Mag-log inเมื่อนักนิติเวชสาวจอมแสบต้องทะลุมิติมาเข้าร่าง 'หรงจื่อเหยา' คุณหนูใหญ่จวนหรงโหว ที่มีชื่อเดียวกับเธอ ที่ร่างนี้ไม่ได้เป็นแค่นางร้ายเจ้าอารมณ์ในนิยายเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกวางยาพิษกดประสาท แถมในโลกใหม่นี้เธอยังได้ของแถมคือสามารถมองเห็นและสื่อสารกับเหล่าดวงวิญญาณได้อีกด้วย! ชีวิตใหม่สุดวายป่วงของจื่อเหยาจึงเริ่มต้นขึ้น! เธอต้องงัดวิชาสารพัดชันสูตรออกมา ไขคดีลับ ๆ ทั้งในจวนและนอกจวน โดยมีพยานปากเอกคือร่างไร้วิญญาณ...เพื่อเปิดโปงความจริงที่ซ่อนอยู่
view moreเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ
กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค
“แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ
“ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล
“รับทราบขอรับนายท่าน” ทุกคนภายในหน่วยขานรับอย่างพร้อมเพรียงโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าฮูหยินของนายท่านที่ดูบอบบางนุ่มนิ่มนั้นมีวรยุทธ์ร้ายกาจยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีกรุ่งเช้าตรู่ เมื่อแสงแรกของวันเริ่มจับขอบฟ้า ทีมสำรวจขนาดเล็กของเซี่ยเว่ยหลงก็พร้อมออกเดินทาง หรงจื่อเหยาไม่ได้สวมชุดสตรีตามปกติ แต่นางได้เปล
แต่เมื่อเห็นท่าทางราวกับแมวร้องขอของกินของนาง เขาก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เขาคอยตักอาหารส่งให้นางอย่างเอาใจใส่ หรงจื่อเหยาเองก็กินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความหิวโหยที่แท้จริง“ท่านไม่รู้อะไร พิธีงานแต่งงานทำให้ข้าแทบไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลย นอกจากน้ำ” นางบ่นไปพลางเคี้ยวปลาเนื้อนุ่มที่นางรู้สึกว่าอาหารจานนี้ถู
องค์หญิงไป๋เหลียนหรี่ตาลงเล็กน้อย มองหรงจื่อเหยาด้วยแววตาไม่พอใจนักที่นางกล้าขัดจังหวะ แต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มจอมปลอมไว้“ไม่ทราบว่าเสี้ยนจูอวิ๋นซีกำลังจะกล่าวสิ่งใดหรือเพคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอ่อนโยน ทว่าแววตาคมกริบของนางกลับทำให้หรงเจี้ยนซู่รู้สึกวูบไหวในอก“หม่อมฉันเพียงแต่ประหลาดใจเพคะ ที่องค์ห
เมื่อองค์หญิงไป๋เหลียนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว นางก็หันกลับมาทางฮ่องเต้อีกครั้ง และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินไปทั่วท้องพระโรง“ฝ่าบาท หม่อมฉันองค์หญิงไป๋เหลียน มีความประสงค์จะทูลขอสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต้าเซี่ย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงระหว่างสองแคว้นเพคะ” นางหยุดเล็กน้อยก่อนจะมองตรงไปยังเซี่












Rebyu