Home / รักโบราณ / เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา / บทที่ 3 องค์หญิงสิบสี่ แคว้นเว่ย

Share

บทที่ 3 องค์หญิงสิบสี่ แคว้นเว่ย

Author: JustMoonLight
last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-23 14:41:36

แคว้นเว่ย เป็นแคว้นทางเหนือมีอากาศหนาวเย็น ดังนั้นการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ ทำได้ยากกว่าแคว้นอื่นๆ รอบด้าน โชคดีที่มีเทือกเขาสูงป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านจึงอาศัยการเข้าป่าล่าสัตว์มาขายพอประทังเลี้ยงชีพได้

กษัตริย์แคว้นเว่ยองค์ปัจจุบันมีนามว่า เว่ยต้าหลู่ เป็นผู้มีความสามารถผู้หนึ่งในด้านการวางแผนและการใช้คน ฮ่องเต้แคว้นเว่ยทรงขึ้นครองราชได้จากการแย่งชิงทางการเมืองโดยไม่เสียเลือดเนื้อ

เว่ยต้าหลู่ พระองค์ทรงเป็นพระบิดาของตัวข้า ข้าเป็นองค์หญิงลำดับที่ 14 มีนามว่า เว่ยหมิงเย่ว์ที่เกิดจากพระสนมเฟยฮัวหลูฮั่ว พระมารดาของข้าไม่มีครอบครัวเดิมคอยหนุนหลัง ดังเช่นพระสนมในวังหลังคนอื่น อาศัยเพียงความงดงามและความสามารถในศาสตร์วิชาทั้งห้ามาแย่งชิงความโปรดปราณจากกษัตริย์พระองค์นี้มาได้

เมื่อพระมารดาของข้าให้กำเนิดองค์ชายแปด จึงได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นพระสนมขั้นเฟย เพื่อให้พระมารดาข้าสามารถเลี้ยงดูบุตรด้วยตัวเองได้ ถือเป็นข้อยกเว้นและแสดงความโปรดปราณมากที่สุดแล้วของเสด็จพ่อของข้า

ในวังหลวงต่างรู้กันดีว่าสนมในวังหลังจะได้รับความโปรดปราณมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเบื้องหลังของครอบครัวของแต่ล่ะนาง ในวังหลังจึงมีสนมมากมาย และองค์หญิงกับองค์ชาย ก็มีจำนวนมากเช่นกัน พระบิดาของข้าทรงสะสมอำนาจและสลายอำนาจที่เป็นภัยในทุกด้านที่พระองค์ทำได้ รวมไปถึงการแต่งงานขององค์ชายและองค์หญิง ที่เป็นบุตรและธิดาของพระองค์

องค์หญิงที่ได้รับความสำคัญชาติกำเนิดดีงาม มากความสามารถ และมีสิริโฉมงดงาม ยิ่งได้พระราชทานงานสมรสไปอยู่ที่แคว้นที่ยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ เสด็จพี่หญิงใหญ่ของข้าที่เกิดจากเสด็จแม่ผู้เป็นฮองเฮา ได้รับความโปรดปราณรักใคร่จากเสด็จพ่อมากที่สุด เสด็จพ่อยังตัดใจส่งนางไปสมรสเชื่อมสัมพันธ์ไกลถึงแคว้นฉู่

เสด็จพี่หญิง 5 ถือเป็นยอดหญิงที่เก่งกาจในศาตร์ทั้ง 7 ถูกส่งไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ยังแคว้นฉู่ เสด็จพี่หญิง 9 ที่ถือว่าเป็นยอดหญิงที่งดงามกว่าใครในแผ่นดิน ถูกส่งไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่แคว้นเหยียน

