로그인อั้นจิ่วเป็นเซียนฝึกหัดที่บำเพ็ญเพียรตบะมาหลายพันปี วันนี้เขากำลังจะเลื่อนระดับไปเป็นเซียนที่แท้จริง ในขณะที่เขากำลังรับทัณฑ์สายฟ้าอยู่นั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในตอนที่เขากำลังจะรับทัณฑ์สายฟ้าครั้งที่เก้านั่นก็คือครั้งสุดท้าย ถ้าหากว่าเขาสามารถผ่านไปได้เขาก็จะกลายเป็นเซียนที่แท้จริง แต่อั้นจิ่วไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะต้องมาตกตายเพราะความอิจฉาริษยาของศิษย์ร่วมสำนัก ในตอนที่ทัณฑ์สายฟ้ากำลังจะฟาดเข้าใส่ร่างของอั้นจิ่วก็มีคนเปิดค่ายกลสังหารขึ้นใกล้ๆ กับอั้นจิ่วที่กำลังรับทัณฑ์สายฟ้าอยู่ ทำให้ความรุนแรงของสายฟ้านั้นเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า เป็นที่รู้กันดีว่าหากกำลังจะเลื่อนระดับและรับทัณฑ์สายฟ้าแล้วมีคนอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซง จะทำให้ความรุนแรงของทัณฑ์สายฟ้านั้นเพิ่มขึ้น ทั้งทัณฑ์สายฟ้าทั้งค่ายกลสังหาร ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ไม่อาจต้านทานไหว อั้นจิ่วตายไปทั้งๆ ที่ใจไม่ยอมรับ เขายังมีความขุ่นเคืองใจอยากจะสืบหาว่าผู้ใดกันที่เป็นคนลงมือ แต่ทว่าเขาไม่สามารถรอดชีวิตไปได้เช่นนั้นแล้วเรื่องสืบหาความจริงก็ช่างมันเถอะ
더 보기อั้นจิ่ว เซียนฝึกหัดที่กำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นเซียนที่แท้จริง ระหว่างที่เขากำลังรับทัณฑ์สายฟ้าเพื่อฝ่าด่านเคราะห์เพื่อเลื่อนขั้นเป็นเซียนที่แท้จริง ถ้าหากเขาสามารถรับทัณฑ์สายฟ้าได้ทั้งเก้าครั้งและยังมีลมหายใจอยู่ นั่นก็หมายถึงว่าเขาเลื่อนขั้นได้สำเร็จ เพราะการเลื่อนขั้นที่แท้จริงนี้มีเซียนฝึกหัดที่ทนรับทัณฑ์สายฟ้าได้จนถึงครั้งสุดท้ายไม่ได้และตายไปก็ไม่น้อย
ในตอนที่อั้นจิ่วกำลังรับทัณฑ์สายฟ้าครั้งที่เก้าก็คือครั้งสุดท้าย เดิมทีมันควรจะผ่านไปอย่างราบรื่น เพราะเขาเองก็ได้เตรียมตัวฝึกฝนร่างกายมาดีแล้ว แต่กลับมีคนวางแผนการร้ายโดยที่อั้นจิ่วไม่คิดเลยว่าเขาจะถูกศิษย์ร่วมสำนักทำร้ายจนต้องตาย
ก่อนที่ทัณฑ์สายฟ้าครั้งสุดท้ายจะฟาดใส่ร่างของอั้นจิ่ว ก็มีคนเปิดค่ายกลสังหารและเข้ามาแทรกแซงในการเลื่อนระดับของอั้นจิ่ว ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนี้เพราะอิจฉาริษยาในตัวอั้นจิ่ว อิจฉาที่เขามีพรสวรรค์ในด้านการบำเพ็ญเพียร เซียนฝึกหัดหลายคนบำเพ็ญตบะมานับหมื่นปีก็ยังไม่สามารถเลื่อนขั้นขึ้นไปเป็นเซียนที่แท้จริงได้สำเร็จ
ครั้งนี้นอกจากอั้นจิ่วจะไม่สามารถเลื่อนขั้นเป็นเซียนที่แท้จริงได้แล้ว เขายังต้องมาตายเพราะความอิจฉาริษยาของคนอื่นอีก ตายแบบไม่ตั้งใจ ตายแบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำไมถึงตาย ตายแบบไม่เข้าใจว่าเขาไปทำอันใดให้ผู้อื่นไม่พอใจ ตอนนี้ไม่อยากตายก็ไม่ได้แล้ว ร่างของเขาแหลกละเอียดเป็นผุยผง วิญญาณของเขาหลุดลอยออกมาจากร่าง ลอยวนเวียนไปมา แต่มันน่าเจ็บใจที่เขาไม่รู้ว่ามันผู้ใดที่เปิดค่ายกลสังหาร ถ้าหากเขารู้แล้วล่ะก็ ต่อให้เป็นผีเขาก็จะตามทวงแค้น
