Chapter: บทที่ 15 ฝึกฝนพลังลมปราณณ. จวนตระกูลเฉิน ห้องโถงใหญ่ของจวนเรือนส่วนหน้า เฉินจื่ออี้ เฉินจื่อเฮ่านั่งรวมตัวกันเป็นเล่นหมากล้อมเป็นเพื่อนกับเฉินเอินปัว เนื่องจากช่วงนี้ท่านหญิงหย่งอันคอยดูแลเฉินเป่าหนิงอยู่ไม่ห่าง ทำให้เฉินเอินปั๋วที่ลาออกจากตำแหน่งขุนนางในราชสำนักไร้เพื่อนเคียงข้างกาย เฉินจื่ออี้และเฉินจื่อเฮ่าจึงทำตัวเป็นบุตรกตัญญูหาเวลาว่างพร้อมกันเพื่อมานั่งเล่นหมากล้อมเป็นเพื่อนบิดา“ตั้งแต่หนิงเอ๋อร์ฟื้นขึ้นมา นางก็แทบจะไม่ยอมแยกห่างจากท่านแม่ของพวกเจ้าเลย” เฉินเอินปั๋วพูดบ่นเล็กน้อย“ช่วงนี้หนิงเอ๋อร์ยังมีอาการป่วยอยู่ ความทรงจำของนางยังไม่ฟื้นกลับคืนมา คนรอบกายล้วนกลายเป็นคนแปลกหน้า มีท่านแม่คอยอยู่ให้คำแนะนำน้องสาวอย่างใกล้ชิดนางจะได้รู้สึกอบอุ่นใจขอรับ”เฉินจื่ออี้ในยามนี้เป็นแพทย์ฝึกหัดอยู่ในสำนักแพทย์โอสถ เอ่ยเรื่องสุขภาพของน้องสาวขึ้นมาเป็นข้ออ้างกับการกระทำที่ห่างเหินของมารดาที่มีต่อบิดา“หึ…ท่านแม่คอยอยู่เป็นเพื่อนเป่าหนิงเพราะกลัวว่าจะมีคนประสงค์ร้ายแนะนำสถานที่อันตรายให้น้องสาวอีกครั้งมากกว่าขอรับ” เฉินจื่อเฮ่าเอ่ยขึ้นและปรายตามองบิดาด้วยสายตาไม่พอใจ“พ่อนำเรื่องนี้ไปถามฟางเอ๋อร์แล้ว นางยืนยัน
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 14 ละทิ้งเพียงชื่อ ไม่ทิ้งตัวตนเฉินเป่าหนิงมองสำรวจเรือนโปร่งฟ้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะไปยังห้องที่พักของสาวใช้ทั้งสี่เพื่อเยี่ยมพวกนางด้วยตนเอง“คุณหนูท่านไม่ต้องเดินมาดูพวกบ่าวอีกแล้ว ที่นี่มีสาวใช้ที่ฝานมัวมัวพามาดูแลพวกข้าเป็นอย่างดีแล้วเจ้าค่ะ” ตงฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง“นี่…ซิวจู๋เจ้าจะต้องดูแลคุณหนู นี่ก็มืดค่ำแล้วคุณหนูไม่ชอบความหนาวเย็นเป็นที่สุด เจ้าอย่าได้ลืมสั่งกำชับสั่งสาวใช้ในเรือนโปร่งฟ้าใช้พลังความร้อนอบอุ่นเครื่องนอนของคุณหนูเสียก่อน กำยานให้ใช้กลิ่นดอกป๋ายเหอจุดในห้องนอนของคุณหนูให้ดี” ชิวฮัวหันมาสั่งซิวจู๋ด้วยน้ำเสียงไม่วางใจ“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ซิวจู๋จะดูแลคุณหนูใหญ่เป็นอย่างดี”ซิวจู๋สาวใช้ขั้นสองของเรือนฮุ่ยหนิงถูกเลื่อนขึ้นมาให้คอยรับใช้คุณหนูใหญ่ คราวแรกนางตื่นเต้นมากเพราะเคยได้ยินว่าคุณหนูใหญ่เป็นคนมากเรื่อง ของทุกอย่างและการกระทำทุกอย่างต้องระมัดระวังอย่างที่สุด แต่ทว่าเมื่อซิวจู๋ได้มารับใช้ใกล้ชิดกับคุณหนูใหญ่ นางจึงรู้ว่าคุณหนูใหญ่เป็นคนผ่อนปรนมาก“ซิวจู๋ ช่วยบอกให้สาวใช้ดับกำยานนั่นเถิด กลิ่นหอมฉุนเกินไปจนฉันรู้สึกเวียนหัว ดอกลิลลี่…ป๋ายเหอฮวานี่มีกลิ่นหอมก็จริง แต่กลิ่นรุนแรงมากเกินไปแล
