تسجيل الدخولเมื่อเกมเมอร์สาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างนักปราบผีฝึกหัด พร้อม ‘ระบบเอาชีวิตรอด’ ที่จะต้องทำภารกิจ และแก้ไขปัญหาที่มาพร้อมกับปริศนาที่ค่อยๆเฉลยปม ในโลกที่เต็มไปด้วยผีและปีศาจโบราณ ขอแค่ 'อย่าตาย' ...
عرض المزيدตอนที่ 1 เกมปริศนากับการเดินทางมาของผู้ถูกเลือก
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง กึก กึก กึก เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินผ่านพรมทางเดินดูหนักอึ้งและมีอำนาจเสียจนชวนให้สันหลังวาบ ความเงียบที่นี่ไม่ได้สงบ แต่มันคือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะพัดกระหน่ำ ทุกคนต่างนั่งตัวตรงแข็งทื่อ เหงื่อซึมตามไรผมทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังทำงานปกติ
ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเคลื่อนไป ดูเหมือนจะลากเอาความอดทนของมนุษย์ให้ตึงเปรี๊ยะจนใกล้จะขาดผึงลงทุกที ทั้งชั้นมีคนจำนวนมากกว่าสิบคน ที่กำลังจ้องตรงไปยังเบื้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่มีการคุยกันแม้แต่นิดเดียว ผิดแผกไปจากออฟฟิศทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
“ยอดดาวน์โหลดเมื่อคืนลดลง 3.2% ค่ะคุณเนตรดาว” เลขาฯ รายงานเสียงเรียบ แต่แววตาแฝงความกดดัน ใบหน้าของเลขาซีดเผือดกว่าเดิม เมื่อหญิงสาวเจ้าของร่างระหงนามว่า “เนตรดาว”นั้น หยุดเดิน ดวงตากลมโตคมกริบเลื่อนมองตัวเลขบนแท็บเล็ตเพียงแวบเดียวเท่านั้น… น้ำเสียงเธอเย็นเฉียบ ใบหน้าไร้ความรู้สึก
“แต่ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่กลับขึ้นมา ฉันจะถือว่าเป็นความผิดของฝ่ายมาร์เก็ตทั้งหมด” คำพูดนั้นทำให้รอบบริเวณยิ่งเงียบกริบ เหมือนคำสั่งประกาศิตนั้นทำเอาคนฟังรู้สึกเหมือนของในท้องปั่นป่วนไปหมด ไม่มีใครกล้าเงยหน้ามาสบตาเธอนานเกินสามวินาที น้ำเสียงเธอเย็นเฉียบ กับใบหน้าไร้ความรู้สึกนั้น ไม่ต่างอะไรจากคอมพิวเตอร์
เธอ… เหมือนหุ่นยนต์
บริษัท ND Games ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกหรูใจกลางเมือง และเนตรดาว หญิงสาววัยยี่สิบห้า คือคนที่สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง
จากเด็กไม่มีอะไร สู่เจ้าของบริษัทเกมที่กำลังมาแรงที่สุดในประเทศ ใครต่างยอมรับและยกย่องเธอว่าเป็นคนเก่งและโชคดี แต่ตัวของเธอเองรู้ว่าเธอไม่ได้โชคดี เธอเอาตัวรอดเก่ง และในโลกของเธอ… คำว่า ใจดี คือความอ่อนแอ
“บอสครับ เรื่องบั๊กในเกมใหม่….”
“แก้หรือยัง” เนตรดาวสวนกลับทันที
“กำลังครับ คือว่ามันมีปัญหาตรง….”
