Share

ตอนที่ 2 ยื่นข้อเสนอ

Penulis: Melyssa
last update Tanggal publikasi: 2026-07-15 00:53:37

"มึงเป็นอะไร กูเห็นมึงยืนนิ่งตรงนี้มาสักพักละ ผู้หญิงคนนั้น นุ่นใช่ไหม? เธอมาคุยอะไรกับมึง" ปัณณ์ ปัณณธร แฝดผู้น้องเดินเข้ามาถาม เมื่อปุณณ์ยืนนิ่งอยู่ตรงนี้มาครู่ใหญ่ และด้วยรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้าของผู้หญิงคนนั้น

ถึงแม้ทั้งคู่จะเป็นฝาแฝดกัน แต่ยิ่งโตทั้งคู่ก็ยิ่งมีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องผู้หญิง ปุณณ์จะร้ายลึก มาดนิ่งแต่ฟาดเรียบมาตั้งแต่เรียนแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แต่ถ้าได้สนิทสนมด้วยแล้วจะได้เห็นเขาในอีกมุมหนึ่ง ใครๆ ก็บอกว่าเขานิสัย และบุคลิกเหมือนปู่ของเขา ส่วนปัณณ์จะสุขุม เยือกเย็น แฝงความดุดัน แต่ก็มีมุมทะเล้น อบอุ่นเฉกเช่นนิสัยเมื่อตอนเด็กๆ ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน เพื่อนๆ ตั้งฉายาให้เขาว่าเทพบุตรเนื้อทอง ผู้หญิงคนไหนก็แตะต้องไม่ได้ราวกับว่ากลัวว่าเนื้อทองจะหลุดลอกออกมา

"ปุณณ์ เฮ้ย! ไอ้ปุณณ์ มึงได้ยินกูไหมเนี่ย" ปัณณ์เรียกคนที่สติหลุดลอย ก่อนจะยื่นมือไปจับไหล่พร้อมทั้งเขย่าเรียกสติ

"มึงว่าอะไรนะ"

"มึงเป็นอะไร นุ่นมาคุยอะไรกับมึง กูนึกว่าเลิกติดต่อกันไปตั้งแต่วันปัจฉิมละ ตกลงว่านุ่นมาคุยอะไรกับมึง"

"นุ่นบอกว่าท้องกับกู"

"เฮ้ย! จริงดิ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะเว้ย"

"ก็ใช่ไง กูก็กำลังคิดอยู่นี่ไงว่าจะเอาไงต่อ"

"มึงมั่นใจว่านุ่นท้องกับมึงจริงๆ เท่าที่กูรู้นุ่นก็ใช่ย่อยนะเว้ย ฟาดเรียบเหมือนกัน"

"กูไม่รู้ แต่เรื่องแบบนี้มันก็พิสูจน์ได้อยู่แล้ว แต่ที่กูกังวลอยู่เนี่ยคือนุ่นบอกว่าจะไปทำแท้ง"

"ทำไมคิดแบบนี้วะ ใจแม่ง...เด็กมันไปรู้เรื่องอะไรด้วย ถึงคิดจะฆ่ากันเลย"

"เพราะคำว่าพลาดไง ความรักสนุกของกูเอง นุ่นบอกต้องการเงินหนึ่งล้านแลกกับเรื่องนี้จะเป็นความลับ แล้วจะไปเอาเด็กออก พรุ่งนี้บ่ายโมงจะมาฟังคำตอบ"

"แล้วมึงจะยอมทำตามที่นุ่นบอกเหรอวะ"

"ไม่ ถ้าเด็กนั่นเป็นลูกกูจริง กูจะเลี้ยงเอง แต่จะทำยังไงให้นุ่นเก็บเด็กไว้"

"แล้วถ้าวันหนึ่งเด็กคนนั้นลืมตาดูโลก แล้วพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ลูกมึง มึงจะทำยังไง กูว่ามึงควรบอกเรื่องนี้กับทุกคน เพื่อช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุด"