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 13 น่าสนใจบุรุษรูปงามหน้าขาวปากแดงแต่กลับสวมใส่ชุดดำไปทั้งตัว ทำให้นางรู้สึกว่าคนผู้นี้คล้ายคลึงกับปีศาจดูดเลือดในตำนาน เมื่อรู้ว่าเขาเป็นหลินชินอ๋อง เฉินเซียหนิงถึงกับตัวสั่นแล้วเบียดตัวกอดแขนของท่านหญิงหย่งอันแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัวก่อนหน้านี้ท่านหญิงหย่งอันเคยคิดกังวลใจว่า บุตรสาวเปลี่ยนไปมากเหมือนจะไม่ใช่บุตรสาวคนเดิม แต่เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของบุตรสาวที่มีต่อหลินชินอ๋องยังคงเหมือนในอดีต จึงอดหลุดเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างขบขันเล็กน้อยออกมาไม่ได้“หนิงเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว จ้งเหยียนมาเยี่ยมเจ้าโดยเฉพาะ เพราะเขารู้สึกเป็นห่วงอาการป่วยของเจ้า""ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องใส่ใจ…เป่าหนิงหายดีแล้วเจ้าค่ะ" เฉินเซียหนิงเอ่ยตอบตะกุกตะกัก"แน่ล่ะ เจ้าย่อมหายดีแล้วจึงก่อเรื่องวุ่นวายจนเกือบจะเผาตนเองและสาวใช้ไปพร้อมกันเช่นนี้ได้ เอาล่ะวันนี้เจ้าคงจะขวัญเสียมากแล้ว เรือนฮุ่ยหนิงคงจะใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะซ่อมแซมจนเสร็จเจ้าย้ายไปนอนกับแม่ที่เรือนเหมันต์ก่อนดีกว่า”“ไม่ดี!”เฉินเอินปั๋วรีบเอ่ยห้ามทันที เพราะว่าตัวเขาและฮูหยินเพิ่งจะมีเรื่องบาดหมางใจกันไปในวันนี้ เขากลัวว่าหากปล่อยเวลาเนิ่นนานไป
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 12 ระเบิดพลังครั้งแรกเรือนฮุ่ยหนิงมีกลิ่นหอมเย็นลอยมาตามลมเพราะไม้ที่ใช้สร้างเรือนหลังนี้เป็นไม้กฤษณาที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ สวนรอบเรือนฮุ่ยหนิงล้วนแต่มีสวนดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วคนที่มีประสาทในการรับกลิ่นได้ดีอย่างเซวียนจ้งเหยียนจึงรีบควักผ้าเช็ดหน้าของตนเองขึ้นมาปิดจมูก เพราะเขารู้สึกว่ากลิ่นหอมของดอกไม้เหล่านี้ตีกันจนเหม็นตลบอบอวลมากกว่าที่จะทำให้เขารู้สึกดี ถ้าหากเขาจำไม่ผิดกลิ่นเฉพาะตัวของเฉินเป่าหนิงก็มีกลิ่นหอมรุนแรงเช่นนี้ แม้ทั้งคู่จะอยู่ห่างไกลกัน แต่เขาก็ยังได้กลิ่นหอมจากตัวนางอย่างชัดเจนถ้าหากเป็นบุรุษคนอื่นคงจะชอบกลิ่นหอมของสตรีเช่นนี้ แต่เซวียนจ้งเหยียนไม่ใช่บุรุษธรรมดาทั่วไป เขาจึงรู้สึกไม่ชอบยังไม่ทันที่จะได้พบหน้าคู่หมั้น เซวียนจ้งเหยียนก็รู้สึกว่าตนเองช่างเหลวไหลยิ่งนัก เหตุใดเขาจึงต้องมาทนทรมานกับเรื่องแบบนี้ด้วย ในใจคิดอยากจะขอตัวเดินหนีกลับแล้ว แต่แล้วฉับพลันเขาได้ยินเสียงระเบิดดังออกมาจากทิศทางที่ตั้งของเรือนฮุ่ยหนิง เขารีบใช้ม่านพลังเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันตนเองและเข้าไปยืนบังท่านหญิงหย่งอันเอาไว้ด้านหลังอย่างต้องการปกป้องพลังลมปราณที่ระเบิดออกมาจากเรือนฮุ่ยหนิงช่างรุนแรงยิ่ง
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 11 ทำตัวสนิทเพราะมีเป้าหมายท่านหญิงหย่งอัน เป็นสตรีวัยกลางคนที่ยังคงงดงามเหมือนเด็กสาวคนหนึ่ง นางมีดวงตากลมโตที่ฉลาดเฉลียวและยังมีรอยยิ้มที่ติดตราตรึงใจของผู้ที่เคยพบและพูดคุยกับนางเสมอ เป็นคนที่อบอุ่นอ่อนโยนสามารถทำคนที่มีจิตใจเย็นชารับรู้ถึงความอบอุ่นเพียงแค่ได้พูดคุยกับนางเท่านั้นเซวียนจ้งเหยียนก็เป็นหนึ่งในคนที่รู้สึกประทับใจในคำพูดและรอยยิ้มที่อบอุ่นของท่านหญิงหย่งอัน เพราะเหตุนี้เขาจึงยอมรับการหมั้นหมายกับบุตรสาวเพียงคนเดียวของนางโดยไม่แสดงความต่อต้านกับพระบิดาผู้นั้นของเขาแม้แต่น้อย แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านมาเซวียนจ้งเหยียนจึงค้นพบว่าเฉินเป่าหนิงมีหน้าตาเหมือนกับเฉินเอินปั๋วมากกว่าท่านหญิงหย่งอัน มีเพียงดวงตากลมโตของเฉินเป่าหนิงเท่านั้นที่ดูคล้ายกับท่านหญิงหย่งอันแต่กลับขาดประกายแวววาวของความฉลาดเฉลียว ทำให้เซวียนจ้งเหยียนจึงคิดจะเปลี่ยนใจแต่ในวันนี้เมื่อได้มาพบใบหน้างดงามแต่แฝงความเศร้าของท่านหญิงหย่งอันแล้ว หัวใจที่เย็นชาและแข็งกระด้างของเซวียนจ้งเหยียนกลับอ่อนนิ่มลง และแอบคิดดีใจที่แผนการของเขาในวันนั้นไม่สำเร็จ ถึงแม้จะไม่ได้ถอนหมั้นตามที่ตั้งใจไว้ แต่ยังนับว่าโชคดีที่เฉินเป่าหนิงไม่ได้ตายตามที่เขาคาดห
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 10 มีรักลึกซึ้งยิ่งเจ็บปวดเฉินเป่าหนิงได้รับคำแนะนำและตำราเรื่องการรวบรวมลมปราณและการฝึกใช้พลังลมปราณเบื้องต้นจากเฉินเอินปั๋วและพี่ชายทั้งสอง นางตั้งใจฝึกรวบรวมพลังลมปราณขั้นต้นก่อน โดยมีสาวใช้ฤดูกาลทั้งสี่นั่งเฝ้าอยู่ด้านนอกห้องอุ่นเพื่อรอคุณหนูของนางเรียกใช้“ตงฮัว เจ้าลองเข้าไปเรียนคุณหนูใหญ่ในห้องก่อนดีหรือไม่ว่าคุณหนูเล็กมาเยี่ยม ไม่ใช่ให้เจ้ามาตัดสินใจเอาเองว่าคุณหนูใหญ่ไม่ให้คุณหนูเล็กเข้าพบ” ปิงซวี่ดุตงฮัวอย่างไม่พอใจ“ข้ามิได้ตัดสินใจเอาเอง แต่คุณหนูใหญ่บอกกับพวกข้าเอาไว้ว่าถ้าหากคุณหนูไม่เอ่ยปากเรียกใครเข้าไปภายในห้องอุ่น ห้ามไม่ให้ใครก็ตามเข้าไปในห้องนั้นเจ้าค่ะ ยามนี้คุณหนูใหญ่กำลังเก็บตัวฝึกฝนพลังอยู่จึงไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าเยี่ยม”“แต่ว่าชุนฮัวก็อยู่ภายในห้องนั้นกับพี่หญิงด้วยไม่ใช่หรือ ในเมื่อชุนฮัวช่วยดูแลพี่หญิงในห้องนั้นได้ ตัวข้าก็อยู่คอยดูแลพี่หญิงใหญ่ได้ ทุกคนในจวนตระกูลเฉินต่างรู้ดีว่า ข้าเป็นน้องสาวที่รู้ใจพี่หญิงเป็นที่สุด”เสียงนุ่มนวลของเฉินฟู่ฟางพูดขึ้นมาทำให้ตงฮัวเอ่ยตอบด้วยเสียงนอบน้อมมากขึ้น“แต่คุณหนูเล็กก็น่าจะรู้ดีนี่เจ้าค่ะ ว่าคำสั่งของคุณหนูใหญ่เมื่อเอ่ยออกมาแล้วคำไหนย่อมเป็น
Last Updated: 2026-04-14
Chapter: บทที่ 15ความจริงโจวจวินไม่คิดว่า เรื่องที่ตนตกลงราคากับนายช่างรับเหมาทำบ้านจะแพร่กระจายออกไปให้คนในหมู่บ้านรับรู้โจวจวินเลือกวัสดุที่ดีที่สุดในการสร้างบ้าน เพราะเขาคิดว่าไหนๆ ก็ทำบ้านแล้ว จึงต้องสร้างบ้านให้ดูดีและอยู่สบายตรงใจผู้อยู่ ภรรยาของเขาเคยเป็นคุณหนูตระกูลเก่าแก่ โจวจวินจึงไม่อยากให้ภรรยาต้องลำบากในการปรับตัวในการใช้ชีวิตมากนัก บ้านที่กำลังสร้างใหม่นี้เทียบไม่ได้กับบ้านที่เขาและภรรยาเคยอยู่มาก่อนแม้แต่สักส่วนเดียว จะมีที่หรูหรามากกว่าก็คือห้องน้ำและห้องครัวเท่านั้นแต่ข่าวที่โจวจวินสร้างบ้านในราคา1,500 ตำลึงทองแพร่กระจายออกไปเป็นเพราะบ้านเถียนของเถียนสี่ฟาได้รับค่านายหน้าจากการสร้างบ้านหลังนี้เป็นเงิน50ตำลึงทอง ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่เยอะมากสำหรับชาวบ้านเถียนซีเจิ้งฮุ่ยถงจึงไปสืบความสอบถามจากนายช่างรับเหมามาจนได้ว่า บ้านหลังนี้ตกลงเหมากันที่ราคา1,500ตำลึงทอง ซึ่งเจิ้งฮุ่ยถงตกใจมาก และเกิดความโลภจึงไปเรียกร้องค่านายหน้าเพิ่มจนเป็นเรื่องราวบานปลายใหญ่โต ทุกคนจึงรู้ราคารับเหมาทำบ้านหลังนี้ของโจวจวินเจิ้งฝูหลิงกลับทำให้โจวจวินและเจิ้งฮุ่ยผิงรู้สึกผิดคาด เขาไม่บ่นน้องเขยกับราคาการสร้างบ้
