Home / รักโบราณ / เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา / บทที่ 4 เด็กน้อยผู้น่าสงสาร

Share

บทที่ 4 เด็กน้อยผู้น่าสงสาร

Author: JustMoonLight
last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-27 12:34:49

ข้าฟื้นขึ้นมาในร่างเด็กน้อยผู้อ่อนแอ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง แม้เพียงจะเอ่ยปากพูดก็ยากลำบาก จากการนอนฟังคนรอบกายเอ่ยถึงเด็กน้อยผู้นี้ ว่ายังไม่สามารถพูดคุยได้ ข้าตกใจมากข้าไม่อยากเป็นคนใบ้ พอได้ยินว่านางสมองช้ากว่าเด็กทั่วไปน้ำตาข้ายิ่งไหลในใจ ข้าไม่อยากเป็นคนปัญญาอ่อนนะ

จนกระทั่งมีคนพูดถึงบิดามารดาของเด็กคนนี้ ข้าจึงเพิ่งตระหนักว่าช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก ข้าตายแล้วฟื้นมาเข้าร่างของบุตรสาวของแม่ทัพฟู่ซานหลางและรองแม่ทัพตู้ซิวซยา มีนามว่าฟู่เสียนเย่ว์นั่นเอง

ย้อนกลับไปยามที่ข้าเดินทางมาแคว้นฉี ถึงแม้ขบวนเจ้าสาวจะมีผู้คนมากมาย แต่จิตใจของข้ามีแต่ความซึมเศร้า ปวดใจที่ต้องจากพระบิดาพระมารดา และเสด็จพี่ของข้า เสียใจที่สุดท้ายชะตาชีวิตก็เหมือนพี่หญิงองค์อื่นๆ ทั้งๆ ที่ข้าพยามทำตัวไม่โดดเด่น

ในยามที่ข้ารู้สึกเศร้าเสียใจอยู่ ตู้ซิวซยา เข้ามาพูดคุยปลอบโยนข้า เล่าเรื่องราวต่างๆ ของแคว้นฉีให้ข้าฟัง เล่าเรื่องราวของจวนจงอู่โหว บ้านเกิดของนาง การฝึกวรยุธของนาง การฝืนกฎข้อห้ามเข้าร่วมเป็นทหารในกองทัพ การพบรักและฝ่าฟันอุปสรรค จนสุดท้ายได้แต่งงานกับฟู่ซานหลาง เรื่องของบุตรชายที่อายุยังน้อยก็เป็นวรยุทธขั้นสูง

ตู้ซิวซยาเอ่ยกับข้าว่า “เรื่องของบุตรสาวคือเรื่องที่ข้า...ตู้ซิวซยารู้สึกผิดด้วยมากที่สุด ผู้เป็นมารดาอย่างข้าไม่ได้คอยดูแลเลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้ด้วยตนเอง จึงทำให้บุตรสาวคนเล็กมีร่างกายอ่อนแอ ป่วยไข้ได้ง่าย”

ข้าได้ฟังเรื่องเล่าจากตู้ซิวซยามากมายหลายเรื่องจนรู้สึกเพลิดเพลินใจทำให้รู้สึกหายเศร้าโศก พวกเราเดินทางมาได้ 7 วัน ข้าจึงถามนางว่า

“พวกเราเป็นสหายกันได้ไหม เราผู้เป็นองค์หญิงไม่เคยมีสหายมาก่อน”

เมื่อข้าพูดจบ ตู้ซิวซย่ายิ้มแล้วมองข้าด้วยความรู้สึกเอ็นดู ก่อนจะพูดบอกว่าไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ยามนางเห็นข้าแล้ว ทำให้นางคิดถึงบุตรสาวที่อยู่จวนตระกูลฟู่ อาจจะเป็นเพราะนามของข้าและบุตรสาวของนางมีคำว่าเย่ว์เหมือนกัน

เมื่อได้ฟังเช่นนี้ข้ารู้สึกไม่พอใจอยู่เล็กน้อยเพราะข้ามีอายุ 15 ปีแล้ว ทำไมนางจึงมองข้าแล้วคิดถึงเด็กน้อยอายุ 5 ปีไปได้

