Chapter: บทที่ 200 ตอนจบแคว้นต้าหมิงผลัดเปลี่ยนผู้ครองบัลลังก์ใหม่อีกครั้ง ฮ่องเต้จูหย่งตี้ขึ้นครองบัลลังก์ท่ามกลางปัญหามากมายในแคว้นต้าหมิง ทรงปราบปรามอ๋องทั้งหลายที่ก่อกบฏ ทรงแจกเสบียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทรงก่อตั้งทหารเรือเพื่อกำจัดเหล่าโจรสลัดที่มักปล้นทรัพย์ชาวบ้านตามบริเวณชายฝั่งทะเลที่ปรึกษาเซี่ยคงเสวียนได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านอัครเสนาบดีผู้คุมการทำงานของขุนนางในราชสำนัก บุตรเขยคนโตของเขาเจิ้งหรงเจี้ยนเป็นเสนาบดีฝ่ายขวาเลื่อนขึ้นมาเป็นขุนนางขั้นสองทั้งที่อายุยังน้อย เจิ้งหรงมู่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นขุนนางขั้นสามเป็นเสนาบดีควบคุมกองคลัง เจิ้งหรงจิ้งเป็นแม่ทัพใหญ่ถูกย้ายมาประจำชายแดนทางเหนือ โจวจื่อหวายบุตรเขยคนรองของท่านอัครเสนาบดีได้เลื่อนขั้นเป็นแม่ทัพควบคุมทหารองครักษ์และรับผิดชอบทหารที่ใช้ปกป้องเมืองหลวงฮ่องเต้จูหย่งตี้ทรงย้ายเมืองหลวงมาตั้งใหม่ที่เมืองเป่ยจิง และสร้างปรับปรุงพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นแทนที่จวนเอียนอ๋อง ช่วงปรับเปลี่ยนเมืองหลวงมีผู้คนต่อต้านและสร้างข่าวลือมากมาย มีบางคนได้ยินข่าวลือมาว่าฮ่องเต้จูจางเหวินยังไม่ตายและได้หลบลี้หนีภัยไปทางทะเล หม่าชางเหวินผู้ที่สังหารจ
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 199หม่าชางเหวินบุกเข้าไปในพระตำหนักคุณหนิง ซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้จูจางเหวิน เขารู้ดีว่าโจวจวินเปิดทางให้เขาเป็นผู้ลงมือ เพราะเอียนอ๋องจะได้ไม่มีความแค้นเคืองกับโจวจวินในภายหลังไท่ซ่างหวงเอ่ยต่อรองกับหม่าชางเหวินท่ามกลางผู้คนที่คอยคุ้มกันเขาว่า "อาชางเอ๋ย อาจางผู้นี้เขามีศักดิ์เป็นพี่ชายของเจ้า ไว้ชีวิตของเขาได้หรือไม่""เสด็จปู่ คนผู้นี้สังหารเสด็จอาไปตั้งหลายคน แล้วเขายังก่อเรื่องทำให้เสด็จย่าของข้าต้องปลิดชีพตนเองเช่นนั้น ท่านยังจะขอให้ข้าไว้ชีวิตเขาอีกหรือ"จูจางเหวินมองกำลังทหารที่คุ้มครองตนแล้วมองไปยังคนที่อยู่ด้านหลังหม่าชางเหวินด้วยความท้อใจ "ข้าคงไม่มีหนทางถอยแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าขอร้องให้เจ้าปล่อยคนที่ตำหนักเฟิ่งหนิงไปได้หรือไม่ นางกำลังตั้งครรภ์บุตรของข้า ลู่ฮองเฮาดีต่อโจวจื่อหยามากมาโดยตลอดเจ้าปล่อยนางไปได้หรือไม่"หม่าชางเหวินเหยียดยิ้มก่อนจะพูดด้วยใบหน้าโกรธแค้นว่า "ในที่นี้ข้าละเว้นได้เพียงชีวิตของเสด็จปู่เท่านั้น ส่วนสตรีของเจ้าเหตุใดข้าต้องละเว้นพวกนางด้วย ในเมื่อเจ้ายังไม่ละเว้นฮูหยินของข้าเลย" หม่าชางเหวินรับรู้แล้วว่ายามนี้โจวจื่อหยานอนหลับยังไม่ฟื้นเนื่องจา
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 198โจวจวินขี่ม้ามารับขบวนรถม้าของบุตรชายและบุตรสาว เนื่องจากเขาเองก็โดนคนลอบโจมตีเช่นกันจึงทำให้เสียเวลา เมื่อเขาไม่ได้พบกับขบวนรถม้าของบุตรทั้งสองที่จุดนัดพบ จึงเร่งม้าเดินทางต่อเพราะคาดเดาได้ว่าขบวนรถม้าผิดเวลาเช่นนี้ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นโจวจื่อหยาสั่งให้จงลู่ช่วยแบกโจวจื่อหวายมาขึ้นรถม้าของนางโดยให้สาวใช้คนสนิทย้ายไปขึ้นรถม้าคันอื่น และสั่งให้จงลู่พาคนเจ็บเคลื่อนย้ายเดินทางออกจากบริเวณนี้ ส่วนคนเสียชีวิตก็ให้นำศพกลับไปด้วย แม้จะทำให้การเดินทางล่าช้าลง แต่โจวจื่อหยาเลือกจะไม่ทิ้งใครเอาไว้ด้านหลัง แม้คนเหล่านั้นจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตามเมื่อขึ้นรถม้ามาอยู่คันเดียวกับโจวจื่อหวายเพียงสองคน นางก็ตรวจพบว่าลมหายใจของเขาแผ่วเบาแม้จะฝังเข็มที่บาดแผลเพื่อหยุดเลือดแต่อวัยวะภายในเสียหายมาก โจวจื่อหยารู้ดีว่าหากเป็นคนทั่วไปโจวจื่อหวายต้องเสียชีวิตแล้วไม่มีหนทางรักษาเพราะเขาโดนลูกธนูยิงทะลุปอดไปหนึ่งข้างโจวจื่อหยาเลือกที่จะเสี่ยงใช้พลังแก้วดวงจิตของตน ทั้งที่มีเสียงเตือนภายในใจว่าหากนางใช้พลังพิเศษรักษาโจวจื่อหวายจนหาย ถือว่าเกินขีดจำกัดตามธรรมชาติมากไปพลังชีวิตของนางอาจจะหมดลงได้แต่เมื่อคิดว่าไม่ใ
