Masukขณะที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งจนท้องไส้ประท้วง อลันก็เผอิญหันไปเจอกับลูกไก่ปีกหักอยู่ตัวหนึ่ง สภาพของมันผอมแห้งแรงน้อย อลันพิจารณาสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนั้นอีกครั้งว่าจะ ‘กิน’ หรือ ‘ช่วย’ มันดี
Lihat lebih banyakดันเจี้ยน คือ หอคอยโบราณที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน มีการตั้งทฤษฎีขึ้นอย่างหลากหลายและถกเถียงกันมาเนิ่นนานเกี่ยวกับจุดกำเนิดที่แท้จริงของดันเจี้ยน ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีการขยับของเปลือกโลกและอำนาจของธรรมชาติที่ให้พลังแก่เหล่าสรรพสัตว์ หรือจะเป็นทฤษฎีการหลบหนีเพื่อการอยู่รอดของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ควรจะสูญพันธุ์ไปหลายร้อยล้านปีก่อนหน้านั้น และอย่างสุดท้ายทฤษฎีการกลายพันธุ์ของโลก
ทุกทฤษฎีที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นทฤษฎีที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลรองรับ จะบอกว่าแค่มีใครสักคนเปรยขึ้นมาเล่น ๆ กลางอากาศมันก็อาจจะกลายเป็นทฤษฎีใหม่ที่ผู้คนอีกหลายล้านชีวิตล้วนสนใจกันมากจนทำให้บุคคลนั้นสามารถดังได้ในชั่วค่ำคืน
อีกอย่างทฤษฎีพวกนั้นยังไม่เคยมีใครพิสูจน์ได้หรอกนะ สุดท้ายแล้วการกำเนิดของดันเจี้ยนก็ยังคงกลายเป็นความลับที่ผู้คนต่างก็ตามหากันไม่หยุดหย่อนจนเกิดเป็นอาชีพขึ้นมา
เริ่มจากอาชีพที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐบาลก่อน
หนึ่งคือกระทรวงความปลอดภัยทางด้านพื้นพิภพถูกจัดตั้งขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อป้องกันผู้คนธรรมดาทั่วไปได้รับผลกระทบจากการเกิดของดันเจี้ยน หรือช่วยเหลือประชาชนหากมีการหลงเข้าไปในดันเจี้ยน
สองคือกระทรวงดันเจี้ยนที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อสืบเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนโดยเฉพาะ กลุ่มคนในกระทรวงนี้มักเป็นฮันเตอร์ระดับผู้เชี่ยวชาญที่ต้องเข้าไปสำรวจเบิกทางดันเจี้ยนกำเนิดใหม่ตั้งแต่ระดับ B ขึ้นไปก่อนเปิดให้ฮันเตอร์โดยทั่วไปเข้าสำรวจเพื่อความปลอดภัย
ปากบอกว่าเพื่อความปลอดภัย แต่ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าพวกเขาแค่อยากดรอปไอเทมที่ดีที่สุดก่อนใครก็เท่านั้นเอง
สามคือนักโบราณคดีดันเจี้ยน หน่วยงานนี้ถือเป็นหน่วยงานไก่อ่อนที่สุดของรัฐบาล นอกจากหัวดี ความรู้แน่น ศักยภาพทางกายล้วนต่ำเตี้ย พวกเขาเลยได้สำรวจดันเจี้ยนเพื่อเก็บข้อมูลหลังจากที่ทางหน่วยงานกระทรวงดันเจี้ยนเข้าไปเคลียร์พื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
เพราะฉะนั้นแล้วหากเจอคนของกระทรวงดันเจี้ยนจับคู่ทำภารกิจกับนักโบราณดีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใจแต่อย่างใด
แต่ถ้าใครยังไม่ถูกใจหน่วยงานจากภาครัฐ ก็ยังมีหน่วยงานเอกชนให้เลือกสรร แม้อาชีพเกี่ยวกับดันเจี้ยนในหน่วยงานภาคเอกชนจะมีน้อยก็ตาม แต่ฐานข้อมูลและความแข็งแกร่งของเขามีมากมายเลยเชียว
อาชีพแรกคือฮันเตอร์ มีทั้งฮันเตอร์อิสระและฮันเตอร์สังกัดกลุ่มกิลด์ต่าง ๆ โดยระดับของฮันเตอร์นั้นจะแบ่งได้ 4 ระดับ คือ เริ่มต้น กลาง สูงและผู้เชี่ยวชาญ การจะอัพเกรดระดับของตัวเองได้นั้นขึ้นอยู่จำนวนของภารกิจที่ได้ทำ ไปจนถึงระดับของไอเทมที่ได้ครอบครอง
เพราะแบบนี้ฮันเตอร์ระดับผู้เชี่ยวชาญถึงสังกัดหน่วยงานรัฐบาลหมดยังไงล่ะ
ต่อมาอาชีพที่สองคือกิลด์ หลังจากที่มีดันเจี้ยนโผล่ขึ้นมาราวกับดอกเห็ดก็มีกิลด์ก่อตั้งขึ้นมามากมายโดยมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูล เป็นแหล่งซื้อขายข่าวสาร หรือแหล่งมอบภารกิจตอบแทนของรางวัลให้กับเหล่าฮันเตอร์โดยในปัจจุบันมีเพียงสามกิลด์เท่านั้นที่รัฐบาลค่อนข้างเกรงอกเกรงใจอยู่มาก คือกิลด์ไนท์แมร์ กิลด์ดราก้อนเบลด และกิลด์คิเมร่า
นอกจากอาชีพทั้งสองที่กล่าวข้างต้นแล้ว ในภาคเอกชนยังมีอาชีพนักปรุงยาด้วย อย่างที่รู้กันดีว่าดันเจี้ยนมักจะดรอปไอเทมพิเศษมากมายตามระดับของดันเจี้ยน นอกจากไอเทมอาวุธ หรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ แล้วยังมีพืชสมุนไพรสำหรับปรุงโพชั่นที่หาไม่ได้จากภายนอกดันเจี้ยนด้วย ของพวกนั้นสามารถสร้างรายได้ได้อย่างมหาศาล แถมรัฐบาลยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านปรุงยาโดยเฉพาะ อาชีพนี้จึงเป็นจุดแข็งของภาคเอกชนแน่นอนว่าจำนวนคนที่เป็นนักปรุงยาก็ย่อมมีน้อยตามความสามารถที่หาได้ยาก
หากกล่าวถึงไอเทมแล้วไม่กล่าวถึงระดับของดันเจี้ยนเกรงว่าหน้าแนะนำข้อมูลดันเจี้ยนคงจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นัก เอาเป็นว่าผมจะแนะนำมันอย่างสั้น ๆ เพื่อให้พวกคุณสามารถเข้าใจมันได้ง่ายก็แล้วกันนะครับ
