Masuk-๔๒- บันทึกที่หายไปบรรยากาศอันแสนสงบยามอรุณรุ่งกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงรัวหมัดทุบไม้กระดานดังสนั่นปัง! ปัง! ปัง!“พี่! พี่มณีครับ ตื่นหรือยังพี่! แย่แล้ว... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”เสียงร้องตะโกนลนลานของนายกฤษดังแทรกเข้ามาในห้องนอน เนตรมณีที่บัดนี้แต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จสรรพเรียบร้อยพอดี หล่อนเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าหนังคู่ใจขึ้นมาสะพายไหล่ พลางขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ก่อนจะสะบัดฝ่ามือผลักบานประตูไม้เปิดออกขวับ“อะไรของนายกฤษ โวยวายเสียงดังแต่เช้า ผีเข้ารึไง” หล่อนแผดเสียงเอ็ดหมาเด็กผู้ช่วยทันควันภาพตรงหน้าทำเอาเนตรมณีต้องชะงักกึก นายกฤษในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขายืนละล่ำละลักลนลานจนจับต้นชนปลายไม่ถูก“พ... พี่มณี สมุดบันทึก! สมุดบันทึกข้อมูลระบบของผมมันหายไปแล้วครับ เมื่อเช้า ผมจะเอาสมุดมาจดบันทึกเหมือนเช่นทุกวัน แต่พอผมเรียกระบบออกมา มันก็หายไปแล้ว…”คำสารภาพของรุ่นน้องทำเอาดวงตาเรียวโตของหญิงสาวเบิกกว้าง หล่อนขยับก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเขา แววตาคมกริบฉายรังสีอำมหิตขึ้นมาทันที“หาย? หายได้ยังไง” หล่อนเค้นเสียงถามด
-๔๑-งานเลี้ยง2เนตรมณีทรุดกายนั่งลงคุยกับผู้กองธีร์บนแคร่ไม้ข้างกองไฟ หล่อนบอกเล่าถึงเรื่องราวงานฌาปนกิจของแม่หมอจวน รวมถึงการตัดสินใจรับมะลิเข้ามาดูแลในสำนักอย่างเป็นทางการ นายตำรวจหนุ่มพยักหน้ารับคำพลางทอดสายตามองข้ามลานวัดไปที่เด็กสาว "ผมว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมะลิแล้วล่ะครับ ได้มาอยู่กับคนเก่ง ๆ อย่างคุณ"“ฉันหวังว่าจะได้ดูแลเธอให้ได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะชีวิตของฉัน มันเสี่ยงเหลือเกินค่ะ ไม่รู้ว่าจะได้ไปนอนตาราง หรือนอนหยอดน้ำข้าวต้มก่อนกัน” ผู้กองธีร์ เริ่มชินกับมุกตลกหน้าตายของหล่อนขึ้นมาแล้ว เขาขำในคอ ก่อนจะหวนนึกถึงวันที่เขาและเธอต้องเผชิญกับความตายมาด้วยกัน ทั้งเรื่องคนเรื่องผี"เนตรมณี... วันนั้นที่คุณปะทะกับนายสันต์ คุณคงไม่โกรธผมใช่ไหมที่ผมเข้าไปขวางและห้ามไม่ให้คุณพลั้งมือฆ่ามัน" ผู้กองหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังระคนนุ่มนวล "ตอนนี้ทางการจัดการส่งตัวนายสันต์เข้าคุก รับโทษทัณฑ์ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาไปเรียบร้อยแล้ว กฎหมายบ้านเมืองกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ คุณไม่ต้องห่วงนะ"เนตรมณีลอบพ่นลมหายใจยาวออกมาแผ่วเบา สลัดภาพความเคียดแค้นทิ้งไป หล่อนหันมาสบตากับชายหนุ่มตรง