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 14เจิ้งฝูไฉให้บุตรชายคนโตของเขาเจิ้งหรงเจี้ยนไปตามเถียนฟาสี่ให้มาที่บ้านตระกูลเจิ้ง ในขณะที่ตนเองแบกจอบเดินกลับไปขุดหลุมเตรียมทำบ่อโคลนเพื่อสร้างก้อนดินไว้สำหรับก่อสร้างบ้านดินและเตาเผาถ่านเจิ้งฝูหลิง เจิ้งหลี่ และโจวจวินต่างชำแหละเนื้อหมู เพื่อเก็บไว้กิน และเตรียมให้เจิ้งฝูหลิงนำไปขายนางเจียงมายืนควบคุมบุรุษทั้งสาม "เก็บหัวหมูไว้ เลือดก็ใช้กระมังรองไว้ ไส้กระเพาะหาง ขายก็คงไม่ได้ราคา เอาไว้กินเถิดลูกเขยชอบกินกระเพาะหมูลวกจิ้ม"เจิ้งฝูหลิงเอ่ยถามอย่างสงสัยว่า "ท่านแม่ ไส้หมูมันมีกลิ่นเหม็นจะตาย มันกินได้หรือ ข้าว่าทิ้งไปเถิดอย่าเสียดายเลย""ประเดี๋ยวแม่ตุ๋นหัวหมู ไส้หมูพวกนี้ให้เจ้าลองกิน รับรองว่าอร่อยจนเจ้าไม่ยอมวางตะเกียบ เจ้าช่วยซื้อเครื่องสมุนไพรมาให้ข้าด้วยนะ ข้าเขียนในกระดาษเอาไว้แล้ว อ่อ ต้องเพิ่มโป๊ยกั๊ก อบเชย อื้ม..แม่ขอตัวไปเขียนเพิ่มก่อน" นางเจียงเดินไปเขียนของที่ต้องการซื้อเพิ่มเจิ้งหลี่มองภรรยาที่ยังคงกระฉับกระเฉงด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้มหน้าใช้มีดที่คมกริบของบุตรเขยแล่เนื้อหมูอย่างชำนาญโจวจวินเห็นพวกเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากตน จึงนำไก่ป่าสองตัว กระต่ายป่าสามตัว มาจัดก
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 13คืนนี้บ้านเจิ้ง ทุกคนต่างนอนหลับสนิท วันนี้โจวจื่อหวายย้ายไปนอนกับเจิ้งหรงเจี้ยนและเจิ้งหรงจิ้ง ดังนั้นคืนนี้คู่สามีภรรยาจึงแสดงความรักต่อกันหลังจากที่ว่างเว้นกันมานานมีเพียงโจวจื่อหยาที่ตื่นขึ้นมา แม้จะไม่ได้มองเห็นแต่เพราะในห้องมืด แต่แค่นางฟังเสียงก็พอเดาได้ว่าบิดามารดากำลังทำภารกิจคู่รัก'.....'แม้ไม่เคยมีประสบการณ์ด้วยตนเอง ไม่เคยลงมือทำ แต่ด้วยชีวิตเก่าที่จากมาสื่อออนไลน์เปิดกว้าง เรื่องเหล่านี้จึงผ่านหูผ่านตามามากโจวจื่อหยาหลับตาปี๋และยกสองมือปิดหู พยายามฝืนตนเองให้นอนหลับต่อ แต่เพราะท้องหิว ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับจึงต้องทนทรมานอยู่นาน กว่าคนทั้งคู่จะเสร็จกิจ'ท่านแม่ ข้าหิว' โจวจื่อหยารอจนแน่ใจว่าทิ้งช่วงนานพอแล้วจึงเรียกมารดาตัวเอง'........''ท่านแม่..ข้าหิวแล้ว และปวดเบาด้วย'"ตื่นแล้วๆ รอแม่สักครู่นะหยาหยา" เจิ้งฮุ่ยผิงผุดลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะพูดกับบุตรสาวอย่างลืมตัวโจวจวินจึงลุกขึ้นนั่งตาม และมองดูภรรยาปรนนิบัติบุตรสาวของพวกเขาอย่างคล่องแคล่ว"เจ้าคุยกับลูกรู้เรื่องจริงๆด้วย" โจวจวินพูดด้วยความแน่ใจมากขึ้น หลังจากที่เขาสังเกตภรรยาและบุตรสาวมานาน"เรื่องนี้ข้าบอกท่านไม่ได้