ดันเจี้ยนนั้นจะแบ่งออกเป็น 5 ระดับตามความยากง่าย มีตั้งแต่ระดับ S, A, B, C และ D โดยที่ระดับ D นั้นถือเป็นดันเจี้ยนระดับต่ำที่สุด และพวกฮันเตอร์ระดับเริ่มต้นมักจะแวะเวียนเข้าไปพัฒนาทักษะการจู่โจมอยู่บ่อยครั้ง ผมหมายถึงบอสระดับ D มักเป็นพวกสัตว์ตัวเล็กที่มีความพิเศษที่หนีได้เร็วน่ะ พวกเขาเลยต้องเพิ่มทักษะการจู่โจมมากหน่อยหากต้องการเคลียร์ดันเจี้ยนให้เสร็จเร็ว ๆ
ปล. ดันเจี้ยนระดับ D เป็นดันเจี้ยนที่มีมากที่สุดเลยนะ แต่มันก็ไร้ประโยชน์สำหรับผมเช่นเดียวกัน
ต่อมาระดับ C บอสระดับนี้จะมีความดุร้ายขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ โดยทั่วไปมักเป็นพวกสัตว์ป่าที่มีความพิเศษ ฮันเตอร์ที่เข้าไปในดันเจี้ยนระดับนี้มักจะดรอปวัตถุดิบสำหรับปรุงโพชั่นและอาวุธเกรดต่ำได้แล้ว ผมคิดว่ามันเป็นดันเจี้ยนระดับเริ่มต้นสำหรับฮันเตอร์ที่ต้องการฝึกปรือฝีมือในด้านต่าง ๆ เลยทีเดียวล่ะ
จากนั้นระดับ B บอสที่อยู่ในดันเจี้ยนระดับนี้มันเป็นสิ่งที่คุณต้องคิดไม่ถึงแน่ ๆ เพราะมันคือสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตตั้งแต่สมัยหลายร้อยล้านปีก่อนยังไงล่ะ ไม่ว่าจะเป็นไดโนเสาร์ หรือเนสซีแห่งท้องทะเล หรือจะเป็นเทอร์โรซอร์ที่คอยโฉบบินในอากาศ ผมเคยเจอกับพวกมันด้วยครั้งหนึ่ง บอกเลยว่าหากคุณเป็นเพียงฮันเตอร์ระดับกลางที่ไม่ได้ร่วมทีมกับฮันเตอร์ระดับสูงหรือระดับผู้เชี่ยวชาญแล้วละก็...เตรียมเขียนจดหมายลาตายส่งให้คนที่บ้านได้เลย
เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง ก็คือดันเจี้ยนระดับ A บอสภายในดันเจี้ยนระดับนี้ไม่ใช่สัตว์อีกต่อไป แต่พวกเขาคือเหล่าคนตายจากห้วงอดีต เพราะฉะนั้นผมขอตั้งชื่อให้แก่ดันเจี้ยนระดับนี้ว่าเศษซากประวัติศาสตร์จากความตายแล้วกันนะ พวกคุณต้องกำลังหัวเราะผมอยู่แน่ ๆ เพราะมันเป็นนชื่อที่ห่วยเอาเสียมาก ๆ (ฮา)
ดันเจี้ยนระดับ A จะมีความพิเศษอยู่หน่อยคือหากปรากฏขึ้นมาแล้วต้องเคลียร์ด่านให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง ไม่อย่างนั้นจะเกิดการรุกรานของดันเจี้ยน ผมหมายถึงพื้นที่หอคอยภายในดันเจี้ยนจะขยายออกมานอกพื้นที่แล้วจะมีมอนสเตอร์หลุดออกมาสร้างความวุ่นวาย คล้ายกับพวกปลาเอเลี่ยนที่เข้าไปแย่งที่ปลาเจ้าถิ่นในแม่น้ำนั่นแหละ
ส่วนดันเจี้ยนระดับสุดท้าย ดันเจี้ยนระดับ S อันนี้ผมคิดว่าพวกเขาคงตั้งขึ้นมาเล่น ๆ ให้ดูเท่เท่านั้นแหละ เพราะไม่เคยมีใครพบเห็นการเกิดของดันเจี้ยนระดับนี้เลยสักครั้ง แต่ในบันทึกภายในหอคอยก็มีบอกไว้ว่าบอสที่อาศัยภายในนั้นล้วนเป็นระดับสิ่งมีชีวิตโบราณที่ปรากฏแต่ในเรื่องเล่าปรัมปรา ผมไม่รู้ว่าบรรพบุรุษตระกูลผมโมเมขึ้นมาเองหรือเปล่า แต่ในเมื่อผมไม่เคยเห็นกับตาของตัวเองเลยสักครั้งจวบจนอายุแทบจะลงโลงได้ในวัย 89 ปี ผมขอไม่เชื่อว่าในโลกนี้จะมีดันเจี้ยนระดับ S ก็แล้วกัน