"กูนี่แม่ง ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังเพราะคำว่าพลาดคำเดียว" ปุณณ์ยกสองมือขยุ้มผมด้วยความโมโหตัวเองที่ต้องทำให้คนในครอบครัวผิดหวัง เพราะการกระทำที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจของตัวเอง จนสร้างปัญหาและภาระให้กับทุกคน

"ปุณณ์มีอะไรจะคุยกับทุกคนไหมลูก แม่เห็นปุณณ์นั่งมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที" ชะเอมเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของลูกชายหลังรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน โดยมีแทนไท พรพระพาย อาชิ ชะเอม บัว ธาม ปุณณ์ และปัณณ์

"เออ...ปุณณ์มีเรื่องจะบอกทุกคนครับ" ปุณณ์ทำท่าอึกอัก ปัณณ์บีบไหล่ของเขาเบาๆ อย่างให้กำลังใจก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไป

"เราไปคุยกันที่ห้องนั่งเล่นกันดีกว่านะ" แทนไทเอ่ยขึ้นก่อนจะลุงขึ้นยืนเต็มความสูง เข้าไปประคองพรพระพายเดินนำทุกคนไปยังห้องนั่งเล่น

"ปุณณ์มีอะไรจะบอกกับทุกคนเหรอลูก" พรพระพายถามเมื่อทุกคนเข้ามายังห้องนั่งเล่นกันครบทุกคนแล้ว

ปุณณ์ค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปนั่งแทบเท้าคนเป็นปู่เป็นย่าแล้วก้มกราบแทบเท้า ก่อนจะหันไปกระทำเช่นเดียวกันกับคนเป็นพ่อเป็นแม่ สร้างความประหลาดใจให้แกทุกคน แต่ก็เพียงไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด

"ปุณณ์มั่นใจไหมว่าเด็กในท้องเป็นลูกของปุณณ์จริงๆ" อาชิถามหลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด

"ถ้าเป็นอย่างที่เธอพูดปุณณ์ก็ค่อนข้างมั่นใจครับคุณพ่อ"

"เรื่องจะใช่หรือไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะพี่อาชิในยุคสมัยที่เทคโนโลยีทางการแพทย์พัฒนาแล้ว เราสามารถตรวจดีเอ็นได้ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์"

"คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่าครับ ปุณณ์ขอโทษที่สร้างปัญหา ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง ปุณณ์ขอโทษครับ" ปุณณ์ก้มลงกราบแทบเท้าทุกคนอีกครั้ง

"ปุณณ์มาหาย่าลูก ปุณณ์ฟังย่านะ ไม่มีใครผิดหวังในตัวปุณณ์หรอกลูก คนเรามันผิดพลาดกันได้ แต่ต่อจากนี้ไปต่างหากที่ปุณณ์จะต้องใช้ความผิดพลาดครั้งนี้มาเป็นบทเรียนชีวิตของปุณณ์ที่จะไม่พลาดกับเรื่องแบบนี้อีก" พรพระพายลูบศีรษะของหลานชายที่ซบหน้ากับตักของเธอแผ่วเบาอย่างต้องการปลอบประโลม เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยน

"ปุณณ์ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่นะลูก การที่เด็กคนหนึ่งจะเกิดมามันเป็นเรื่องที่น่ายินดี อย่าคิดว่าเขาเกิดมาเพราะความผิดพลาด ดีเสียอีกปู่กับย่าจะได้มีเหลนตัวเล็กๆ ช่วยให้คลายเหงา เพราะหลานๆ ก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว" แทนไทพูด

"มีลูกแซงหน้าพี่ได้ไงเนี่ย" บัวกระเซ้าน้องชาย

"เรามาช่วยกันหาทางออกกับเรื่องนี้ดีกว่า ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นไม่ต้องการเก็บเด็กไว้" อาชิเอ่ยขึ้น