หลังจากตายไปแล้วเขาก็กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่นับพันปี ตอนตายก็ตายแบบไม่เต็มใจตาย พอตายไปแล้วกลับไม่ได้ไปทั้งสวรรค์และนรกภูมิ ที่น่าเจ็บใจก็คือกลายมาเป็นผีเร่ร่อนวิญญาณล่องลอยไปมามองดูความเป็นความตายชีวิตของใครหลาย ๆคน หลาย ๆ ยุคสมัย
วิญญาณของอั้นจิ่วได้ไปยังหลายสถานที่ หลายยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นโลกมนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณกาลจนถึงยุคอนาคตที่มีการพัฒนาทั้งด้านการศึกษาและเทคโนโลยี อั้นจิ่วได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ในแต่ละสถานที่ที่วิญญาณของเขาล่องลอยผ่าน และก่อนที่วิญญาณของเขาจะล่องลอยไปยังโลกมนุษย์ เขาเฝ้าดูดินแดนเทพเซียนอยู่นับพันปี
ในศตวรรษที่ 21 ของโลกมนุษย์ อั้นจิ่วรู้สึกชอบสถานที่แห่งนี้มาก นอกจากความเจริญทางเทคโนโลยีแล้ว การศึกษา การแพทย์ก็ก้าวหน้าไปมาก แต่ก็มีข้อเสียเช่นเดียวกันเพราะไม่สามารถฝึกตนบำเพ็ญเพียรตบะได้ โลกซึ่งไร้พลังฟ้าดิน แต่ทว่ามันจะไปสำคัญอันใดเล่า
ในเมื่ออาวุธของเหล่ามนุษย์ในยุคสมัยนี้นับว่าร้ายกาจมาก เพียงแค่โยนสิ่งที่เรียกว่าระเบิดออกไปก็สามารถทำลายล้างหมู่บ้านได้ทั้งหมู่บ้าน หรือจะใช้เจ้าสิ่งที่เรียกว่าปืนยิงออกไปนัดเดียวก็สามารถเอาชีวิตผู้คนได้แล้ว นอกจากนี้ยังมีอาวุธมากมายที่มีพลังทำลายล้างที่น่ากลัว อั้นจิ่วที่เร่ร่อนมาหลายพันปี จู่ ๆ ก็อยากเกิดใหม่ขึ้นมา เขาจึงเลือกที่จะเกิดในโลกมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 เขาหวังว่าเมื่อตัวเองเกิดใหม่จะได้ใช้ชีวิตศิวิไลซ์
หลังจากตัดสินใจที่จะเกิดใหม่แล้ว อั้นจิ่วก็ริเริ่มที่จะออกตามหาหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์เพื่อที่คัดเลือกคนที่จะมาเป็นแม่ให้กับตัวเอง อั้นจิ่วรู้ว่าหากจะหาหญิงสาวตั้งครรภ์นั้นจะต้องไปที่สถานที่แห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนั้นเรียกกันว่าโรงพยาบาล ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มีทั้งคนที่เกิดใหม่และคนที่ตาย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่แห่งการเกิดใหม่และสถานที่แห่งความตาย
อั้นจิ่ววนเวียนอยู่ที่นี่มาหลายวันแต่เขายังไม่พบหญิงสาวที่เขาต้องการจะเกิดใหม่ในท้องของเธอ ในที่สุดวันนี้เขาก็พบกับหญิงสาวที่เขาถูกใจและเลือกที่จะเกิดเป็นลูกของเธอ หญิงสาวหน้าตางดงามและท่าทางใจดี หลังจากเฝ้าดูเธออยู่นานสองนานเขาก็ตัดสินใจเลือกเธอคนนี้เป็นแม่ของเขา
ในตอนที่เขากำลังจะพุ่งเข้าไปในท้องของหญิงสาวคนนั้น วิญญาณเขากลับถูกกระชากกลับอย่างแรง ด้วยแรงดึงมหาศาลทำให้วิญญาณของเขาถูกส่งกลับมายังโลกมนุษย์ยุคโบราณ สถานที่แห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่มีพลังฟ้าดินบางเบา ไม่เหมาะกับการบำเพ็ญเพียรเช่นกัน อั้นจิ่วได้แต่ถอนหายใจ
หากเกิดใหม่ที่ดินแดนแห่งนี้ การที่เขาจะบำเพ็ญเพียรนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก เส้นทางสู่วิถีเซียนของเขาคงไม่สามารถ เป็นไปได้ในสถานที่แห่งนี้ นอกจากจะกันดาน ชาวบ้านยากจน และสงครามระหว่างแคว้นแล้วเขายังหาของดีของที่นี่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อมาแล้วก็ลองดูสักตั้งว่าจะสามารถเกิดใหม่ได้หรือไม่
ในโลกแห่งนี้ชาวบ้านถือเป็นชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุด ลูกหลานชาวนาหาได้ยากยิ่งที่จะเกิดมาพร้อมกับแก่นปราณ ที่สำคัญชาวบ้านที่ถือเป็นชนชั้นรากหญ้านั้นมีฐานะยากจน ในแต่ละวันการที่จะสามารถมีอาหารกินจนอิ่มนั้นถือว่าเป็นเรื่องยากยิ่ง
พวกเขาขาดแคลนในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทรัพยากรในการฝึกฝน ถึงแม้ว่าจะเกิดมาพร้อมกับแก่นปราณแต่ทว่าไม่มีทรัพยากรในการฝึกฝนก็จะไม่สามารถชักนำพลังฟ้าดินเข้าสู่จุดตันเถียนได้ ที่สำคัญก้าวแรกของการฝึกฝนนั้นจะต้องเปิดเส้นลมปราณก่อนเป็นอันดับแรก จึงจะสามารถฝึกฝนในขั้นต่อไปได้
ในยุคโบราณแห่งนี้ มีสำนักและนิกายอยู่ในพื้นที่ชั้นในของแคว้น แคว้นนี้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วนคือ ดินแดนรอบนอก ดินแดนชั้นกลาง และดินแดนชั้นใน ซึ่งดินแดนชั้นกลางจะมีพลังฟ้าดินหนาแน่นบางพื้นที่ พื้นที่ส่วนใหญ่มีพลังฟ้าดินระดับปานกลาง ดินแดนชั้นในจะมีพลังฟ้าดินหนาแน่นมากกว่าดินแดนชั้นกลาง แต่สำหรับอั้นจิ่วนั้นถือว่ามีน้อยนิดมาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเอาเสียเลย
สำนักและนิกายต่าง ๆ ถือว่าเป็นขุมอำนาจที่ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ปกครองแคว้นและไม่สามารถแทรกแซงงานในราชสำนักได้ หากผู้ปกครองแคว้นอ่อนแอไร้ซึ่งอำนาจก็จะตกเป็นเบี้ยล่างขุมอำนาจเหล่านี้ทันที ตอนนี้อั้นจิ่วกำลังตัดสินใจว่าจะเกิดใหม่ที่ดินแดนรอบนอกนี้หรือไม่นั้น วิญญาณของเขาก็ลอยผ่านหมู่บ้านชาวนายากจนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่เชิงเขา
ทั้งหมู่บ้านมีหญิงตั้งครรภ์อยู่สองคน คนหนึ่งเป็นหญิงสาวที่อ้วนและมีอายุมากแล้ว ส่วนหญิงสาวอีกคนหนึ่งนั้นถึงแม้ว่าเธอจะอายุยังน้อยแต่ทว่าสภาพร่างกายของนางไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะตั้งครรภ์แต่ทว่าต้องทำงานหนักในทุก ๆ วัน มีอาหารกินไม่เพียงพอและถูกแม่สามีทุบตีอยู่บ่อยครั้ง ด้วยสภาพร่างกายที่ผ่ายผอมเช่นนี้หากนางถูกแม่สามีกดขี่ข่มเหงทุกวัน ลูกในท้องของนางก็อาจจะไม่มีโอกาสลืมตาดูโลกเลยก็ได้