-๔o งานเลี้ยง1ทันทีที่กฤษก้าวเท้าตามเด็ก ๆ ขึ้นมาบนเรือนและได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านของเนตรมณี เขาถึงกับยืนอึ้งตาค้างด้วยความตกตะลึง เพราะไอ้บรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำยุคที่เนตรมณีแอบกว้านซื้อมาจัดวางไว้ มันช่างดูหรูหราอลังการและแทบไม่ต่างจากโลกเก่าที่พวกเขาจากมาเลยสักนิด"โหพี่... สุดยอดไปเลยอะ ของข้างในนี่เพอร์เฟกต์มาก ขอผมย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ด้วยคนได้ไหมครับพี่มณี ดูท่าทางจะอยู่สบายแน่" หนุ่มแว่นหันมาทำตาปริบ ๆ อ้อนวอนขออาศัยเนตรมณีปรายสายตามองหมาเด็กพลางเอ่ยเบรกเอี๊ยดเสียงดุ "ฝันไปเถอะกฤษ... ฉันไม่ให้นายย้ายเข้ามาอยู่ด้วยหรอก สำนักฉันไม่ใช่โรงแรมนะ"คำปฏิเสธไร้เยื่อใยทำเอาหนุ่มนักข่าวรุ่นน้องถึงกับทำตาละห้อย หงอยลงถนัดตาใจจริงเขาอยากจะมาพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับรุ่นพี่สาว เผื่อว่าถ้าได้เห็นหน้าค่าตากันทุกวัน คอยทำแต้มดูแลใกล้ชิด หล่อนอาจจะบังเกิดความใจอ่อนยอมรับว่าเขาหล่อ น่ารักขึ้นมาสักวัน แต่หลังจากที่กฤษได้มีโอกาสมาพูดคุยกับหล่อนจริง ๆ ในภพภูมินี้ เขาก็เริ่มตระหนักรู้แล้วว่า ตัวตนของเนตรมณีในตอนนี้ ช่างอยู่ห่างไกลจากเขาเหลือเกิน คำว่า ‘อาหวัง’
-๓๙-แม่ลูกมหาภัยงานศพของแม่หมอจวนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ณ ลานวัดประจำหมู่บ้าน การเผาร่างบนเชิงตะกอนไม้ฟืนแบบสมัยโบราณกลางแจ้ง ไม่มีพิธีรีตองกฎเกณฑ์อะไรมากมายเท่าสมัยนี้ มีเพียงควันไฟสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นธูปคละคลุ้ง และเสียงสวดพระอภิธรรมแว่วมา ย้ำเตือนถึงการจากไปของจอมขมังเวทหญิงอาวุโส คนที่กุมความลับบางอย่างเอาไว้ จนวินาทีสุดท้ายมะลิยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากองฟืน หล่อนสวมใส่ชุดสีดำตัวใหม่เอี่ยมเนื้อผ้าเรียบร้อย ซึ่งเนตรมณีจัดแจงหาซื้อมาให้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เด็กสาวได้แต่งกายอย่างสมเกียรติเป็นวาระสุดท้ายในการส่งมารดาผู้มีพระคุณขึ้นสู่สวรรค์เนตรมณีทอดสายตามองเด็กสาวด้วยความเวทนา หล่อนขยับกายเข้าไปใกล้ ก่อนจะก้มลงลูบศีรษะของมะลิแผ่วเบา แววตาเรียวโตทอประกายความจริงจังเด็ดขาด"มะลิ... ต่อไปนี้อยู่กับพี่ ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกแล้วนะ พี่สัญญาว่าจะดูแลและปกป้องเธอเอง"คำมั่นสัญญาอันหนักแน่นทำเอามะลิตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้า เด็กสาวปล่อยโฮออกมาแผ่วเบาก่อนจะโผเข้าสวมกอดเอวของเนตรมณีแน่น ราวกับได้พบที่พึ่งพิงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้ หญิงสาวกอดตอบพลางลูบหลังปลอบโยน สายตาเหม่อมอ