ในยามนั้นนางได้มอบกริชเล่มเล็กที่มีปลอกประดับพลอยหลากสีให้แก่ข้า กริชเล่มนั้นช่างถูกใจข้ายิ่งนัก ข้าจึงหยิบหยกพกของรักของข้าที่พระมารดาเคยให้ข้าพกติดกาย มอบให้นาง พร้อมเล่าให้นางฟังว่า “หยกชิ้นนี้ผ่านการปลุกเสกจากพระอาจารย์ชื่อดังของแคว้นฉี ทำให้แคล้วคาดปลอดภัย ท่านจงเก็บรักษาเอาไว้กับตัวให้ดี”

คราแรกตู้ซิวซยาจะไม่ยอมรับหยกพกของข้า ผู้เป็นองค์หญิงเช่นข้าจึงแกล้งเอ่ยวาจาข่มขู่นางไปว่า “หากเจ้าไม่ยอมรับหยกพกของเรา ถือว่าเจ้ารู้สึกรังเกียจเรา จึงไม่ยอมรับเราเป็นสหาย”

ตู้ซิวซยาจึงได้ยอมรับหยกพกของข้าไปด้วยความจำใจ หลังจากวันนั้นข้าพกกริชที่นางมอบให้ติดกายไม่ห่าง ข้ามักไปหานาง และขอฟังเรื่องเล่าจากนางอย่างกระตือรือร้น ช่วงเวลาที่ข้าใช้กับนางข้ามีความสุขมาก

ขบวนรถม้าขององค์หยิงสิบสี่แคว้นเว่ยเดินทางข้ามชายแดนมาได้2-3 วันขบวนเจ้าสาวของข้ากลับโดนโจมตี ผู้มาโจมตีปกปิดใบหน้าสวมใส่ชุดทหารที่ไม่มีสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นกองทัพของแคว้นใด

แต่เสด็จอาทรงเอ่ยบอกกับข้าว่ากองทัพนี้ถนัดลอบโจมตีแบบกองโจร เสด็จอาของข้าทัวป๋าอ๋องพยามพาข้าหลบหนี ด้วยความสับสนอลหม่าน ข้าไม่มีโอกาสได้มองเห็นตู้ซิวซยาอีกเลย แต่ในห้วงสุดท้ายของชีวิตข้า ข้ากลับใช้ของขวัญที่นางให้มาปลิดชีพของตัวข้าเอง

ข้าฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในร่างเด็กน้อยนี้ ‘ฟู่เสียนเย่ว์’ ข้าฟังจากคำพูดของบ่าวรับใช้ จึงคาดเดาเหตุการณ์เอาเองว่า เด็กคนนี้น่าจะเสียชีวิตไปแล้ว วิญญาณของข้าจึงเข้ามาแทนที่ ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่าว่า คนที่สติปัญญาไม่สมประกอบคือคนที่มีวิญญาณไม่ครบ วิญญาณของข้าเข้ามาแทนที่ ร่างนี้จึงเป็นของข้า แต่ไม่รู้ว่าข้าจะอยู่ในร่างนี้อีกนานแค่ไหน ข้าพยายามครุ่นคิดคาดเดาไปเรื่อยๆ ก่อนจะรู้สึกเหมื่อยจึงขยับตัว

พอข้าเผลอขยับตัวร่างกายจึงไปดึงมือที่โดนสาวน้อยจับไว้ออก จึงทำให้สาวน้อยคนนั้นรู้สึกตัวตื่น ฉับพลันนางก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ

“เร็วเข้า น้องหกฟื้นแล้ว” ฟู่เสียนโหยวดีใจมากจึงรีบส่งเสียงเรียกสาวใช้เสียงดังก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือมาสัมผัสดูว่าผิวกายของน้องสาวร้อนมากหรือไม่

ฮูหยินรองซ่งซื่อเมื่อได้ยินเสียงหลานสาวจึงรีบลุกขึ้นมาดู ก่อนสั่งกำชับสาวใช้ “เหลียนฮวาเจ้าไปอุ่นน้ำแกงใสมาป้อนคุณหนูหกของเจ้าก่อน แล้วนำยาที่อุ่นเอาไว้เตรียมมาด้วย”

“เย่ว์เอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ้ามีแรงบ้างหรือไม่ ถ้ามีแรงเย่ว์เอ๋อร์ช่วยออกแรงบีบมือของป้าสะใภ้รองสักหน่อยเถิด”