อั้นจิ่วคิดว่าหากเขาเลือกที่จะเกิดเป็นลูกของหญิงสาวคนนี้ เขาอาจจะตายคาท้องและหญิงสาวคนนี้ก็คงจะตายทั้งกลม เขาเลือกที่จะเกิดใหม่ไม่ได้เลือกที่จะตายซ้ำสอง ด้วยสภาพความเป็นอยู่แบบนี้อย่าหวังว่าจะได้เกิดเลย เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็ลอยออกมาจากบ้านของหญิงชาวนาทันที
“หรือว่าข้าจะไปเกิดเป็นลูกของหญิงอ้วนคนนั้นดีนะ ถึงนางจะอายุมากแล้ว แต่นางกลับอวบอ้วนดูแล้วน่าจะมีอาหารกินอยู่บ้าง มันคงจะดีกว่า อย่างน้อย ๆ ข้าก็ยังมีโอกาสได้ลืมตาดูโลก”
อั้นจิ่วคิดว่าเขาไม่มีตัวเลือกที่ดีเลยในหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีตัวเลือกที่ดีเลยเขาจึงตัดสินใจออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ วิญญาณของอั้นจิ่วลอยออกไปอย่างห่อเหี่ยว ตอนตายก็ว่าง่ายแล้ว แต่ตอนจะเกิดนั้นกลับยากยิ่งกว่า เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเป็นอย่างมากเหตุใดตายมาตั้งหลายพันปีกลับอยากจะมาเกิดใหม่เอาตอนนี้
วิญญาณของอั้นจิ่วล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมายเพื่อตามหาหญิงสาวสักคนที่เหมาะสมและเลือกเกิดกับหญิงสาวผู้นั้น จนกระทั่งวิญญาณของเขาลอยมาถึงเมืองเมืองหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่าชาวบ้านในหมู่บ้านเชิงเขา ไม่นานเขาก็ค้นพบหญิงตั้งครรภ์ที่เขาชอบและเลือกที่จะเกิดในท้องของนาง
วิญญาณของอั้นจิ่วไม่รอช้าเขารีบพุ่งตรงไปที่ท้องของหญิงตั้งครรภ์ผู้นั้นด้วยความเร็ว แต่ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าท้องของหญิงตั้งครรภ์ได้สำเร็จ ก็มีเท้าถีบสวนออกมาจากในท้องของหญิงตั้งครรภ์เสียก่อน ถีบวิญญาณของเขาจนกระเด็น ด้วยแรงถีบมหาศาลทำให้วิญญาณของอั้นจิ่วลอยไปไกลมาก
ก็ใครมันจะไปรู้ว่าท้องของหญิงผู้นั้นจะมีคนจองแล้ว อั้นจิ่วคิดว่าเวลาที่คนเราจะตายนั้นมันแสนง่าย แต่พอเวลาอยากจะเกิดใหม่ขึ้นมานั้นมันลำบากเหลือแสน วิญญาณของอั้นจิ่วล่องลอยไปด้วยความสิ้นหวัง ตอนนี้เขาหมดหวังที่จะได้เกิดใหม่ ในตอนที่วิญญาณของเขาลอยผ่านวัดบนภูเขาแห่งหนึ่ง เขาก็พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังสวดมนต์ขอพรให้นางมีลูกในเร็ววัน
เมื่ออั้นจิ่วเห็นว่าเขามีโอกาสที่จะได้เกิดใหม่อีกครั้งเขาก็ดีใจมาก นี่แสดงว่าท้องของหญิงผู้นี้ยังว่างเปล่าและไม่มีผู้ใดมาจับจองเอาไว้ แบบนี้ก็ดี ไม่ใช่ว่าเขาก็แค่ง่วงนอนก็มีคนยื่นหมอนมาให้หรอกหรือ ในเมื่อหญิงผู้นี้อยากมีลูก เขาเองก็อยากเกิดใหม่ อั้นจิ่วไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปยังท้องของหญิงสาวทันที
แต่ทว่าเขายังไม่ทันที่จะได้เข้าไปในท้องของหญิงสาวได้สำเร็จ เขารู้สึกถึงแรงกระชากที่คุ้นเคยและวิญญาณของเขาก็ถูกแรงดึงลึกลับดึงกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แรงดึงนั้นกลับรุนแรงและมหาศาลกว่าครั้งที่ผ่านมา อั้นจิ่วได้แต่ร้องตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวัง
“ปล่อยข้าาาาา อย่าดึงข้า ข้าอยากเกิดใหม่ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”
อั้นจิ่วสงสัยว่ามีคนจงใจต้องการขัดขวางการเกิดใหม่ของเขาแน่ ๆ เขาไม่รู้ว่าผู้ใดที่ขัดขวางการเกิดใหม่ของเขาถึงสองครั้งสองครา และมีจุดประสงค์อันใดในการขัดขวางการเกิดใหม่ของเขา อั้นจิ่วรู้สึกโมโหอยู่ในใจ ครั้งนี้เขาไม่รู้ว่าวิญญาณของเขาจะถูกเหวี่ยงไปที่ไหนอีก
"นายน้อย ผักป่าที่ท่านว่าไม่เห็นมีเลยสักต้น ข้าว่านะป่ารอบนอกนี้ชาวบ้านคงขุดกันไปหมดแล้ว เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ผักป่าที่ป่าอสูรวิญญาณมีมากมาย เพราะไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปเก็บมากิน ที่สำคัญผักป่าพวกนั้นยังมีพลังปราณแฝงอยู่ การที่ได้กินอาหารที่มีพลังปราณแฝงนั้นดีกับร่างกาย ไม่ใช่ว่าตอนนี้นายน้อยต้องการบำรุงร่างกายท่านพ่อท่านแม่กับทุกคนในครอบครัวหรือขอรับ"“แต่ว่าข้าออกมานานแล้วกลัวว่าพวกท่านพ่อจะหาข้าไม่เจอ ท่านแม่ข้าได้ร้องไห้ตายแน่ ๆ”“พวกเราใช้เวลาไม่นานขอรับ เชื่อมือข้าได้เลย ข้ารับรองเอาหัวหมีของข้าเป็นประกัน”“ต้าเฮย เจ้ารีบ ๆ หน่อย”“ขอรับ”ต้าเฮยอุ้มอั้นจิ่วเอาไว้จากนั้นก็วิ่งด้วยสองขาเต็มกำลัง ไม่นานก็มาถึงป่าอสูรวิญญาณ ที่นี่มีผักป่า ผลไม้วิญญาณมากมาย อั้นจิ่วชี้นิ้ว ต้าเฮยมีหน้าที่เก็บตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อก็เก็บทุกอย่างได้มากมาย จากนั้นทั้งสองคนก็รีบออกจากป่าอสูรวิญญาณไป เมื่อออกมาถึงป่ารอบนอกก็พบว่าต้าฮุยได้มารออยู่แล้ว พร้อมกับกวางป่า ไก่ฟ้า กระต่ายป่าอีกหลายตัว “นายน้อย ท่านกลับมาแล้ว เนื้อเท่านี้พอหรือไม่ขอรับ”“พอแล้ว เท่านี้ก็กินได้หลายวันแล้ว ขอบใจเ
ชีวิตที่ดีวันดีคืนของบ้านสกุลฉือนั้นดีขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ครอบครัวสามารถลืมตาอ้าปากได้แล้ว แม้ไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ยากจนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้อั้นจิ่วมีอายุได้ 1 ขวบแล้ว และระดับพลังก็เลื่อนขึ้นมาอยู่ในระดับกลั่นลมปราณแล้วคาดว่าอีกไม่นานจะสามารถเลื่อนระดับขั้นเป็นสร้างรากฐานปราณได้ อั้นจิ่วน้อยวัย 1 ขวบ ตอนนี้เขาสามารถเดินได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากจะสามารถเดินได้แล้ว ยังพูดได้ชัดถ้อยชัดคำกว่าเด็กในวัยเดียวกันมาก นิสัยโตเกินวัยของเขาทำให้พ่อแม่ปู่ย่ารู้สึกทุกข์ใจอยู่บ้าง เด็กในวัยนี้นอกจากกินแล้วนอนและเล่นแล้วก็ไม่สามารถทำสิ่งอื่นใดได้อีก แต่การกระทำเหล่านี้ไม่ใช่อั้นจิ่ว เพราะเขาในตอนนี้ไม่ดื่มนมแม่อีกต่อไป เขากินข้าวต้มกับโจ๊กเป็นหลักและดื่มนมแพะที่ท่านแม่ต้มให้เขา วันทั้งวันเด็กน้อยยังคงมุ่งมั่นฝึกฝนดูดซับพลังฟ้าดินเข้าสู่ตันเถียน นานวันเข้าก็มีเสียงซุบซิบนินทาว่าถึงแม้บ้านสกุลฉือจะสามารถให้กำเนิดหลานชายคนโตได้ แต่ทว่าหลานชายที่เกิดมานั้นเดิมทีคิดว่าเป็นเด็กที่ได้รับพรแต่ทว่ากลับกลายเป็นเด็กโง่เขลา บ้างก็ว่าปัญญาอ่อน เพราะวันทั้งวันเด็กน้อยเอาแต่นั่งเหม่อลอยเพียงเท่