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 197โจวจื่อหยากลับมาพักผ่อนอยู่ที่จวนหม่ากั๋วกง แต่ภายในใจยังคงวนเวียนอยู่กับความคิดที่แอบอ่านมาได้จากผู้คนในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นภายในวังหลวงค่ำคืนนี้หลังจากผ่านบทรักที่ชุ่มฉ่ำใจ หม่าชางเหวินกอดจูบร่างบางอย่างรักใคร่ ก่อนจะยื่นนิ้วเรียวยาวไปคลึงหัวคิ้วของโจวจื่อหยาอย่างเอาใจ"มีเรื่องอันใดหรือ ทำไมเจ้าจึงดูกลุ้มใจเช่นนี้""ท่านพี่ในงานเลี้ยงวันนี้ข้าเพิ่งค้นพบว่า ฮ่องเต้จูจางเหวินไม่มีทางปล่อยท่านไป ฮ่องเต้ทรงคิดว่าตระกูลหม่าไม่สมควรมีอยู่และทรงระแวงหม่าไทเฮารวมถึงเอียนอ๋อง" เมื่อพูดจบเงยหบน้ามองหม่าชางเหวินด้วยท่าทางไม่แน่ใจก่อนจะพูดเพิ่มเติมว่า " อีกเหตุผลก็เป็นเพราะฮ่องเต้จูจางเหวินสนใจในตัวจื่อหยา พระองค์คิดอยากได้จื่อหยาไปเป็นส่วนหนึ่งในสตรีที่ทรงโปรดปราน จึงคิดอยากกำจัดท่านพี่ที่ขวางทางอยู่ วันนี้พวกเราหลบเลี่ยงได้แต่วันต่อๆไปไม่รู้ว่าพวกเราจะพลาดเมื่อไหร่จื่อหยาจึงรู้สึกไม่สบายใจเลยเจ้าค่ะ"เมื่อโจวจื่อหยาพูดจบหม่าชางเหวินมีสีหน้าดำมืด แต่ยังคงพยายามพูดปลอบใจโจวจื่อหยา "เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจ ท่านพ่อตาเริ่มแผนการที่วางไว้แล้ว ยามนี้พวกเรามีหน้าที่กวนน้ำในวังหลวงให้ขุ่นเท่านั้น
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 196ก่อนที่โจวจื่อหยาจะออกจากวังได้มอบของขวัญให้แก่ลู่ฮองเฮา เป็นกำยานหอม และน้ำอาบแช่กายสูตรพิเศษ โจวจื่อหยาได้กระซิบบอกวิธีการใช้ของเหล่านี้เป็นพิเศษมอบให้แก่ลู่ฮองเฮาอีกด้วย โจวจื่อหยามั่นใจว่าของขวัญเหล่านี้ ฮ่องเต้จูจางเหวินจะได้รับการปรนนิบัติเป็นพิเศษจากลู่ฮองเฮา ถือได้ว่านี่เป็นการมอบผลประโยชน์ให้กับฮ่องเต้จูจางเหวินทางอ้อมสามวันต่อมาหม่าชางเหวินพาโจวจื่อหยาเข้าวังหลวงอีกครั้ง เพื่อมาตามเทียบเชิญของพระสนมหลี่เฟย ที่เชิญโจวจื่อหยาไปร่วมงานเลี้ยงที่พระตำหนักเฟิ่งจี๋พระสนมหลี่เฟย สั่งให้คนจัดโต๊ะอาหารตัวยาวพร้อมทั้งเชิญแขกเป็นฮูหยินคนสำคัญของขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงมามากมายหลายคนวันนี้พระสนมหลี่เฟยทรงแต่งตัวงดงามหรูหราดูสูงส่ง ต่างจะคุณหนูหลี่หวงซินคนเดิมเป็นอย่างมาก จากเดิมเคยแต่งตัวเรียบง่ายด้วยชุดสีขาวบริสุทธิ์ แต่วันนี้พระนางเลือกสวมชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายเป็นดอกไห่ถังและประดับตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้เมื่อถึงเวลางานหม่าชางเหวินเดินเคียงคู่มากับโจวจื่อหยา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของคนผู้นี้ยังคงทำให้จิตใจของพระสนมหลี่เฟยเกิดความหวั่นไหวได้เหมือนเดิม พระสนมหลี่เฟยมองหม่าชางเหวินอยู่นานแล้วจ
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 195โจวจื่อหยาและหม่าชางเหวินเข้าพักที่จวนหม่ากั๋วกงในเมืองหลวง ในขณะที่เหล่าพี่ชายแยกย้ายกลับไปพักที่บ้านตระกูลเจิ้งและจวนเหมันต์เพ่ยเพ่ยพาไป๋จือและไป่เหอมารอต้อนรับโจวจื่อหยาที่จวนหม่ากั๋วกง โจวจื่อหยาไม่ได้มองพวกนางเป็นสาวใช้ทั่วไป แต่มองพวกนางเป็นสหายต่างวัยเสียมากกว่า เมื่อได้มาพบหน้ากันจึงพูดคุยถามไถ่เหตุการณ์ในชีวิตของแต่ล่ะคน"อะไรกันคนของสำนักอินทรีย์เหตุใดจึงคิดจะมาแย่งคนของข้าไปอีกแล้ว แต่งพี่เพ่ยเพ่ยออกไปแล้วหนึ่งคนยังไม่พอนี่ยังจะมาขอแต่งไป๋จือเพิ่มอีกหรือนี่" โจวจือหยาแกล้งเอ่ยหยอกเย้าไป๋จือที่ยามนี้กำลังปลูกต้นรักอยู่กับข่งเจียซ่าน"หากคุณหนูไม่เห็นด้วยไป๋จือก็จะไม่แต่งเจ้าค่ะ"ไป๋จือพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ฮ่าๆ ข้าเพียงพูดแกล้งหยอกเจ้า ใยถือเป็นจริงเป็นจัง หากเจ้าคิดว่าแต่งงานออกเรือนแล้วมีความสุขข้าย่อมสนับสนุน ไม่ใช่เพียงไป๋จือนะรวมถึงไป่เหอด้วย""ข้าจะไม่แต่งงานเจ้าค่ะ ชาตินี้ข้าจะอยู่รับใช้คุณหนูไปตลอดชีวิต"ไป่เหอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 'หากไม่มีคุณหนูชีวิตของนางในยามนี้คงจบลงที่หอโคมแดงไปแล้วดังนั้นชาตินี้นางจะอยู่เพื่อทดแทนคุณให้กับคุณหนู'โจวจื่อหยาอ่านความคิดของไป่เ
