผัสเมื่อกี้ไม่ใช่แค่บังเอิญ และสายตาของเขาที่มองเนินอกเธอเมื่อครู่ก็ไม่ใช่สายตาอาจารย์ธรรมดา รวิศเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้เดิม มือเขาจับปากกาแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนในอก นีรชายิ้มจาง ๆ กับตัวเองในใจ “อาจารย์รวิศ...ใจดีกว่าที่หนูคิดไว้เยอะเลยค่ะ” นี่เป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่างที่ทั้งคู่ยังไม่รู้ว่ามันจะนำพาพวกเขาไปสู่จุดไหนเข็มนาฬิกาบนผนังร้าน Rainy Cornerดินหน้าไปอย่างเนิบนาบพร้อมกับละอองหมอกยามเช้าที่ลอยละล่องผ่านทิวเขาเมืองเชียงใหม่ ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ชีวิตของอาจารย์รวิศแปรเปลี่ยนไปราวกับอยู่ ในโลกอีกใบที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ป้ายคำว่า ‘Closed’ ถูกแขวนไว้ที่ประตูกระจกหน้าร้านเกือบตลอดทั้งวัน ชายหนุ่มแทบไม่ได้สนใจรายได้หรือลูกค้าหน้าไหน สิ่งเดียวที่อยู่ในสายตาและหัวใจของเขาในเวลานี้คือเด็กสาวผู้เป็นเจ้าของไอดีไลน์ผลเชอร์รี่สีแดงสด ในตอนกลางวัน พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันราวกับคู่รักธรรมดา ๆ คู่หนึ่ง รวิศตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเพื่อดริปกาแฟกลิ่นหอมกรุ่น ขณะที่นีรชาจะสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขา เดินขยี้ตาออกมาจากห้องนอนด้านหลังคาเฟ่ ภาพของเด็กสาวที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้สตูลบาร์ไม้ นัยน์ตาคู่สวยทอดมองออกไปภายนอกกระจกอย่างเลื่อนลอย ช่างเป็นภาพที่ทั้งงดงามและเปราะบางจนรวิศรู้สึกอยากจะกางปีกปกป้องเธอไว้จากโลกภายนอกตลอดไป “กาแฟครับ... เด็กดี” รวิศเลื่อนแก้วเซรามิกสีเข้มส่งให้หญิงสาว พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย
“เธอสวยจัง สวยจนฉันอยากจะกัดเธอให้แหลกคามือเลย” รวิศกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการบดจูบ นัยน์ตาของเขาแดงก่ำด้วยไฟราคะ “ก็ทำสิคะ... ทำหนูแรง ๆ เลย ทำเหมือนวันนั้น... วันที่หนูเปียกฝนเข้าไปหาอาจารย์” นีรชาท้าทายด้วยสายตาฉ่ำปรือ เสียงของเธอแหบพร่าลอยละล่อง “หนูเป็นของอาจารย์คนเดียว... ไม่ใช่ของพวกผู้ชายสกปรกพวกนั้น ล้างพวกมันออกไปจากตัวหนูที...” คำพูดของเธอเหมือนเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ความหึงหวงที่เขารู้ว่าเธอเคยถูกชายอื่นแตะต้องปะทุขึ้นมาจนควบคุมไม่ได้ รวิศช้อนใต้ข้อพับขาของร่างบางลอยขึ้นจากพื้น นีรชารีบตวัดขาเรียวเกี่ยวรอบเอวหนาของเขาไว้ทันที ชายหนุ่มอุ้มเธอในท่าผูกสัมพันธ์ ข้ามห้องพักตรงไปยังเตียงนอนขนาดคิงไซส์ ทุ่มร่างของเธอลงบนฟูกหนาอย่างแรงจนตัวเธอโยน ไม่ปล่อยให้เธอได้พัก รวิศตามขึ้นมาคร่อมทับร่างบางไว้ทันที มือหนาทั้งสองข้างคว้าจับสายเดี่ยวสีดำของเธอแล้วกระชากออกอย่างแรงจนเสียงผ้าขาดดัง แควก! เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ยอดอกสีหวาน
เสียงเครื่องยนต์ของรถซีดานคันเก่าของรวิศครางกระหึ่มแผ่วเบาอยู่ภายในลานจอดรถของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์ ทว่าไฟหน้ารถยังคงสาดส่องไปกระทบกับเสาคอนกรีตเบื้องหน้า แสงไฟสลัวริบหรี่ผสานกับบรรยากาศขมุกขมัวของเมืองเหนือในยามบ่ายแก่ ๆ ที่มีฝนหลงฤดูตกลงมาบางเบา รวิศยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ทราบได้ นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นรัวราวกับกลองรบ หลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนและร้าวรานผ่านสายโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ก่อน ความอัดอั้นที่สะสมมานานนับแปดเดือนก็ระเบิดออก นีรชาตัดสินใจใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่ได้จากการทำงานซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินตรงสู่เชียงใหม่ เธอบอกเขาเพียงสั้น ๆ ก่อนขึ้นเครื่องว่า “หนูทนอยู่กรุงเทพฯ แบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะอาจารย์ หนูอยากเจอหน้าอาจารย์จริง ๆ” คำว่าอยากเจอหน้าของเธอ เป็นทั้งคำสั่งและคำพิพากษาสำหรับรวิศ เขาเคลียร์ร้าน *Rainy Corner* ตั้งแต่ช่วงเที่ยง ติดป้ายประกาศปิดร้านชั่วคราวโดยไม่สนว่ารายได้จะหายไปเท่าไหร่ แล้วรีบบึ่งรถมารอเธอที่สนามบินก่อนเวลาเกือบช
“...ครืด~...” ความเงียบเข้าปกคลุมสายโทรศัพท์ทันที ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ดังผ่านลำโพง คลอเคล้าไปกับเสียงสายฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าร้านของรวิศ และเสียงแตรถยนต์แว่ว ๆ จากท้องถนนในกรุงเทพฯ ของปลายสาย ทั้งคู่นิ่งเงียบไปนานเกือบสองนาทีเต็ม เป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกนับหมื่นแสนคำที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ความคิดถึง ความโหยหา ความเจ็บปวด และความต้องการที่ซ่อนลึกซึ้งอยู่ภายในใจพุ่งทะยานผ่านความเงียบนั้น “...อาจารย์...” ในที่สุด เสียงหวานที่คุ้นเคยก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงของนีรชาสั่นเครือและแหบพร่าเล็กน้อย ราวกับเธอกำลังร้องไห้หรือพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างสุดความสามารถ “นีรชา...” รวิศครางเรียกชื่อเธอตอบกลับไป เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าไม่แพ้กัน “ฉันเอง...” “ค่ะ... หนูรู้แล้ว” เสียงปลายสายสูดหายใจลึก “ทำไม... ทำไมถึงโทรมาล่ะคะ พิมพ์คุยกันยังไม่พออีกเหรอ” “ก็ฉันอยากได้ยินเสียงเธอ” รวิศสารภาพตรง ๆ ความเมาทำลายกำแพงความหยิ่งยโสลงจนหมดสิ้น “ขี้เกียจพิมพ์ ตอนนี้ก็เมาแล้วด้วย ฉันอยาก...ได้ยินเสียงเธอจัง” “อาจารย์อย่าพูดแบบ