ลงชื่อ เจฟฟ์ ฟีเดอรัล
เจ้าของหอคอยฟีเดอรัลรุ่นที่ 13
(บันทึกส่วนตัว)
ในสมัยก่อนเคยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับมหานครโบราณอยู่เรื่องหนึ่ง อลันเคยเปิดเรื่องเล่านั้นอ่านผ่าน ๆ ตาบ้างแต่ไม่ได้สนใจเนื้อหาข้างในมากนักเพราะเด็กน้อยอลันในวัยนั้นกำลังสนใจภาพวาดสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่แหวกว่ายผ่านเกลียวคลื่นไปมาอย่างอิสระมากกว่า คุณปู่ หรือ เจ้าของหอคอยฟีเดอรัลรุ่นที่ 27 ยกเด็กชายอลันขึ้นนั่งบนตักพร้อมเล่าเนื้อหาภายในหนังสือนั้นให้ฟัง มหานครโบราณแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าแอตแลนติส ข้อสันนิษฐานของคนที่พบบันทึกเป็นคนแรก ๆ บอกว่าที่ตั้งของมันคือมหาสมุทรแอตแลนติกแสนใหญ่โต ทว่าหลังจากมีการส่งคนออกสำรวจอยู่หลายครั้งก็ยังไม่พบเมืองโบราณที่ล่มสลายที่ว่านั่น พวกเขาจึงถอดใจไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นานสถานที่แห่งนี้ก็กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง คราวนี้ข้อสันนิษฐานของเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่มหาสมุทรแอตแลนติก แต่เป็นช่องแคบยิบรอลตาร์ตามคำบอกเล่าที่เขียนขึ้นมาโดยนักปรัชญาชาวกรีกสมัยก่อน ผู้คนที่สนใจในมหานครลึกลับได้ย
“ว่ายังไงนะคะรุ่นพี่!” ฟีเรย์ตบโต๊ะทำงานอย่างรุนแรงจนเอกสารบางส่วนกระจุยกระจายร่วงตกจากโต๊ะ ก่อนหญิงสาวจะลดเสียงลงในตอนท้ายเมื่อเจอสายตาของเพื่อนร่วมงานโต๊ะอื่น ๆ ส่งสายตาดุให้ “บอกฉันทีว่าเรื่องที่รุ่นพี่เล่ามาทั้งหมดเป็นเรื่องล้อเล่น” “ผมพูดจริงต่างหาก” อลันทำลายความหวังของฟีเรย์ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาหยิบเอกสารปึกหนึ่งที่หัวหน้าแผนกเพิ่งเอามาให้ยื่นให้แก่หญิงสาว “อีกสามสิบนาทีเจอกันที่ทางแยกทุ่งหญ้าลินเซียเตรียมสิ่งของที่จำเป็นให้พร้อม อีกอย่างเตรียมอาร์ติแฟกต์ป้องกันตัวไปเยอะ ๆ เพราะครั้งนี้เราต้องเข้าไปสำรวจพร้อมกับพวกฮันเตอร์” “แบบนี้เราจะไม่ตายกันเหรอคะ พวกเราต่อสู้กันไม่เป็นเสียหน่อย!” “ไม่ตายหรอก” อลันว่า “เดี๋ยวผมจะเอาอาร์ติแฟกต์สายป้องกันจากที่บ้านมาเผื่อเธอด้วย” ได้ยินอย่างนั้นความกลัวในใจของหญิงสาวก็ลดลงไปหนึ่งขีดจากระดับความกลัว