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 78 เบื้องหลังตำแหน่งตู้กั๋วกงภายในจวนจงอู่โหว หลังจากได้รับราชโองการแต่งตั้งเสร็จ บ่าวไพร่และคนอื่นๆ ต่างยินดีในการได้รับพระมหากรุณาจากฮ่องเต้ มีเพียง ตู้หลินซาน ตู้ซิวเหยียน ซูจื่อหวา ตู้หยุนซีและฟู่เสียนโหย่วเท่านั้นที่รู้ว่าจางกงจู่เซียวจื่อเหยียนเมื่อรู้เรื่องนี้แล้วทำการอาละวาดขว้างปาสิ่งของทิ้งด้วยความรู้สึกโมโห อีกทั้งยับพ่นคำด่าหยาบคายออกมาโดยไม่ไว้หน้าใครโชคดีที่ซูจื่อหวารู้ใจแม่สามีของตนเองดีไม่น้อย นางจึงรีบไล่พวกบ่าวและสาวใช้ออกจากเรือนหวางโซ่วไปจนหมด“ทำไมถึงไม่จบไม่สิ้น บุตรชายของข้าตายไปเพื่อเขาถึงสองแล้วคนยังไม่พอใจอีกหรือ คิดจะเอาตำแหน่งมาฟาดหัวข้า แล้วจะสามารถดึงหลานสาวของข้าไปมอบให้แก่บุตรชายของเขาได้อย่างนั้นหรือ ข้าไม่ยอม! ข้าไม่เอาตำแหน่งอะไรทั้งสิ้น เหอมามาช่วยข้าแต่งตัวข้าจะเข้าวัง”ฟู่เสียนโหย่วแตกตื่นกับคำพูดของจางกงจู่จนหน้าเปลี่ยนสี ตู้หยุนซีรีบกอดประคองฮูหยินของตนด้วยความเป็นห่วงทั้งกระซิบปลอบโยนนางว่า“เจ้าไม่ต้องกังวล ประเดี๋ยวท่านปู่ของข้าจัดการเรื่องนี้ได้”ฟู่เสียนโหย่วเป็นสตรีที่อ่อนโยนยามนี้ตาเริ่มแดงก่ำเป็นห่วงน้องสาวสุดที่รักของนาง“ฟู่เสียนเย่ว์...”“เรื่องไม่ได้ร้ายแรงอย่า
Last Updated: 2026-09-03
Chapter: บทที่ 77 ราชโองการแต่งตั้งตู้กั๋วกงหลังจากกลับจากวัดหลงอิ่น ฟู่เสียนเย่ว์สดใสขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด ฮูหยินผู้เฒ่าจึงวางใจได้ลงเสียที อีกไม่ถึงเดือนจะมีงานมงคลของฟู่อวิ๋นเฟิง ทุกคนในจวนตระกูลฟู่จึงเริ่มยุ่งเกี่ยวกับการจัดเตรียมงานฮูหยินผู้เฒ่าจึงพักเรื่องหาคนมาดูตัวหลานสาวทั้งสองเอาไว้ก่อนแต่ในวังหลวงสวีฮองเฮาหาได้ปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบเฉย พระนางรบเร้าให้ฮ่องเต้เซียวเกาตี้จัดการเรื่องให้กระจ่าง คนสนิทของฮ่องเต้จึงส่งสารไปเชิญจงอู่โหว ตู้หลินซานเข้าวังเป็นการส่วนตัว เรื่องที่เกิดขึ้นในวัดหลงอิ่นมีข่าวลือลับๆ กระจายไปทั่วว่าจิ้นอ๋องพึงพอใจในตัวคุณหนูหกตระกูลฟู่จนถึงขั้นเดินตามเกี้ยวสาวน้อยโดยไม่เกรงกลัวใคร ฟู่เสียนเย่ว์จึงไปจวนจงอู่โหวและพูดคุยกับเซียวจื่อเหยียนผู้มีศักดิ์เป็นจางก่งจูและตัวเขาผู้เป็นตาเรียบร้อยแล้ว ตู้หลินซานผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้งยามนี้ตัวเขาเองยอมรับว่าร่างกายเริ่มชราแล้วจึงวางงานทุกอย่างให้บุตรชายดูแล หลานสาวมาปรึกษากับตนแล้ว จางกงจู่ไม่เห็นด้วยแต่ตนเห็นด้วยกับหลานสาว อยู่ที่สูงหากหล่นลงมาด้านล่างมักจะเจ็บ การเดินลงมาด้านล่างด้วยตัวเองนั้นไม่เจ็บแต่ถ้าหากอยู่บนพื้นดินจนใครๆก็ล่วงเกินได้ ถ้าม
Last Updated: 2026-09-03
Chapter: บทที่ 76 ตัดสินใจใหม่ฟู่เสียนเย่ว์พยายามดึงมือของตนออกจากมืออุ่นร้อนของอีกฝ่ายแต่ไม่สำเร็จ จนทั้งคู่เดินออกมาเห็นคนมากมายรออยู่ตรงปากทางเข้าสวนป่าท้อ บุรุษร่างสูงจึงปล่อยมือนางให้เป็นอิสระทันที ฟู่เสียนเย่ว์ยามนี้ไม่เงยหน้ามองผู้ใดทั้งนั้น นางเขินอายปั่นป่วนใจจึงเรียกสาวใช้สองคนของตนเสียงเบา ก่อนจะขยับเท้าออกไปจากสถานที่ตรงนี้อย่างรวดเร็ว เมื่อกลับเข้ามาในวิหารฟู่เสียนเย่ว์เห็นฟู่อวิ๋นเชอร์ชะเง้อมองมาที่ตนอย่างกระวนกระวายใจก่อนจะส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ตน ซึ่งนางชักสีหน้าใส่อีกฝ่ายอย่างไม่พอใจและรีบเดินลงเขาทันทีเพราะไม่อยากให้ร่างสูงที่เดินตามหลังนางอยู่ไม่ห่างเข้ามาใกล้ชิดกับนางอีก ยามนี้นางไม่อยากสนทนาอะไรกับคนผู้นี้ ซึ่งเซียวอวี้หยวนเหมือนจะรู้ใจของนางดีจึงไม่ดื้อรั้นตามติดมาพูดคุยกับสาวน้อยอีกครั้ง ได้แต่มองตามหลังร่างเล็กอย่างนิ่งเงียบ ฟู่อวิ๋นเชอร์รู้สึกแล้วว่าผู้เป็นน้องสาวโกรธเคืองตนจึงรีบเดินตามหลังน้องสาวเพื่องอนง้อ “เสียนเย่ว์เดินช้าๆ ก็ได้เดี๋ยวตกบรรไดลงไปนะ”“....”“เสียนเย่ว์ เจ้าพูดกับพี่ชายหน่อยเถอะ พี่ทำทุกอย่างไปก็เพราะหวังดีกับเจ้านะ”“....”“เสียนเย่ว์ เจ้าจะงอนพี่ไม่ได้นะพี่เองก็โดนคนผู
Last Updated: 2026-09-03