เมื่อได้ยินดังนี้ข้าจึงต้องฝืนออกแรงบีบมือ ฮูหยินผู้อ่อนโยนคนนี้เบาๆ พร้อมทั้งพยามจดจำว่าคนผู้นี้คือท่านป้าสะใภ้รอง

“ดี ๆ เถาฮวา เจ้าจงไปที่เรือนนอนฮูหยินผู้เฒ่า ไปดูว่าฮูหยินใหญ่หลับอยู่หรือไม่ ถ้าหากยังนอนหลับพักผ่อนอยู่ อย่าได้เอะอะโวยวายเสียงดัง ไม่ต้องปลุกคนให้ลุกขึ้นมา เจ้าแค่กระซิบบอกสาวใช้ข้างกายของฮูหยินใหญ่เอาไว้ว่าคุณหนูหกรู้สึกตัวแล้วก็พอ ช่วยบอกทุกคนให้ทำอะไรอย่างเบามือเบาเท้า ทุกครอย่าได้ส่งเสียงดัง ข้าอยากให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกเจ้าเข้าใจไหม”

เถาฮวารีบเอ่ยตอบรับคำสั่งของฮูหยินรอง ก่อนจะรีบไปยังเรือนนอนของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลฟู่ จึงเดินสวนทางกับเหลียนฮวาที่ยกน้ำแกงและถ้วยยาเข้ามาภายในห้องพอดี

“โหยวเอ๋อร์..เจ้าช่วยอาสะใภ้รอง ประคองตัวเย่ว์เอ๋อให้ลุกขึ้นมาพิงเจ้าเอาไว้ อาสะใภ้จะป้อนยาให้เย่ว์เอ๋อร์ เมื่อดื่มยาน้องสาวของเจ้าจะได้ไม่เกิดการสำลัก เสี่ยวจิ่วรีบมาช่วยคุณหนูรองเจ้าช่วยประคองคุณหนูหกอีกแรง..”

หลังจากนั้นฟู่เสียนเย่ว์ก็ถูกประคองตัวลุกขึ้นนั่งพิงกายของสาวน้อยรูปร่างบอบบางคนนี้ไว้ พร้อมทั้งพยามเปิดปากรับน้ำแกงกลืนลงท้อง เมื่อมีน้ำแกงตกถึงท้อง ท้องที่เจ็บปวดน้อยๆ พลันรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น ส่งผลให้ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก จึงเปิดปาก แสดงว่าขอกินน้ำแกงอีก

“ดี ๆ เย่ว์เอ๋อรื เก่งมาก ค่อยๆ กิน เจ้ากินช้าๆ นะ “

ข้าเปิดปากกินน้ำแกงจนหมดถ้วย กำลังรู้สึกสบายตัว กลับถูกประคองให้ดื่มยาที่แสนขม ความขมที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ข้าน้ำตาพลันเอ่อคลอดวงตาขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เหมือนเด็กสาวข้างกายจะรู้ว่าน้องสาวผู้นี้ไม่ชอบรสชาติขม นางจึงรีบป้อนน้ำผึ้งแสนหวานเข้าปากของน้องสาวในทันที พอข้าได้รับน้ำผึ้งเข้าปากไป ข้าจึงยิ้มมุมปากขึ้นด้วยความพอใจ

“พวกเจ้าดูสิ เย่ว์เอ๋อร์ยิ้มได้แล้ว ที่ผ่านมาข้าไม่เคยเห็นนางยิ้มสดใสแบบนี้มาก่อน” ฮูหยินรองเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี

เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ฮูหยินใหญ่ตระกูลฟู่ก็รีบร้อนเดินเข้าห้องมาภายในห้องแห่งนี้อย่างรีบร้อน

“เย่ว์เอ๋อร์มีอาการเป็นอย่างไรบ้าง”

“พี่สะใภ้ใหญ่ พวกเราวางใจได้แล้ว เมื่อครู่ข้าป้อนน้ำแกงให้นางจนหมดชามเล็ก และป้อนยาตามไปอีก ท่านดูสินัยน์ตานางสดใสขึ้นมากแล้ว”

“ดีแล้วๆ รู้ไหมว่าหลานสาวป่วยเช่นนี้ ป้ากินไม่ได้นอนไม่หลับเลย” เมื่อพูดจบฮูหยินใหญ่ก็เดินมานั่งข้างเตียงก่อนลูบหน้าผาก ลูบแก้มก่อนจะลูบหัวข้าเบาๆ เป็นการแสดงความรักความเอ็นดูที่ทำให้ข้าประทับใจต่อเจียงซื่อป้าสะใภ้ใหญ่ของเด็กคนนี้

