Chapter: บทที่ 104 ไปพบหน้าคุณหนูสามที่สวนดอกไม้ภายในจวนตระกูลหลินมีผู้คนมากมายมารอต้อนรับท่านผู้เฒ่าตระกูลหลินเป็นจำนวนมาก เพราะทุกคนต่างรับรู้โดยทั่วกันว่าสาเหตุที่ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลินถูกพระราชโองการของฮ่องเต้หยางตี๋เรียกตัวให้เดินทางกลับเมืองหลวง เป็นเพราะฝ่าบาทมีพระประสงค์อยากจะให้ท่านผู้เฒ่าตระกูลหลินได้เดินทางกลับมาพักผ่อนในวัยชราอยู่ในเมืองหลวงผิดกับในยามที่ท่านแม่ทัพใหญ่เมิ่งอันหวายและกองทัพตระกูลเมิ่งถูกพระราชโองการของฮ่องเต้หยางตี๋เรียกกลับเมืองหลวง น้อยคนนักที่จะรู้ว่าพระประสงค์ของฝ่าบาทที่มีต่อกองทัพตระกูลเมิ่งเป็นไปในทิศทางใด จึงมีคนมาร่วมรอต้อนรับท่านแม่ทัพใหญ่ตระกูลเมิ่งจำนวนน้อยกว่านี้มากนักแต่ทว่าในยามนี้เมิ่งอันหวายได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้หยางตี๋ให้เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการกองทัพรักษาเมืองหลวงไปแล้ว ผู้คนมากมายจึงอยากจะประจบเอาใจแม่ทัพใหญ่ตระกูลเมิ่งรวมไปถึงทุกคนในตระกูลเมิ่งด้วย ดังนั้นเมื่อสวีเยี่ยนหลัน เมิ่งเซวียนอี้และเมิ่งเถียนซีก้าวเท้าเข้ามาในจวนตระกูลหลินจึงมีผู้คนเป็นจำนวนมากมารุมล้อม“หลานชายท่านแม่ทัพใหญ่ตระกูลเมิ่งเล่า เขาไม่ได้มาเยือนตระกูลหลินพร้อมกันกับเจ้าหรอกหรือ” มีใต้เท้าผู้หนึ่งเอ่ยถามเมิ
Last Updated: 2026-06-03
Chapter: บทที่ 103 จวนตระกูลหลินจวนตระกูลหลินมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับจวนตระกูลเมิ่ง แต่ทว่าจำนวนคนในตระกูลหลินกลับมีมากกว่าตระกูลเมิ่งหลายสิบคน หลินเจียวฝางมีพี่ชายถึงสี่คนและแต่ละคนก็มีฮูหยินที่มีบุตรสาวและบุตรชายมากมาย ตระกูลหลินเป็นตระกูลทหาร ผู้ที่เป็นทหารส่วนใหญ่มักจะอายุสั้นเพราะต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในสนามรบ ดังนั้นคนในตระกูลหลินจึงยึดถือคำโบราณที่ว่ายิ่ง มีลูกหลานเป็นจำนวนมากจะยิ่งสืบเชื้อสายได้ยาวนานไปถึงร้อยปีหลินเจียวฝางและเมิ่งซูเหวินเดินทางมายังจวนตระกูลหลินก่อนตั้งแต่ช่วงเช้าโดยมีเมิ่งจื่อซวานเดินทางติดตามไปภายหลัง ส่วนสวีเยี่ยนหลันเพิ่งจะพาเมิ่งเถียนซีเดินทางมาถึงจวนตระกูลหลินในช่วงบ่ายภายในรถม้ายังมีเมิ่งเซวียนอี้ที่ขอเดินทางมาด้วยเพิ่มอีกหนึ่งคนเมิ่งเถียนซีมองเห็นใบหน้าค่อนข้างเหนื่อยล้าของเมิ่งเซวียนอี้จึงพูดถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า “พี่ใหญ่เพิ่งจะเดินทางกลับมาจากการไปทำงานช่วยรักษาคนป่วยจากโรคระบาดที่เมืองเจียง เหตุใดจึงไม่ยอมพักผ่อนอยู่ที่จวนให้ดีก่อนล่ะเจ้าคะ จะดื้อรั้นขอติดตามข้ากับท่านแม่มายังจวนตระกูลหลินให้ทรมานตนเองไปทำไมก็ไม่รู้”“พี่ชายแค่รู้สึกอ่อนเพลียจากการเดินทางเล็กน้อย แต่ไม่ได้
Last Updated: 2026-06-03