Chapter: บทที่ 75 สวนป่าท้อฟู่เสียนเย่ว์เดินนำเซียวอวี้หยวนไปทางสวนป่าท้อที่นางเคยมากับบรรดาพี่ชายและพี่สาว ยามนี้ต้นท้อมีดอกเริ่มผลิออกจากต้นเป็นดอกตูม ทิวทัศน์ยังไม่ค่อยสวยงามมากสักเท่าไหร่แต่อากาศกลับเย็นสบาย ฟู่เสียนเย่ว์สูดอากาศเย็นที่แสนจะสดชื่นเข้าสู่ร่างกายเพื่อผ่อนคลายความร้อนผ่าวที่แก้ม ร่างสูงของเซียวอวี้หยวนเดินมาชิดข้างกายนาง จนสามารถรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย ฟู่เสียนเย่ว์จึงขยับออกห่างร่างสูงอีกนิดอย่างเขินอาย ก่อนจะหันไปมองสาวใช้คสนิทข้างกาย ซึ่งพวกนางต่างยืนมองอยู่ไม่ไกลนางจึงรู้สึกวางใจ เซียวอวี้หยวนจงใจขยับเข้ามาจนใกล้ชิดร่างบางแล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “เดินเข้าไปในสวนลึกอีกสักหน่อยเถิด ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว พวกเจ้ารอพวกข้าอยู่ตรงนี้” เซียวอวี้หยวนหันไปสั่งเจียงเฮ่าและสาวใช้ทั้งสองของฟู่เสียนเย่ว์แบบไม่ต้องการคำปฏิเสธ แต่เหลียนฮวาและเถาฮวามีหรือจะฟังคำสั่งของผู้อื่น จนคุณหนูของพวกนางเอ่ยอีกครั้งพวกนางจึงหยุดรอ“พวกเจ้ารออยู่ตรงนั้นกับท่านเจียงเฮ่าสักครู่เถิด ข้ากับท่านอ๋องจะเดินชมป่าท้อแถวนี้ ไม่ไปไหนไกลหรอก ท่านอ๋องเชิญเสด็จนำเพคะ” เซียวอวี้หยวนมีสี
Last Updated: 2026-09-02
Chapter: บทที่ 74 ต่างพร้อมใจไปไหว้พระฟู่เสียนเย่ว์ขออนุญาติจากฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลฟู่เพื่อไปไหว้พระที่วัดหลงอิ่น ฮูหยินผู้เฒ่ามองหน้าหลานสาวอย่างค้นหาก่อนจะอนุญาตให้ไปได้ แต่จะต้องให้ฟู่อวิ๋นเชอร์ไปเป็นเพื่อนด้วย ฟู่เสียนเย่ว์จึงยิ้มรับอย่างยินดี แอบนึกดีใจที่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ใช้ให้ตนนำฟู่เสียนหยาและฟู่เสียนเหยียนติดตามไปด้วย มิเช่นนั้นตนคงปลีกตัวลำบาก เมื่อฟู่เสียนเย่ว์กลับถึงห้องข้างจึงลังเลจะเขียนจดหมาบอกจิ้นอ๋องดีหรือไม่ แต่เมื่อนางนึกขึ้นได้ว่าขอเพียงตนเตรียมตัวเอิกเกริกสักนิดหน่อย คงมีสายไปรายงานให้เขาทราบเรื่องนี้อย่างแน่นอน จึงสั่งเถาฮวาให้ไปจัดเตรียมอาหารและรถม้าคันใหญ่ของจวนเตรียมไว้ อีกสองวันตนจะเดินทางไปไหว้พระที่วัดหลงอิ่นแต่เช้า และต้องการคนคุ้มกันไปด้วยสักหลายคนวันต่อมาเซียวอวี้หยวนเข้าวังเพื่อไปพบสวีฮองเฮา หลังจากคำนับทักทายพระมารดาตามธรรมเนียมแล้ว สวีฮองเฮาจึงเล่าเรื่องที่โซ่วอ๋องสนใจและอยากขอหมั้นหมายกับคุณหนูหกตระกูลฟู่ให้จิ้นอ๋องฟัง อีกทั้งสังเกตสีหน้าของบุตรชายของตนอย่างแนบเนียน พระนางจึงเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมีรอยยิ้มประดับมุมปากอยู่เสมอ ในยามนี้กลัยไม่มีเสียแล้ว นัยน์ตาคมสวยยามนี้มีแต่โทสะ
Last Updated: 2026-09-02
Chapter: บทที่ 73 สวีฮองเฮาฟู่เสียนเย่ว์เศร้าได้ไม่นานเพราะ พี่หญิงทั้งหลายพร้อมใจกันพาหลานๆ มาเยี่ยมเยือนท่านย่าที่เรือนฝูอัน ติงเหยาอี้และติงเหยาซิน บุตรชายและบุตรสาวของพี่หญิงใหญ่เจริญวัยแล้วโดยเฉพาะติงเหยาซินนางเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารักใครเห็นนางต่างเอ็นดูรักใคร่ นางช่างพูดช่างจา ฟู่อวี้ชิง บุตรชายของพี่ชายใหญ่ ตู้หมิงไป๋บุตรชายของพี่หญิงรองอายุไล่เลี่ยกัน เด็กน้อยทั้งหมดกำลังอยู่ในวัยน่ารัก บุตรชายของพี่หญิงสามหม่าเจินกุ้ยยังเล็กอายุเพียงขวบกว่าแต่จ้ำหม่ำน่ากอดเป็นที่สุด อีกทั้งในยามนี้พี่หญิงสามเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองกำลังท้องอ่อนๆ ท่านย่าของนางจึงสั่งห้ามไม่ให้พี่หญิงสามอุ้มเจินกุ้ยอีกเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกระเทือนกับหลานในครรภ์ ปัจจุบันแม่ทัพหม่าเย่เจาได้เข้ามาทำงานรับตำแหน่งในเมืองหลวงพี่หญิงสามจึงไม่ต้องกลับไปชายแดนอีกแล้ว แต่มีเรื่องที่น่าตกตะลึงก็คืออนุหลี่มารดาของฟู่หลี่ม่านทนความว้าเหว่ของเมืองชนบทไม่ไหว จึงขอออกจากตะกูลฟู่และไปแต่งงานครั้งที่สองกับเศรษฐีใหม่ของเมืองซีเป่ย ซึ่งนายท่านใหญ่ก็ไม่ขัดขวาง พี่หญิงสามฟู่หลี่ม่านคราแรกที่รู้เรื่องรู้สึกอับอายและอยากเขียนจดหมายไปห้ามมารดา เป็นท่านย่าของน
Last Updated: 2026-09-02
