INICIAR SESIÓNข้าไม่เป็นแล้วคุณหนูเอาแต่ใจ “เหม่ยเหยา” กลับมาครั้งนี้เพื่อกระชากหน้ากากคนร้ายตัวจริงอย่างคู่หมั้นและน้องสาวจอมเสแสร้ง เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย
Ver másข้าไม่เป็นแล้วคุณหนูเอาแต่ใจ “เหม่ยเหยา” กลับมาครั้งนี้เพื่อกระชากหน้ากากคนร้ายตัวจริงอย่างคู่หมั้นและน้องสาวจอมเสแสร้ง เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย
นางร้ายโดนป้ายสี...เข็ดหลาบแล้ว
ฟางเหม่ยเหยา ทุ่มเทสุดหัวใจไม่ว่าจะเงินหรือความรักดูแลคู่หมั้นจอหงวนอายุน้อยที่สุดในแคว้นต้าเหนิง แต่พวกเขากลับทรยศให้กับความรักอย่างซื่อสัตย์ ราวกับสุนัขที่แม้เจ้าของมันตีจนขาหัก ก็ยังจงรักนายผู้นั้นสุดดวงใจ
ใช่ข้าไม่มีวันกลายเป็นสุนัขตัวน้อยแสนเชื่องตัวนั้นอีกแล้ว...
ข้าทะนุถนอมความรักของเราอย่างดิบดี แต่เมื่ออีกไม่ถึงขวบปีพวกเรากำลังจะแต่งงาน สามีที่แสนงุ่นง่านต้องการจะทำข้าวสารให้เป็นข้าวสุกชิงสุกก่อนห่ามแต่นางไม่ยินดี เขาจึงเริ่มแผนการใช้น้องสาวคนดีของข้ามาแทนที่
ฟางเฟิงเล่อ สตรีหน้าเนื้อใจเสือ ที่นางตามืดบอดมองว่าน่ารักอ่อนหวาน จึงยินยอมให้ทุกอย่าง กลับเป็นสตรีตัวร้ายในคราบดอกบัวต่อหน้ายิ้มร่า ลับหลังชั่วช้าวางแผนฆ่าพี่สาวเช่นข้าได้ลงคอ
แต่ที่สะอึกไปยิ่งกว่านั้น เมื่อถึงวันที่ต้องโทษโบยจนขาดใจตาย ลมหายใจเฮือกสุดท้ายมีเพียงสองคนที่นางทุ่มเทความรักให้มาร่ำลา พร้อมกับพูดราวกับข้าคือตัวโง่งม
‘พี่ใหญ่ท่านเห็นหรือไม่...คนที่คิดจะเป็นสามีของท่านคนนี้ได้มอบลูกชายให้แก่ข้า...และข้าที่กำลังจะแต่งเข้าราชวงศ์ เป็นชายาที่ฟู่อ๋องสุดแสนจะรักใคร่หวงแหน...ท่านว่าวาสนาลูกของข้ากับพี่เสิ่นอวี้ จะได้เป็นฮ่องเต้องค์ถัดไปหรือไม่’
แม้เป็นลมหายใจเฮือกสุดท้าย แต่มโนสำนึกทำให้นางประจักษ์ได้ว่า หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีโฉดร่วมมือกันคิดคดโค่นบัลลังก์ราชวงศ์สุ่ย ยัดสายเลือดเสิ่นลงไปแทน แล้วพวกนางจะจัดการรวบอำนาจ นั่งว่าราชการอยู่หลังม่านหรือ
เลว...คำนี้น้อยไปสำหรับพวกเขาทั้งสอง
‘หลังจากนี้อีกสามวันบิดาของเจ้าก็จะตามไป...ล่วงหน้าไปก่อนเถิดเหม่ยเหยา เขาจะได้รับข้อหาทุจริตเงินคงคลัง’ เสียงน่าขยะแขยงนั่นคือเสียงคู่หมั้น...นางส่ายหน้าไปมาไม่อาจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้
นางตายก็แล้วไปเถอะ นางโง่เอง...แต่บิดาของนางเล่าเกี่ยวอันใดด้วย ทำไมถึงได้มอดม้วยไปด้วยกันเช่นนี้
แต่แล้วอย่างไร...นางใกล้หมดลมแล้ว บิดาของนางโดนตัดสินความหัวข้อกล่าวหาว่าทุจริตเงินคงคลัง นางโดนข้อหาหลอกลวงเบื้องสูง
นางพ่อลูกช่างเป็นตระกูลที่โง่เขลา เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้เอาไว้แว้งกัดพวกเรา...