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 12"พี่รองเกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ" เจิ้งฮุ่ยผิงเอ่ยถามเจิ้งฝูหลิงด้วยความสงสัย"ก็ตาเฒ่าเถียนที่เป็นผู้ใหญ่บ้านนะสิ คิดจะขายที่ให้กับน้องเขยหมู่ล่ะ 5 ตำลึงทอง ทั้งๆที่คนอื่นซื้อที่หมูล่ะ 3 ตำลึงทองเท่านั้น"เจิ้งฝูหลิงพูดด้วยท่าทางโมโห"ที่ตรงนั้น ด้านหลังติดภูเขา ไกลจากหมู่บ้าน หมู่ละ5 ตำลึงทองแพงเกินไปจริงๆ ผู้ใหญ่บ้านเถียนรังแกคนเกินไปแล้ว" เจิ้งฝูไฉพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนและมีท่าทางไม่สบายใจ"ยังจะมาพูดอีกว่าภูเขาด้านหลังเป็นที่ไม่มีเจ้าของ สามารถถางที่เพิ่มเป็นของตนเองได้ ช่างกล้าพูด ภูเขาลูกนั้นมีแต่ต้นไม้ใหญ่ ใครมันจะไปถางป่ารกทึบขนาดนั้นไหว"เจิ้งฝูหลิงพูดด้วยอารมณ์คุกรุ่น"ข้าถางไหว" โจวจวินพูดขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ เมื่อเห็นทุกคนมองเขาอย่างสงสัย โจวจวินจึงเฉลยว่า"หากใช้ขวานตัดต้นไม้ ข้ามีแรงเยอะกว่าคนทั่วไป ต้นไม้เหล่านี้ไม่ใช่งานหนักเกินไปสำหรับข้า อีกอย่างพี่รองลืมไปแล้วหรือขอรับว่าพวกเรามีแผนจะเผาถ่านขาย หากได้ที่ตรงนั้น มันห่างไกลผู้คน และมีต้นไม้แข็งให้เผาถ่านเยอะมาก""เจ้ารู้วิธีเผาถ่านหรือ" เจิ้งฝูไฉถามน้องเขยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แม้แต่เจิ้งหลี่ที่กำลังนั่งหัดใช้เชือกถักตาข่า
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 11เจิ้งฝูไฉ ปีนี้อายุ27 ปีเป็นบุตรชายคนโตของนางเจียงเขามีใบหน้าคล้ายกับเจิ้งหลี่ รูปร่างสูงผอมใบหน้าซูบตอบจนเบ้าตาลึก ด้านหลังเขาเป็นเจิ้งหรงเจี้ยนบุตรชายคนโตอายุ8ปี และบุตรชายคนรอง เจิ้งหรงจิ้งอายุ5ปีโจวจวินผู้เป็นอาเขยยื่นเงินหนึ่งตำลึงทองเป็นของขวัญพบหน้าให้กับเด็กทั้งสองคราวนี้เจิ้งฝูหลิงเป็นคนพูดให้หลานชายทั้งสองรับเอาไว้ เพราะบุตรชายของเขา เจิ้งหรงมู่ก็รับของขวัญเช่นกัน"รับไปเถิด น้องสาวกับน้องเขยยังมีเรื่องให้พี่ชายใหญ่ต้องช่วยอีกหลายเรื่อง""ระหว่างที่รอให้บ้านของข้าสร้างเสร็จ ปีนี้ข้าคงต้องมาขออาศัยอยู่กับท่านพ่อและพี่ใหญ่ก่อนเจ้าค่ะ" เจิ้งฮุ่ยผิงพูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจ"บ้านนี้เดิมท่านพ่อก็ทำห้องไว้รอต้อนรับเจ้าอยู่แล้ว ห้องขนาดใหญ่ เจ้าไม่ต้องกลัวแออัด" เจิ้งฝูไฉพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และมองหลานของเขาทั้งสอง เขาลุกขึ้นและเดินหายเข้าไปในห้องส่วนตัวของครอบครัวของเขาเจิ้งฝูไฉออกมาพร้อมกับเส้นด้ายสายสิญจน์เส้นยาว เขาใช้มีดพกอันเล็กที่พกไว้ที่เอวตัดแบ่งเส้นด้ายเป็นสองเส้นและพูดอธิบายว่า "ข้าไปขอสายสิญจน์จากพระอาจารย์บนเขาฝูกั๋ว เพื่อเตรียมมอบให้น้องสาว เพราะข้าไม่รู้ว่
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 10เจิ้งฝูหลิงนั่งรถม้าคู่กับโจวจวิน เขาจ้องมองหน้าน้องเขยอย่างแปลกใจ"น้องเขยแผลบนใบหน้าของเจ้าดูไม่น่ากลัวเหมือนแต่ก่อน เจ้าใช้ยาอะไร ดูแผลเป็นจะเริ่มจางลงแล้ว"โจวจวินเองก็รู้สึกแปลกใจ เขาไม่เคยส่องกระจกเงา หรือมองเงาใบหน้าของตนในน้ำ หลังจากได้แผลที่หน้ามาเขาไม่ยอมให้ภรรยาของเขาใช้สมุนไพรรักษา เพราะคิดอยากใช้แผลเป็นบิดบังใบหน้าที่แท้จริง ผิวหนังรอบรอยแผลตึงเวลาเขาแสดงสีหน้า