Chapter: บทพิเศษ 2เหล่าสาวใช้คนสนิทของเฉินเป่าหนิงล้วนแต่งงานออกเรือนกันไปหมดแล้ว มีเพียงตงฮัวถูกรั้งเอาไว้ให้เป็นหมัวมัวข้างกายของเฉินเป่าหนิงเนื่องจากตงฮัวแต่งงานกับสวีหยุน ฐานะของตงฮัวและสวีหยุนจึงแตกต่างจากบ่าวไพร่คนอื่นๆสาวใช้ข้างกายของเฉินเป่าหนิงถูกผลัดเปลี่ยน คนเก่าไปคนใหม่มา แต่ตงฮัวกลับอยู่ข้างกายของเฉินเป่าหนิงไม่ยอมจากไปเหมือนสาวใช้คนอื่นๆ นางจึงมีอำนาจที่สุดในจวนเหวินหยวน เหนือกว่าพ่อบ้าสวีที่ดูแลเรื่องราวทั่วไปภายในจวนด้วยซ้ำในยามนี้ตงฮัวยืนท้องโตอยู่ที่เรือนกลางธารากับสวีหยุนและพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังว่า“เห็นทีเรือนกลางธาราจะเล็กไปเสียแล้ว”“ประเดี๋ยวข้าจะบอกเรื่องนี้ต่อท่านอ๋องเอง เจ้าอย่ากังวลใจในเรื่องนี้อีกเลย เจ้ากำลังตั้งครรภ์รีบไปพักผ่อนเถิด”“ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ช่วยกำชับเจ้าเห่าฟ้าว่ามันช่วยดูแลควบคุมลูกๆ ของมันอย่าให้เห่าเล่นไปทั่ว บ่าวไพร่ที่ไร้พลังลมปราณกระอักเลือดจนบาดเจ็บสาหัสมีคนเกือบตายไปหลายคนแล้ว”“ได้ๆ ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก” สวีหยุนรีบตอบรับคำของตงฮัวอย่างเชื่อฟังเจ้าเห่าฟ้ายืนฟังอยู่ด้านนอกของเรือนกลางธารามันมองสวีหยุนด้วยแววตาเหยียนดหยาม แค่มันมองดูคนทั้งคู่ก็
Last Updated: 2026-07-19
Chapter: บทพิเศษ ตอนที่ 1“ชีวิตนี้ข้าจะไม่แต่งงาน” คำพูดนี้ของเฉินจื่อเฮ่าที่ตะโกนลั่นบอกกับทุกคนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังแต่ผ่านไปเพียงสามปีเท่านั้นเขาก็ยอมกลืนน้ำลายตนเองและเริ่มยอมให้ผู้หัวเราะเยาะเย้ยอย่างกล้าหาญ ถ้าหากเขาไม่ยอมทนแล้วจะยินยอมปล่อยให้นางแต่งงานออกเรือนไปกับผู้อื่นอย่างนั้นหรือ แต่เรื่องนี้เขารู้สึกทนรับไม่ได้จริงๆรัชศกชางหลงปีที่ห้า เมืองต้าโจวเมืองหลวงของแคว้นเฉียนมีงานมงคลที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งเกิดขึ้นแม่ทัพเฉินแห่งทิศประจิมกำลังจะแต่งงานของบุตรสาวแม่ทัพเจิ้งซานแห่งทิศทักษิณ คนหนึ่งเป็นหลานชายคนสำคัญของพระหมื่นปีสกุลซย่า ส่วนอีกคนเป็นน้องสาวคนโปรดของเจิ้งฮองเฮาเมื่อห้าปีที่แล้วแคว้นเฉียนเกิดการก่อกบฏของตระกูลเมิ่ง โลหิตสีแดงไหนนองทั่วแคว้น จนทำให้มีบางเมืองเกิดโรคระบาด โชคดีที่มีท่านหมอเทวดาตระกูลเฉินและฮูหยินของเขาร่วมมือกันรักษาและควบคุมโรคระบาด ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในแคว้นเฉียนมีชีวิตรอดและเริ่มก่อร่างสร้างตัวกันขึ้นมาใหม่ฮ่องเต้เซวียนเทียนหรงทรงปกครองแคว้นเฉียนด้วยการยึดถือเรื่องความสงบสุขของประชาชนเป็นใหญ่ ทรงงดเว้นการเก็บภาษีที่ดินเป็นเวลาห้าปี ทรงเริ่มจัดตั้งโรงกษาปณ์เพื่อผลิตเ
Last Updated: 2026-07-18
Chapter: บทที่ 192 ภาวนาเป็นครั้งสุดท้ายวันที่เก้าเดือนเก้าเฉินเป่าหนิงเริ่มปวดท้องคลอดบุตรในยามเช้ามืดในขณะที่ท้องฟ้ายังไม่สว่างดี ยามย่ำรุ่งดวงตะวันเพิ่งเริ่มพ้นขอบฟ้าทารกหญิงตัวน้อยเพิ่งคลอดออกมาเป็นคนแรก ท่ามกลางความโล่งอกของหมอตำแย เวลาต่อมาในช่วงเช้าท่ามกลางเมฆหมอกที่ปกคลุมทำให้อากาศรอบกายเย็นสบายทารกเพศชายที่สมบูรณ์แข็งแรงได้คลอดตามออกมาและส่งเสียงร้องไห้ดังกังวานไปทั่วเรือนชิงเฟิงบุตรคนสุดท้ายเฉินเป่าหนิงนอนปวดท้องอย่างทุกข์ทรมานจนเกือบจะหมดแรง แสงตะวันสาดส่องเริ่มร้อนแรงทารกเพศชายคนที่สามจึงยอมคลอดออกมาจากท้องของผู้เป็นมารดาเซวียนจ้งเหยียนผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตามาก่อนเขาถึงกับมีน้ำตาไหลออกมาอย่างโล่งใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อเขาได้ยินว่าภรรยาคลอดบุตรคนที่สามออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูก“ท่านอ๋องนี่ท่านร้องไห้หรือ” เฉินจื่ออี้เอ่ยถามเพราะรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองเซวียนจ้งเหยียกยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้าของตนเองด้วยความแปลกใจ “ไม่ได้ร้อง…น้ำตามันไหลออกมาเอง”เฉินจื่ออี้เม้มปากและไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เพราะความจริงแล้วเมื่อเขาได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของน้องสาว เขาก็เจ็บปวดใจจนรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาเช่นกัน แ
Last Updated: 2026-07-17