พระมารดาของข้าที่ลำบากแย่งชิงความโปรดปราณในวังหลังหาพระอาจารย์มาสอนให้ข้าเรียนรู้ตำราศาตร์ทั้งวิชาทั้งหลายอย่างเข้มงวด แต่กลับสั่งสอนให้ข้าแสดงว่า พอรู้ พอทำได้ แต่ไม่ชำนาญ ดังนั้นข้าที่พยายามเรียนมาอย่างยากลำบากกลับไม่เคยแสดงความสามารถให้ใครรู้ เพราะว่าข้าไม่นับว่าเป็นองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปราณมากนัก

พระมารดาของข้าให้กำเนิดองค์ชาย 8 และองค์หญิง14 เช่นข้าแล้วก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก เนื่องจากพลาดโดนวางยาพิษทำให้ร่างกายอ่อนแอ ดังนั้นพระนางจึงระมัดระวังไม่ให้ข้าสนิทสนมกับใครในวัง เพื่อป้องกันภัยที่จะตามมา ชีวิตนี้ของข้าไม่มีสหายเหมือนดังคนอื่นๆ เสด็จพี่แปดของข้า เว่ยไท่หยางได้รับความรักความเอาใจใส่จากพระมารดาของข้าเป็นอย่างมาก จนบางคราข้ารู้สึกสงสัยว่าข้าใช่บุตรสาวแท้ๆ ของพระนางหรือไม่

เมื่อถึงคราวที่เสด็จพี่ชายแปด ของข้า ได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋อง และต้องเสด็จออกไปจากพระราชวังไปพักที่จวนอ๋อง ข้าจึงเพิ่งรู้สึกว่าได้รับความรักใคร่จากพระมารดา ข้ามีหน้าตาที่งดงามเยี่ยงพระมารดา บรรดาเสด็จพี่และน้องของข้าดูไม่ค่อยชอบข้ามากนัก แม้แต่เสด็จพี่ชายแปด ยามเด็กพวกเราถือว่าสนิทกันมากพอควรแต่พอเติบใหญ่เสด็จพี่แปดคล้ายจะมีธุระมากมายทำให้ทรงห่างเหินไม่มีเวลามาพบข้า

สุดท้ายในวัย 15 ปีของข้า วันพระราชพิธีปักปิ่นอันยิ่งใหญ่ ที่พระมารดาของข้าลงทุนลงแรงเต็มที่เพื่อจัดงานนี้ขึ้นมา ข้าได้รับราชโองการพระราชทานการสมรสเชื่อมสัมพันธ์ไปแคว้นฉี เมื่อจบราชโองการ พระมารดาของข้าถึงกับเป็นลมหมดสติลงไปกองกับพื้น ข้าจึงรู้ว่าพระมารดารักใคร่ข้ามากจริงๆ เสด็จพี่ของข้า ท่านอ๋องแปดนัยน์ตาแดงก่ำ วิ่งไปทูลขอร้องเสด็จพ่อให้ยกเลิกราชโองการ เสด็จพ่อทรงกริ้วสั่งกักบริเวณอ๋องแปดที่จวนอ๋อง ข้าจึงต้องไปทูลขอร้องเสด็จพ่อให้ทรงพระราชทานการอภัยให้เสด็จพี่ และตัวข้ายินยอมรับการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้

วันที่ข้าออกไปรับของหมั้นหมายจากแคว้นฉี ข้าได้พบกับแม่ทัพหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผิวคล้ำเข้ม ร่างกายสูงโปร่ง พูดจาสุภาพราวกับบัณทิต และรองแม่ทัพรูปร่างบอบบางผิวเนียนราวหยก หน้าตาสวยงามราวสตรี ซึ่งแตกต่างจากแม่ทัพแคว้นข้าที่มีร่างสูงใหญ่ราวหมียักษ์ ใบหน้ามีแต่หนวดเครารกรุงรัง