-๓๘- ฟื้นเนตรมณี ไม่ได้มีสติตื่นขึ้นมารับรู้ได้อีกแล้ว ในระหว่างที่ร่างกายเนื้อหนังภายนอกกำลังเผชิญวิกฤติต่อสู้กับความตายอย่างสาหัส ร่างของเธอถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการไข้สูงจนหมดสติ จิตวิญญาณภายในของเนตรมณีกลับจมดิ่งลงสู่ห้วงความฝันอันแสนประหลาด...หล่อนรู้สึกตัวอีกครั้งในโลกที่เต็มไปด้วยมวลน้ำมหาศาล น่าแปลกที่หล่อนกลับสามารถหายใจและยืนทรงตัวอยู่ใต้น้ำได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยที่ท่อนแขนไม่ได้มียันต์อาคมคอยคุ้มกันเลยแม้แต่น้อย รอบบริเวณนั้นคือเมืองบาดาลอันเยียบเย็น น้ำใสละเอียดทอประกายระยิบระยับกับแสงอัญมณีมีค่าภายใต้ความสลัวนั้น… กลิ่นไอของความเย็นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอนูของร่างกาย ท่อนเท้าเปลือยเปล่าของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนของผืนทรายละเอียดใต้บาดาล ที่มนุษย์ธรรมดา คงไม่มีโอกาสได้ลงมาเหยียบ…เบื้องหน้าของหล่อน... ปรากฏร่างกำยำของใครบางคนนั่งสถิตอยู่บนโขดหินศิลาฤกษ์ก้อนมหึมา ดวงรัศมีเปล่งประกายเรืองรอง เนตรมณีค่อย ๆ ยอบตัวลงคลานเข่าเข้าไปหาด้วยสัญชาตญาณ หล่อนพินิจมองบุคคลผู้นั้น... ชายลึกลับมีเส้นผมสีขาวยาวสยายพลิ้วไหวไปตามกระแสน้ำ ใบหน้าคมคายสมส่วนงดงามดั่งรูปสลักเทพตามอาราม
-๓๗-หมาเด็กภาพความทรงจำในอดีตชาติกาลก่อน... พลันหมุนย้อนกลับมาในหัวสมองของกฤษ ดั่งฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำในโลกยุคปัจจุบันที่เนตรมณียังคงเป็น ‘เนตรดาว’ ประธานบริหารสาวสายดาร์กผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการเกม ‘กฤษ’ ในตอนนั้นเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานคณะสื่อสารมวลชนจากช่องโทรทัศน์ชื่อดังที่ได้มีโอกาสเข้ามาดูงานที่บริษัทของหล่อน วินาทีที่เขาได้นั่งฟังเนตรดาวขึ้นบรรยายแชร์ประสบการณ์อยู่บนเวทีห้องประชุม หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เขาตกหลุมรักในความเก่งกาจและทัศนคติในเชิงธุรกิจของเนตรดาวถึงขนาดตามกว้านซื้อเกมทุกซีรีส์ที่บริษัทของเนตรดาวผลิตออกมาเก็บไว้จนครบทุกชิ้น เมื่อการบรรยายจบลง นักศึกษาฝึกงานคนอื่น ๆ ต่างพากันเดินออกจากห้องโถงไปจนหมด เหลือเพียงกฤษคนเดียวเท่านั้น ที่รวบรวมความกล้า ถือนิตยสารหน้าที่เขียนประวัติในธุรกิจเกมของเนตรดาว ตรงดิ่งเข้าไปหาประธานสาวถึงหน้าเวทีเพื่อขอรอยประทับลายเซ็น“เอ่อ... สวัสดีครับคุณเนตรดาว ผมกฤษนะครับ เป็นนักศึกษาฝึกงาน... แล้วก็เป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของคุณด้วยครับ!” เด็กหนุ่มแนะนะตัวเสียงสั่น ตาใสแจ๋วเนตรดาวชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะหลุดขำออกมาเล็กน้อย







