LOGINหลังจากเข้ามาในห้องของแม่ ฉันเจอกับคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่เชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดร้านไว้จริง ๆเพียงแต่ว่าตอนนี้กล้องวงจรอยู่ในสถาพปิดใช้งานไปแล้วฉันพยายามรื้อหาไฟล์วิดีโอเก่า ๆ ที่ยังถูกบันทึกไว้ ก็พบว่ามีหลายส่วนที่ถูกลบออกไปแต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังเห็นภาพบันทึกหน้าจอจากวิดีโอของวันนั้นอยู่ดี!เรื่องทั้งหมดนี่เป็นเพราะแม่จริง ๆ เหรอ?!ในเสี้ยววินาทีนั้น ฉันรู้สึกเหมือนถูกกดหัวลงไปในน้ำ สับสนจนหายใจไม่ออก ทำไม? ทำไมถึงเป็นแบบนี้?!ฉันไม่ใช่ลูกของแม่รึไง? ทำไมแม่ถึงทำกับฉันแบบนี้?หลังจากถูกความจริงตีแสกหน้า ฉันโซเซถอยหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนจะชนเข้ากับโต๊ะเขียนหนังสือด้านหลังจนกล่องใบหนึ่งตกลงมาจากชั้นของในกล่องกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ส่วนของที่อู่ด้านในคือรูปถ่ายตอนเด็กของฉันฉันก้มลงเก็บขึ้นมาดู เด็กในรูปคือฉันจริง ๆ และในจังหวะนั้นเองก็เหลือบเป็นสมุดบันทึกของแม่ที่ตกอยู่ข้าง ๆหลังอ่านเนื้อหาในบันทึกเล่มนั้น ทุกอย่างก็พลันกระจ่างขึ้นทันทีว่าทำไมแม่ถึงทำกับฉันแบบนี้!เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ฉันไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของท่านตอนที่แม่ยังสาวท่านมีความสัมพันธ์กับพวกผู้ช
“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย!”ฉันตะโกนตอบกลับเขาไปอย่างควบคุมไม่อยู่ แถมแทบจะยั้งมือไม่อยู่ปาโทรศัพท์ของเขาทิ้ง เขาดูตกใจนิดหน่อยกับท่าทางของฉันในตอนนี้ เลยรีบคว้ามือของฉันไว้“ก็นี่มันร้านของแม่ฉัน ฉันก็แค่ไปช่วยท่านดูร้านไง”ฉันยังคงตะโกนอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง ในขณะที่คู่หมั้นกลับดูเหมือนมีบางอย่างอยากพูดแต่ก็ลังเล“เธอก็พูดเองไม่ใช่เหรอว่านั่นก็ร้านของแม่เธอ”“แล้วภาพพวกนี้มันก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด”“ผมว่าคุณควรลองคิดให้ดี ว่าภาพพวกนี้มันหลุดมาได้ยังไงกัน?”ฉันจ้องดูรูปพวกนั้นแล้วรู้สึกเหมือนคนน้ำท่วมปากคำพูดของคู่หมั้นช่วยเรียกสติของฉันใช่แล้ว……ภาพพวกนี้มาจากกล้องวงจรปิด!แล้วกล้องวงจรปิดก็มีบันทึกอยู่แค่ในร้านเท่านั้น หรือทั้งหมดนี่จะเป็นฝีมือของแม่?!ไม่สิ เป็นไปไม่ได้!ฉันไม่อาจยอมรับสมมติฐานพวกนนี้ได้เลย ยิ่งคิดก็ดูจะยิ่งเป็นไปไม่ได้แต่พอฉันพลันนึกถึงเรื่องเทียนหอม สมองของฉันกลับว่างเปล่าแม่พูดมาตลอดว่าฉันคือความภาคภูมิใจของแม่ แล้วท่านจะทำเรื่องแบบนี้ไปทำไมกัน?ทั่วทั้งร่างของฉันสั่นไม่หยุด สภาพจิตใจของฉันตอนนี้แทบจะรับไม่ไหวแล