"ก็ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นต้องการเงิน เราก็แค่ยื่นข้อเสนอด้วยจำนวนเงินที่เยอะกว่าเพื่อให้เธอเก็บเด็กไว้" แทนไทเอ่ย

"พรุ่งนี่บ่ายใช่ไหมที่ต้องให้คำตอบ"

"ครับคุณพ่อ"

"พ่อจัดการเอง พรุ่งนี้บ่ายโมงเราจะไปคุยเรื่องนี้กับครอบครัวของผู้หญิงคนนั้น เราจะทำกันตามลำพังไม่ได้ แล้วต้องทำสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เรื่องนี้ต้องทำอย่างรอบคอบ" ทุกคนเห็นด้วยกับสิ่งที่อาชิพูด

วันต่อมา

"ปุณณ์บอกคนอื่นด้วยเหรอ" นุ่นเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจที่ปุณณ์มาพบเธอพร้อมกับปัณณ์

"ปุณณ์มีข้อเสนอ เราต้องคุยกัน"

"ข้อเสนออะไร ถ้าปุณณ์ไม่บอกนุ่นก็ไม่คุย"

"เธอจะได้เงินมากกว่าหนึ่งล้านแลกกับข้อเสนอบางอย่าง" พอได้ยินว่าจะได้เงินมากกว่าหนึ่งล้าน ดวงตาของนุ่นก็เบิกกว้างเป็นประกายด้วยความโลภ

"ก็ได้ แล้วเราจะไปคุยกันที่ไหน"

"บ้านของเธอ"

"ถ้าไปบ้านนุ่นพ่อแม่นุ่นก็ต้องรู้สิ"

"ใช่ แต่รับรองได้เลยว่ามันเป็นผลดีกับเธอและครอบครัวของเธอแน่นอน ถ้าเทียบกับจำนวนเงินที่ครอบครัวเธอจะได้"

".....ก็ได้" นุ่นคิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง

"ใครมา?" รถตู้คันหรูจอดอยู่หน้าบ้าน แล้วยังมีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าอยู่อีกสองคน นุ่นมองด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเดินนำปุณณ์กับปัณณ์เข้าไปในบ้าน

"มาแล้วเหรอนังลูกตัวดี ทำเรื่องงามหน้าจนได้" ทันทีที่เข้ามาในบ้านน้ำเสียงกราดเกรี้ยวของวิภาดา แม่ของนุ่นก็ดังขึ้น นุ่นกวาดสายตามองแขกผู้มาเยือนทั้งหกคนคือแทนไท พรพระพาย อาชิ ชะเอม บัว และธาม

"มานั่งตรงนี้" เจนภพ พ่อของนุ่นเอ่ยบอกลูกสาว

"แม่ นุ่นเจ็บ" นุ่นร้องด้วยความเจ็บเมื่อโดนคนเป็นแม่หยิกเข้าที่แขนทันทีที่เธอนั่งลงข้างๆ

"เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา" อาชิเอ่ยขึ้น

"เชิญพูดมาได้เลย" เจนภพว่า

"จากที่ผมพูดไปแล้วก่อนหน้า ในเมื่อลูกสาวของคุณหรือแม้แต่ตัวพวกคุณทั้งสองไม่ได้ต้องการเด็กในท้อง ทางเราจึงอยากจะยื่นข้อเสนอให้เก็บเด็กคนนี้ไว้ เพื่อแลกกับเงินจำนวนสิบล้านบาท" อาชิเอ่ยขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับยื่นข้อเสนอทันที

"สิบล้าน!" สามคนพ่อแม่ลูกตาโตเมื่อได้ยินจำนวนเม็ดเงินที่จะได้ถ้ายอมรับข้อเสนอ เพราะเงินจำนวนนี้สามารถกอบกู้สถานการณ์ธุรกิจของครอบครัวได้อย่างเหลือเฟือ

