ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง

ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง

بواسطة:  ลิ่วเยว่مكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
9.43
74 تقييمات. 74 المراجعات
400فصول
76.6Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

(หลงจ่านเหยียน มู่หรงฉิงเทียน ไทเฮางามล่มเมือง ฉบับใหม่ล่าสุด) ข้ามเวลามาก็ต้องแต่งงานกับฮ่องเต้ที่ประชวรหนักหรือ? ใครจะรู้ว่าวันต่อมาหลงจ่านเหยียนจะได้เลื่อนขั้นเป็นไทเฮา แม้แต่บิดาเลวทรามมารดาชั่วร้ายยังต้องคุกเข่าโขกศีรษะ ฮ่องเต้ยังต้องโค้งกายน้อมคารวะ บอกได้คำเดียวว่า...สะใจ! เพียงแต่ สายตาคู่นั้นของท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่จ้องมองนางกลับดูค่อนข้างประหลาด… “เจ้าผ่านบุรุษมาแล้วกี่คน” “ครึ่งคนกระมัง ต่อมาก็สิ้นใจตายเสียแล้ว” “ตายได้ก็ดี! หากเขาไม่ตาย ไว้ข้าเจอตัวเขาเมื่อใด จะต้องตายอนาถยิ่งกว่าเดิม”

عرض المزيد

أحدث فصل

فصول أخرى

التقييمات

10
96%(71)
9
0%(0)
8
0%(0)
7
0%(0)
6
0%(0)
5
0%(0)
4
0%(0)
3
0%(0)
2
4%(3)
1
0%(0)
9.43 / 10.0
74 تقييمات · 74 المراجعات
أكتب تعليقا

المراجعاتأكثر

Kaew Saengsim
Kaew Saengsim
ไม่อัฟต่อแล้วหรอคะ
2026-05-01 16:31:38
1
0
Mayuree Khamsaing
Mayuree Khamsaing
เรื่องนี้ก็มาทันอยู่ที่บท 400 คือยังไงก่อนคุณนักเขียน คนติดตามเขาก็รอคุณไปเถอะแล้วคุณก็เทๆๆเขา Appไม่น่าให้คุณมาวางตลาด การเขียนนิยายใน App นี้เลย
2025-08-14 22:28:28
4
0
pitpimol pitanilaphalin
pitpimol pitanilaphalin
โดนเทซะแล้ว หรือนี่ 29/7/65= 400
2025-07-29 14:35:35
1
0
tiw
tiw
มีต่อจากตอน 400 มั้ยคะ
2025-07-27 23:23:03
0
0
Zxcvbnmm
Zxcvbnmm
เหตุผลอะไรไม่อัพล้ะค่ะงงจัง รอ
2025-07-07 20:22:28
2
0
400 فصول
บทที่ 1  
“ลูกไม่ยอม!” ณ โถงประชุมภายในจวนแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่มีผู้คนจำนวนมากนั่งอยู่อย่างพร้อมหน้า แม่ทัพหลงซึ่งสวมเสื้อคลุมยาวผ้าไหมปักลายเหยี่ยวเหินฟ้ากำลังนั่งอย่างสง่าผ่าเผยอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ ท่าทางทรงพลังอำนาจน่าเกรงขาม ที่นั่งข้างกายของเขาคือหลงฮูหยิน ภรรยาโฉมงามซึ่งสวมชุดคลุมผ้าแพรต่วนสีเขียวปักลายบุปผาสีสันแพรวพราว ทว่าดวงหน้าและแววตาของหลงฮูหยินกลับเจือด้วยความกังวล และกำลังจ้องมองหลงจ่านเหยียนผู้ซึ่งกำลังคุกเข่าตัวสั่นเทิ้มอยู่บนพื้นด้วยสายตาเดียวกับแม่ทัพหลง ภายในโถงประชุม ยังมีผู้อาวุโสที่อายุมากแล้วอีกสองท่านและดรุณีซึ่งสวมอาภรณ์หรูหราด้วยอีกหลายท่าน ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงออกมา สีหน้าแววตามีแต่ความมืดครึ้มและขุ่นเคืองอย่างถึงที่สุด ทว่าภายใต้ความกดดันของทุกคน คำว่า ‘ลูกไม่ยอม’ ของหลงจ่านเหยียน ช่างดูอ่อนแอไร้พลังเสียนี่กระไร? หลงฮูหยินละสายตา ก่อนจะผุดยิ้มบาง ๆ ตรงมุมปากและกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นนุ่มนวลอย่างถึงที่สุด “จ่านเหยียน ฝ่าบาทมีพระราชโองการแต่งตั้งเจ้าเป็นฮองเฮา นี่เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของฝ่าบาท เจ้ามีหน้าที่แค่ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของฝ่าบาทและน้อมนำคำสั่ง
اقرأ المزيد
บทที่ 2  
ภาพที่น่าสังเวชเช่นนี้ มิอาจทำให้แม่ทัพหลงรู้สึกสะทกสะท้านได้เลยแม้แต่น้อย หว่างคิ้วของเขาปรากฏความฉุนเฉียวและหงุดหงิด หากว่านางยังไม่ตอบรับคำอีก เกรงว่าในวังจะต้องเอาผิดแน่ ฮองเฮาพระองค์ใหม่เสด็จเข้าวังหลวง จะร่ำไห้คร่ำครวญไปตลอดทางมิได้ หลงฮูหยินยื่นมือไปกุมมือของแม่ทัพหลงไว้ แววตาฉายประกายเหลืออดเกินทน “ท่านแม่ทัพ มิสู้ ให้นางกลับไปก่อน คืนนี้ข้าจะไปคุยกับนางดี ๆ เองเจ้าค่ะ!” แม่ทัพหลงรู้ดีว่าฮูหยินเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ทนเห็นการลงโทษที่โหดร้ายทารุณเช่นนี้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นนับแต่เมื่อคืนจนถึงบัดนี้ ทนทรมานมาแล้วหนึ่งคืน แต่ยังไม่เห็นวี่แววว่าเจ้าบุตรีดื้อด้านผู้นั้นจะยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ดูเหมือนว่าไม้แข็งจะใช้ไม่ได้ผล ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “เอาตามนั้นเถิด เจ้าไปคุยกับนางแล้วกัน!” พูดจบ ก็โบกมือ ก่อนจะชำเลืองมองหลงจ่านเหยียนอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ และออกคำสั่งว่า “พาตัวนางกลับไป!” หลงจ่านเหยียนแขนขาหมดเรี่ยวแรงทิ้งตัวกองไปกับพื้นเนื้อตัวสั่นเทิ้ม ทั้งสิบนิ้วเจ็บปวดมาถึงหัวใจ สำหรับนาง มันชินชาไปแล้ว บ้านหลังนี้ นางก็เป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งที่มาขออาศัย ถูกเจ้าของ
اقرأ المزيد
บทที่ 3  
ศีรษะของนางโน้มไปด้านหน้าเล็กน้อย ดวงตาฉายแววสะใจและบ้าคลั่ง กดเสียงลงต่ำ ราวกับนั่นเป็นเสียงปีศาจที่ลอดผ่านออกมาจากในลำคอ ทั้งที่ถ้อยคำโหดเหี้ยมอำมหิตปานนั้นแต่กลับเอ่ยอย่างเรียบง่าย “นางถูกกดหัวลงไปในถังปฏิกูล จนสำลักตาย หลังจากตาย ข้าก็ยัดยันต์คาถาข้าวเหนียวและตะปูเข้าไปในปากของนาง จากนั้นค่อยตัดแขนขาทั้งสี่ของนาง และส่งนางไปเฝ้าท่านพญายมในปรโลก ในสภาพที่ร้องทุกข์ไม่ได้ จะชาติภพไหน ก็ไม่มีทางกลับมาเกิดเป็นคนได้อีก!” หลงจ่านเหยียนพลันเงยหน้าขึ้นทันใด นัยน์ตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและเสียขวัญ ทั่วร่างสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงโดยไม่อาจควบคุม น้ำเสียงโกรธแค้นทะลุผ่านความขลาดกลัวในโพรงปาก “เหตุใด…ท่านถึงชั่วร้ายอำมหิตเพียงนี้?” หลงฮูหยินนั่งตัวตรง ก่อนผุดยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “อำมหิตหรือ? ไม่นับว่าใช่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่เจ้าต้องถูกฝังศพสังเวยชีวิตหลังได้รับแต่งตั้งเป็นฮองเฮา เป็นการจัดการของบิดาเจ้าเพียงผู้เดียว? อย่าหาว่าพวกข้าใจดำอำมหิตเลย หากจะโทษก็ไปโทษมารดาแท้ ๆ ของเจ้าเถิดที่เกิดมาต่ำต้อย กลับมีใจทะเยอทะยานอยากเป็นเจ้านาย บิดาเจ้าก็ใช่ว่าจะเอาเปรียบเจ้า ให้เจ้าได้ตายในนามของ
اقرأ المزيد
บทที่ 4  
หลงจ่านเหยียนคว่ำคันฉ่องลงกับหน้าโต๊ะ ความทรงจำส่วนหนึ่งของเจ้าของร่างเดิมปรากฏขึ้นในความคิด ก่อนเจ้าของร่างเดิมจะจากไป ความเคียดแค้นอาฆาตพุ่งทะยานขึ้นถึงฟ้า นางเอ่ยขึ้นนิ่ง ๆ “ข้ายังมิได้รับปากเข้าวัง!” ไฉ่หลีเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “ฮูหยินกล่าวว่า เรื่องนี้เจ้ามิได้เป็นผู้ตัดสิน มีราชโองการลงมาแล้ว หากเจ้าขัดขืนราชโองการ ชีวิตคงดับอนาถยิ่งกว่าถูกฝังทั้งเป็น ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่ครอบครัวของมารดาต่ำต้อยผู้นั้นของเจ้า ก็จะต้องถูกฝังศพสังเวยชีวิตไปพร้อมกับเจ้าเช่นกัน!” หลงจ่านเหยียนเอ่ยอย่างใช้ความคิด “พูดอีกอย่าง ข้าจำเป็นต้องตอบรับใช่หรือไม่?” ไฉ่หลีเอ่ยอย่างดูแคลน “คุณหนูใหญ่รู้จักว่าง่ายเร็วแบบนี้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องทนทุกข์มากมายเพียงนั้นอีก!” พูดจบ ก็หมุนตัวกลับอย่างเย็นชา เตรียมจะเดินออกไป ทว่าหลงจ่านเหยียนตะโกนเรียกนางไว้ก่อน “แล้วท่านแม่ทัพเล่า?” “เวลานี้ท่านแม่ทัพอยู่ที่โถงหลัก กำลังหารือกับฮูหยินถึงกิจธุระต่าง ๆ ที่จะต้องเตรียมให้เจ้าเข้าวัง ในเมื่อเจ้าต้องแต่งเข้าวังหลวง ฉะนั้นจะให้สินติดตัวของเจ้ามีน้อยนิดย่อมไม่ได้เด็ดขาด คุณหนูใหญ่มีวาสนาแล้ว!” พูดจบ ก็แสยะยิ้มอย่
اقرأ المزيد
บทที่ 5  