“พี่สะใภ้ใหญ่กลับไปพักผ่อนต่อได้แล้ว คราวนี้คงจะหลับตาลงได้เสียที พรุ่งนี้เช้าคงต้องรบกวนขอให้พี่ใหญ่ช่วยส่งคนไปเชิญท่านหมอฉีมาอีกรอบ เพื่อความรอบครอบ”

“ได้ๆ เย่ว์เอ๋อร์ วันนี้เจ้านอนพักต่อเถอะ พรุ่งนี้เช้าป้าสะใภ้ใหญ่จะมาดูเจ้าอีกรอบ เดี๋ยวป้าสะใภ้ใหญ่จะเตรียมอาหารและขนมที่เจ้าชอบไว้ให้ด้วย ดังนั้นเจ้าต้องรีบหายป่วยโดยเร็วนะ”

“พี่สะใภ้ใหญ่ท่านก็รีบกลับไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ แล้วท่านแม่หลับดีหรือไม่เจ้าคะ”

“ในยามที่ข้าเดินออกมาจากห้อง ท่านแม่นอนหลับสนิทดีแล้ว เฮ้อ...ข้ารู้สึกสบายใจขึ้นมาก ประเดี๋ยวกลับไปนอนเฝ้าท่านแม่คราวนี้ ข้าคงจะหลับตาสนิทเสียที เจ้าก็พักสายตาบ้างนะ ให้สาวใช้พวกนี้สลับผลัดเปลี่ยนกันนอน เปลี่ยนกันมาเฝ้าเย่ว์เอ๋อร์ก็พอ”

“เจ้าค่ะ ข้าใช้ให้บ่าวยกเตียงเตาอันเล็กมานอนหลังฉากด้านนั้นแล้ว เมื่อครู่ข้าไม่สบายใจจึงนั่งปักผ้าเพื่อคลายความกังวลใจ เย่ว์เอ๋อร์ดีขึ้นถึงเพียงนี้ข้าก็จะไปนอนพักสายตาบ้างแล้วเจ้าค่ะ”

“ดี เอาล่ะข้ารู้พวกเจ้าเหนื่อยล้ากันมาก สลับกันนอน สลับกันนั่งเฝ้าเย่ว์เอร์ให้ดี โหย่วเอ๋อร์ แม่ขอตัวไปนอนก่อน เจ้าก็นอนพักไปพร้อมกับน้องหกของเจ้าเลยนะ”

“เจ้าค่ะท่านแม่ มาน้องหกพี่สาวรองจะนอนเป็นเพื่อนเจ้าเอง ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกลัวอะไรนะ พี่สาวจะปกป้องเจ้าเอง”

ฮูหยินใหญ่ยืนมองดูบุตรสาวคนรอง ดูแลเด็กน้อยให้นอนลงบนเตียงก็อมยิ้มด้วยความรู้สึกภูมิใจ จึงเดินไปพักผ่อนอย่างสบายใจ

ข้าเมื่อกินอิ่มสบายท้อง อีกทั้งอากาศเย็นสบายไม่หนาวเหมือนแคว้นเว่ย ตาเล็กๆ จึงเริ่มหรี่และปิดลงอย่างช้าๆ ข้างกายของข้ามีไออุ่นจากคนที่นอนเป็นเพื่อนข้า ทำให้ข้ารู้สึกชอบนางมากยิ่งนัก การมีพี่สาวคนหนึ่งคอยเอาใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง

ถ้าหากมีใครสังเกตุดีๆ จะเห็นได้ว่าใบหน้าเล็กๆ ที่ซีดเซียวบัดนี้กลับสดใสเป็นคนล่ะคน เด็กน้อยนอนหลับไปพร้อมรอยยิ้มแตะแต้มตรงมุมปาก...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 150 สิบปีผ่านไปกับชีวิตที่สมบูรณ์