ข้าจึงให้ความสนในตัวท่านแม่ทัพและรองแม่ทัพคู่นี้เป็น อย่างมาก ด้วยความสงสัยใคร่รู้ จึงให้นางในคนสนิทของข้าไปสืบความได้ว่า นามของแม่ทัพแคว้นฉีที่เดินทางมาส่งของหมั้น คือแม่ทัพฟู่ซานหลาง ส่วนรองแม่ทัพมีนามว่า ตู้ซิวซยา และทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน เมื่อฟังจบเหมือนดวงใจสาวน้อยของข้าได้รับความกระทบเทือน อะไรกันสตรีแคว้นฉีเก่งกาจจนเป็นถึงรองแม่ทัพเลยหรือ ข้าประทับใจรองแม่ทัพแคว้นฉีคนนี้เป็นอย่างมาก จึงส่งคนไปสืบข่าวของนางมาหลายๆ เรื่อง

คนที่ข้าต้องแต่งงานด้วยเป็นองค์ชายหกที่เกิดจากฮองเฮาของแคว้นฉี เสด็จพ่อของข้าทรงพอพระทัยในการสมรสครั้งนี้มาก พระมารดาของข้าป่วยตรอมใจไม่ยอมออกมาพบผู้ใด ยกเว้นแต่ข้า สินสมรสของข้ามีเสด็จแม่ผู้เป็นฮ่องเฮาของแคว้นเว่ยจัดการให้ เสด็จพ่อสั่งเพิ่มทรัพย์สินส่วนพระองค์เพิ่มให้ข้าอีก ถือว่าเป็นการให้หน้าข้ามากแล้ว

วันที่ข้าต้องออกเดินทางเสด็จพ่อทรงทำให้ข้าประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อพระองค์เสด็จมาส่งข้าที่หน้าพระราชวังด้วยพระองค์เอง ยามที่ข้าคุกเข่าถวายการคำนับลา พระองค์ทรงประคองข้าลุกขึ้นด้วยพระองค์เองฝ่ามือคู่นั้นช่างอบอุ่น สายตาที่มองข้าก็อบอุ่นอย่างมาก แบบที่ข้าไม่เคยได้รับมาก่อน พระมารดาข้าไม่ได้มาส่งข้า เพราะทรงป่วยหนัก ท่านอ๋องแปดทรงขออนุญาติจากเสด็จพ่อแบกข้าขึ้นขี่หลัง เดินไปส่งข้าขึ้นรถม้าเป็นพิธีการส่งเจ้าสาวออกเรือน แบบเรียบง่าย

แม่ทัพแคว้นเว่ยที่ไปส่งข้าคือแม่ทัพทัวป๋าอ๋อง มีศักดิ์เป็นเสด็จอาของข้าและจะอยู่ร่วมพิธีแต่งงานของข้าที่แคว้นฉี

ขบวนเจ้าสาวของข้ามีขบวนยิ่งใหญ่ เนื่องจากสินเดิมเจ้าสาวเยอะและมีผู้คุ้มกันแน่นหนาจึงเดินทางอย่างเชื่องช้ามาก เป็นเวลา 7 วันจึงถึงชายแดนแคว้นเว่ย ท่านอ๋องแปดเสด็จพี่ของข้ามาลาข้าเพื่อแยกกลับแคว้นเว่ย

“พี่คงส่งเจ้าได้เท่านี้ เมื่อไปถึงแคว้นฉีให้ดูแลตัวเองให้ดี ข้าทิ้งคนของข้าไว้ข้างกายเจ้า เจ้าสามารถฝากสารถึงข้าและพระมารดาผ่านคนเหล่านี้” เสียงเคร่งขึมของเว่ยไท่หยางพูดกับน้องสาวอย่างข้าสร้างความแปลกใจให้ข้าไม่น้อย

“หมิงเย่ว์ เจ้าดูแลตัวเองให้ดี หากจิ้นอ๋องแคว้นฉีไม่ดีต่อเจ้า ให้เจ้าส่งสารมาบอกพี่ แคว้นฉีกับแคว้นเว่ยมีชายแดนติดกัน หากเจ้าทนอยู่ไม่ไหว พี่จะไปรับเจ้ากลับแคว้นเว่ยด้วยตัวพี่เอง” เสด็จพี่ทรงจับมือข้าบีบเบาๆ ข้ารู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เป็นคราแรกที่เสด็จพี่ของข้าแสดงความรักแบบพี่น้องกับข้า