Chapter: บทที่ 102 ชักชวนมารดาไปเยือนจวนตระกูลหลินเรือนเมฆาคล้อยค่อนข้างจะเงียบสงบ เมิ่งเถียนซียืนรอให้สาวใช้เดินเข้าไปรายงานด้านในเพียงครู่เดียว สวีเยี่ยนหลันก็รีบเดินออกมาต้อนรับบุตรสาวที่หน้าเรือนด้วยตนเองในทันที โดยทางด้านหลังยังมีสาวใช้อาวุโสอย่างซุนมามาเดินติดตามมาด้วย“ซีเอ๋อร์เจ้ามีอะไรจึงมาหาแม่ถึงเรือนเมฆาคล้อยในยามนี้ได้”เมิ่งเถียนซีย่อตัวคำนับทักทายผู้อาวุโสทั้งสองคนตามธรรมเนียม เพราะนางรู้ดีว่ามารดาของร่างนี้รักและเคารพซุนมามาเสมือนดังญาติสนิทคนหนึ่ง ดังนั้นนางจึงมองซุนมามาเปรียบเสมือนผู้อาวุโสของตนด้วย นางจึงคำนับอีกฝ่ายโดยไม่สนใจสถานะสาวใช้ของซุนมามาก่อนที่จะเอ่ยตอบผู้เป็นมารดาไปว่า“ท่านแม่เจ้าคะ ลูกมาเยือนเมฆาคล้อยเพราะมีเรื่องอยากจะปรึกษา แต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือมีเรื่องร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นเจ้าค่ะ”เมื่อได้ยินบุตรสาวคนเล็กพูดตอบมาเช่นนี้สีหน้ากังวลใจของสวีเยี่ยนหลันจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง ในขณะที่ซุนมามาเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มว่า“อากาศภายนอกเรือนช่างหนาวมากเหลือเกิน ฮูหยินชักชวนคุณหนูสี่เข้าไปนั่งพักผ่อนที่ด้านในเรือนก่อนเถิดเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้บ่าวเฒ่าได้สั่งกำชับให้สาวใช้ไปช่วยกันเร่งไฟอุ่นพื้นเรือนเพื่อเพิ่มความอ
Last Updated: 2026-06-02
Chapter: บทที่ 101 แสดงความกตัญญูไม่เป็นหลายวันต่อมาเมิ่งเถียนซีเดินมาฝึกการต่อสู้กับเมิ่งจื่อซวานที่ลานฝึกยุทธ์ของจวนตระกูลเมิ่งในช่วงสายเหมือนที่นางทำเป็นปกติทุกวัน ความจริงแล้วนางสามารถฝึกฝนวิชาการต่อสู้คนเดียวได้ แต่ทว่านางมีใจอยากจะช่วยให้ผู้มีฐานะเป็นพี่ชายรองของนางมีความแข็งแกร่งและเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธวิเศษทวนทลายฟ้ามากกว่าเดิม นางจึงออดอ้อนขอร้องให้พี่ชายรองผู้นี้มาเป็นคู่ซ้อมช่วยนางฝึกวิชาการต่อสู้แทบทุกวันตามปกติแล้วเมิ่งจื่อซวานมักจะไปฝึกวิชาการต่อสู้ที่สำนักฝึกยุทธ์ตระกูลถังร่วมกับสหายสนิทหลายคน ทว่านับตั้งแต่ที่เขาได้รับอาวุธวิเศษทวนทลายฟ้ามาจากน้องสาว เขาจึงอยากตอบแทนบุญคุณนี้ของนางโดยการยินยอมมาเป็นคู่ซ้อมให้แก่นางทุกวัน เมื่อฝึกซ้อมจนครบหนึ่งชั่วยามแล้วเขาจึงค่อยขอตัวแยกไปที่สำนักฝึกยุทธ์ตระกูลถังในภายหลังหลายเดือนที่ผ่านมาเมิ่งจื่อซวานค้นพบแล้วว่าการที่เขาฝึกซ้อมอยู่ที่บ้านกับเมิ่งเถียนซี ฝีมือของเขามีพัฒนาการดีมากกว่าการที่เขาไปฝึกวิชาการต่อสู้ที่สำนักฝึกยุทธ์ของตระกูลถังเสียอีก แม้แต่เมิ่งซูเหวินที่มีอคติกับเมิ่งเถียนซี แต่นางก็มาฝึกยุทธ์ร่วมกับพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง“วันนี้ทำไมน้องสามจึงไม่มาฝึกวิทยายุท
Last Updated: 2026-06-02
Chapter: บทที่ 100 ทูลขอพระบิดาสองเรื่องวันต่อมาหยางเฟิ่งเจี๋ยรีบเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อมาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้หยางตี๋ผู้เป็นพระบิดาของเขาตั้งแต่ยามเช้า ที่พระตำหนักหยางกวงตามลำพัง โดยมีเพียงซุนหยาไฉขันทีคนสนิทของฮ่องเต้หยางตี๋คอยยืนรับใช้อยู่ด้านข้างเพียงคนเดียวเท่านั้นเหตุผลที่หยางเฟิ่งเจี๋ยต้องรีบมาขอเข้าเฝ้าก่อนที่ฮ่องเต้หยางตี๋จะเสด็จออกว่าราชการที่ท้องพระโรงข้อแรกคือเขามาเพื่อทูลขอพระราชานุญาตจากองค์ฮ่องเต้ให้ทรงผ่อนผันเวลาในการเดินทางไปชายแดนทิศตะวันตกของท่านรองแม่ทัพหลินเจียวฝางฮ่องเต้หยางตี๋ทรงมีพระพักตร์ครุ่นคิดเล็กน้อย