“ฉันไม่ได้ถามว่ากำลังหรือปัญหามันอยู่ที่อะไร ฉันถามว่า แก้หรือยัง…’”
พนักงานหนุ่มชะงัก เหงื่อเริ่มผุดที่ขมับ
“…ยังครับ” เนตรดาวหยุดเดิน หันไปมองเขาตรงๆ ตาสบตาประสานกัน จากประสบการณ์การทำงานกันมา เขารู้ดีว่า หล่อนเอาจริง
“งั้นคืนนี้ไม่ต้องกลับบ้านจนกว่าจะเสร็จ และถ้าพรุ่งนี้ยังเกิดปัญหาเดิมซ้ำซากอีก ก็ลาออกไปซะ ฉันไม่ต้องการเสียเวลากับคนที่ไม่มีศักยภาพ” เธอประกาศออกไปให้พนักงานทุกคนเข้าใจโดยทั่วกัน ก่อนจะก้าวออกจากบริเวณแห่งนั้น ทิ้งให้บรรยากาศด้านหลังเย็นเฉียบเหมือนห้องแช่แข็ง
แน่นอน เนตรดาวรู้ว่าสิ่งที่เธอทำ ทำให้คนเกลียดมากแค่ไหน แต่นั่นมันจะสำคัญอะไร ถ้าเธอมัวแต่มานั่งแคร์คนทั้งโลก เธอก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จมาได้ขนาดนี้ บริษัทที่สร้างมาด้วยความเหนื่อยยาก จะมาพังเพราะคนที่ไร้คุณภาพไม่ได้
เธอเคยได้ยินพนักงานในบริษัทนินทา เรียกเธอลับหลังว่า “ราชินีน้ำแข็ง”
ไม่มีใครเถียงในเรื่องความสามารถของเธอ ทุกคนยอมรับ แต่อีกด้าน ก็ไม่มีใครรักเธอจริงๆ เช่นกัน…
ช่างปะไร…
“ได้ยินไหมที่บอสพูดเมื่อกี้…สงสารพี่วิชาญ เค้าทำงานมาตั้งนาน แต่บอสพูดเหมือนกับว่าไม่เสียดายสักนิดถ้าถ้าพี่วิชาญจะออกไปจากที่นี่…” เสียงกระซิบดังขึ้นหลังมุมโถง
“ก็แบบนี้แหละ ชีทำเหมือนพวกเราเป็นหุ่นยนต์ เป็นเครื่องจักรกลของนาง ชีไม่มีหัวจิตหัวใจอะไรเลย”
“เก่งก็จริง แต่เห็นแก่ตัวชะมัด” น้องใหม่เสริม แต่สายตาก็ยังสอดส่ายด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าบอสจะเดินเข้ามาไม่ทันได้ตั้งตัว
“เคยเห็นเธอยิ้มกับใครบ้างไหม”
“ไม่เคย”
“แล้วแบบนี้จะมีใครอยากอยู่กับเธอนานๆ…” เสียงหัวเราะแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความไม่พอใจที่สะสมมานาน ดังอยู่ภายในออฟฟิศ จนกระทั่งพนักงานทั้งหมด เลิกงาน
ค่ำวันนั้น ไฟในออฟฟิศปิดเกือบหมดแล้ว คงมีแต่ห้องทำงานของเนตรดาว ที่ยังเปิดไฟสว่างจ้าอยู่ บรรยากาศเงียบสนิท เธอนั่งอยู่คนเดียว ไม่เปิดเพลง ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เธอสนใจคือข้อมูลในจอสี่เหลี่ยมตรงหน้า
หน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนแสงสีฟ้าเย็นๆ บนใบหน้างดงามและเย็นชานั้นยิ้มยกอย่างพอใจ ตัวเลข กราฟ รายงาน ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่หล่อนคำนวณเอาไว้อย่างลงตัว
“โลกนี้มันง่ายจะตาย…” เธอพึมพำเบาๆด้วยควาามพอใจ “แค่เก่งพอ…ก็ชนะ”
อีเมล์ใหม่เข้ามา ทำให้ทั้งโทรศัพท์และเมล์แจ้งเตือนบนหน้าจอเด้งขึ้นพร้อมกัน
