LOGINเขาวางแก้วลงอย่างแรงเพราะอาการมึนตึง ใจของเขามันบอกว่า ปล่อยไปไม่ได้อีกแล้ว เขาทนไม่ได้อีกแล้ว เขาต้องพบเธอและสารภาพบาปกับเธอทั้งหมด เมื่อสติขาดหายไป เขาตัดสินใจขับรถออกมาที่ร้านไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดเขาจะต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง แม้จะต้องทำสิ่งที่เห็นแก่ตัวแล้วก็ตาม ...... "อุ้มจ๊ะ วันนี้พี่จะเชคของก่อน วันนี้รบกวนพาน้องมาร์คกลับไปรอที่บ้านก่อนนะ เดี๋ยวพี่ให้ค่าแรงเพิ่ม " มิ้นท์พูดขึ้น เพราะทุกๆวันศุกร์เธอจะต้องเชคของทุกครั้งว่ามีอะไรขาดไปบ้าง วันเสาร์ร้านปิดถึงจะมาเติมของ "ได้ค่ะ..ไปกันเถอะครับน้องมาร์ค" อุ้มจับมือของน้องมาร์คแล้วพากันเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากร้าน หลังจากอุ้มพาน้องมาร์คกลับไปแล้วอีกประมาณ ครึ่งชั่วโมง มิ้นท์จะปิดร้านซึ่งเป็นช่วงใกล้หัวค่ำพอดี เธอเชคของต่างๆว่ามีอะไรขาดเหลือบ้างเมื่อเชคเสร็จเธอปิดไฟ และกำลังจะเดินออกมาเพื่อปิดประตูร้านอยู่ๆประตูก็เปิดขึ้น ติ๊งงงง! เสียงดังขึ้นทำให้มิ้นท์พูดขึ้นมา "ขอโทษนะคะร้านปิดเเล้วค่ะ" มิ้นท์พูดยังไม่ทันจะครบประโยค เธอหันหน้ามาก็ต้องตกใจกับภาพตรงหน้าในความมืดสลัว แม้แสงไฟจะน้อยนิด แต่ใบหน้านั้นเธอก็ยังจำขึ้นใจ ดวงตาเบ
เมื่อพนักงานนำกาแฟมาเสิร์ฟและเดินออกไป เขาเหลือบไปเห็นภาพถ่ายบนผนัง ช่างรู้สึกเหงาเดียวดาย และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน สีของภาพโทนดำเทา ให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น แต่ก็ผสมความเศร้าและเหงา รูปถ่ายของผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ถ่ายเพื่อตกแต่งติดผนัง เห็นแค่ท้องที่กำลังตั้งครรภ์เรียงลำดับการเจริญเติบโตในแต่ละเดือนจนถึงเดือนที่เก้า รูปที่สิบเป็นรูปเด็กทารกที่ถูกถ่ายไว้ ทางด้านข้างใกล้ๆกัน ก็มีรูปเด็กทารกและรูปเด็กที่ถ่ายต่อๆกันมาเรื่อยๆทุกปีเรียงกันไป แต่ก็แปลกอีก รูปกลับเป็นภาพของผู้หญิงและเด็กน้อยไม่ใส่เสื้อนั่งตักแม่แล้วยิ้มฉีก ที่มุมปากเล็กๆมีลักยิ้มดูน่ารัก และคนที่กอดเด็กไว้ที่ตักน่าจะเป็นแม่ที่ถ่ายคู่กันมา กลับกันเธอกลับไม่ถ่ายใบหน้าติดมาด้วย มองเห็นแค่ครึ่งตัว เขามองไปเรื่อยๆ ช่างรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน เขาก้มลง ภาพเก่าๆก็ผุดขึ้นมาในหัวของเตชินทร์ ไม่มีวันเวลาดีๆระหว่างมิ้นท์กับเขาเลย มีแค่วันสุดท้ายที่เธอมอบความอบอุ่นให้เขาไม่เคยลืมอ้อมกอดของเธอได้เลย เตชินทร์ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างรวดเร็ว เขารีบหยิบเเว่นดำขึ้นมาใส่ทันทีเพราะตอนนี้แววตาของเขาแดงก่ำเพราะน้ำตามากมาย แม้เวลาจะผ่านมาหลายป
