LOGINชาติก่อนเวินซื่อเป็นไข่มุกบนฝ่ามือของบิดาและเหล่าพี่ชาย แต่หลังจากที่บิดาพาน้องสาวกลับมา นางก็สูญเสียความรักไปทั้งหมด อีกทั้งยังโดนพวกพี่ชายมองว่าเป็นสตรีเจ้าเล่ห์เพราะแก่งแย่งความรักกับน้องสาว พี่ใหญ่บังคับให้นางคุกเข่าต่อหน้าผู้คน พี่รองตัดมือเท้าทั้งสองข้างของนาง พี่สามทรมานนางอย่างหนัก พี่สี่ทำลายโฉมหน้าและชื่อเสียงของนาง แม้แต่บิดาก็ไล่นางออกจากบ้าน สุดท้ายเวินซื่อเสียชีวิตอย่างน่าเวทนาด้วยน้ำมือของบิดาและพี่ชาย เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางเลือกที่จะละทิ้ง ขอพระราชโองการออกจากตระกูล ตัดขาดความสัมพันธ์ทางสายเลือด ใครจะรู้ว่าพวกพี่ชายกลับพากันนึกเสียใจ คุกเข่าอ้อนวอนให้นางลาสิกขา เวินซื่อส่ายหน้าอย่างเฉยชา “อมิตตาพุทธ ตระกูลเวินอันใด เวินซื่ออันใด พวกประสกจำคนผิดแล้ว”
View Moreเป่ยเฉินหยวนทาบธนูปลอกแขนเข้ากับข้อมือของหลานซื่อ พลางจัดให้เข้าที่แล้วค่อย ๆ พันสายรัดสีแดงนั้นรอบแล้วรอบเล่าจนแน่นหนา“ในพิธีสวดขอพรท่านต้องระวังให้ดี เสินอ๋องผู้เฒ่าผู้นั้นอันตรายยิ่งกว่าเวินเฉวียนเซิ่งเสียอีก การที่จู่ ๆ เขาก็ให้ท่านเป็นผู้ดำเนินพิธีสวดขอพร ย่อมไม่ใช่เพียงแค่การเซ่นไหว้ทั่วไปตามปกติแน่ คิดว่าต้องมีแผนการอื่นแอบแฝงอยู่”เป่ยเฉินหยวนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทื่อ ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและห่วงใยหลานซื่อพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะมีจุดประสงค์อะไร ทำได้เพียงดูไปทีละก้าวเท่านั้น”คิ้วของนางขมวดมุ่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ไร้ความกังวลต่อเรื่องในวันพรุ่งนี้เสียทีเดียวทว่าในตอนนี้เอง ฝ่ามือใหญ่อันอบอุ่นก็วางลงบนศีรษะของนางโดยพลัน...“อย่ากังวลไปเลย ข้าจะคอยมองท่านอยู่ตลอด”เสียงอันอ่อนโยนแล่นผ่านใบหูของหลานซื่อ ทำให้นางต้องชะงักไปอีกครานางเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ แต่กลับถูกเป่ยเฉินหยวนลูบศีรษะเบา ๆ “เอาล่ะ รีบไปนอนเสีย ขอบตาท่านดำคล้ำถึงเพียงนี้ เกรงว่าเมื่อคืนคงจะนอนไม่ค่อยหลับกระมัง”เขาเอ่ยขึ้น “ไปพักผ่อนให้เต็มท
หลานซื่อกะพริบตาปริบ ๆ “ราชาอสรพิษ?”ไป๋เยวี่ยโหรวดูเหมือนจะนึกอะไรออกเช่นกัน ดวงตาของนางพลันเป็นประกาย พยักหน้ากล่าวว่า “ใช่ ๆ ๆ ราชาอสรพิษนั่นเอง!”“ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกเจ้าว่า ทุกเผ่าในร้อยชนเผ่าต่างก็มีความเชื่อในเทพเจ้าของตัวเอง ส่วนเผ่ากู่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราและประชาชนทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในเมืองหินดำ ต่างก็มีความเชื่อในราชาอสรพิษ”เมื่อไป๋เยวี่ยโหรวกล่าวเช่นนี้ หลานซื่อและเป่ยเฉินหยวนก็นึกถึงรูปปั้นหัวอสรพิษขนาดมหึมาที่พวกเขาเห็นบนประตูเมืองหินดำตอนที่เพิ่งเข้าเมืองมาก่อนหน้านี้ตอนนั้นนางยังสงสัยว่าเหตุใดต้องสร้างรูปปั้นใหญ่โตเพียงนั้นไว้บนกำแพงเมือง ที่แท้ก็คือเทพเจ้าที่ชาวต่างเผ่าที่นี่ศรัทธานี่เอง“หากเจ้าไม่ได้รังเกียจงูละก็ เช่นนั้นก็จงรอรับความประหลาดใจครั้งใหญ่จากข้าและปาถูเอ่อร์ได้เลย”หลานซื่อส่ายหน้า “ข้าไม่ได้รังเกียจงู เพียงแต่พวกท่านอย่าได้ลำบากเลย พรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางแล้ว สองวันนี้ควรระมัดระวังไว้ดีกว่า”“เจ้าวางใจเถิด ข้าและปาถูเอ่อร์จะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วค่อยลงมือ”ไป๋เยวี่ยโหรวตบไหล่หลานซื่อเบา ๆ พลางเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม และไม่ได้พูดอะไรมากมายหลังจา