แต่วันนี้กลับไม่ตึงเหมือนเมื่อวาน"คงต้องถามอาผิงแล้วล่ะขอรับ ข้าไม่เคยทายา มีแต่อาผิงที่กล้ายุ่งกับใบหน้าของข้า"โจวจวินตอบด้วยเสียงเงียบขรึม"อ่อ ใช่ท่านแม่เขียนจดหมายมาเล่าว่าอาผิงเรียนรู้เรื่องสมุนไพรและรักษาคนป่วยได้มาจากหนูเมิ่งของนาง แผลเป็นที่ดูน่ากลัวกลับจางลงรวดเร็วขนาดนี้ ดูท่าฝีมือทางการรักษาของอาผิงจะเก่งกาจมิใช่น้อย" เจิ้งฝูหลิงพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมเจิ้งฮุ่ยผิงยิ้มรับคำชม แต่ในใจกับส่งความคิดไปถามบุตรสาว 'หยาหยา ฝีมือของเจ้าหรือ''ข้าใช้แก้วดวงจิตให้ค่อยๆ รักษาทีละนิด ท่านแม่วางใจเถิดแผลจะค่อยๆ หายไม่มีใครผิดสังเกตหรอกเจ้าค่ะ''แต่ท่านพ่อของเจ้าไม่อยากให้แผลหาย เขาอยากมีแผนบนใบหน้า''ท่านแม่เคยบอกข้าว
Last Updated: 2026-04-14
Chapter: บทที่ 15 ช่วงเวลาที่เลื่อมล้ำเมิ่งเถียนซีมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะฝึกฝนตนเองต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ จนนางลืมคิดถึงเรื่องวันเวลาที่ใช้ในการฝึก จนกระทั่งนางรู้สึกได้ว่าตนเองสามารถฝึกฝนตนจนบรรลุถึงระดับสองได้อย่างมั่นคงดีแล้ว จึงลืมตาขึ้นมามองรอบกายด้วยความรู้สึกหิวโหย ก่อนจะรู้สึกตกใจเมื่อเพิ่งจะนึกได้ว่านางฝึกฝนตนเองอยู่ในห้วงมิตินานมากขนาดนี้ น่าจะใช้เวลาในยามค่ำคืนหมดไปจนน่าจะกลายเป็นยามสายของอีกวันไปแล้ว“แย่แล้ว! ไม่รู้ว่าเวลาด้านนอกผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว มิใช่ว่าในยามนี้ทุกคนที่เรือนรับอรุณกำลังพยายามตามหาข้าที่หายตัวไปอย่างลึกลับจนวุ่นวายกันยกใหญ่ไปแล้วหรอกหรือ”เถียนซีเมิ่งพูดบ่นกับตัวเอง ก่อนจะรีบหลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิใช้ดวงจิตดึงร่างกายของตนเองออกมาจากห้วงมิติพิเศษ เมื่อนางลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้งจึงพบว่าตนเองกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนของตัวเองบรรยากาศรอบกายยังคงเงียบสงบเช่นเดิม เปลวไฟในตะเกียงยังคงสว่างไสวอยู่ไกลสุดของมุมห้อง เมิ่งเถียนซีรีบขยับกายก้าวเท้าเดินลงจากเตียงไปยังหน้าต่างห้องอย่างว่องไว และแล้วนางก็ต้องรู้สึกแปลกใจที่ด้านนอกห้องท้องฟ้าด้านนอกยังคงมีพระจันทร์ส่องสว่างอยู่ตรงตำแหน่งเดิมก่อนที่นางจะเข้านอน
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 14 ในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิตเมิ่งเถียนซีถือหยกโลหิตเดินกลับมาที่เรือนรับอรุณของนางด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ เพราะนางสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับที่ไหลวนอยู่ในหยกโลหิตชิ้นนี้ ซึ่งเป็นพลังงานที่นางรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าหยกโลหิตชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับที่มีความงดงามเท่านั้น แต่หยกโลหิตยังมีห้วงมิติพิเศษแอบซ่อนอยู่ด้านใน ในชีวิตก่อนนางเคยเข้าไปฝึกฝนพลังปราณในห้วงมิติแห่งนี้อยู่เป็นประจำ และยังนำของมีค่าที่สำคัญหลายอย่างนำมาแอบซ่อนอยู่ภายในหยกโลหิตชิ้นนี้ เพราะหยกโลหิตชิ้นนี้นางได้ทำการหยดเลือดแสดงความเป็นเจ้าของแล้ว คนที่จะสามารถเปิดห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิตชิ้นนี้ได้ จึงมีเพียงแค่นางคนเดียวเท่านั้นเมื่อกลับมาถึงเรือนรับอรุณ เมิ่งเถียนซีวางหยกโลหิตไว้บนโต๊ะแล้วพยายามระงับความตื่นเต้นของตนเอง นางเดินไปยังหน้าต่างเพื่อทอดสายตามองท้องฟ้ายามเย็นที่กำลังเปลี่ยนสี ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “วันนี้พวกเจ้าแยกย้ายกันไปพักผ่อนกันเร็วหน่อยเถิด เพราะข้าอยากจะรีบพักผ่อน” เสียงของนางสะท้อนความเหนื่อยล้าหลังจากวันที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ฉุกละหุกสาวใช้ทั้งสองคนซึ่งกำลังช่วยกันจัดเตรียมอาหารเย็นและเตรียมถ้ว
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 13 ได้รับหนกโลหิตคืนหยางเฟิ่งเจี๋ยหันมองไปทางเมิ่งเซวี้ยนอี้ด้วยสีหน้าอบอุ่นจนคนภายในห้องนี้ต่างรู้สึกได้ สำหรับหยางเฟิ่งเจี๋ยแล้วคุณชายใหญ่ตระกูลเมิ่งเป็นสหายสนิทเพียงคนเดียวและยังเป็นเสมือนดั่งพี่น้องที่ต่างสายเลือดต่างสกุล แต่คนผู้นี้เข้าใจความคิดของเขามากที่สุดแล้วการที่เมิ่งเซวียนอี้ยังคงมีชีวิตอยู่ ทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจที่หยางเฟิ่งเจี๋ยต้องอดทนแบกรับไว้มานานเพียงคนเดียวเจือจางลง และเป็นเพราะเมิ่งเซวียนอี้ หยางเฟิ่งเจี๋ยจึงตัดสินใจว่าตนเองจะไม่ยอมถอนหมั้นกับคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งและจะต้องแต่งนางเข้าจวนไปเป็นพระชายาซานอ๋องให้ได้ เพราะวิธีนี้จะทำให้เขาสามารถอยู่ใกล้ชิดกับเมิ่งเซวียนอี้และทุกคนในจวนตระกูลเมิ่งได้มากขึ้น เขาจะได้ปกป้องจวนตระกูลเมิ่งไม่ให้มีคนใส่ร้ายจวนตระกูลเมิ่งว่าก่อกบฏได้สำเร็จ“ข้าน้อยเมิ่งเซวียนอี้คารวะหยางอ๋อง”“ข้าน้อยเมิ่งจื่อซวานคารวะหยางอ๋อง”สองพี่น้องตระกูลเมิ่งคำนับทักทายหยางเฟิ่งเจี๋ยตามธรรมเนียมอย่างพร้อมเพรียงกัน คุณชายใหญ่เมิ่งเซวียนอี้อมยิ้มเล็กน้อย ในขณะที่เมิ่งจื่อซวานมีสีหน้าค่อนข้างจริงจังเป็นอย่างยิ่ง“พวกเจ้าเริ่มรู้จักรักษามารยาทกับเราแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 12 นางไม่คู่ควรเมิ่งซูเหวินไม่อยากให้น้องสาวถอนหมั้นกับซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ย เพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองนางจึงเอ่ยปรามเมิ่งเถียนซีว่า“น้องสาวเจ้าจงคิดเรื่องนี้ให้ดีเสียก่อน ในเมืองหลวงแห่งนี้สตรีที่เคยผ่านการหมั้นหมายมาก่อนย่อมจะหาคู่ครองคนใหม่ได้ยาก ท่านแม่เจ้าคะ ในเมื่อซานอ๋องพูดว่าไม่ได้มีความคิดที่จะถอนหมั้นกับน้องสาวแล้ว เช่นนั้นท่านแม่ก็อย่าพูดคุยเรื่องยกเลิกการหมั้นหมายกับซานอ๋องอีกเลยนะเจ้าคะ”“ซูเอ๋อร์เหตุใดเจ้าจึงไม่อยากจะให้ซีเอ๋อร์ ยกเลิกการหมั้นหมายกับท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ”“ข้า...” เมิ่งซูเหวินมีท่าทางอึกอักพูดไม่ออกเพราะคิดหาเหตุผลในเรื่องนี้ได้ไม่ทัน แต่จะให้นางบอกกับทุกคนไปตามตรงว่าถ้าหากน้องสาวยกเลิกการหมั้นหมายกับซานอ๋องไปแล้ว ตัวนางคงจะหาคู่ครองได้ยากตามน้องสาวไปด้วยไม่ได้ นางไม่ได้อยากเป็นคนที่มีความเห็นแก่ตนเองไม่สนใจเรื่องความสุขของผู้เป็นน้องสาวในสายตาของท่านแม่เมิ่งเถียนซีเคยเห็นท่าทางการคุยกระซิบกระซาบกันอย่างสนิทสนมของแม่ลูกต่างสายเลือดคู่นี้อยู่เป็นประจำ ภายในใจรู้สึกอิจฉาท่าทางของแม่ลูกคู่นี้อยู่บ้างจึงเอ่ยแกล้งผู้เป็นพี่สาวด้วยน้ำเสียหยอกเย้าไปว่า“ถ้าหากท่านอ๋องทรงไ