สองพ่อลูกเดินขึ้นเขาไปที่ป่ารอบนอก ทั้งสองคนหวังว่าตัวเองจะสามารถล่าสัตว์ได้เพื่อนำไปต้มน้ำแกงบำรุงให้กับหลินถานอิน ตอนนี้นางไม่มีน้ำนม หากไม่มีน้ำนมเด็กน้อยก็จะไม่มีอาหาร ทั้งสองคนไม่ใช่ผู้ฝึกตนจึงไม่กล้าเข้าไปหาผลน้ำนมทิพย์ในป่าอสูรวิญญาณเพื่อนำมาให้อั้นจิ่วดื่มแทนน้ำนมแม่ได้“ท่านพ่อ พวกเราต้องเร่งฝีเท้ารีบเดินแล้วล่ะขอรับ”“ตกลง เช่นนั้นก็รีบเดินเถอะ พ่อเองก็สังหรณ์ใจไม่ดีเอาเสียเลย”“ขอรับ”ทั้งสองคนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น อั้นปารู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่เข้าเข้าป่ามาก็รู้สึกเหมือนมีคนกำลังจับตามองอยู่ตลอดเวลา แต่พอหันกลับไปมองก็ไม่พบใครหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก แต่ถึงแม้ว่าจะกลัวมากสักแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถหันหลังกลับไปตอนนี้ได้ ภรรยาของเขายังรออาหารเพื่อบำรุงร่างกาย ลูกชายของเขายังรอดื่มนมจากอกแม่ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเกิดภรรยาของเขายังไม่มีน้ำนมอีก เจ้าเก้าจะร้องไห้เสียงดังขนาดไหน ลูกชายของเขาเป็นเด็กที่ร้องไห้ได้เสียงดังมากและเขาจะร้องแค่ตอนที่หิวเท่านั้นทางด้านอั้นจิ่ว หลังจากพยายามรวบรวมพลังฟ้าดินแล้วค่อย ๆ ชักนำพลังฟ้าดินเข้าสู่จุดต
ครั้งนี้อั้นจิ่วถูกเหวี่ยงมายังโลกของผู้ฝึกตน ในโลกแห่งนี้มีพลังฟ้าดินหนาแน่นมาก แต่ทว่าหนึ่งแคว้นก็ยังคงแบ่งออกเป็นสามส่วนเช่นเดียวกัน ดินแดนรอบนอก เป็นพื้นที่ที่มีพลังฟ้าดินน้อยที่สุด ผู้ที่อยู่อาศัยในดินแดนนรอบนอกนี้เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา พ่อค้าวานิชย์ ชาวบ้านก็มีผู้ที่ฝึกตนและผู้ที่เป็นคนธรรมดาเพราะไม่สามารถฝึกปราณได้อาศัยอยู่ปะปนกันไป ดินแดนส่วนกลางเป็นพื้นที่ที่มีพลังฟ้าดินหนาแน่นและชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใช้ปราณ หรือเรียกว่าผู้ฝึกตน แต่จะมีชาวบ้านส่วนน้อยที่ไม่สามารถฝึกปราณได้สาเหตุมาจากไม่มีแก่นปราณตั้งแต่กำเนิด หรือบางคนมีแก่นปราณแต่ไร้ซึ่งทรัพยากรและโอกาส คนพวกนี้จะหันไปฝึกวิชายุทธ์แทน มุ่งเน้นไปที่ฝึกฝนร่างกายและวิชาต่อสู้เป็นหลักดินแดนส่วนในที่นี่ถือเป็นเมืองหลวงของแคว้นและเป็นพื้นที่ที่มีพลังฟ้าดินหนาแน่นมากที่สุด แต่ทว่าเมื่อเทียบกับดินแดนเซียนแล้วถือว่าแคว้นนี้มีพลังฟ้าดินเบาบางมาก แต่ยังสามารถบำเพ็ญเพียรได้ เดิมทีชาวบ้านธรรมดาถือว่าเป็นผู้ไร้พรสวรรค์ น้อยคนนักที่จะเกิดมาพร้อมกับแก่นปราณ ถึงจะมีแก่นปราณแต่ก็มีคนส่วนน้อยเช่นกันที่สามารถเข้าสู่วิถีฝึกตนได้ ด้วยเพราะช






리뷰