หญิงสาวเหลือบมอง อีเมลใหม่ ไม่มีชื่อผู้ส่ง หัวข้อ: “เกมที่คุณไม่มีวันสร้างได้”
คิ้วของเนตรดาวขมวดเล็กน้อย เธอแค่นหัวเราะ เนตรดาวไม่ชอบอะไรที่คลุมเครือ “ไม่ระบุตัวตน” แต่นั่นแหละ มันคือสิ่งที่ท้าทาย เธอยิ้มมุมปาก ใครกันนะที่กล้าส่งอะไรแบบนี้มากระตุกหนวดเสือ หรือว่าจะเป็นเพื่อนของเธอในวงการ ไม่ก็… พนักงานใหม่ที่อยากจะลองวิชากับเธอ
นิ้วเรียวกดเปิดข้อความ ข้างในมีแค่บรรทัดเดียว
“กล้าพอไหม…ที่จะเล่น” ด้านล่างแนบแค่ไฟล์ ไม่มีโลโก้ ไม่มีเครดิต ไม่มีอะไรทั้งนั้น ผิดปกติทุกอย่าง แต่สำหรับเนตรดาว มันช่างน่าสนใจ
“คิดว่าฉันจะกลัวเหรอ…” เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วกดดาวน์โหลด
ติดตั้งสำเร็จ ไอคอนสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ไม่มีชื่อเกม แค่สัญลักษณ์คล้ายวงกลมบิดเบี้ยว
เนตรดาวเลื่อนเมาส์ไปวาง คลิก…
หน้าจอมืดสนิท เงียบ ไม่มีโลโก้บริษัท ไม่มีเสียงดนตรีเปิดเกม มีเพียงตัวอักษรสีขาวค่อยๆ ปรากฏขึ้น
“WELCOME, PLAYER.” เธอเลิกคิ้วนิดๆ
“ภาษาอังกฤษธรรมดาไปหน่อยนะ คนออกแบบนี่ ช่างไม่มีหัวคิดสร้างสรรค์เอาซะเลย…” แต่ก่อนที่เธอจะคิดอะไรต่อ หน้าจอก็เปลี่ยน
ภาพค่อยๆ ชัดขึ้น มันไม่ใช่เมนูเกม แต่เป็น… “สถานที่”
ภาพที่ปรากฏให้เนตรดาวเห็นตรงหน้า มีความหม่นหมองและดูจะเศร้าสร้อย แสงสีซีดจาง ท้องฟ้าหม่นสลัวเหมือนบรรยากาศใกล้ฝนตก บ้านไม้เก่าเรียงราย ถนนดินแดง เสียงลมพัดเอื่อยๆ พัดใบไม้แห้งปลิวผ่านหน้าจอ เนตรดาวนิ่งไปชั่วครู่
“ปีที่ป้าช้าแตก ชาวบ้านเดือดร้อนวุ่นวาย จากการอาละวาดครั้งใหญ่ของผีและวิญญาณ” มีคำแนะนำเบื้องต้น เล่าประวัติของสถานที่นี้
“ไทยยุคไหนเนี่ย…อ่อ โลกสมมุติเหรอ?” เนตรดาวจ้องภาพสวยๆอย่างพอใจ
“กราฟิกนี่…มันสมจริงเกินไป พวกเขาทำยังไงถึงทำให้ภาพสวยได้ขนาดนี้” เธอกระซิบเหมือนบ่นกับตัวเอง ในสมองของเธอวิ่งวนในเรื่องของธุรกิจทันที ถ้าหากว่าทีมกราฟฟิกของเธอทำงานได้ขนาดนี้ล่ะก็ บริษัทของเธอต้องไปได้ระดับโลกแน่
พลัน มุมกล้องขยับเองช้าๆ ราวกับเธอกำลัง “ยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ” ไม่มี HUD ไม่มีแผนที่ ไม่มีคำแนะนำ มีแค่เสียง เสียงฝีเท้า…ของใครบางคน
กึก… กึก… เธอหันมองตามสัญชาตญาณ ทั้งที่รู้ว่า “มันเป็นแค่เกม” แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
ชายชรายืนอยู่ในจอ ท่าทางของเขาช่างสง่างาม และน่าเกรงขามไปพร้อมๆกัน ชายชรายืนหลังตรง ในมือถือไม้เท้าที่ฉลุลายมังกรสวยงามประดับเพชรพลอย เขาอยู่ในชุดไทยโบราณ
“อืม…เอฟเฟกต์ดี” เนตรดาวพึมพำลอบกลืนน้ำลายลงคอ หายใจไม่ทั่วท้อง แต่ปลายนิ้วเธอ…แข็งค้างอยู่บนเมาส์