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 11 อยากขอถอนหมั้นทันทีที่เสียงของสองสตรีดังขึ้น เมิ่งซูเหวินก็เดินเข้ามาในห้องโถงอย่างอ่อนช้อย พลางย่อตัวคำนับต่อหน้าซานอ๋องและฮูหยินตระกูลเมิ่งด้วยกิริยาสุภาพตามธรรมเนียม เมื่อเงยหน้าขึ้นนางก็รีบเดินตรงเข้าไปหาฮูหยินตระกูลเมิ่ง แล้วใช้มือทั้งสองข้างไปคล้องแขนฮูหยินตระกูลเมิ่งอย่างสนิทสนม ดวงตาคู่งามฉายแววขอร้องและเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเป็นเชิงกระซิบว่า“ท่านแม่เจ้าคะ ท่านแม่จะยกเลิกการหมั้นหมายของน้องสาวกับซานอ๋องไม่ได้นะเจ้าคะ”“ทำไมรึ? ถ้าหากแม่และท่านอ๋องตกลงยกเลิกการหมั้นหมายกันได้แต่โดยดี ทั้งน้องสาวของเจ้าและซานอ๋องก็จะได้ไม่ต้องเข้าพิธีมงคลสมรสร่วมกันด้วยความฝืนใจ แม่คิดว่าการทำเช่นนี้จะเป็นผลดีต่อน้องสาวของเจ้าและยังเป็นผลดีต่อซานอ๋องด้วย”เมื่อเห็นว่าฮูหยินตระกูลเมิ่งไม่ยอมคล้อยตามคำพูดของตนเอง เมิ่งซูเหวินจึงหันไปมองผู้เป็นน้องสาวแล้วเอ่ยถามว่า“เมื่อครู่นี้น้องสาวก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ท่านแม่อยากจะขอยกเลิกการหมั้นหมายของเจ้ากับซานอ๋องมิใช่หรือ เจ้ารีบเดินมาพูดกับท่านแม่เถิดว่าเจ้าไม่อยากถอนหมั้น พี่สาวรู้ว่าท่านแม่ย่อมจะฟังคำพูดของน้องสาวอยู่แล้ว”เนื่องจากระยะทางที่เมิ่งเถียนซีเดินมาจ
Last Updated: 2026-04-15
Chapter: บทที่ 10 ดูไม่เหมือนคนป่วยหยางเฟิ่งเจี๋ยนั่งมองบรรยากาศที่แสนจะหรูหราโอ่อ่าของห้องโถงในเรือนหลักของจวนตระกูลเมิ่งด้วยแววตาระลึกถึงความหลังในอดีต ยามที่เขายังเป็นเพียงองค์ชายสามผู้อ่อนเยาว์ เขาเดินทางมาเยี่ยมเยือนจวนตระกูลเมิ่งแห่งนี้เป็นประจำ เนื่องจากเขาคบหากับเมิ่งเซวียนอี้เป็นสหายสนิทเพียงคนเดียวเหมือนกับที่พระมารดาของเขาจ้าวฮองเฮาคบหากับฮูหยินตระกูลเมิ่งเป็นพระสหายหลังจากที่พระมารดาของหยางเฟิ่งเจี๋ยสิ้นพระชนม์ ผู้คนมากมายต่างห่างเหินและหลบเลี่ยงองค์ชายสามผู้กำพร้าพระมารดาอย่างเขา มีเพียงแค่คนในตระกูลเมิ่งเท่านั้น ที่ยังคงปฏิบัติต่อเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังจนโดดเดี่ยวมากเกินไปนักทว่าในชีวิตนั้นที่จบสิ้นไปแล้วอย่างน่าอนาถของหยางเฟิ่งเจี๋ย จวนตระกูลเมิ่งแห่งนี้ต้องล่มสลายแบบไม่มีใครเหลือรอด สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะซานอ๋องอย่างเขา ดังนั้นตั้งแต่เขาได้หวนกลับในชีวิตนี้ใหม่อีกรอบเขาจึงเริ่มทำตัวห่างเหินกับทุกคนในตระกูลเมิ่งเพราะในชีวิตนั้นหยางเฟิ่งเจี๋ยเคยผ่านประสบการณ์เริ่มตั้งแต่คุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งถูกโจรภูเขาจับตัวไปและต้องเสียชีวิตด้วยความอัปยศน่าเวทนา ร่างกายของคุณหนูส
Last Updated: 2026-04-14