และจึงตรัสว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ตระกูลหลินปีนี้มีอายุมากแล้ว เราจึงเรียกเขาให้เดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อที่ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าจะได้พักผ่อนในยามชรา และยังแต่งตั้งให้บุตรชายคนโตของสกุลหลินรับตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่หลินแทน รองแม่ทัพหลินเจียวฝางผู้นี้เป็นบุตรสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพผู้เฒ่าหลิน จึงสมควรจะให้บิดาและบุตรสาวได้พบหน้ากันเสียก่อนก็น่าจะดีกว่า”“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ และท่านรองแม่ทัพหลินยังมีอีกเรื่องที่จะต้องอยู่ทำธุระให้เสร็จสิ้นในเมืองหลวงก่อนจะออกเดินทางไปชายแดนทางทิศตะวันตก นั่นคื
Last Updated: 2026-06-01
Chapter: บทที่ 99 คำสัญญาก่อนแต่งงานหยางเฟิ่งเจี๋ยมีสีหน้าประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเมิ่งเถียนซีจะเอ่ยปากขอเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีความยุ่งยากใจเผยออกมา แล้วจึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงว่า“คำขอข้อนี้ของซีซี ไม่ใช่ว่าเราจะไม่อยากยอมทำตามความต้องการของเจ้า แต่ด้วยฐานะองค์ชายสามของเราและยังมีตำแหน่งซานอ๋องของแคว้นจื่อหยวนเราไม่อาจจะทำตามใจเจ้าในเรื่องนี้ได้ หลังจากที่พวกเราแต่งงานกันและเจ้ามีฐานะเป็นพระชายาเอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสามารถประกาศไม่รับอนุได้ แต่ถ้าหากเสด็จพ่อทรงมีพระราชโองการพระราชทานพระชายารองอีกสองคนมาให้แก่เราตามทำธรรมเนียมฏิบัติ เราก็ไม่อาจจะปฏิเสธไม่รับราชโองการของเสด็จพ่อได้”“อ่อ…แสดงว่าท่านอ๋องทรงทำตามคำขอข้อนี้ของหม่อมฉันไม่ได้สินะเพคะ” เมิ่งเถียนซีพูดด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยหยางเฟิ่งเจี๋ยมองเห็นสีหน้าผิดหวังของนางแล้ว หัวใจของเขาพลันรู้สึกว่าทนไม่ได้ เขาจึงมีท่าทางร้อนรนขึ้นมาในทันที เขานิ่งคิดเล็กน้อยแล้วค่อยเอ่ยพูดแก้ตัวกับนางว่า“ถ้าหากมีความจำเป็นที่เราจะต้องรับพระชายารองเข้าจวนมาจริงๆ เมื่อถึงเวลานั้นเราสามารถไม่ไปเยี่ยมเยือนเรือนของพวกนางได้ แต่ถ้าหา
Last Updated: 2026-05-31
Chapter: บทที่ 104 ยาทาผิวงานมงคลของเซวียนจ้งเหยียนและเฉินเป่าหนิงใกล้เข้ามามากขึ้น เฉินเป่าหนิงเป็นหญิงสาวธรรมดาผู้หนึ่งที่อยากจะงดงามในวันที่สวมใส่ชุดเจ้าสาว ดังนั้นจึงมาปรึกษาเรื่องสมุนไพรที่จะใช้ยาบำรุงผิวให้เนียนนุ่มกับเฉินจื่ออี้ ที่เรือนรับอรุณแต่แล้วเฉินเป่าหนิงก็ต้องรู้สึกผิดหวัง เมื่อเฉินจื่ออี้มีความรู้เรื่องการใช้สมุนไพรเพื่อรักษาคนเท่านั้น แต่เขาไม่คิดจะรู้จักการใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาความงามของสตรีเลยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับความเจ็บป่วยของผู้คน เฉินเป่าหนิงจึงต้องเดินออกมาจากเรือนรับอรุณด้วยสีหน้าผิดหวังเฉินจื่ออี้ผู้มีใบหน้านิ่วคิ้วขมวดพยายามเดินเดินตามน้องสาวมาด้านข้าง เพราะเขากำลังคิดว่าจะใช้คำพูดเอาใจน้องสาวอย่างไรดี จึงไม่ได้มองเห็นสาวงามที่กำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหินฝั่งตรงข้าม แต่น้องสาวของเขากลับเห็นแล้วรีบเดินไปทักทายไป๋เย่วเลี่ยงด้วยสีหน้ามีความหวังขึ้นมาทันที“คุณหนูไป๋ เป่าหนิงทักทายท่านยามสายเจ้าค่ะ”“คุณหนูใหญ่เฉิน คุณชายใหญ่เฉิน” ไป๋เย่วเลี่ยงทักทายคนทั้งสองด้วยใบหน้างดงามเยือกเย็นปราศจากรอยยิ้มตามปกติเฉินจื่ออี้ทักทายอีกฝ่ายกลับด้วยสี