    สิบปีต่อมา เซียวอวี้หยวนพาฟู่เสียนเย่ว์และเหล่าบุตรชายทั้งหลายหนีพายุหิมะและอากาศหนาวเย็นของเมืองหลินจือมาที่เมืองหนานไฮ่ สองสามีภรรยาตื่นขึ้นมายามเช้าเฝ้ามองพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน อยู่ในเรือนหอสูงสามชั้นที่เซียวอวี้หยวนตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อฟู่เสียนเย่ว์โดยเฉพาะ และตั้งชื่อว่าหอสูงแห่งนี้ว่าหอลี่หมิง ห้องนอนของทั้งคู่อยู่ชั้นสองมีกระจกโปร่งใส่กันไม่ให้ลมเข้า แต่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้อย่างแจ่มชัดสิบปีที่ผ่านมานี้ฟู่เสียนเย่ว์ผ่านการสูญเสียและได้รับความสุขเพิ่มเติมจากเดิมไม่ใช่น้อย เรื่องที่ถือว่าเป็นการสูญเสียของฟู่เสียนเย่ว์หนักมากที่สุดคือฮูหยินผู้เฒ่าฟู่จากนางไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน ในยามนั้นนางกำลังตั้งครรภ์เซียวหย่งจื้อบุตรชายคนที่สามอยู่ คราวนั้นนางทุกข์ใจมาก สองปีต่อมานางต้องสูญเสียท่านลุงรองตู้ซิวเซิงและพี่ชายสามตู้หยุนเป่ยไปพร้อมกันทั้งสองคนในสงครามระหว่างแคว้นฉีและแคว้นเหยียน คราวนั้นนางเพิ่งคลอดบุตรชายคนที่สี่จึงตั้งชื่อเขาว่าเซียวหย่งเจี้ยน กระบี่ผู้กล้าหาญเพื่อระลึกถึงวีรบุรุษของตระกูลตู้ การสูญเสียคราวนี้ทำให้ท่านยายของนางจางกงจู่เศร้าเสียพระทัยจนเจ็บป่วย แต่เมื่อพี

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 149 คิดว่าชีวิตมีครบ

    หลานสาวคนใหม่ของจวนตู้กั๋วกง มีนามว่าตู้หมิงจู ยามนี้เด็กน้อยอายุได้สามเดือนแล้ว เป็นแก้วตาดวงใจของทุกคน ฟู่เสียนเย่ว์เองอยากไปเยี่ยมหาหลานสาวบ่อยๆ แต่ท้องของนางไม่อำนวยเพราะท้องของนางเริ่มโตมากขึ้นทุกวันและมีขนาดใหญ่กว่าท้องของเถาฮวาเสียอีก ซึ่งเถาฮวาเพิ่งจะคลอดบุตรชายให้แก่จ้าวฮุ่ยไปเมื่อเดือนที่แล้วท่านหมอหลวงฉีตรวจ และยืนยันว่าบุตรในท้องของพระชายาจิ้นอ๋องมีถึงสองคน สร้างความยินดีและความกังวลให้แก่เซียวอวี้หยวนเป็นอย่างมาก เขาถึงกับไปขอร้องให้ฮูหยินสามตระกูลตู้ เจินอวี้ มาช่วยดูแลการตั้งครรภ์ของฟู่เสียนเย่ว์อย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง หากไม่ติดว่าฮูหยินสามเจินซื่อต้องดูแลการตั้งครรภ์ของฟู่เสียนเหยียนผู้เป็นลูกสะใภ้ของนางแล้ว เซียวอวี้หยวนคงขอให้เจินอวี่มาพักค้างคืนเฝ้าดูแลฟู่เสียนเย่ว์อย่างใกล้ชิดไปแล้ว ทางวังหลวงเมื่อได้รับข่าวดีว่าฟู่เสียนเย่ว์ตั้งครรภ์ลูกแฝด จึงส่งมามาและหมอตำแยผู้มีฝีมือดีมาอาศัยอยู่ที่จวนจิ้นอ๋องชั่วคราว เพื่อเตรียมทำคลอดให้แก่ฟู่เสียนเย่ว์เป็นพิเศษ ทุกวันนี้ฟู่เสียนเย่ว์ทำตามตำราที่เจินอวี้ส่งมาให้นางอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเซียวอวี้หยวน เขาไม่เคยละเว้นการอ่านหนั