คืนนั้นหลังจากที่แม่กลับมาถึงบ้านฉันแกล้งพูดถึงเรื่องเทียนหอมอันนั้น“แม่ เทียนหอมอันนั้นใช้ดีมากเลย แม่สั่งตุนไว้ให้หนูหน่อยได้ไหม เดี๋ยวหนูจะเอาไปใช้หลังแต่งงาน จะได้หลับง่าย ๆ หน่อย”แม่ที่กำลังจะตักข้าวดูชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก“เทียนนั่นแม่ซื้อมาแค่เล่มเดียวเอง ลูกใช้อยู่ที่บ้านนี่แหละ ไม่ต้องเอาไปใช้ที่มหาลัยหรอก ถ้าเพื่อนลูกขอเอาไปใช้มันจะแบ่งกันไม่ได้น่ะสิ”แม่พูดไปพลางคีบเนื้อปลาใส่ชามให้ฉันไปด้วย สีหน้าของท่านในยามนี้ดูอ่อนโยนเหมือนแม่ที่ฉันคุ้นเคย“ดูสิ ช่วงนี้ลูกอดนอนตั้งหลายคืน หน้าซีดไปหมด กินเยอะ ๆ หน่อย จะได้ไม่ล้มป่วยเอา”บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารที่ฉันชอบ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงรู้สึกดีใจมากแต่ตอนนี้บอกตามตรงว่ากินไม่ลงเลยสักนิดรสชาติอาหารในปากจืดชืดไปหมด ฉันทำได้แค่พยายามฝืนกินเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตก็เท่านั้นแม่ยังคงเหมือนเดิม ยังรักฉัน เอาใจใส่กัน ไม่มีท่าทีแปลกไปจากเดิมเลยสักนิด แต่ว่าทำไมล่ะ……แม่ไม่รู้จริงเหรอว่าเทียนนั่นเป็นของแบบไหน ท่านคิดว่าเป็นเพียงเทียนช่วยให้หลับสบาย เลยจุดให้ฉันแบบไม่คิดอะไรอย่างนั้นเหรอ?ความคิดตีกันวุ่นวายใ
คงเพราะอาหวังรู้ว่าฉันต้องแอบมองอยู่ด้านหลังผ้าม่านแน่ ๆ เค้าถึงได้ดูเกร็งแบบนั้นเขาดึงแขนแม่ที่ตัวอยู่ออก “พอได้แล้ว……อย่าเพิ่งเอาแต่ใจสิ……จะตรวจบัญชีไม่ใช่เหรอ?”แต่แม่ก็ยังไม่ยอมลดละความตั้งใจ เริ่มออกแรงผลักคุณอาให้นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะก้มลงถอดกางเกงของเขาออกหลังจากปรายตามองคุณอาด้วยสายตายั่วยวน เธอก็ก้มศีรษะลงไป“ซี้ด……”ฉันได้ยินเสียงหอบหายใจหนัก ๆ ของอาหวัง พร้อมกับเสียงชื้นแฉะเป็นจังหวะชวนให้ใจสั่น เพราะเขารู้ว่าฉันแอบอยู่หลังผ้าม่าน จึงลากสายตามามองกันเป็นระยะ ๆ เปลวไฟในดวงตาคู่รั้นที่จ้องมองมาทำให้หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบทะลุอกฉันรู้ดีว่าตอนนี้ฉันไม่ควรมองอีกต่อไป แต่ทั้งร่างกลับเหมือนต้องมนตร์สะกด จ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อาจละสายตา“ทำไมวันนี้ถึงได้ใหญ่ขนาดนี้ล่ะ แทบจะเอาเข้าปากไม่ไหวแล้วนะ”แม่เอ่ยเสียงหวานอย่างออดอ้อน ยกตัวขึ้นนั่งคร่อมลงบนตักของอาหวังหลังจากการกระทำเมื่อครู่เสียงหอบหายใจอย่างหนักของแม่ก็ดังระงมไปทั่วโกดังส่วนคุณอาเหมือนเขาพยายามอดกลั้นความต้องการเอาไว้ สายตาฉันประสานกับสายตาของคุณอาที่มองมาพอดีร่างกายฉันอ่อนแรงลงอย่างควบคุมไม่ได้ ทั้งที่สม