Last Updated: 2026-06-03
Chapter: บทที่ 103 ไป๋เย่ว์เลี่ยงไป๋เย่วเลี่ยงก้าวเดินลงจากรถม้า โดยมือข้างหนึ่งวางบนฝ่ามืออุ่นร้อนของเฉินจื่ออี้ แต่นางยังไม่ทันได้ดึงมือกลับ อีกฝ่ายกลับรีบปล่อยมือของนางลงเสียก่อน แม้ใบหน้างดงามจะยังคงสงบเยือกเย็นในสายตาผู้อื่น แต่ถ้าหากสังเกตดีๆ จะมองเห็นว่าดวงตาเฉี่ยวราวหางหงส์ของไป๋เย่วเลี่ยงได้แอบตวัดสายตามองค้อนใส่เฉินจื่ออี้เล็กน้อยไป๋เย่วเลี่ยงแห่งแคว้นซีคือยอดสตรีอันดับหนึ่งของเมืองหลวงแคว้นซี นางเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของอดีตฮ่องเฮาไป๋ เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านหมอเทวดาไป๋ มีความรู้ในเรื่องการแพทย์ไม่แพ้บุรุษคนอื่นๆแม้ในแคว้นซีอาชีพหมอหญิงเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีเกียรติเท่าไหร่ เพราะผู้เป็นหมอจะต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วยทั่วไปที่เป็นบุรุษ ซึ่งในยุคสมัยนี้ถือว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสีย แต่ไป๋เย่วเลี่ยงไม่เหมือนสตรีคนอื่นๆ นางเป็นถึงคุณหนูของตระกูลแพทย์ชื่อดังและยังเป็นหลานสาวของอดีตฮองเฮาไป๋ ดังนั้นไป๋เย่วเลี่ยงจึงเลือกผู้ป่วยได้เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า ไป๋เย่วเลี่ยงให้การตรวจรักษาแค่ผู้ป่วยที่เป็นสตรีเท่านั้น และคนป่วยในความดูแลของนางส่วนใหญ่จะเป็นฮูหยินหรือคุณหนูตระกูลใหญ่ หรือเหล่าสตรีนางในของวังหลวงเฉินจื่
Last Updated: 2026-06-03
Chapter: บทที่ 102 ต้อนรับแขกจากแคว้นซีเฉินเป่าหนิงไม่ได้ไปส่งพี่ชายคนโตออกเดินทางไกลด้วยตนเอง เพราะเช้าวันต่อมาในยามที่กินอาหารเช้า ก็พบว่าเฉินจื่ออี้ได้ออกเดินทางไกลไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว“พี่จื่ออี้จำเป็นต้องไปแบบเร่งด่วนขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ”“ใช่ เห็นว่าทางหลินชินอ๋องต้องการเดินทางแบบรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ผู้อื่นทันได้รู้ตัว เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุร้ายอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น”เฉินเอินปั๋วเอ่ยตอบบุตรสาว และคาดเดาสาเหตุที่เซวียนจ้งเหยียนรีบเร่งเดินทางได้ ก่อนจะพูดเพิ่มขึ้นมาด้วยความรู้สึกเห็นใจว่าที่บุตรเขยของตนว่า “เป็นหลินชินอ๋องนี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย…”“นี่ท่านพี่เริ่มรู้สึกเห็นใจอาเหยียนบ้างแล้วสินะเจ้าคะ” ท่านหญิงหย่งอันเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“ถ้าหากเขาดีกับบุตรสาวของพวกเราอย่างใจจริง ข้าย่อมจะต้องเห็นใจเขาแน่นอน แต่ถ้าวันหน้าเขาทำร้ายจิตใจของหนิงเอ๋อร์เมื่อไหร่ ข้านี่แหละจะเป็นหนึ่งในบรรดาคนที่ต้องการปลิดชีวิตของเขา”“ท่านพี่ทำเป็นเสียงเข้ม แต่หัวใจนั้นอ่อนยวบไปนานแล้ว” ท่านหญิงหย่งอันพูดจาหยอกล้อผู้เป็นสามีอย่างอารมณ์ดี โดยมีเฉินเป่าหนิงและเฉินจื่อเฮ่านั่งกินอาหารเช้าอยู่ร่วมโต๊ะด้วยใบหน้าขบขันกันเล็กน้อยบรรยากาศในการกินอา