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 148 ความปิติยินดี

    สามเดือนต่อมาจวนตระกูลฟู่จัดงานมงคลของฟู่อวิ๋นฟางและสวีหรูซาน งานนี้ถือว่าเป็นงานมงคลที่ยิ่งใหญ่ของเมืองหลินจือ เพราะคุณชายสามตระกูลฟู่ ฟู่อวิ๋นฟาง เป็นบุตรชายคนเดียวของนายท่านรองตระกูลฟู่ ฟู่อีหลาง ซึ่งมีการค้าสำคัญมากมาย การค้าของตระกูลฟู่เฟื่องฟูกระจายสาขาไปหลายแคว้น เหล่าพ่อค้าวาณิชย์ต่างยกให้นายท่านรองฟู่เป็นผู้นำหอการค้าที่เพิ่งจัดสร้างขึ้น ส่วนคุณหนูสามของตระกูลสวี สวีหรูซาน ก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนายท่านรองตระกูลสวี สวีหยวนอู่ นายท่านรองตระกูลสวีนอกจากเป็นพี่ชายแท้ๆ ของสวีฮองเฮาแล้วยังดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลังอีกด้วยงานมงคลครั้งนี้ฟู่เสียนเย่ว์สู้รบกับเซียวอวี้หยวนอยู่หลายวัน ฟู่เสียนเย่ว์จึงสามารถมาร่วมงานมงคลนี้ได้ แต่นางต้องรับปากกับเซียวอวี้หยวนว่า “ในงานหม่อมฉันจะอยู่ไม่ห่างกายของท่านอ๋องเลยเพคะ” นางจึงได้มาร่วมงานฟู่เสียนเย่ว์ยามนี้ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว ท้องใหญ่โต รูปร่างอวบกลมใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้มยามมีผู้อื่นเข้ามาทักทาย นางนั่งรอขบวนรับเจ้าสาวกลับมาจวนตระกูลฟู่อย่างตื่นเต้นอยู่ข้างเซียวอวี้หยวนผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกันฟู่เสียนหยายามนี้กลับมามีรู

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 147 ลงโทษคนผิด

    ยามเช้าฟู่เสียนเย่ว์ตื่นมาอย่างไม่กระฉับกระเฉงเหมือนวันอื่น อากาศหนาวไม่มีคนร่างอุ่นร้อนมากอดนางเข้านอนเหมือนเช่นทุกคืน นางเริ่มรู้สึกไม่คุ้นชินเช่นกัน ฟู่เสียนเย่ว์แอบคิดว่าวิธีการเอาคืนเขาแบบนี้คงจะใช้ต่อไปไม่ได้แล้ว คงจะต้องหาวิธีอื่นนางครุ่นคิดหาวิธีลงโทษคนกระทำผิดแบบใหม่อย่างจริงจัง ในขณะที่สาวใช้ปรนนิบัตินางจนเปลี่ยนชุดเสร็จ ฟู่เสียนเย่ว์จึงเอ่ยถามผิงมามาว่า “เมื่อคืนท่านอ๋องย้ายไปนอนที่ไหน มีใครคอยปรนนิบัติหรือเปล่า”ผิงมามาอมยิ้มก่อนเอ่ยตอบว่า “พระชายาวางใจได้เพคะ ท่านเหิงจือคอยปรนนิบัติท่านอ๋องด้วยตนเอง ท่านอ๋องจึงไม่ลำบากมากนัก คราวแรกท่านอ๋องย้ายไปเตรียมนอนที่ห้องหนังสือของเรือนหน้า แต่ครึ่งคืนหลังท่านอ๋องเปลี่ยนใจย้ายมานอนที่ห้องหนังสือที่เรือนฟู่ฮวานี่เองเพคะ เมื่อรุ่งเช้าท่านเหิงจือบอกกับบ่าวว่าถ้าหากพระชายาตื่นแล้วให้คนไปบอกท่านอ๋องที่ห้องหนังสือ เมื่อครู่บ่าวจึงให้เสี่ยวหลันเป็นผู้ไปบอกท่านอ๋องแล้วเพคะว่าพระชายาตื่นนอนแล้ว”ผิงมามาเพิ่งพูดจบ เซียวอวี้หยวนก็เดินเข้าห้องมาอย่างเงียบสงบ เขามีท่าทางอิดโรยคล้ายคนนอนไม่พอ ไม่พูดอะไรกับผู้ใด เดินขึ้นเตียงและดึงม่านมุ้งคลุมเต