เขา..ยืนมองดูเมืองนี้แล้วเหม่อลอยไป เมื่อได้เบาะแสของมิ้นท์ เขาไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้ เขามาที่นี่ทันที ห้าปีแล้วที่เขาตามหาเธอ เขาไม่เคยคิดย่อท้อเขาจะต้องขอโทษเธอและรอให้เธอให้อภัยเขาให้ได้ แม้กระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองชนเข้ากับไอศครีมของเด็กน้อยจนกางเกงเลอะ "ฮรืออ!" เสียงร้องของเด็กดังขึ้นเมื่อไอศครีมตกลงพื้น พลันให้สติของเตชินทร์กลับคืนมา เขาก้มลงมองดูเด็กน้อยที่กำลังเบะปากจะร้องไห้ ส่วนน้องมาร์คมองไปยังคนตัวใหญ่ข้างหน้า เขารู้สึกกลัว แล้วรีบวิ่งไปบังด้านหลังของณัฐวัฒน์ เตชินทร์ก้มลงมองมาที่เด็กน้อยที่ตอนนี้วิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของพ่อเขา ด้วยสายตาหวาดกลัวทั้งเสียดายไอศครีมที่เพิ่งกินได้แค่หนึ่งคำ "ต้องขอโทษด้วยครับผมพาเด็กเดินไม่ระวังเอง " ณัฐวัฒน์พูดขึ้นมาย่างสุภาพและจริงใจ ทำให้เตชินทร์เงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงพูด เขาไม่ถือสาเด็กน้อยเลย เตชินทร์ได้แต่ก้มมองดูเด็กน้อยที่หน้าตาคล้ายใครคนหนึ่งรู้สึกเหมือนจะคุ้นตาแต่คิดไม่ออก แต่แล้วเตชินทร์ก็ตอบออกไป "ไม่เป็นไรครับ ผมก็ยืนขวางทางโดยไม่รู้ว่าตรงนี้เป็นทางเดิน เขาก้มมองเด็กน้อยแล้วย่อตัวนั่งลง มองไปยังคนตัวเล็กที่โผล่หน้าจากที่ก
น้ำอิงวิ่งเข้าไปกอดเตชินทร์จากด้านหลังทันทีในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไป โดยไม่ใยดีต่อเธอเลยสักนิด น้ำอิงหยุดและยืนตัวตรง เรียกเขาขึ้นมา "เตชินทร์หยุดนะ ฉันไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น! " น้ำอิงเข้ามากอดเอวของเขาแน่นอีกครั้ง พร้อมกับร้องไห้ออกมา เขาค่อยๆแกะมือทั้งสองข้างที่กอดเอวของเขาไว้อย่างแน่น ในตาแดงก่ำเพราะรู้สึกเสียใจปนโมโห "น้ำอิง..ปล่อยผมไปเสียที" ในที่สุดเตชินทร์ก็พูดออกมา เขาแกะมือของน้ำอิงออกแล้วเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองเธอเลย น้ำอิงได้แต่ร้องไห้เสียใจมีแค่เสียงร้องตะโกนตามหลังของเขาดังออกมา "เตชินทร์ได้โปรด อย่าทิ้งฉัน " น้ำอิงเปิดประตูและร้องตามหลังเขาออกมา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เตชินทร์นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเจ็บปวดตอนนี้แม้กระทั่งใบหน้าของน้ำอิงเขาก็ยังไม่อยากจะมอง เตชินทร์ขับรถออกมาจากที่บ้าน หลายวันมานี้เขาตามหามิ้นท์ไปทุกที่ที่เคยไป ใบปลิวหรือประกาศตามหาคนหาย ถูกร่อนส่งไปทั่วประเทศ แต่ไม่พบเธอเลย แม้กระทั่งข่าวคราวก็เงียบ เหมือนกับตอนนี้เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขานั่งลง และมองไปรอบๆบ้าน คิดถึงวันเวลาที่เขาได้ทำร้าย ทรมานเธอทุกอย่าง คิดถึงความเลวร้ายของตัว