ปีแล้วปีเล่าผ่านพ้นไป ไป๋เยวี่ยโหรวยอมรับความจริงได้แล้วด้วยซ้ำแต่บัดนี้ นางฟื้นคืนสภาพเดิมแล้วเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นไม่ใช่แค่นางที่ไม่กล้าเชื่อ ปาถูเอ่อร์เองก็เช่นเดียวกันเพียงแต่สิ่งที่ปาถูเอ่อร์ตกตะลึงไม่ใช่เรื่องที่ไป๋เยวี่ยโหรวได้รับการรักษาจนหายต่างจากไป๋เยวี่ยโหรวที่ถอดใจไปแล้วก่อนหน้านี้ก็คือ ความจริงแล้วหลายปีมานี้ปาถูเอ่อร์เฝ้าตามหาหมอกู่ที่เก่งกาจมาโดยตลอด เพียงแต่เมื่อก่อนเขาไม่สามารถออกจากเขตหวงห้ามได้ จึงหาคนได้จำกัดดังนั้นจุดประสงค์ก่อนหน้านี้ที่คิดจะพาไป๋เยวี่ยโหรวออกจากเขตหวงห้ามไปด้วยกัน ก็ไม่ใช่เพียงเพื่อตามหาเด็กคนนั้นเท่านั้น แต่ยังเพื่อไปตามหาหมอกู่ที่เก่งกาจกว่าเดิมจากข้างนอก ไปตามหาหมอที่มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศในต้าหมิงด้วยแต่เรื่องไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาและเยวี่ยโหรวไม่สามารถออกจากเขตหวงห้ามได้ แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ่งคาดไม่ถึงก็คือ ทุกอย่างนี้กลับพลิกผันขึ้นอีกครั้ง!เยวี่ยโหรวฟื้นคืนสภาพเดิมแล้ว!ความดีใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันถาโถมใส่จนปาถูเอ่อร์ถึงกับมึนงงเขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “นี่...นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม? เยวี่ยโหร
“ทะลุเป้าหนึ่งล้าน?”หลานซื่อถามอย่างประหลาดใจ “ไหนบอกว่าผู้ค้าแมลงกู่รายใหญ่สองเจ้านั้นมีฝูงแมลงกู่ในมือเพียงสองแสนกว่าตัวไม่ใช่หรือ?”ปาถูเอ่อร์กล่าวอย่างภาคภูมิใจเล็ก ๆ “เดิมทีก็มีเพียงสองแสนกว่า แต่ตาเฒ่าสองคนนี้บังอาจเล่นตุกติกกับข้า แล้วยังถูกข้าจับได้เสียด้วย เช่นนี้จะไม่ให้พวกเขาขอโทษสักหน่อยหรือ?”ดังนั้นเขาจึงบังคับให้ผู้ค้าแมลงกู่รายใหญ่ทั้งสองพยายามคิดหาทางรวบรวมมาเพิ่มอีกสองแสนกว่า ด้วยฐานะชินอ๋องอันน่าเกรงขามของเขา บวกกับหมัดของหยินเป่ย ตาเฒ่าสองคนต่อให้ไม่อยากรวบรวมก็ต้องทำให้ได้ฝูงแมลงกู่ทั้งหมดประมาณห้าแสนตัว เมื่อรวมกับเมื่อสองวันก่อน ก็ทะลุเป้าหนึ่งล้านแล้วมิใช่หรือ“ตาเฒ่าสองคนนั้นยังรออยู่ที่นั่น ตอนนี้เจ้าต้องไปแล้ว มิเช่นนั้นหากปล่อยไว้นาน ฝูงแมลงกู่จำนวนมหาศาลเช่นนั้นอาจสูญเสียการควบคุมได้”แม้พวกเขาจะให้นักพรตกู่คอยเฝ้าอยู่ที่นั่น แต่หากฝูงแมลงกู่จำนวนมากมายเช่นนั้นเกิดสูญเสียการควบคุมขึ้นมาจริง ๆ ให้นักพรตกู่ยื้อไว้สักชั่วยามสองชั่วยามก็พอไหว แต่นานไปคงอ่อนแรง“ทำได้ไม่เลว”หลานซื่อพยักหน้าพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ลำบากท่านอ๋องเสียแล้ว พอดีเลย ในเมื่อจำนว


















Ratings
reviewsMore