“ข้าขอลาเสด็จพี่ที่นี่ ข้าอกตัญญูไม่มีโอกาสดูแลพระมารดาแล้ว ข้าฝากเสด็จพี่ดูแลพระมารดาแทนข้าด้วย” กล่าวจบ ข้าคำนับเต็มพิธี ท่านอ๋องแปดรับการคำนับจากข้า ก่อนจะประคองข้าขึ้นมา พร้อมทั้งบีบไหล่ข้าเบาๆ เป็นการให้กำลังใจข้า ก่อนที่ร่างสูงจะหันหลังไปขึ้นม้า เร่งออกเดินทางจากไปพร้อมกองทหารองค์รักษ์ ข้ามองเงาด้านหลังของเสด็จพี่ด้วยความอาลัยอาวรณ์ และรู้สึกโดดเดี่ยว

ข้ากำลังจะเดินทางข้ามชายแดนแคว้นเว่ยไปแคว้นฉี ใจของข้ารู้สึกเศร้าและหดหู่ เหมือนมีความรู้สึกลึกๆ ว่าจากไปครั้งนี้ ข้าคงไม่โอกาศกลับมาแคว้นเว่ยอีกแล้ว ในช่วงระหว่างการเดินทาง ข้าได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคนที่ข้าประทับใจจนถึงขั้นข้าต้องขอร้อง ให้นางยอมเป็นสหายต่างวัยของข้า

สุดท้าย ขบวนเจ้าสาวของข้าโดนกองทัพที่มีขนาดใหญ่เข้า โจมตี ผู้คนรอบกายข้าต่างเสียชีวิตกันหมด ข้าไม่อยากโดนจับเป็นเชลย ไม่อยากเป็นของเล่นให้ทหารกักขระเหล่านั้นจึงตัดสินใจ ปลิดชีพตัวเองทันที ด้วยกริชที่สวยงาม เป็นกริชที่ได้รับจากสหายต่างวัยเพียงคนเดียวของข้า ตู้ซิวซยา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 150 สิบปีผ่านไปกับชีวิตที่สมบูรณ์

    สิบปีต่อมา เซียวอวี้หยวนพาฟู่เสียนเย่ว์และเหล่าบุตรชายทั้งหลายหนีพายุหิมะและอากาศหนาวเย็นของเมืองหลินจือมาที่เมืองหนานไฮ่ สองสามีภรรยาตื่นขึ้นมายามเช้าเฝ้ามองพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน อยู่ในเรือนหอสูงสามชั้นที่เซียวอวี้หยวนตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อฟู่เสียนเย่ว์โดยเฉพาะ และตั้งชื่อว่าหอสูงแห่งนี้ว่าหอลี่หมิง ห้องนอนของทั้งคู่อยู่ชั้นสองมีกระจกโปร่งใส่กันไม่ให้ลมเข้า แต่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้อย่างแจ่มชัดสิบปีที่ผ่านมานี้ฟู่เสียนเย่ว์ผ่านการสูญเสียและได้รับความสุขเพิ่มเติมจากเดิมไม่ใช่น้อย เรื่องที่ถือว่าเป็นการสูญเสียของฟู่เสียนเย่ว์หนักมากที่สุดคือฮูหยินผู้เฒ่าฟู่จากนางไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน ในยามนั้นนางกำลังตั้งครรภ์เซียวหย่งจื้อบุตรชายคนที่สามอยู่ คราวนั้นนางทุกข์ใจมาก สองปีต่อมานางต้องสูญเสียท่านลุงรองตู้ซิวเซิงและพี่ชายสามตู้หยุนเป่ยไปพร้อมกันทั้งสองคนในสงครามระหว่างแคว้นฉีและแคว้นเหยียน คราวนั้นนางเพิ่งคลอดบุตรชายคนที่สี่จึงตั้งชื่อเขาว่าเซียวหย่งเจี้ยน กระบี่ผู้กล้าหาญเพื่อระลึกถึงวีรบุรุษของตระกูลตู้ การสูญเสียคราวนี้ทำให้ท่านยายของนางจางกงจู่เศร้าเสียพระทัยจนเจ็บป่วย แต่เมื่อพี