ทุกคนในที่แห่งนั้นล้วนเข้าใจ ทุกคนต่างนิ่งเงียบไม่ส่งเสียง ที่เงียบไป ย่อมมิใช่กำลังรู้สึกโศกเศร้าสงสารหลงจ่านเหยียน แต่แค่กำลังคิดถึงการเปลี่ยนแปลงรัชสมัยเปลี่ยนแปลงขุนนาง ไม่รู้ว่าหลังฝ่าบาทสวรรคตและฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์แล้วจะเกิดผลกระทบอะไรขึ้นกับตระกูลหลงบ้าง นางเฉินฮูหยินของหลงฉางอี้ถามขึ้นด้วยความวิตกกังวล “ตอนนี้นางเด็กคนนั้นยอมเห็นด้วยแล้วหรือยังเจ้าคะ? ถึงยามนั้นเกิดร้องไห้โวยวายขึ้นมาจะทำอย่างไร?” หลงฉางเทียนเอ่ยอย่างเย็นชา “นางจะตอบว่าไม่ยอมได้อย่างนั้นหรือ? ถึงยามนั้นแค่กรอกยานอนหลับแล้วส่งตัวเข้าวังไปก็สิ้นเรื่อง พอเข้าวังแล้ว ก็มีคนมาจัดการนางเอง!” “พูดมาก็จริงเจ้าค่ะ!” นางเฉินผุดยิ้ม “คนในวังหลวง ฝีมือร้ายกาจ ถึงยามนั้นหากนางกล้าอาละวาดโวยวาย คงถูกทรมานสาหัสไม่ใช่เล่น!” ทุกคนต่างยิ้มออกมา อนุภรรยาของหลงฉางอี้เอ่ยขึ้นพลางกลัวหัวเราะ “เพราะนางหาเรื่องเจ็บตัวเอง ใครใช้ให้นางดื้อรั้นเล่า?” หลงจ่านเหยียนยืนฟังอยู่หน้าประตูได้ครู่หนึ่งแล้ว จากนั้นก็มีสาวใช้ที่สายตาเฉียบแหลมคนหนึ่งมองเห็นนาง จึงตะโกนว่า “คุณหนูใหญ่มาแล้วหรือเจ้าคะ?” หลงจ่านเหยียนเดินเข้าไป
اقرأ المزيد
บทที่ 6  
ใบหน้าของหลงฮูหยินพลันเปลี่ยนไป ทันใดนั้นก็เงยหน้าจ้องนางตาเขม็ง นางยังมิทันเอ่ยวาจา หลงฉางเทียนก็เอ่ยด้วยเสียงเหี้ยมโหด “มารดาเจ้ามีอะไรต้องไปขอขมา? นางลำบากตรากตรำเลี้ยงดูเจ้าจนเติบใหญ่ แต่เจ้ากลับทำเช่นนี้กับนาง? คนเนรคุณไม่รู้ผิดชอบชั่วดี!” “พวกท่านคืองูพิษ เหตุใดข้าจะเป็นคนเนรคุณไม่ได้?” หลงจ่านเหยียนยิ้มอย่างเยือกเย็น ยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเสียดสี สายตากวาดมองผู้คนโดยรอบ ทุกคนในที่แห่งนี้ล้วนแต่รังเกียจนางไปจนถึงเหยียดหยามดูถูกนางอย่างถึงที่สุด แม้กระทั่งอนุภรรยาของหลงฉางอี้ก็ยังมองนางด้วยสายตาดูแคลนอย่างถึงที่สุดเช่นกัน หลงจ่านเหยียนถอนหายใจในใจ ร้ายดีอย่างไรก็เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพ ผู้อาวุโสรายล้อม ก็ควรจะได้รับความรักความเอ็นดูอย่างถึงที่สุด เมื่อก่อนเจ้ามีชีวิตอย่างไรกันแน่เนี่ย? เกรงว่าคงไม่อาจเทียบได้แม้แต่บ่าวรับใช้สักคนเลยกระมัง? นางเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ “ทว่า แม้ไทเฮาจะมีราชเสาวนีย์ แต่ข้าไม่รับราชเสาวนีย์ ข้าไม่…แต่ง!” ทุกคนในห้องโถงผงะไปเพราะประโยคนี้ของนาง สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปในทันที หลงฉางอี้เดินขึ้นมาด้วยความโมโหก่อนจะชี้หน้าพลางตะคอกใส่หลงจ่านเหยียน “
اقرأ المزيد
บทที่ 7  
หลงฉางเทียนยังไม่ตอบคำถาม ทว่านางหานอนุภรรยาของหลงฉางอี้ชิงตอบไปก่อน “เรียกฮูหยินผู้เฒ่า มีราชโองการลงมาแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ คุณหนูใหญ่ของพวกเราเป็นตายอย่างไรก็ไม่ยินยอมเจ้าค่ะ!” ฮูหยินผู้เฒ่าเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย “อ้อ? อย่างนั้นหรือ?” นางมองไปทางหลงจ่านเหยียน สายตาอันคมกริบเลื่อนไปบนใบหน้าของหลงฉางเทียนช้า ๆ “เช่นนั้นก็เป็นที่เจ้าจัดการไม่เรียบร้อยแล้ว แม้แต่ลูกสาวของเจ้าเองยังเกลี้ยกล่อมให้ทำตามไม่ได้ ไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าเจ้าควบคุมสามเหล่าทัพในสนามรบได้อย่างไร” ต้องเผชิญคำตำหนิของมารดาเช่นนี้แล้ว หลงฉางเทียนเอ่ยด้วยความหวาดกลัว “ความจริง มิใช่ว่าไม่ยินยอมขอรับ เมื่อครู่นางตอบรับยินยอมแล้วขอรับ!” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างราบเรียบ “ในเมื่อยินยอมแล้ว เช่นนั้นก็รีบย้ายที่พักให้นางเสีย อย่าให้คนในวังรู้สึกว่าจวนตระกูลหลงของเราใจดำอำมหิตไร้ความเมตตา!” “ขอรับ!” หลงฉางเทียนเงยหน้ามองหลงจ่านเหยียนปราดหนึ่ง “ยังไม่รีบไสหัวกลับไปเก็บข้าวของอีกหรือ? ฮูหยินผู้เฒ่ามีบุญคุณ ให้เจ้าได้ย้ายไปที่พำนักใหม่ ถือว่าให้เกียรติเจ้าแล้ว!” หลงจ่านเหยียนยืนขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งยโส พลางเอ่ยอย่างเยือกเย็น “ขอ
اقرأ المزيد
บทที่ 8  
หลงจ่านเหยียนสบสายตาอันคมกริบของนาง “ฮูหยินผู้เฒ่าไหว้พระสวดมนต์มานานหลายปี ไม่ทราบว่าได้เรียนรู้อะไรมาจากพระพุทธองค์บ้าง? ความใจดำอำมหิตไร้ซึ่งความเมตตา? ความไร้น้ำใจไร้ความชอบธรรม? หรือความโหดเหี้ยมทารุณ? หรือว่า จะเป็นการส่งหลานสาวแท้ ๆ ของตนเองไปตายเพื่อแลกกับเกียรติยศและความมั่งคั่งมาสู่ตระกูล?” “หือ?” ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงยิ้ม “เจ้าคิดจะพูดอะไร? พูดออกมาให้หมดเถิด!” อ้อ? แบบนี้ก็ไม่โมโหหรือ ดูเหมือนที่ศึกษาคำสอนพระพุทธองค์มาจะมีประโยชน์อยู่หน่อย ๆ หลงฮูหยินตะโกนห้ามหลงจ่านเหยียนทันที “ไร้มารยาท รีบขอขมาท่านย่าซะ!” หลงจ่านเหยียนไม่สนใจหลงฮูหยิน เอ่ย “ข้ายอมตกปากรับคำว่าเข้าวังก็ได้ เพียงแต่ ฮูหยินผู้เฒ่าท่านต้องยอมรับเงื่อนไขหนึ่งข้อของข้าเสียก่อน!” ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะออกมาเบา ๆ ขนคิ้วที่ยาวและมีสีขาวเลิกขึ้นเล็กน้อย แฝงความโกรธกรุ่นไว้อย่างเลือนราง “เจ้ามีสิทธิ์จะมาตั้งเงื่อนไขต่อรองกับข้าอย่างนั้นหรือ?” “เช่นนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็สวดภาวนาอ้อนต่อเบื้องหน้าองค์พระพุทธไปเสียเถิด อธิษฐานให้ฝ่าบาทสวรรคตทันทีหลังข้าเข้าวังไปแล้วกัน มิเช่นนั้น ต่อให้ข้าได้เป็นฮองเฮาแม้เพียงวันเ
اقرأ المزيد
บทที่ 9
หมัวมัวถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ใช่เจ้าค่ะ” ทันใดนั้นก็ชะงักไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เพียงแต่ ท่าทางการแสดงออกของแม่หนูเหยียนวันนี้ชวนให้รู้สึกแปลกใจยิ่งนักเจ้าค่ะ เมื่อก่อนเห็นนางขี้ขลาดอ่อนแอนัก ยังคิดว่านางไม่มีอารมณ์โกรธเสียอีกเจ้าค่ะ!”“ต่อให้เป็นสุนัขสักตัว ถูกต้อนให้จนมุมแล้วยังรู้จักแว้งกัด!” ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มอย่างเย็นชา “ปล่อยให้นางทำตัววุ่นวายไปเถิด ถึงอย่างไรท้ายที่สุดก็มีเพียงจุดจบเดียวนั่นแหละ!” “เกรงก็แต่ ฮูหยินคงจะไม่ยอมปล่อยนางไปง่าย ๆ สิเจ้าคะ!” “เต๋อโหรวเป็นคนอย่างไร เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้จริงหรือ? ให้คนไปเตือนนางไว้สักหน่อย อย่าทำให้เรื่องดูแย่ไปมากกว่านี้!” ฮูหยินผู้เฒ่ายืดเอวตรง ออกคำสั่งอย่างเยือกเย็น “เจ้าค่ะ!” หมัวมัวรับคำ ก็ประคองนางกลับไป ทว่าด้านหลัง กลับมีเสียงร้องเรียกของบ่าวรับใช้แว่วดังขึ้นมา “นางข้าหลวงขั้นสอง กูกูสอนมารยาทจากในวังมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!”ฮูหยินผู้เฒ่าผุดยิ้มออกมาอย่างเย็นชา นางมิได้หันหลังกลับ ทว่ายืดเอวตรงก็สืบเท้าไปด้านหน้า ก่อนที่กูกูสอนมารยาทจะเข้ามาถึง หลงจ่านเหยียนก็กลับไปนอนเอกเขนกที่ห้องก่อนแล้ว ไม่ปล่อยให้หลงฮูหยินได้โอกาสกลั่น
اقرأ المزيد
บทที่ 10
“เอี๊ยด” เสียงผลักประตูดังขึ้น หรูอี้นำทางทั้งสองเข้าไปนั่งในห้องโถงเล็ก ส่วนจี๋เสียงก็รีบสาวเท้าไปที่ห้องนอนปลุกหลงจ่านเหยียนด้วยความรวดเร็วครั้นหลงฮูหยินและกูกูสอนมารยาทนั่งลงแล้ว หรูอี้ก็ยกน้ำชามาให้ทันที สองคนทักทายกันตามมารยาทแล้วสามสี่ประโยค ก็เห็นจี๋เสียงเดินเข้ามาท่าทางกระอักกระอ่วน ก่อนจะกล่าวกับหลงฮูหยิน “ฮูหยินเจ้าคะ คุณหนูใหญ่หลับเป็นตายเลยเจ้าค่ะ ปลุกเท่าใดก็ไม่ยอมตื่น!”หลงฮูหยินหน้านิ่งอึ้ง “หลับเป็นตาย?”นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว? นางควรจะกลัวสุดขีดมิใช่หรือ? เหตุใดถึงยังหลับสนิทได้แบบนี้? หรือจะแกล้งหลับ? ด้วยนิสัยของนางเด็กชั้นต่ำคนนี้บางครั้งก็ดื้อรั้น ไม่ยอมให้ผู้ใดเห็นความอ่อนแอของนางได้ง่าย ๆนางอมยิ้มพลางหยัดกายขึ้นยืน “ข้าจะไปปลุกนางเอง!”หลงฮูหยินเยื้องกรายอย่างสง่าผ่าเผยเดินเข้าไป บนเตียง หลงจ่านเหยียนนอนคลุมโปงในผ้าห่ม เสียงหายใจแว่วดังออกมาจากด้านในผ้าห่มเป็นระยะ ผ้านวมขยับขึ้นลงเล็กน้อย คล้ายว่ากำลังนอนหลับอยู่จริง ๆนางนั่งลงข้างเตียงช้า ๆ ก่อนจะยื่นมือไปดึงผ้านวมออก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเอ็นดู ขณะที่กำลังจะอ้าปาก ถ้อยคำที่เตรียมไว้พลันเปลี่ยนเป็นเสียงร้
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status