เสียงกระซิบดังขึ้น ไม่ใช่จากลำโพง เหมือนดัง “ข้างหู”
“เจ้า คือผู้ถูกเลือก” เนตรดาวชะงัก เธอหันซ้ายขวา ห้องทำงานยังเงียบเหมือนเดิม
“บั๊กเสียง?” เธอพึมพำ แต่หัวใจเริ่มเต้นเร็วผิดจังหวะ
ภาพในเกมขยับอีกครั้ง ชายชราคนนั้น…หายไป แทนที่ด้วยเงาดำยืนอยู่ใกล้กว่าเดิม ใกล้…จนเกินระยะปกติของเกม
ติ๊ด— เสียงบางอย่างดังขึ้น ตัวอักษรสีแดงปรากฏบนหน้าจอ
“MISSION 1: อยู่ให้รอด”
เธอเลื่อนตัวละครเดินไปข้างหน้า พื้นไม้เก่าลั่นเอี๊ยดอ๊าด เสียง…เหมือนจริงเกินไป เหมือนเธอกำลังเดินอยู่ ณ สถานที่นี้จริงๆ ลมพัดแรงขึ้น ประตูไม้บานหนึ่งเปิดออกเอง ช้าๆ เหมือนกำลัง
“เชื้อเชิญ”
“เกมแนว psychological horror…” เธอเริ่มวิเคราะห์ แต่ยิ่งเดินเข้าไปภาพยิ่งชัด เสียงยิ่งดัง
กลิ่น…? เธอขมวดคิ้ว
“ฉัน…ได้กลิ่น?” กลิ่นอับชื้น เหมือนไม้เก่า เหมือนน้ำเน่า
“เป็นไปไม่ได้…”
ทันใดนั้น!!!!! หน้าจอสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพบิดเบี้ยว เสียงแหลมแทงหู
กรี๊ดด!!!!!!!! เสียงกรีดร้องดังขึ้น ไม่ใช่จากเกม มันดังอยู่ “รอบตัวเธอ” เสียงโหยหวนทรมานจากวิญญาณนับสิบ ร้องขึ้นพร้อมกัน ทั้งเสียงผู้หญิงผู้ชาย คนแก่และเด็ก
“นี่มัน…..” เนตรดาวลุกพรวด ถอดหูฟังที่ครอบหูเอาไว้ที่ต้นคอ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจเต้นแรง เร็วเกินไป แรงเกินไป
การมองเห็นของเธอเริ่มพร่าเลือน บนหน้าจอ เงาดำของชายชรานั้น…อยู่ตรงหน้า ใกล้จนเต็มจอ และมันกำลัง “ยิ้ม”
“ผู้เล่นตอบรับแล้ว”
“บ้าเอ๊ย…” เนตรดาวพยายามเอื้อมไปปิดเครื่อง แต่มือไม่ยอมขยับ
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงเตือนดังขึ้น ไม่ใช่จากคอม แต่เหมือนมาจาก “ในหัว”
“ตรวจพบความผิดปกติของหัวใจ” “อัตราการเต้นเกินขีดจำกัด” “เริ่มกระบวนการคัดเลือก”
“อะไร…ของมัน…” เธอหายใจไม่ทัน อกแน่น เหมือนมีอะไรบีบ
ภาพสุดท้ายที่เธอเห็น คือหน้าจอที่กลายเป็นสีดำ และข้อความสีขาวชัดเจน
“ยินดีด้วย คุณคือผู้ถูกเลือก” ร่างของเนตรดาวล้มลงกับพื้น
เสียงทุกอย่างดับลง พร้อมกับร่างที่ล้มกระแทกพื้น ไม่มีลมหายใจอีกต่อไป…
ในความมืดนั้น เหมือนมีใครบางคน… กำลัง “ยืนรอเธออยู่”