ว่าไงนะ?!ความจริงที่ได้รับมาตีแสกหน้าฉันจนสมองเบลอไปหมด ฉันช็อกนิ่งไปเนื่องจากทำอะไรไม่ถูก ฉันเหลือบมองเทียนเล่มนั้น ก่อนจะผินหน้าไปมองอาหวังด้วยความสับสน“เทียน…ปลุกอารมณ์?”ฉันทวนคำที่เขาพูดออกมาอย่างเลื่อนลอย ความสับสนถาโถมเข้ามาจนทำอะไรไม่ถูกหมายความว่าไง? สิ่งที่เขาพูด…มันคืออะไรกัน?“เทียนพวกนี้ถ้าจุดแล้วสูดกลิ่นเข้าไป มันจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ในร่างกาย”อาหวังค่อย ๆ เอ่ยอธิบายอย่างระมัดระวังและอ้อมค้อมที่สุดเที่จะทำได้ แต่เพียงแค่นั้นฉันก็เข้าใจทุกอย่างในทันที!และก็เพราะเข้าใจนั่นแหละ ฉันถึงได้สับสนว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิมทำไมแม่ถึงทำแบบนี้ล่ะ?ทำไมต้องจุดเทียนนี้ไว้ตอนนี้ฉันหลับด้วย?ฉันเป็นลูกสาวในไส้แท้ ๆ นี่ แม่ทำแบบนี้ไปจะได้อะไรขึ้นมาล่ะ?ในเสี้ยววินาทีนั้น ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ยืนนิ่งมองไปทางอาหวังอย่างเลื่อนลอย“ปกติอาจะมาตรวจบัญชีกับแม่เราทุกวันศุกร์ แต่รอบนี้แม่เราขอเลื่อนมาเป็นวันอาทิตย์ แล้วให้อามาวันนี้แทน”ทันทีที่เขาพูดจบ ในหัวของฉันเหมือนมีเสียงสายฟ้าฟาดดังขึ้นมาในหัว หลายเรื่องที่กระจัดกระจายอยู่ในหัวฉัน บัดนี้ค่อย ๆ เชื่อมโยงกันอย่างน่ากลัว
“ไม่ เราไม่ควรทำแบบนี้……”คำปฏิเสธที่ยังเอ่ยไม่จบประโยคก็สลายหายไปพร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วงฉันรับรู้ได้ว่าร่างกายคุณอาทั้งตื่นเต้นและแข็งเกร็งด้วยความตื่นตัว ฝ่ามือสั่นเทายังคงลูบไล้ไปตามผิวกายฉัน เสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยเริ่มยับยู่ยี่วินาทีนี้ สิ่งที่เรียกว่าความผิดชอบชั่วดีถูกปีศาจร้ายในใจกลืนกินไปจนหมดสิ้นฉันไม่อาจไตร่ตรองว่าอะไรควรไม่ควร ในหัวเหลือเพียงความปรารถนาที่อยากปลดปล่อยทุกอย่างออกมา“ถ้าไม่มีใครรู้…ถ้าหลังจากนี้ต่างคนต่างลืมมันไป…”ความลังเลสุดท้ายถูกปัดทิ้ง ร่างกายของฉันขยับตอบสนองไปตามแรงดึงดูดเมื่อสติค่อย ๆ กลับคืนมา ผ้าปูเตียงที่เคยเรียบร้อยบัดนี้ยับย่นราวกับผ่านเหตุการณ์อันหนักหน่วงส่วนลมหายใจของคุณอากลับมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอแม้พวกเราสองคนจะยังไม่ได้มีอะไรกันลึกซึ้ง แต่นอกเหนือจากเรื่องนั้นพวกเราก็ทำกันหมดทุกอย่างแล้วเมื่ออารมณ์ค่อย ๆ สงบลง ความเขินอายรุนแรงก็ถาโถมเข้ามาแทนที่ เลยรีบหยิบเสื้อผาที่กองอยู่มาสวมด้วยความอับอายส่วนคุณอาก็จัดแจงเสื้อผ้าเขาเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน“เรื่องวันนี้…อาทำไม่ถูกใช่ไหม เสี่ยวโหรว อา……”คำพูดของคุณอาหยุดลงกลางคัน