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 149 คิดว่าชีวิตมีครบ

    หลานสาวคนใหม่ของจวนตู้กั๋วกง มีนามว่าตู้หมิงจู ยามนี้เด็กน้อยอายุได้สามเดือนแล้ว เป็นแก้วตาดวงใจของทุกคน ฟู่เสียนเย่ว์เองอยากไปเยี่ยมหาหลานสาวบ่อยๆ แต่ท้องของนางไม่อำนวยเพราะท้องของนางเริ่มโตมากขึ้นทุกวันและมีขนาดใหญ่กว่าท้องของเถาฮวาเสียอีก ซึ่งเถาฮวาเพิ่งจะคลอดบุตรชายให้แก่จ้าวฮุ่ยไปเมื่อเดือนที่แล้วท่านหมอหลวงฉีตรวจ และยืนยันว่าบุตรในท้องของพระชายาจิ้นอ๋องมีถึงสองคน สร้างความยินดีและความกังวลให้แก่เซียวอวี้หยวนเป็นอย่างมาก เขาถึงกับไปขอร้องให้ฮูหยินสามตระกูลตู้ เจินอวี้ มาช่วยดูแลการตั้งครรภ์ของฟู่เสียนเย่ว์อย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง หากไม่ติดว่าฮูหยินสามเจินซื่อต้องดูแลการตั้งครรภ์ของฟู่เสียนเหยียนผู้เป็นลูกสะใภ้ของนางแล้ว เซียวอวี้หยวนคงขอให้เจินอวี่มาพักค้างคืนเฝ้าดูแลฟู่เสียนเย่ว์อย่างใกล้ชิดไปแล้ว ทางวังหลวงเมื่อได้รับข่าวดีว่าฟู่เสียนเย่ว์ตั้งครรภ์ลูกแฝด จึงส่งมามาและหมอตำแยผู้มีฝีมือดีมาอาศัยอยู่ที่จวนจิ้นอ๋องชั่วคราว เพื่อเตรียมทำคลอดให้แก่ฟู่เสียนเย่ว์เป็นพิเศษ ทุกวันนี้ฟู่เสียนเย่ว์ทำตามตำราที่เจินอวี้ส่งมาให้นางอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเซียวอวี้หยวน เขาไม่เคยละเว้นการอ่านหนั

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 148 ความปิติยินดี

    สามเดือนต่อมาจวนตระกูลฟู่จัดงานมงคลของฟู่อวิ๋นฟางและสวีหรูซาน งานนี้ถือว่าเป็นงานมงคลที่ยิ่งใหญ่ของเมืองหลินจือ เพราะคุณชายสามตระกูลฟู่ ฟู่อวิ๋นฟาง เป็นบุตรชายคนเดียวของนายท่านรองตระกูลฟู่ ฟู่อีหลาง ซึ่งมีการค้าสำคัญมากมาย การค้าของตระกูลฟู่เฟื่องฟูกระจายสาขาไปหลายแคว้น เหล่าพ่อค้าวาณิชย์ต่างยกให้นายท่านรองฟู่เป็นผู้นำหอการค้าที่เพิ่งจัดสร้างขึ้น ส่วนคุณหนูสามของตระกูลสวี สวีหรูซาน ก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนายท่านรองตระกูลสวี สวีหยวนอู่ นายท่านรองตระกูลสวีนอกจากเป็นพี่ชายแท้ๆ ของสวีฮองเฮาแล้วยังดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลังอีกด้วยงานมงคลครั้งนี้ฟู่เสียนเย่ว์สู้รบกับเซียวอวี้หยวนอยู่หลายวัน ฟู่เสียนเย่ว์จึงสามารถมาร่วมงานมงคลนี้ได้ แต่นางต้องรับปากกับเซียวอวี้หยวนว่า “ในงานหม่อมฉันจะอยู่ไม่ห่างกายของท่านอ๋องเลยเพคะ” นางจึงได้มาร่วมงานฟู่เสียนเย่ว์ยามนี้ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว ท้องใหญ่โต รูปร่างอวบกลมใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้มยามมีผู้อื่นเข้ามาทักทาย นางนั่งรอขบวนรับเจ้าสาวกลับมาจวนตระกูลฟู่อย่างตื่นเต้นอยู่ข้างเซียวอวี้หยวนผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกันฟู่เสียนหยายามนี้กลับมามีรู