แต่ราวกับสวรรค์เห็นอกเห็นใจ
นางฟื้นอีกครั้ง...ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลาย แต่สาบานให้ตายนางก็จะไม่ยอมให้คนชั่วช้าเหล่านั้นได้เสวยสุข และเหยียบย่ำกองเลือดของนางและบิดาเพื่อปีนขึ้นบัลลังก์มังกร นอนบนบัลลังก์หงส์
กลับมาครั้งนี้ฟางเหม่ยเหยาคือมารร้ายไม่ใช่ดอกบัวขาวอีกแล้ว
“สิงเทียน...เหม่ยเหยา...อ๊ะ...ต้องการท่านที่สุด”สิ้นเสียงของนางแกนกลางกายถูกโหมซัดเข้าใส่ นางเกร็งเครียดและเจ็บปวดจนนึกว่าจะตายเสียแล้ว แต่ทว่ายังไม่ตาย! ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมจากที่เคยเดาอารมณ์ไม่ถูกใครจะนึกว่าเขาช่างเอาแต่ใจ และต้องการให้นางปรนนิบัติเขาทั่งคืน “สิงเทียน...ข้า...ข้าไม่ไหวแล้ว” “เจ้าไหว...เชื่อข้า”“....” เขาดื้อด้าน...ดื้อด้านมาก นี่เขาเป็นลูกคนเล็กเอาแต่ใจของไทเฮาจริง ๆ ด้วย มิน่าเล่าไทเฮาเรียกนางเข้าวังก่อนวันแต่งงานเจ็ดวัน ‘เหนื่อยหน่อยนะ...หลังแต่งงานเจ้าจะได้รับรู้เองว่าเขาเอาแต่ใจแค่ไหน...แต่ไม่ต้องห่วงเขาเป็นคนจิตใจมั่นคง ไม่มีสตรีคนที่สองแน่ ไม่เหมือนบิดาของเขา’ปลายเสียงไทเฮาเหมือนจะขุ่นเคืองอดีตฮ่องเต้ แต่คาดว่าคงจะเป็นความจำเป็นแน่แท้ เพราะราชวงศ์ยังต้องมีทายาทสืบต่อชั่วลูกชั่วหลาน ทำให้นางเบาใจว่าอย่างน้อย ๆ ตำหนักฟู่อ๋องก็ไม่มีวังหลังหกตำหนักอะไรให้ปวดหัว คงมีแต่เจ็บตัวเพราะคนตัวใหญ่ไม่ยอมพอแค่ครั้งเดียว กว่าพายุวสันต์จะจบลงเวลาก็ล่วงเลยมาใกล้เช้าตรู่เต็มที แต่ความสงสัยที่มีกลับสั่งให้นางไม่ยอมหลับ “ท่านอ๋อง...บอกมานะเพคะว่าที่พูดนั้นหมายถึงอะไ
สัมผัสอุ่นร้อนที่บดเบียดลงมานั้นมิได้เปิดช่องว่างให้คิดคำนวณถึงสิ่งอื่นใดอีก สติสัมปชัญญะที่เคยแจ่มชัดของฟางเหม่ยเหยาถูกแผดเผาจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา เหลือเพียงความขาวโพลนที่ว่างเปล่าและเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำราวกับกลองศึกในอกกลิ่นอายบุรุษเพศที่หอมกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นสุราจาง ๆ แผ่ซ่านเข้าครอบงำทุกประสาทสัมผัส ความหนักหน่วงของร่างแกร่งที่ทาบทับลงมาทำให้รู้สึกอึดอัดทว่าก็เจือไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดร่างกายที่เคยตึงเครียดเกร็งฝืน บัดนี้กลับอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งที่ถูกลนด้วยไฟร้อน ยินยอมพร้อมใจที่จะหลอมละลายอยู่ภายใต้การชักนำของเขาอย่างไม่อาจต้านทาน ความร้อนรุ่มสายหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยเริ่มก่อตัวขึ้นที่ท้องน้อย และแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายอย่างรวดเร็วเมื่อริมฝีปากที่รุกล้ำอย่างเอาแต่ใจยอมถอนออกห่างเพียงชั่วครู่เพื่อให้พอลืมตาอ้าปากได้ นางก็ต้องหอบหายใจสะท้าน อกอิ่มกระเพื่อมไหวรุนแรงภายใต้ชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงที่เริ่มหลุดลุ่ยดวงตากลมโตที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสช้อนขึ้นมองสบกับดวงตาคมกริบของบุรุษเหนือร่าง แววตาของเขาในยามนี้ลึกล้ำและมืดดำประดุจห้วงราตรีไร้ดาว เต็มไปด้วยแร