-๔๒- บันทึกที่หายไปบรรยากาศอันแสนสงบยามอรุณรุ่งกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงรัวหมัดทุบไม้กระดานดังสนั่นปัง! ปัง! ปัง!“พี่! พี่มณีครับ ตื่นหรือยังพี่! แย่แล้ว... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”เสียงร้องตะโกนลนลานของนายกฤษดังแทรกเข้ามาในห้องนอน เนตรมณีที่บัดนี้แต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จสรรพเรียบร้อยพอดี หล่อนเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าหนังคู่ใจขึ้นมาสะพายไหล่ พลางขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ก่อนจะสะบัดฝ่ามือผลักบานประตูไม้เปิดออกขวับ“อะไรของนายกฤษ โวยวายเสียงดังแต่เช้า ผีเข้ารึไง” หล่อนแผดเสียงเอ็ดหมาเด็กผู้ช่วยทันควันภาพตรงหน้าทำเอาเนตรมณีต้องชะงักกึก นายกฤษในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขายืนละล่ำละลักลนลานจนจับต้นชนปลายไม่ถูก“พ... พี่มณี สมุดบันทึก! สมุดบันทึกข้อมูลระบบของผมมันหายไปแล้วครับ เมื่อเช้า ผมจะเอาสมุดมาจดบันทึกเหมือนเช่นทุกวัน แต่พอผมเรียกระบบออกมา มันก็หายไปแล้ว…”คำสารภาพของรุ่นน้องทำเอาดวงตาเรียวโตของหญิงสาวเบิกกว้าง หล่อนขยับก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเขา แววตาคมกริบฉายรังสีอำมหิตขึ้นมาทันที“หาย? หายได้ยังไง” หล่อนเค้นเสียงถามด
-๔๑-งานเลี้ยง2เนตรมณีทรุดกายนั่งลงคุยกับผู้กองธีร์บนแคร่ไม้ข้างกองไฟ หล่อนบอกเล่าถึงเรื่องราวงานฌาปนกิจของแม่หมอจวน รวมถึงการตัดสินใจรับมะลิเข้ามาดูแลในสำนักอย่างเป็นทางการ นายตำรวจหนุ่มพยักหน้ารับคำพลางทอดสายตามองข้ามลานวัดไปที่เด็กสาว "ผมว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมะลิแล้วล่ะครับ ได้มาอยู่กับคนเก่ง ๆ อย่างคุณ"“ฉันหวังว่าจะได้ดูแลเธอให้ได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะชีวิตของฉัน มันเสี่ยงเหลือเกินค่ะ ไม่รู้ว่าจะได้ไปนอนตาราง หรือนอนหยอดน้ำข้าวต้มก่อนกัน” ผู้กองธีร์ เริ่มชินกับมุกตลกหน้าตายของหล่อนขึ้นมาแล้ว เขาขำในคอ ก่อนจะหวนนึกถึงวันที่เขาและเธอต้องเผชิญกับความตายมาด้วยกัน ทั้งเรื่องคนเรื่องผี"เนตรมณี... วันนั้นที่คุณปะทะกับนายสันต์ คุณคงไม่โกรธผมใช่ไหมที่ผมเข้าไปขวางและห้ามไม่ให้คุณพลั้งมือฆ่ามัน" ผู้กองหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังระคนนุ่มนวล "ตอนนี้ทางการจัดการส่งตัวนายสันต์เข้าคุก รับโทษทัณฑ์ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาไปเรียบร้อยแล้ว กฎหมายบ้านเมืองกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ คุณไม่ต้องห่วงนะ"เนตรมณีลอบพ่นลมหายใจยาวออกมาแผ่วเบา สลัดภาพความเคียดแค้นทิ้งไป หล่อนหันมาสบตากับชายหนุ่มตรง