"อ้อ น้ำอิง ผะ ผมต้องขอโทษ นึกว่า.." "เตชินทร์ คุณว่างมั้ยคะ พักนี้คุณไม่ค่อยมาหาฉันบ้างเลย ฉันคิดถึงคุณมากนะคะ" น้ำอิงพูดออกมาทั้งที่รู้ว่าตอนนี้ใจของเขาไม่ได้อยู่กับเธอแล้ว "พอดีผมมีงานด่วนต้องขอโทษด้วย เดี๋ยววันหลังผมจะเลี้ยงข้าวคุณนะ แค่นี้ก่อนนะผมมีธุระสำคัญที่ต้องจัดการ .." เตชินทร์กำลังจะวางสาย "เดี๋ยวก่อนค่ะอย่าเพิ่งวางสายถ้าคุณอยากรู้เรื่องของมิ้นท์ออกมาหาฉันสิคะแค่นี้นะคะ" ตื๊ดดๆๆ สายถูกน้ำอิงวางตัดไป เพียงไม่นาน ประตูห้องพักหรูถูกกดเรียกหลายๆครั้ง น้ำอิงเดินเข้ามาเปิดประตูเธอก็เธอโผลเข้าไปกอดเตชินทร์ทันที "คุณมาแล้ว มาค่ะมากินอะไรก่อน พักนี้คุณดูผอมลงนะคะ" น้ำอิงพูดออกมาอย่างหวานหู "นี่น้ำอิงคุณพูดมาเถอะ คุณรู้ใช่ไหมว่ามิ้นท์อยู่ที่ไหน?" จากนี้เขาจะไม่อ้อมค้อมอีกต่อไปแล้ว เขาจะต้องซื่อสัตย์ต่อใจของตัวเองได้แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาต้องพบแต่ความผิดหวังมาตลอด จริงอยู่ที่มิ้นท์จะเป็นต้นเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก็ใช่ว่าตัวเขาจะดี เขาทำร้ายเธอจนเธอไม่เหลืออะไรสักอย่าง หนำซ้ำยังบังคับจิตใจเธอ ทรมานเธอ จนเธอต้องหนีไป ในวันที่ไม่มีเธอ เขาก็ได้รู้ทันทีว่า เขารั
เมื่อทุกอย่างบรรลุตามเป้าหมายทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เธอเรียกแกร๊ปมา และเจรจาเหมาเองโดยไม่ผ่านระบบแกร๊ป คนขับตกลง ในเย็นวันนั้นเธอออกเดินทางทันที มิ้นท์มาถึงน่านแล้ว ที่นี่ดูสงบ ผู้คนใจดีจริงๆก่อนอื่นต้องหาที่พักก่อน เพราะไม่รู้จักใครเลยและเหนื่อยเหลือทน มิ้นท์เข้าพักที่โรงแรมเก่าแก่แห่งหนึ่ง เมื่อถึงห้องเพราะความเหนื่อยล้าเธอจึงหลับไปในทันที ในตอนเช้าเธอลืมตาตื่นขึ้นเพราะรู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมาเมื่ออาเจียนเสร็จก็รีบควานหาลูกอมรสเปรี้ยวมาอมถึงค่อยรู้สึกดีขึ้น เธอนั่งลงสักครู่ แล้วหยิบกระเป๋าออกมาเปิดดู เงินห้าสิบล้านพร้อมชื่อใหม่ เธอยิ้มให้กับความขื่นขมในครั้งนี้ขึ้นมา เธอจะเริ่มต้นใหม่ยังไงต่อไป มิ้นท์ออกไปด้านนอก เธอไปเดินชมสถานที่ต่างๆจนสุดท้ายเธอได้ติดต่อที่ ที่จะเปิดร้านกาแฟแล้ว เธอตกลงและซื้อร้านนั้น แล้วให้ช่างเข้ามาตกแต่ง ระหว่างนั้น เธอก็ไปเรียนรู้การชงกาแฟและเครื่องดื่มระหว่างรอร้านเสร็จ เธอฝึกทำเค้กและขนมปังต่างๆไปด้วย การทำงานทำให้ความคิดฟุ้งซ่านลดน้อยลง เงินอีกส่วนซื้อบ้านไว้ใกล้ๆกับร้านของเธอ พักนี้เธอมีความสุขขึ้น เบื้องหลังจะะเป็นอย่างไรเธอไม่อยากสนใจอีกแ