การเช็ดตัวให้มังกรเด็กนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดประหนึ่งเช็ดตัวให้เด็กอนุบาลที่ชอบขยับยุกยิกยามผ้าขนหนูเย็นฉ่ำแตะต้องผิวกาย ทั้งยังส่งเสียงร้องโวยวายราวกับจะโดนจับไปตุ๋นน้ำแกง หากอลันไม่ใช้แขนข้างหนึ่งล็อกตัวเขาเอาไว้ดี ๆ ปุ๊กปิ๊กคงวิ่งแจ้นไปเกาะหลังบานประตูแน่ เพราะยังมีไข้อ่อน ๆ ร่างกายจึงไวต่ออุณหภูมิที่แตกต่างกันมากกว่าปกติ หลังจากเสียเวลาเช็ดตัวให้สิ่งมีชีวิตโบราณร่วมสิบห้านาทีก็ถึงเวลาที่อลันจะต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือแก่เครอัลแล้ว อลันถือกะละมังบรรจุน้ำอุ่นไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะใช้มืออีกข้างเคาะลงบนบานประตูห้องน้ำเป็นการบอกกล่าวว่าตัวเขากำลังจะเข้าไป ยังไม่ทันที่อลันจะได้เปิดประตูเข้าไป เสียงแตกหนุ่มจากในห้องน้ำก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงอะไรบางอย่างแตก เสียงน้ำที่ไหลไม่ยอมหยุด และอีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็เป็นบาซิลิสก์หนุ่มที่กุลีกุจอออกมาจากห้องน้ำในชุดวันเกิด “ขะ...ข้าทำไอ้นี่หลุด” ในมือของเครอัลยังถือฝักบัวทั้งสายติดมือมาด้วย สายตาของสิ่งมีชีวิตโบราณผู้ยิ่งใหญ่รู้สึกผิดเป็นอย่างมาก เขาหลุบสายตาสีอำพันสวยจดจ้องพื้นไม่อาจสู้
มันมึนเบลอเหมือนหัวโดนค้อนยักษ์ที่มองไม่เห็นฟาดหัวเข้าอย่างจังก่อนจะใจกล้าเหลือบสายตามองไปยังมนุษย์ใกล้ตัวอีกรอบ อลันกำลังยืนจ้องมันสีหน้าแสดงความเป็นห่วงระคนโล่งอกที่เห็นมันตื่นขึ้นมาเสียทีหลังจากหลับมาเนิ่นนาน ฝ่ามือสีขาวข้างหนึ่งแตะลงบนหน้าผาก วัดอุณหภูมิทั้งยังเช็ดเหงื่อตามกรอบใบหน้า ส่วนมืออีกข้างนั้น... “มือของเจ้า” เสียงของมังกรแหบทั้งยังแตกหนุ่ม คีแกนยกมือขึ้นจับฝ่ามือของอลันไว้พลันขมวดเรียวคิ้ว “ใครทำเจ้า เป็นเครอัลอย่างนั้นหรือ!?” ว่าจบดวงตาสีมรกตคู่นั้นก็ตวัดมองเจ้าแห่งงูยักษ์ตาเขม็ง หากว่าคีแกนยังอยู่ในร่างมังกรเกรงว่าจะได้เห็นท่าทางยกขาหน้าเท้าสะเอวควบคู่ไปด้วย “เจ้านอนจนสติกลับไปแล้วสินะ” สีหน้าของเครอัลว่างเปล่ากว่าทุกที ในมือของบาซิลิสก์หนุ่มมีแท่งคริสตัลเป็นประกายอยู่ในมือหลายแท่ง มันเป็นไอเทมรักษาที่ใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตที่มีพลังชีวิตต่ำกว่าสิ่งมีชีวิตโบราณเท่านั้น ดังนั้นต่อให้พวกมันจะจับถือ หรือกัดกินเข้าไปก็จะไม่เกิดผลใด ๆ ทั้งสิ้น ทว่ากับมนุษย์นั้นย่อมแตกต่างกัน พอเดินเข้าใกล้อลันได้ระยะหนึ่ง เครอัลก็ยัดแ