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 147 ลงโทษคนผิด

    ยามเช้าฟู่เสียนเย่ว์ตื่นมาอย่างไม่กระฉับกระเฉงเหมือนวันอื่น อากาศหนาวไม่มีคนร่างอุ่นร้อนมากอดนางเข้านอนเหมือนเช่นทุกคืน นางเริ่มรู้สึกไม่คุ้นชินเช่นกัน ฟู่เสียนเย่ว์แอบคิดว่าวิธีการเอาคืนเขาแบบนี้คงจะใช้ต่อไปไม่ได้แล้ว คงจะต้องหาวิธีอื่นนางครุ่นคิดหาวิธีลงโทษคนกระทำผิดแบบใหม่อย่างจริงจัง ในขณะที่สาวใช้ปรนนิบัตินางจนเปลี่ยนชุดเสร็จ ฟู่เสียนเย่ว์จึงเอ่ยถามผิงมามาว่า “เมื่อคืนท่านอ๋องย้ายไปนอนที่ไหน มีใครคอยปรนนิบัติหรือเปล่า”ผิงมามาอมยิ้มก่อนเอ่ยตอบว่า “พระชายาวางใจได้เพคะ ท่านเหิงจือคอยปรนนิบัติท่านอ๋องด้วยตนเอง ท่านอ๋องจึงไม่ลำบากมากนัก คราวแรกท่านอ๋องย้ายไปเตรียมนอนที่ห้องหนังสือของเรือนหน้า แต่ครึ่งคืนหลังท่านอ๋องเปลี่ยนใจย้ายมานอนที่ห้องหนังสือที่เรือนฟู่ฮวานี่เองเพคะ เมื่อรุ่งเช้าท่านเหิงจือบอกกับบ่าวว่าถ้าหากพระชายาตื่นแล้วให้คนไปบอกท่านอ๋องที่ห้องหนังสือ เมื่อครู่บ่าวจึงให้เสี่ยวหลันเป็นผู้ไปบอกท่านอ๋องแล้วเพคะว่าพระชายาตื่นนอนแล้ว”ผิงมามาเพิ่งพูดจบ เซียวอวี้หยวนก็เดินเข้าห้องมาอย่างเงียบสงบ เขามีท่าทางอิดโรยคล้ายคนนอนไม่พอ ไม่พูดอะไรกับผู้ใด เดินขึ้นเตียงและดึงม่านมุ้งคลุมเต