Last Updated: 2026-06-02
Chapter: บทที่ 101 ไปต้อนรับถึงเมืองหน้าด่าน ณ.จวนเหวินหยวน เซวียนจ้งเหยียนหยิบจดหมายจากปลอกขาของนกตัวสีดำสนิทออกมาอ่าน ก่อนจะจัดการเผาจดหมายทิ้งด้วยพลังลมปราณของเขา“ใกล้วันงานมงคลของข้า คนเหล่านี้เริ่มไม่อยู่สุขขึ้นมากันทันที ข้าเดาเอาไว้แล้วไม่มีผิดถ้าหากพวกเขารู้ว่า เฉินเป่าหนิงมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง คนพวกนี้จะยิ่งไม่ยอมให้ข้าได้แต่งงานอย่างราบรื่น หึ… คราวนี้ข้าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้เหมือนเช่นทุกครั้งอีกต่อไปแล้ว สวีหยุน!”“ข้ากำลังรอฟังคำสั่งของหลินหวางเตี้ยนเซี่ยอยู่ขอรับ”“ดี… ช่วงนี้เสด็จพี่ของข้าสุขสบายมากเกินไป เจ้าควรจะเพิ่มเรื่องวุ่นวายในราชสำนักให้เสด็จพี่ผู้แสนดีของข้าสักหน่อย เอาเป็นเรื่องการโกงกินงบประมาณในการสร้างเขื่อนก็แล้วกัน”“ได้…ขอรับ”สวีหยุนรับคำอย่างแข็งขัน ในที่สุดหลินหวางอ๋องก็ไม่ยอมถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนในอดีต และรู้จักตอบโต้อีกฝ่ายกลับคืนเสียบ้างเซวียนจ้งเหยียนย่อมรู้ดีว่ามีใครบ้างที่ส่งคนมาลอบสังหารเขาได้อย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ ที่เขายินยอมไม่ตอบโต้เป็นเพราะคำขอร้องของพระบิดาก่อนที่จะสิ้นพระชนเท่านั้นแต่การแต่งงานในครั้งนี้เป็นเหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา เป็นครั้งแรกที่เขาอยากมีครอบครัว
Last Updated: 2026-06-02
Chapter: บทที่ 100 แม่ดอกบัวขาวทางจวนตระกูลเฉินในยามเย็นเกิดเรื่องขึ้นเล็กน้อย เมื่อเฉินฟู่ฟางแต่งกายงดงามอย่างเต็มที่ เพราะรู้ข่าวว่าหรงจวินอ๋องเดินทางมาที่นี่นางจึงเดินไปที่สนามม้าเมื่อมีคนแจ้งข่าวว่าทุกคนขี่ม้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังยืนสนทนากันอยู่ข้างสนามม้าเฉินเป่าหนิงมองเห็นใบหน้างดงามมีสีสันฉูดฉาดของเฉินฟู่ฟางแล้ว รู้สึกระคายตามาก แน่นอนว่าเจิ้งลิ่วซีที่ยืนอยู่ด้านข้างก็รู้สึกระคายตาและรำคาญท่าทางเสแสร้งของเฉินฟู่ฟางมากเช่นกันที่แท้หรงจวินอ๋องเคยช่วยเหลือเฉินฟู่ฟางเอาไว้เมื่อสามปีก่อน เฉินฟู่ฟางได้รับอนุญาตให้เดินทางไปหมู่บ้านชนบทเพื่อเยี่ยมมารดา ขากลับเป็นเพราะพายุฝนทำให้ถนนเป็นบ่อเป็นหลุมลึก รถม้าที่เฉินฟู่ฟางนั่งอยู่จึงเกิดอุบัติเหตุตกลงไปในหลุมจนล้อรถม้าหัก หรงจวินอ๋องผ่านทางมาพอดีจึงได้ทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยเหลือคนที่โชคร้าย โดยการรับคนขึ้นมาในรถม้าของเขาเพื่อพาคนมาส่งถึงเมืองหลวงในความคิดของเฉินฟู่ฟาง นี่คือวีรบุรุษที่ช่วยเหลือสาวงามในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ในความคิดของเซวียนเทียนหรงนี่คือการช่วยเหลือญาติผู้น้องของสหายเท่านั้นเป็นเพราะตอนนั้นเฉินฟู่ฟางยังเป็นเพียงเด็กน้อยที่มีอายุ 11ปี ความค