Chapter: บทที่ 191 ความเปลี่ยนแปลงในแคว้นฉินอากาศในเดือนเจ็ดย่างเข้าเดือนแปดของแคว้นซี ฝนตกหนักและบางวันมีฝนตกตลอดทั้งวัน หัวใจของเฉินเป่าหนิงไม่ค่อยจะสงบสุขนักเพราะในยามนี้นางอุ้มท้องมาครบแปดเดือนใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว แต่ผู้เป็นสามี พี่ชายคนโตและพี่ชายคนรองกลับอ้างว่าเดินทางไปทำธุระสำคัญด้วยกันที่แคว้นเฉียน แล้วพร้อมใจกันหายหน้าไปเป็นเดือนโดยไม่มีข่าวส่งกลับมาหานางตามปกติคฤหาสน์ตระกูลเฉินในยามนี้มีเวรยามคอยคุ้มกันอย่างหนาแน่น สีหน้าทุกคนดูเคร่งเครียดกว่าปกติจนเฉินเป่าหนิงรับรู้ได้ แม้ว่าทุกคนจะพยายามแสดงให้นางเห็นว่าทุกอย่างเป็นปกติดีก็ตาม“เป่าหนิง ย้ายมาอยู่เรือนชิงเฟิงคุ้นเคยดีหรือยัง”“คุ้นเคยบ้างแล้วเจ้าค่ะ เรือนนี้พี่สะใภ้จัดได้สวยงามและเดินเข้าออกได้สะดวกดีมากเจ้าค่ะ”“เจ้าชอบก็ดีแล้ว ที่ต้องให้เจ้าโย้กย้ายมาเรือนหลังนี้เพราะอยู่ใกล้กับเรือนหลัก ยามที่ท่านปู่และท่านอาทั้งหลายมาตรวจอาการให้เจ้าและหลานๆ ในยามคลอดจะได้สะดวกมากขึ้นอีกหน่อย อีกอย่างในยามนี้เจ้าเริ่มเคลื่อนไหวลำบากแล้ว เดินขึ้นเนินเขาจะเปลืองแรงเจ้าเสียเปล่าๆ”“เรือนชิงเฟิงแห่งนี้ ถือว่าท่านพ่อลงทุนไปไม่ใช่น้อย” เฉินเป่าหนิงเอ่ยชมก่อนจะนอนเอนตัวลงบนเก้าอี้โ
Last Updated: 2026-07-17
Chapter: บทที่ 190 ทะเลาะกันเพราะคนอื่นงานมงคลของเฉินจื่ออี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี วันต่อมาพิธีการยกน้ำชา และการมอบของขวัญเพื่อต้อนรับเจ้าสาวคนใหม่อย่างไป๋เย่ว์เลี่ยง เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมีอาการเขินอายต่อกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เจิ้งลิ่วซีอดเอ่ยวาจาหยอกล้อเจ้าสาวคนใหม่อย่างสนุกสนานไม่ได้ จึงเรียกเสียงหัวเราะขบขันจากทุกคนทำให้บรรยากาศในคฤหาสน์ตระกูลเฉินมีแต่ความรื่นเริงบันเทิงใจหลังจากจบงานมงคลหรงอ๋องและเจิ้งลิ่วซีพักผ่อนอยู่ที่คฤหาสน์ของตระกูลเฉินต่ออีกเจ็ดวันแล้วจึงได้เดินทางกลับไปยังแคว้นเฉียนพร้อมกับคนของตระกูลซย่าทางเรือ“เป่าหนิง ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่แคว้นเฉียน วันที่เจ้าคลอดบุตรคงจะไม่ได้มารับขวัญหลานที่นี่ แต่จะเตรียมของล้ำค่าเอาไว้รับขวัญหลานทั้งสองคนรออยู่ที่แคว้นเฉียน” นี่คือคำบอกลาของเจิ้งลิ่วซีที่พูดกับเฉินเป่าหนิงก่อนเดินไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือเมืองหนานจิน…หลังจากที่เฉินจื่ออี้และไป๋เย่ว์เลี่ยงแต่งงานกันแล้วเฉินเป่าหนิงจึงมีพี่สะใภ้คนโตมาคอยอยู่เป็นเพื่อนนาง ทำให้ความกังวลใจเกี่ยวกับการคลอดบุตรฝาแฝดของนางจึงลดน้อยลง“เป็นเพราะการตั้งครรภ์ของข้า ทำให้พี่ใหญ่ไม่พาพี่สะใภ้ไปกราบไหว้บรรพบุรุษที่แคว้นเฉียน เรื่อง
Last Updated: 2026-07-16
Chapter: บทที่ 189 งานมงคลของฉินจื่ออี้ช่วงวันเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว อายุครรภ์ของเฉินเป่าหนิงนับได้ห้าเดือนแล้ว ท้องของนางเริ่มขยายใหญ่มากขึ้นจนทำให้คนรอบกายรู้สึกกังวลใจ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเป่าหนิง ทุกคนต่างพร้อมใจกันทำทุกอย่างให้เป็นปกติ เพื่อไม่ให้นางรู้สึกหวาดกลัวในการคลอดบุตรในวันนี้เป็นงานมงคลของเฉินจื่ออี้และไป๋เย่ว์เลี่ยง มีคนจากแคว้นเฉียนเดินทางไกลมาร่วมงานมงคลในครั้งนี้ด้วย คนเหล่านั้นฮูหยินใหญ่ตระกูลซย่าเดินทางมาพร้อมบุตรชายฝาแฝดทั้งสองคน มีหรงอ๋องเดินทางมาพร้อมกับพระชายาและน้องสาวน้องชายของภรรยา ยังมีผู้ติดตามของคนเหล่านี้เป็นขบวนใหญ่ ทำให้งานมงคลในแดนไกลของตระกูลเฉินดูคึกคักไม่น้อย“พี่ซีซี ท่านช่วยส่งคนไปดูทีว่าขบวนไปรับเจ้าสาวถึงไหนแล้ว” เฉินเป่าหนิงเอ่ยบอกกับเจิ้งลิ่วซีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ผู้ที่นั่งด้านข้างนางเป็นเจิ้งจิ่วหรูในยามนี้กำลังปอกเปลือกส้มแล้วยื่นกลีบส้มให้เฉินเป่าหนิงกินอย่างใจเย็น“ธรรมเนียมของที่นี่แตกต่างจากธรรมเนียมของแคว้นเรา ได้ยินว่าจะต้องแห่ขบวนเจ้าสาวให้วนรอบเมืองหนึ่งรอบก่อนจะมาทำพิธีต่อที่บ้านเจ้าบ่าว” เจิ้งลิ่วซีพูดอธิบายก่อนจะเรียกสาวใช้มาคนหนึ่งแล้วสั่งให้นางออกไปส
Last Updated: 2026-07-16