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 146 แต่งตั้งองค์รัชทายาท

    วันนี้ในวังหลวงจัดงานฉลองพระชนมายุครบ 50 ชันษาของฮ่องเต้เซียวเกาตี้ ฟู่เสียนเย่ว์ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงด้วย แม้ว่าอาการคงที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วกับการตั้งครรภ์ในครั้งนี้ แต่ภายในวังหลวงอะไรก็เกิดขึ้นได้ เซียวอวี้หยวนจึงไม่ยินยอมให้ฟู่เสียนเย่ว์ไปร่วมงานเนื่องจากความเป็นห่วงอากาศหนาวเย็นทำให้ดอกไม้ในสวนโดนหิมะแรกตกใส่เมื่อคืนนี้ ฟู่เสียนเย่ว์ทำได้เพียงเดินเล่นอยู่ในเรือนฟู่ฮวา ท่านหมอหลวงฉีแนะนำว่าช่วงนี้นางควรเริ่มเดินออกกำลังกายบ้างได้แล้ว เซียวอวี้หยวนจึงปล่อยให้นางเดินเองไม่ได้อุ้มนางไปไหนมาไหนอีกต่อไปผิงมามาเดินตามหลังฟู่เสียนเย่ว์ไม่ห่างอย่างห่วงใย และเอ่ยขึ้นเสียงเบาว่า “หม่อมฉันไปสืบได้เรื่องมาแล้วนะเจ้าค่ะว่าข่าวลือมาจากที่ไหน” ผิงมามามีสีหน้าลำบากใจ และสับสนเล็กน้อยฟู่เสียนเย่ว์หยุดเดินแล้วหันมามองผิงมามาอย่างสงสัย “ใครกัน แล้วเขาทำลายชื่อเสียงข้าเพราะอะไร”ผิงมามาก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาพระชายา ความจริงนางไม่อยากนำความเรื่องนี้มาบอกกับพระชายาเลย แต่ท่านอ๋องรักพระชายามากถึงขนาดนี้ นางจึงมีความเชื่อว่าเรื่องที่ท่านอ๋องทรงทำไป คงไม่มีความประสงค์ร้ายแอบแฝงเป็นแน่ ผิงม

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 145 ช่วยเหลือสหายรุ่นพี่

    ฟู่เสียนเย่ว์นั่งรอสองพี่น้องตระกูลสวี อยู่ในห้องอุ่นของเรือนฟู่ฮวา โดยมีผิงมามานั่งอยู่เป็นเพื่อน ส่วนเถียนมามายามนี้โดนฟู่อวี้ชิงรั้งตัวไว้ที่เรือนลี่หมิง เรือนที่เซียวอวี้หยวนเพิ่งตกแต่งใหม่และยกให้เป็นเรือนพักส่วนตัวของฟู่อวี้ชิงสวีหรูอี้และสวีหรูซานเข้ามาในห้องอุ่น เห็นฟู่เสียนเย่ว์นั่งกินผลไม้ดองอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งสองมองหน้ากันอย่างสับสนเล็กน้อยก่อนจะทักทายกันตามธรรมเนียม“มีคนพูดกันว่าเจ้ามีภาวะครรภ์อ่อนแอ เหตุใดข้าจึงเห็นเจ้าหน้าตาผ่องใสไม่คล้ายคนเจ็บป่วยเลยเล่า” สวีหรูอี้เอ่ยถาม“นั่นนะสิ ในยามนี้มีข่าวลือว่าดวงพิฆาตนารีของจิ้นอ๋องกำลังทำงานอีกครั้งแแล้ว พระชายาที่เพิ่งแต่งงานได้สี่เดือนยามนี้ร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถลุกขึ้นมาเดินได้ ยามนี้ต้องนอนพักผ่อนอยู่แต่บนเตียงเท่านั้น” สวีหรูซานเอ่ยเล่าเรื่องข่าวลือ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเพราะโดนสวีหรูอี้หยิกเตือนที่แขน“เจ้านี่นะ ปากไม่ดีใครใช้ให้เจ้าปากมาก ตีปากตัวเองแก้เคล็ดเดี๋ยวนี้” สวีหรูอี้เอ่ยเตือนน้องสาว สวีหรูซานหน้าเสียรีบตีปากตัวเองจนฟู่เสียนเย่ว์ต้องรีบเอ่ยห้าม“พอแล้วอย่าตีตนเองอีกเลย แค่เรื่องที่พูดเล่นกันเท่านั้น ความจริ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status