Last Updated: 2026-06-01
Chapter: บทที่ 99 นางเอกหว่านเสน่ห์ช่วงเย็นเจิ้งลิ่วซียังคงไม่ยอมกลับบ้าน เพราะรู้ว่าเฉินเป่าหนิงจะต้องพาเจ้าเห่าฟ้าออกไปขี่ม้ากับเฉินเอินปั๋วและพี่ชายทั้งสอง เจิ้งลิ่วซีจึงเอ่ยปากขอติดตามไปด้วยเฉินเป่าหนิงรู้ดีว่าเจิ้งลิ่วซีชอบทำเรื่องผาดโผน จึงไม่คิดอะไรมาก พาเจิ้งลิ่วซีไปที่คอกม้าเพื่อเลือกม้า แล้วจึงได้พบกับซย่ารั่วเหิงและซย่าชิงหยางที่พาเซวียนเทียนหรงผู้เป็นจวินอ๋องมาเลือกม้าเช่นกัน โดยมีเฉินจื่ออี้และเฉินจื่อเฮ่ามาช่วยรับรองแขกอย่างให้เกียรติ“เฉินเป่าหนิงคำนับทักทายหรงจวินอ๋องเจ้าค่ะ” / “เจิ้งลิ่วซีคำนับทักทายหรงจวินอ๋องเจ้าค่ะ”ทั้งเฉินเป่าหนิงและเจิ้งลิ่วซีพูดทักทายเซวียนเทียนหรงพร้อมกัน ซึ่งเขาก็ทักทายทั้งคู่ตอบกลับอย่างมีมารยาท “คุณหนูใหญ่เฉิน คุณหนูหกเจิ้ง”คนตรงหน้ามีใบหน้าหล่อเหลาสมกับที่เป็นพระเอกในบทละคร มีท่าทางสูงศักดิ์และใบหน้ารูปร่างดูดีมาตั้งแต่กำเนิด แต่กลับไม่ถือตัวและทักทายผู้อื่นด้วยท่าทางไม่เย่อหยิ่งไม่ก็ไม่อ่อนน้อมจนเกินงาม เซวียนเทียนหรงช่างดูดีไปหมดทุกอย่างเฉินเป่าหนิงอมยิ้มก่อนจะหันมาส่งสายตาล้อเลียนให้เจิ่งลิ่วซีแบบรู้ความนัย แต่แล้วก็ต้องแปลกใจที่ในยามนี้สายตาของเจิ้งลิ่วซีกลับกำลังมอง
Last Updated: 2026-05-31
Chapter: บทที่ 200 ตอนจบแคว้นต้าหมิงผลัดเปลี่ยนผู้ครองบัลลังก์ใหม่อีกครั้ง ฮ่องเต้จูหย่งตี้ขึ้นครองบัลลังก์ท่ามกลางปัญหามากมายในแคว้นต้าหมิง ทรงปราบปรามอ๋องทั้งหลายที่ก่อกบฏ ทรงแจกเสบียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทรงก่อตั้งทหารเรือเพื่อกำจัดเหล่าโจรสลัดที่มักปล้นทรัพย์ชาวบ้านตามบริเวณชายฝั่งทะเลที่ปรึกษาเซี่ยคงเสวียนได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านอัครเสนาบดีผู้คุมการทำงานของขุนนางในราชสำนัก บุตรเขยคนโตของเขาเจิ้งหรงเจี้ยนเป็นเสนาบดีฝ่ายขวาเลื่อนขึ้นมาเป็นขุนนางขั้นสองทั้งที่อายุยังน้อย เจิ้งหรงมู่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นขุนนางขั้นสามเป็นเสนาบดีควบคุมกองคลัง เจิ้งหรงจิ้งเป็นแม่ทัพใหญ่ถูกย้ายมาประจำชายแดนทางเหนือ โจวจื่อหวายบุตรเขยคนรองของท่านอัครเสนาบดีได้เลื่อนขั้นเป็นแม่ทัพควบคุมทหารองครักษ์และรับผิดชอบทหารที่ใช้ปกป้องเมืองหลวงฮ่องเต้จูหย่งตี้ทรงย้ายเมืองหลวงมาตั้งใหม่ที่เมืองเป่ยจิง และสร้างปรับปรุงพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นแทนที่จวนเอียนอ๋อง ช่วงปรับเปลี่ยนเมืองหลวงมีผู้คนต่อต้านและสร้างข่าวลือมากมาย มีบางคนได้ยินข่าวลือมาว่าฮ่องเต้จูจางเหวินยังไม่ตายและได้หลบลี้หนีภัยไปทางทะเล หม่าชางเหวินผู้ที่สังหารจ
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 199หม่าชางเหวินบุกเข้าไปในพระตำหนักคุณหนิง ซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้จูจางเหวิน เขารู้ดีว่าโจวจวินเปิดทางให้เขาเป็นผู้ลงมือ เพราะเอียนอ๋องจะได้ไม่มีความแค้นเคืองกับโจวจวินในภายหลังไท่ซ่างหวงเอ่ยต่อรองกับหม่าชางเหวินท่ามกลางผู้คนที่คอยคุ้มกันเขาว่า "อาชางเอ๋ย อาจางผู้นี้เขามีศักดิ์เป็นพี่ชายของเจ้า ไว้ชีวิตของเขาได้หรือไม่""เสด็จปู่ คนผู้นี้สังหารเสด็จอาไปตั้งหลายคน แล้วเขายังก่อเรื่องทำให้เสด็จย่าของข้าต้องปลิดชีพตนเองเช่นนั้น ท่านยังจะขอให้ข้าไว้ชีวิตเขาอีกหรือ"จูจางเหวินมองกำลังทหารที่คุ้มครองตนแล้วมองไปยังคนที่อยู่ด้านหลังหม่าชางเหวินด้วยความท้อใจ "ข้าคงไม่มีหนทางถอยแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าขอร้องให้เจ้าปล่อยคนที่ตำหนักเฟิ่งหนิงไปได้หรือไม่ นางกำลังตั้งครรภ์บุตรของข้า ลู่ฮองเฮาดีต่อโจวจื่อหยามากมาโดยตลอดเจ้าปล่อยนางไปได้หรือไม่"หม่าชางเหวินเหยียดยิ้มก่อนจะพูดด้วยใบหน้าโกรธแค้นว่า "ในที่นี้ข้าละเว้นได้เพียงชีวิตของเสด็จปู่เท่านั้น ส่วนสตรีของเจ้าเหตุใดข้าต้องละเว้นพวกนางด้วย ในเมื่อเจ้ายังไม่ละเว้นฮูหยินของข้าเลย" หม่าชางเหวินรับรู้แล้วว่ายามนี้โจวจื่อหยานอนหลับยังไม่ฟื้นเนื่องจา
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 198โจวจวินขี่ม้ามารับขบวนรถม้าของบุตรชายและบุตรสาว เนื่องจากเขาเองก็โดนคนลอบโจมตีเช่นกันจึงทำให้เสียเวลา เมื่อเขาไม่ได้พบกับขบวนรถม้าของบุตรทั้งสองที่จุดนัดพบ จึงเร่งม้าเดินทางต่อเพราะคาดเดาได้ว่าขบวนรถม้าผิดเวลาเช่นนี้ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นโจวจื่อหยาสั่งให้จงลู่ช่วยแบกโจวจื่อหวายมาขึ้นรถม้าของนางโดยให้สาวใช้คนสนิทย้ายไปขึ้นรถม้าคันอื่น และสั่งให้จงลู่พาคนเจ็บเคลื่อนย้ายเดินทางออกจากบริเวณนี้ ส่วนคนเสียชีวิตก็ให้นำศพกลับไปด้วย แม้จะทำให้การเดินทางล่าช้าลง แต่โจวจื่อหยาเลือกจะไม่ทิ้งใครเอาไว้ด้านหลัง แม้คนเหล่านั้นจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตามเมื่อขึ้นรถม้ามาอยู่คันเดียวกับโจวจื่อหวายเพียงสองคน นางก็ตรวจพบว่าลมหายใจของเขาแผ่วเบาแม้จะฝังเข็มที่บาดแผลเพื่อหยุดเลือดแต่อวัยวะภายในเสียหายมาก โจวจื่อหยารู้ดีว่าหากเป็นคนทั่วไปโจวจื่อหวายต้องเสียชีวิตแล้วไม่มีหนทางรักษาเพราะเขาโดนลูกธนูยิงทะลุปอดไปหนึ่งข้างโจวจื่อหยาเลือกที่จะเสี่ยงใช้พลังแก้วดวงจิตของตน ทั้งที่มีเสียงเตือนภายในใจว่าหากนางใช้พลังพิเศษรักษาโจวจื่อหวายจนหาย ถือว่าเกินขีดจำกัดตามธรรมชาติมากไปพลังชีวิตของนางอาจจะหมดลงได้แต่เมื่อคิดว่าไม่ใ
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 197โจวจื่อหยากลับมาพักผ่อนอยู่ที่จวนหม่ากั๋วกง แต่ภายในใจยังคงวนเวียนอยู่กับความคิดที่แอบอ่านมาได้จากผู้คนในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นภายในวังหลวงค่ำคืนนี้หลังจากผ่านบทรักที่ชุ่มฉ่ำใจ หม่าชางเหวินกอดจูบร่างบางอย่างรักใคร่ ก่อนจะยื่นนิ้วเรียวยาวไปคลึงหัวคิ้วของโจวจื่อหยาอย่างเอาใจ"มีเรื่องอันใดหรือ ทำไมเจ้าจึงดูกลุ้มใจเช่นนี้""ท่านพี่ในงานเลี้ยงวันนี้ข้าเพิ่งค้นพบว่า ฮ่องเต้จูจางเหวินไม่มีทางปล่อยท่านไป ฮ่องเต้ทรงคิดว่าตระกูลหม่าไม่สมควรมีอยู่และทรงระแวงหม่าไทเฮารวมถึงเอียนอ๋อง" เมื่อพูดจบเงยหบน้ามองหม่าชางเหวินด้วยท่าทางไม่แน่ใจก่อนจะพูดเพิ่มเติมว่า " อีกเหตุผลก็เป็นเพราะฮ่องเต้จูจางเหวินสนใจในตัวจื่อหยา พระองค์คิดอยากได้จื่อหยาไปเป็นส่วนหนึ่งในสตรีที่ทรงโปรดปราน จึงคิดอยากกำจัดท่านพี่ที่ขวางทางอยู่ วันนี้พวกเราหลบเลี่ยงได้แต่วันต่อๆไปไม่รู้ว่าพวกเราจะพลาดเมื่อไหร่จื่อหยาจึงรู้สึกไม่สบายใจเลยเจ้าค่ะ"เมื่อโจวจื่อหยาพูดจบหม่าชางเหวินมีสีหน้าดำมืด แต่ยังคงพยายามพูดปลอบใจโจวจื่อหยา "เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจ ท่านพ่อตาเริ่มแผนการที่วางไว้แล้ว ยามนี้พวกเรามีหน้าที่กวนน้ำในวังหลวงให้ขุ่นเท่านั้น