Chapter: บทที่ 200 ฮองเฮาแคว้นจื่อหยวนองค์รัชทายาทจะต้องไปเรียนรู้งานของราชสำนักกับฮ่องเต้หยางตี๋ซึ่งฝ่าบาทจะต้องออกว่าราชการในยามเช้าที่ท้องพระโรงทุกวัน ดังนั้นหยางเฟิ่งเจี๋ยจะต้องเดินทางออกจากจวนซานอ๋องที่ในยามนี้กลายเป็นจวนรัชทายาทไปแล้วตั้งแต่เช้ามืด ความจริงแล้วองค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่พระตำหนักบูรพาในวังหลวง แต่หยางเฟิ่งเจี๋ยใช้ข้ออ้างว่ากลัวความผิดพลาดของนางกำนัลฝ่ายในจนทำให้ส่งผลร้ายต่อการตั้งครรภ์ของพระชายา เมื่อสองปีที่แล้วเคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นต่อการตั้งครรภ์ของอดีตพระชายาอี้อ๋องมาก่อน ดังนั้นฝ่าบาทที่ทรงอยากจะได้อุ้มหลานเหมือนคนในวัยเดียวกันแล้ว พระองค์จึงยอมพระราชอนุญาตให้องค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทพักอยู่ในจวนที่อยู่นอกวังหลวงต่อไป เมิ่งเถียนซีบำรุงครรภ์อยู่ที่เรือนจันทร์ส่อง ในระหว่างวันมักจะมีแขกมาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำ แน่นอนว่าผู้ที่มาเยี่ยมพระชายาองค์รัชทายาทแทบทุกวันย่อมจะหนีไม่พ้นผู้เป็นมารดาและพี่สะใภ้ใหญ่ของนาง สวีเยี่ยนหลันและกู้ฉิงโหรว ในบางวันก็อาจจะมีเมิ่งซูเหวินและหลานชายคนแรกของนางเซี่ยหวายเยี่ยนมาเยือนที่เรือนจันทร์ส่องด้วย ในวันนี้ก็เช่นกันเมื่
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 199 เดินทางไปรับตำแหน่งองค์รัชทายาทเมิ่งเถียนซีเดินทางไปจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันเกิดปีที่สิบเจ็ดของตนเองที่เมืองจิ่วโจว เพราะพี่ชายรองของนางเมิ่งจื่อซวายมารับตำแหน่งนายกองของกองทัพตระกูลเมิ่งที่เมืองจิ่วโจวในเดือนสามพอดี การฉลองวันเกิดถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีการตั้งโต๊ะเลี้ยงอาหาร มีการดื่มสุราสังสรรค์กันอย่างรื่นเริงสนุกสนาน เมิ่งเถียนซีมีความสุขมากที่ได้พบหน้ากับเมิ่งจื่อซวายอีกครั้ง สองพี่น้องจึงประลองฝีมือกันส่งท้าย“ไม่เจอเพียงหนึ่งปี พลังปราณของเจ้าเลื่อนระดับไปอีกขั้นแล้ว” เมิ่งจื่อซวานพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้หลังจากที่เขาประลองฝีมือพ่ายแพ้ให้แก่ผู้เป็นน้องสาว“ข้าย้ายมาอยู่ที่เมืองซีโจวนอกจากชอบปลูกพืชสมุนไพรแล้วก็หมั่นขยันฝึกซ้อมฝีมือแทบจะทุกวัน จึงเป็นธรรมดาที่ฝีมือของข้าจะรุดหน้าอย่างรวดเร็วแบบนี้ พี่รองอย่าทำสีหน้าหดหู่ใจแบบนี้สิเจ้าคะ พวกเราสองพี่น้องได้มาพบหน้ากันใหม่อีกครั้งข้าย่อมจะมีของขวัญพบหน้ามอบให้แก่พี่ชาย รับรองว่าของขวัญสิ่งนี้จะทำให้พี่รองมีฝีมือก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน” เมิ่งเถียนซีอมยิ้มแล้วจึงยื่นขวดยาที่ด้านในมียาฟื้นฟูพลังปราณชั้นดีสิบกว่าเม็ดมอบให้แก่เมิ่งจื่อซวาน“ยานี้…เป็นยาอะไร” เม
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 198 การใช้ชีวิตที่มีความสุขอยู่ที่ซีโจวเมืองซีโจวมีทิวทัศน์สวยงามน่าอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทิวทัศน์บริเวณจวนซานอ๋องมีต้นสนสูงใหญ่ถูกปลูกเอาไว้ล้อมรอบ ยังมีทิวป่าไผ่อยู่ทางด้านข้างของจวน ส่วนทางด้านหลังจวนยังมีสวนต้นท้อที่ชาวบ้านมาช่วยกันปลูกทิ้งเอาไว้บนเนินเขาแห่งนี้ ทำให้กลายเป็นสวนป่าที่สามารถมาหาเก็บผักและผลลูกท้อนำไปเป็นอาหารที่กินได้อากาศภายในเมืองซีโจวอบอุ่นเป็นอย่างมาก เมิ่งเถียนซีจึงผลัดเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดฤดูร้อนเพื่อความเบาสบายตัวแล้วจึงเดินสำรวจเรือนแต่ละหลังภายในจวนซานอ๋องโดยมีเหล่าสาวใช้เดินตามมาทางด้านหลัง เรือนแต่ละหลังไม่ได้ถูกสร้างให้ประสานกัน มีถนนที่ปูด้วยแผ่นหินถูกสร้างเป็นเส้นทางไปยังเรือนหลังอื่นทำให้การเดินไปยังเรือนต่างๆ แสนจะสะดวกสะอาดไร้สิ่งกีดขวางอวี๋เหนียงสาวใช้ของที่นี่มีอายุมากแล้ว แต่นางยังคงเดินได้อย่างคล่องแคล่วนางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่สะอาดมีกิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อย ระหว่างที่ทุกคนเดินไปสำรวจเรือนแต่ละหลังอวี๋เหนียงพูดบรรยายเกี่ยวกับเรือนทุกหลังให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เรือนที่พักของท่านอ๋องและพระชายาถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ท่านอ๋องทรงตั้งชื่อเรือนว่าเรือนรับอรุณเพคะ”
Last Updated: 2026-07-20