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 146 แต่งตั้งองค์รัชทายาท

    วันนี้ในวังหลวงจัดงานฉลองพระชนมายุครบ 50 ชันษาของฮ่องเต้เซียวเกาตี้ ฟู่เสียนเย่ว์ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงด้วย แม้ว่าอาการคงที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วกับการตั้งครรภ์ในครั้งนี้ แต่ภายในวังหลวงอะไรก็เกิดขึ้นได้ เซียวอวี้หยวนจึงไม่ยินยอมให้ฟู่เสียนเย่ว์ไปร่วมงานเนื่องจากความเป็นห่วงอากาศหนาวเย็นทำให้ดอกไม้ในสวนโดนหิมะแรกตกใส่เมื่อคืนนี้ ฟู่เสียนเย่ว์ทำได้เพียงเดินเล่นอยู่ในเรือนฟู่ฮวา ท่านหมอหลวงฉีแนะนำว่าช่วงนี้นางควรเริ่มเดินออกกำลังกายบ้างได้แล้ว เซียวอวี้หยวนจึงปล่อยให้นางเดินเองไม่ได้อุ้มนางไปไหนมาไหนอีกต่อไปผิงมามาเดินตามหลังฟู่เสียนเย่ว์ไม่ห่างอย่างห่วงใย และเอ่ยขึ้นเสียงเบาว่า “หม่อมฉันไปสืบได้เรื่องมาแล้วนะเจ้าค่ะว่าข่าวลือมาจากที่ไหน” ผิงมามามีสีหน้าลำบากใจ และสับสนเล็กน้อยฟู่เสียนเย่ว์หยุดเดินแล้วหันมามองผิงมามาอย่างสงสัย “ใครกัน แล้วเขาทำลายชื่อเสียงข้าเพราะอะไร”ผิงมามาก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาพระชายา ความจริงนางไม่อยากนำความเรื่องนี้มาบอกกับพระชายาเลย แต่ท่านอ๋องรักพระชายามากถึงขนาดนี้ นางจึงมีความเชื่อว่าเรื่องที่ท่านอ๋องทรงทำไป คงไม่มีความประสงค์ร้ายแอบแฝงเป็นแน่ ผิงม

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 145 ช่วยเหลือสหายรุ่นพี่

    ฟู่เสียนเย่ว์นั่งรอสองพี่น้องตระกูลสวี อยู่ในห้องอุ่นของเรือนฟู่ฮวา โดยมีผิงมามานั่งอยู่เป็นเพื่อน ส่วนเถียนมามายามนี้โดนฟู่อวี้ชิงรั้งตัวไว้ที่เรือนลี่หมิง เรือนที่เซียวอวี้หยวนเพิ่งตกแต่งใหม่และยกให้เป็นเรือนพักส่วนตัวของฟู่อวี้ชิงสวีหรูอี้และสวีหรูซานเข้ามาในห้องอุ่น เห็นฟู่เสียนเย่ว์นั่งกินผลไม้ดองอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งสองมองหน้ากันอย่างสับสนเล็กน้อยก่อนจะทักทายกันตามธรรมเนียม“มีคนพูดกันว่าเจ้ามีภาวะครรภ์อ่อนแอ เหตุใดข้าจึงเห็นเจ้าหน้าตาผ่องใสไม่คล้ายคนเจ็บป่วยเลยเล่า” สวีหรูอี้เอ่ยถาม“นั่นนะสิ ในยามนี้มีข่าวลือว่าดวงพิฆาตนารีของจิ้นอ๋องกำลังทำงานอีกครั้งแแล้ว พระชายาที่เพิ่งแต่งงานได้สี่เดือนยามนี้ร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถลุกขึ้นมาเดินได้ ยามนี้ต้องนอนพักผ่อนอยู่แต่บนเตียงเท่านั้น” สวีหรูซานเอ่ยเล่าเรื่องข่าวลือ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเพราะโดนสวีหรูอี้หยิกเตือนที่แขน“เจ้านี่นะ ปากไม่ดีใครใช้ให้เจ้าปากมาก ตีปากตัวเองแก้เคล็ดเดี๋ยวนี้” สวีหรูอี้เอ่ยเตือนน้องสาว สวีหรูซานหน้าเสียรีบตีปากตัวเองจนฟู่เสียนเย่ว์ต้องรีบเอ่ยห้าม“พอแล้วอย่าตีตนเองอีกเลย แค่เรื่องที่พูดเล่นกันเท่านั้น ความจริ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status