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 196ก่อนที่โจวจื่อหยาจะออกจากวังได้มอบของขวัญให้แก่ลู่ฮองเฮา เป็นกำยานหอม และน้ำอาบแช่กายสูตรพิเศษ โจวจื่อหยาได้กระซิบบอกวิธีการใช้ของเหล่านี้เป็นพิเศษมอบให้แก่ลู่ฮองเฮาอีกด้วย โจวจื่อหยามั่นใจว่าของขวัญเหล่านี้ ฮ่องเต้จูจางเหวินจะได้รับการปรนนิบัติเป็นพิเศษจากลู่ฮองเฮา ถือได้ว่านี่เป็นการมอบผลประโยชน์ให้กับฮ่องเต้จูจางเหวินทางอ้อมสามวันต่อมาหม่าชางเหวินพาโจวจื่อหยาเข้าวังหลวงอีกครั้ง เพื่อมาตามเทียบเชิญของพระสนมหลี่เฟย ที่เชิญโจวจื่อหยาไปร่วมงานเลี้ยงที่พระตำหนักเฟิ่งจี๋พระสนมหลี่เฟย สั่งให้คนจัดโต๊ะอาหารตัวยาวพร้อมทั้งเชิญแขกเป็นฮูหยินคนสำคัญของขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงมามากมายหลายคนวันนี้พระสนมหลี่เฟยทรงแต่งตัวงดงามหรูหราดูสูงส่ง ต่างจะคุณหนูหลี่หวงซินคนเดิมเป็นอย่างมาก จากเดิมเคยแต่งตัวเรียบง่ายด้วยชุดสีขาวบริสุทธิ์ แต่วันนี้พระนางเลือกสวมชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายเป็นดอกไห่ถังและประดับตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้เมื่อถึงเวลางานหม่าชางเหวินเดินเคียงคู่มากับโจวจื่อหยา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของคนผู้นี้ยังคงทำให้จิตใจของพระสนมหลี่เฟยเกิดความหวั่นไหวได้เหมือนเดิม พระสนมหลี่เฟยมองหม่าชางเหวินอยู่นานแล้วจ
Last Updated: 2026-05-06
Chapter: บทที่ 195โจวจื่อหยาและหม่าชางเหวินเข้าพักที่จวนหม่ากั๋วกงในเมืองหลวง ในขณะที่เหล่าพี่ชายแยกย้ายกลับไปพักที่บ้านตระกูลเจิ้งและจวนเหมันต์เพ่ยเพ่ยพาไป๋จือและไป่เหอมารอต้อนรับโจวจื่อหยาที่จวนหม่ากั๋วกง โจวจื่อหยาไม่ได้มองพวกนางเป็นสาวใช้ทั่วไป แต่มองพวกนางเป็นสหายต่างวัยเสียมากกว่า เมื่อได้มาพบหน้ากันจึงพูดคุยถามไถ่เหตุการณ์ในชีวิตของแต่ล่ะคน"อะไรกันคนของสำนักอินทรีย์เหตุใดจึงคิดจะมาแย่งคนของข้าไปอีกแล้ว แต่งพี่เพ่ยเพ่ยออกไปแล้วหนึ่งคนยังไม่พอนี่ยังจะมาขอแต่งไป๋จือเพิ่มอีกหรือนี่" โจวจือหยาแกล้งเอ่ยหยอกเย้าไป๋จือที่ยามนี้กำลังปลูกต้นรักอยู่กับข่งเจียซ่าน"หากคุณหนูไม่เห็นด้วยไป๋จือก็จะไม่แต่งเจ้าค่ะ"ไป๋จือพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ฮ่าๆ ข้าเพียงพูดแกล้งหยอกเจ้า ใยถือเป็นจริงเป็นจัง หากเจ้าคิดว่าแต่งงานออกเรือนแล้วมีความสุขข้าย่อมสนับสนุน ไม่ใช่เพียงไป๋จือนะรวมถึงไป่เหอด้วย""ข้าจะไม่แต่งงานเจ้าค่ะ ชาตินี้ข้าจะอยู่รับใช้คุณหนูไปตลอดชีวิต"ไป่เหอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 'หากไม่มีคุณหนูชีวิตของนางในยามนี้คงจบลงที่หอโคมแดงไปแล้วดังนั้นชาตินี้นางจะอยู่เพื่อทดแทนคุณให้กับคุณหนู'โจวจื่อหยาอ่านความคิดของไป่เ
Last Updated: 2026-05-06