Chapter: บทที่ 197 มีคนมารอรับที่เมืองซีโจวการเดินทางไปเมืองซีโจวถ้าหากขี่ม้าเร็วจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณเจ็ดวันหรือแปดวัน แต่เมื่อเป็นขบวนรถม้าขนาดใหญ่ที่ขนสัมภาระมากมายและยังมีผู้คนร่วมเดินทางเป็นจำนวนมาก การเดินทางจึงใช้เวลานานขึ้นใช้เวลาในการเดินทางนานครึ่งเดือนเป็นอย่างน้อยตลอดการเดินทางหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีไม่ได้พบกับความยากลำบากแม้แต่น้อย เพราะเขาและนางสลับกันเข้าไปพักผ่อนอยู่ในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิต จึงมีเวลาให้ใช้เหลือเฟือไม่ต้องรีบ พวกเขาได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ได้ฝึกฝนตนเองโดยไร้คนรบกวน ได้นอนแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่อย่างสบายใจ โดยมีอีกคนนั่งเฝ้าในรถม้าอยู่ด้านนอก ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นคนที่นั่งอยู่ในรถม้าจะรีบเข้ามาตามคนในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิตในทันทีดังนั้นตลอดการเดินทางทั้งหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีจึงดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากกว่าผู้อื่นที่ร่วมออกเดินทางมาด้วยกัน ภายในรถม้าคันหรูหราจะมีหยางเฟิ่งเจี๋ยนั่งอยู่กับเมิ่งเถียนซีเพียงสองคน เพื่อที่จะได้สะดวกในการหลบเข้าไปในห้วงมิติพิเศษได้ง่าย ยามค่ำคืนคนทั้งคู่มักจะนอนอยู่ในรถม้าคันใหญ่ร่วมกัน ส่วนคนอื่นๆ ก็มักจะค้างคืนอยู่ภายในรถม้าของตนเอง เพราะห
Last Updated: 2026-07-20
Chapter: บทที่ 196 เดินทางไปเมืองซีโจวความโปรดปรานที่มากเกินไปของฮ่องเต้หยางตี๋ย่อมจะไม่ส่งผลดีต่อคนที่ได้รับสักเท่าไหร่นัก พระชายาเอกฉินซูเซียวในอี้อ๋องช่วยพิสูจน์ในเรื่องนี้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ฮ่องเต้หยางตี๋ทรงแสดงความตื่นเต้นและดีพระทัยที่กำลังจะมีหลานชายหรือหลานสาวคนแรกอย่างเปิดเผย เมื่อทรงรู้ข่าวว่าพระชายาฉินซูเซียวตั้งครรภ์แล้ว ฝ่าบาทก็ทรงรีบส่งของขวัญมากมายไปพระราชทานให้แก่หลานชายหรือหลานสาวที่ยังไม่ถือกำเนิดยังจวนอี้อ๋องเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วครรภ์นี้พระชายาฉินซูเซียวก็รักษาเอาไว้ไม่ได้ มิหนำซ้ำท่านหมอหลวงหลายคนยังเอ่ยคำวินิจฉัยว่าในอนาคตพระชายาเอกฉินซูเซียวมีโอกาสน้อยมากที่จะตั้งครรภ์ใหม่ได้อีกครั้งเมิ่งเถียนซีรับฟังข่าวนี้ด้วยความรู้สึกสงสารฉินซูเซียวอยู่บ้าง แต่เมื่อหยางเฟิ่งเจี๋ยเอ่ยเตือนนางว่า “พระชายาเอกของอี้อ๋องคนนี้เดิมทีก็ไม่ใช่สตรีที่แสนดีอยู่แล้ว เสด็จพี่ใหญ่ของเรามีพระชายารองและอนุตั้งหลายคน แต่ผ่านมานานหลายปียังไม่มีสตรีคนใดในจวนอี้อ๋องที่ตั้งครรภ์เลยสักคนเดียว เราคิดว่าพระชายาเอกฉินซูเซียวผู้นั้นคงจะลงแรงไปกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย”“แต่ในเมื่อนางตั้งครรภ์ใหม่ได้ยากแบบนี้ ในอนาคตข้างหน้า นางคงจะต
Last Updated: 2026-07-20
Chapter: บทที่ 195 จัดงานเลี้ยงปีใหม่ในฐานะพระชายางานมงคลของเมิ่งเซวียนอี้จบลงไปได้เพียงสองสัปดาห์ต่อมาก็จะเป็นวันส่งท้ายปีเก่าเตรียมงานฉลองต้อนรับปีใหม่ ในปีใหม่นี้เมิ่งเถียนซีมีฐานะเป็นนายหญิงของจวนซานอ๋องแล้ว นางจึงต้องจัดเตรียมงานฉลองคืนข้ามปีให้แก่จวนซานอ๋อง เพื่อให้พวกบ่าวและสาวใช้ที่อยู่ในจวนได้เฉลิมฉลองในเทศกาลมงคลร่วมกัน“…ท่านพ่อบ้านใหญ่บอกกับข้าว่าปีก่อนๆ ท่านอ๋องแค่แจกถุงเงินถุงทองมอบรางวัลพิเศษให้แก่พวกบ่าวและสาวใช้เท่านั้น ไม่ได้มีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารและจ้างมหรสพมาทำการแสดงภายในจวนเพคะ” ไฉ่เสียนก้มหน้ารายงานความคืบหน้าของการจัดเตรียมงานและเล่าเรื่องที่จวนซานอ๋องเคยจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เทศกาลเฉลิมฉลองแบบนี้จะปล่อยให้ทุกคนภายในจวนต้องผ่านคืนข้ามปีไปอย่างเงียบเหงาโดยไม่มีการเลี้ยงเฉลิมฉลองได้อย่างไร การแสดงมหรสพจะไม่มีก็ช่างเถิดแต่อย่างน้อยภายในจวนก็ควรจะมีเสียงเพลงมาบรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศรื่นเริง อาหารมงคลควรจะมีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหารสักเก้าชนิด ควรจะมีอาหารประเภทเนื้อเห็ดเป็ดไก่ อาหารที่ทำมาจากเนื้อหมูและเนื้อปลา รวมไปถึงอาหารที่มีผักใบเขียวเพื่อแก้เลี่ยนอีกด้วย ของหวานย่อมจะต้องมีขนมแป
Last Updated: 2026-07-20