พิธีการดำเนินไปอย่างศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ นางถูกจูงมือข้ามกระถางไฟ กราบไหว้ฟ้าดิน กราบไหว้บรรพบุรุษ และสุดท้าย... คือการคำนับกันและกันระหว่างสามีภรรยาเมื่อศีรษะของทั้งสองก้มลงคำนับพร้อมกัน มันคือการผูกมัดชะตาชีวิตของคนทั้งคู่เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบต่อหน้าสักขีพยานทั่วหล้า“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอได้!”สิ้นเสียงประกาศก้องกังวาน นางก็ถูกประคองพาเดินออกจากลานพิธีที่วุ่นวาย มุ่งหน้าสู่เรือนหอที่เงียบสงบในส่วนลึกของตำหนักอ๋องเมื่อประตูห้องหอถูกเปิดออก กลิ่นหอมรัญจวนของกำยานและดอกไม้มงคลก็ลอยมาต้อนรับ นางถูกพาไปนั่งลงบนเตียงไม้แกะสลักขนาดใหญ่ที่ปูด้วยผ้าแพรสีแดงปักลายมังกรหงส์คู่แม่สื่อและสาวใช้ต่างพากันถอยออกไปจนหมด เหลือเพียงความเงียบงันภายในห้องหอที่ประดับประดาด้วยเทียนมงคลสีแดงสว่างไสวฟางเหม่ยเหยานั่งตัวเกร็งอยู่บนขอบเตียง มือประสานกันแน่นบนตัก หัวใจเต้นระทึกรอคอยเวลา...รอคอยเสียงฝีเท้าของบุรุษผู้เป็นสามี ที่กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่ ‘เปิดผ้าคลุมหน้า’ และทวงสัญญาการ ‘ชดเชย’ ที่เขาได้ลั่นวาจาเอาไว้!เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นหูดังใกล้เข้ามา หยุดลงที่หน้าประตูห้องหอ หัวใจของฟางเหม่ยเหย
เสียงล้อรถม้าไม้เก่าคร่ำครึบดเบียดไปบนถนนหินดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ผสมปนเปไปกับเสียงโซ่ตรวนหนักอึ้งที่กระทบกันยามนักโทษในกรงไม้ขยับกายท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาในยามสาย กรงไม้ขังนักโทษขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ แห่ประจานไปรอบเมืองหลวง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เส้นทางทุรกันดารไปยังชายแดนทางเหนือภายในกรงไม้ ปรากฏร่างของบุรุษสตรีคู่หนึ่งในชุดนักโทษสีเทาหม่นที่ขาดวิ่น สภาพของพวกเขาดูอิดโรยและสิ้นหวัง ผมเผ้าที่เคยจัดทรงงดงามบัดนี้ยุ่งเหยิงเปรอะเปื้อนฝุ่นโคลน ใบหน้าที่เคยเชิดฉายด้วยความมั่นใจ บัดนี้ก้มต่ำซุกซ่อนความอับอายไว้แทบเท้าแทบดูไม่ออกเลยว่า นี่คืออดีตขุนนางหนุ่มอนาคตไกลอย่างเสิ่นอวี้ และคุณหนูรองผู้แสนงดงามแห่งจวนเจ้ากรมคลังอย่างฟางเฟิงเล่อตลอดสองข้างทางที่ขบวนนักโทษเคลื่อนผ่าน ชาวบ้านร้านตลาดต่างหยุดกิจกรรมของตน หันมามุงดูและจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอย่างออกรส เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงราวกับฝูงผึ้งแตกรัง“นั่นใช่คุณชายเสิ่นกับคุณหนูรองฟางหรือไม่? สวรรค์! สภาพดูไม่ได้เลยจริงเชียว” หญิงวัยกลางคนนางหนึ่งอุทานพลางเอามือทาบอก“สมน้ำหน้าแล้ว! ใครใช้ให้ทำตัวบัดสีผิดจารีตเช่นนั้นเล่า” พ่อค้าขา





![คลั่งรักนายมาเฟีย [SM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)