-๔o งานเลี้ยง1ทันทีที่กฤษก้าวเท้าตามเด็ก ๆ ขึ้นมาบนเรือนและได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านของเนตรมณี เขาถึงกับยืนอึ้งตาค้างด้วยความตกตะลึง เพราะไอ้บรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำยุคที่เนตรมณีแอบกว้านซื้อมาจัดวางไว้ มันช่างดูหรูหราอลังการและแทบไม่ต่างจากโลกเก่าที่พวกเขาจากมาเลยสักนิด"โหพี่... สุดยอดไปเลยอะ ของข้างในนี่เพอร์เฟกต์มาก ขอผมย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ด้วยคนได้ไหมครับพี่มณี ดูท่าทางจะอยู่สบายแน่" หนุ่มแว่นหันมาทำตาปริบ ๆ อ้อนวอนขออาศัยเนตรมณีปรายสายตามองหมาเด็กพลางเอ่ยเบรกเอี๊ยดเสียงดุ "ฝันไปเถอะกฤษ... ฉันไม่ให้นายย้ายเข้ามาอยู่ด้วยหรอก สำนักฉันไม่ใช่โรงแรมนะ"คำปฏิเสธไร้เยื่อใยทำเอาหนุ่มนักข่าวรุ่นน้องถึงกับทำตาละห้อย หงอยลงถนัดตาใจจริงเขาอยากจะมาพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับรุ่นพี่สาว เผื่อว่าถ้าได้เห็นหน้าค่าตากันทุกวัน คอยทำแต้มดูแลใกล้ชิด หล่อนอาจจะบังเกิดความใจอ่อนยอมรับว่าเขาหล่อ น่ารักขึ้นมาสักวัน แต่หลังจากที่กฤษได้มีโอกาสมาพูดคุยกับหล่อนจริง ๆ ในภพภูมินี้ เขาก็เริ่มตระหนักรู้แล้วว่า ตัวตนของเนตรมณีในตอนนี้ ช่างอยู่ห่างไกลจากเขาเหลือเกิน คำว่า ‘อาหวัง’
-๓๙-แม่ลูกมหาภัยงานศพของแม่หมอจวนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ณ ลานวัดประจำหมู่บ้าน การเผาร่างบนเชิงตะกอนไม้ฟืนแบบสมัยโบราณกลางแจ้ง ไม่มีพิธีรีตองกฎเกณฑ์อะไรมากมายเท่าสมัยนี้ มีเพียงควันไฟสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นธูปคละคลุ้ง และเสียงสวดพระอภิธรรมแว่วมา ย้ำเตือนถึงการจากไปของจอมขมังเวทหญิงอาวุโส คนที่กุมความลับบางอย่างเอาไว้ จนวินาทีสุดท้ายมะลิยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากองฟืน หล่อนสวมใส่ชุดสีดำตัวใหม่เอี่ยมเนื้อผ้าเรียบร้อย ซึ่งเนตรมณีจัดแจงหาซื้อมาให้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เด็กสาวได้แต่งกายอย่างสมเกียรติเป็นวาระสุดท้ายในการส่งมารดาผู้มีพระคุณขึ้นสู่สวรรค์เนตรมณีทอดสายตามองเด็กสาวด้วยความเวทนา หล่อนขยับกายเข้าไปใกล้ ก่อนจะก้มลงลูบศีรษะของมะลิแผ่วเบา แววตาเรียวโตทอประกายความจริงจังเด็ดขาด"มะลิ... ต่อไปนี้อยู่กับพี่ ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกแล้วนะ พี่สัญญาว่าจะดูแลและปกป้องเธอเอง"คำมั่นสัญญาอันหนักแน่นทำเอามะลิตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้า เด็กสาวปล่อยโฮออกมาแผ่วเบาก่อนจะโผเข้าสวมกอดเอวของเนตรมณีแน่น ราวกับได้พบที่พึ่งพิงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้ หญิงสาวกอดตอบพลางลูบหลังปลอบโยน สายตาเหม่อมอ