"ใช่ สิบล้านบาท เงินจำนวนนี้สามารถนำไปพยุงธุรกิจเต้นท์รถมือสองของคุณที่มีปัญหาอยู่ได้อย่างสบาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของพวกเราเช่นกัน พวกคุณจะได้เงินจำนวนหนึ่งล้านบาทเมื่อพิสูจน์ได้ว่าเด็กคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกชายผม"

"ลูกสาวของคุณต้องทำการเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจดีเอ็นเอ ถ้าใช่ ลูกสาวของคุณต้องอุ้มท้องเด็กคนนี้จนกว่าจะคลอดออกมา วันนั้นพวกคุณจะได้รับเงินที่เหลือจำนวนเก้าล้านบาท แต่พวกคุณจะไม่มีสิทธิ์ในตัวของเด็กคนนี้นับตั้งแต่วินาทีแรกที่คลอดออกมาเช่นกัน" ชะเอมเอ่ย

"ถ้าพวกคุณตกลง และยินยอมรับข้อเสนอ ก็แค่เซ็นสัญญาฉบับนี้ เพื่อความมั่นใจของพวกเราว่าพวกคุณจะไม่มาทวงสิทธิ์ในตัวของเด็กคนนี้ในภายหลัง" อาชิยื่นสัญญาไปต่อหน้าทุกคน

"แต่ครอบครัวของเราต้องทนอับอายไปอีกเจ็ดเดือนเลยนะ" วิภาดาไม่อาจทนความอับอายได้

"พวกคุณจะไปอยู่ที่ใดก็ได้ในระหว่างที่ลูกสาวของคุณอุ้มท้อง เรื่องค่าใช้จ่ายทางเราจะเป็นคนจัดการเอง"

ทั้งสามคนมองหน้ากัน เพียงไม่นานก็ตัดสินใจทำตามข้อตกลงและยินยอมเซนต์สัญญาเพื่อแลกกับเงินสิบล้าน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 120 The End

    "ขอบคุงฮับพี่พาฝังคงฉวย" มาวินในวัยสามขวบหอมแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของพี่สาว เมื่อพี่สาวช่วยสวมใส่ถุงเท้าให้ตนเองเสร็จ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วจุ๊บปากของพี่สาวไปอีกที ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุกคนในครอบครัวคุ้นชินเมื่อพาฝันทำอะไรให้มาวิน หรือต้องการออดอ้อนร้องขอให้พาฝันทำอะไรให้"มาวินรอพี่ใส่ถุงเท้าก่อนอย่าพึ่งไป เดี๋ยวล้ม" พาฝันในวัยเจ็ดขวบบอกน้องชายด้วยความเป็นห่วง ความเป็นห่วงที่มีให้น้องชายตลอดเวลา ไม่ว่ามาวินจะทำอะไร เล่นอะไร พาฝันก็จะคอยดูไม่ห่างด้วยกลัวว่าน้องชายจะได้รับบาดเจ็บ และไม่ยอมให้ใครมารังแกน้องชายตนเองเป็นอันขาด อย่างวันที่มาวินไปโรงเรียนวันแรก แล้วมีรุ่นพี่ผลักจนล่ม พาฝันก็จัดการเด็กคนนั้นจนร้องไห้ไปฟ้องคุณครู"มาวิงไปก่องได้ฮับ พี่พาฝังไม่ต้องเปงห่วง" มาวินบอกคนเป็นพี่ ก่อนจะวิ่งกระโดดลงไปในบ่อบอลหลากสีของสวนสนุกภายในห้างสรรพสินค้า"ปุณณ์ไปซื้อน้ำให้พาฝันกับมาวินก่อน ของนาวเป็นนมปั่นเหมือนเดิมนะ ช่วงนี้งดมัจฉะลาเต้ไปก่อนนะครับ" ปุณณ์เอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยคุณแม่ที่มีอายุครรภ์สามสิบหกสัปดาห์ใกล้คลอดเต็มที ขณะที่นาวจับจ้องไปที่ลูกน้อยทั้งสองด้วยความปลาบปลื้มที่พี่น้องรักและดูแ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 119 ค่ำคืนของความสุข

    งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของปุณณ์กับนาวถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวอย่าง ไลลาลิณ ริเวอร์ไซด์ แบงคอก โฮเต็ล โรงแรมของเดย์ที่ตอนนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของอธิ ลูกชายคนเล็กของแทนไท ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญของครอบครับแทบทุกงานห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึงห้าพันคนถูกเนรมิตให้เป็นเมืองน้ำแข็งในธีมงานแต่ง Frozen งานตกแต่งที่เน้นสีโทนเย็นคือเงิน ขาว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ซึ่งเป็นสีของท้องฟ้าและบรรยากาศเหมือนกับฤดูหนาวยามค่ำคืนบวกเข้ากับกลิตเตอร์ที่ส่องแสงวูบวาบวิบวับ ดูน่ารักเหมือนกับเกล็ดน้ำแข็งและดวงดาวผสมผสานกัน ส่วนโต๊ะอาหารเน้นโทนสีอ่อน โดยใช้สีฟ้าขาวเป็นหลัก ภาชนะใช้เป็นเครื่องแก้ว ส่วนพวกช้อนส้อมเป็นเครื่องเงิน ส่วนเค้กเป็นเค้กขนาดใหญ่จำนวนเก้าชั้นสรรสร้างให้เป็นปราสาทน้ำแข็ง ประดับของตกแต่งสไตล์เกล็ดน้ำแข็งเพื่อให้เข้ากับธีม ธีมงานที่เอาใจพาฝัน ลูกสาวคนเก่งของพ่อปุณณ์ แม่นาว เจ้าบ่าวเจ้าสาวของงานในค่ำคืนนี้ในคำคืนสุดแสนพิเศษเจ้าสาวแสนสวยอยู่ในชุดเดรสกรุยกรายทรงหางปลาตัดต่อช่วงอกถึงคอแบบ illusion ในโทนสีฟ้าโดยเน้นดีเทลที่คริสตัลสวารอฟสกี้เปล่งประกายระยิบระยับทั้งชุดอย่างประณีตเพื่

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 118 แฝดจอมป่วน

    ระหว่างรอเวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อทำพิธีสงฆ์ และจะต่อด้วยพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร ทุกคนก็ต่างพักผ่อนกันตามอัธยาศัย บ้างก็พูดคุย บ้างก็ดื่มน้ำ บ้างก็รับประทานของว่าง อาหาร โดยมีอาหารจากโรงแรมห้าดาวที่จัดเตรียมไว้สำหรับทุกคนให้ได้รองท้องระหว่างรอเวลาตามกำหนดการ โดยที่จัดให้มีพิธีสงฆ์ในช่วงเวลาเพล เพื่อความสะดวกของทุกคนมาวินเป็นที่สนใจจากญาติๆ เป็นพิเศษ ที่ต่างเข้ามาเชยชม หยอกล้อ เพราะเป็นน้องเล็กสุด แล้วมาวินยังเป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มแย้มให้กับทุกคน อีกทั้งยังจ้ำม่ำช่างเจรจา ส่วนพาฝันก็ยังคงเกาะติดฟลินต์ไม่ห่าง ร้องขอให้คนตัวโตอุ้มตลอดเวลา แม้แต่ตอนนี้ที่ตนต้องเข้าไปเปลี่ยนชุดก็ยังต้องให้ฟลินต์อยู่ใกล้ๆ ด้วยส่วนแทนรัก แทนคุณ ก็ชอบดูนั่นดูนี่ ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง วิ่งเล่นไปถ้วนทั่วบริเวณตามนิสัยเด็กอยากรู้อยากเห็น อยากจับอยากทดลองไปเสียทุกอย่าง โดยมีบอดี้การ์ดสามคนที่อยู่ในชุดเสื้อผ้ามันแขนสั้นกับโจงกระเบนสีน้ำตาลทองมีผ้าคาดเอวสีเดียวกับโจงกระเบนเพื่อให้เข้ากับงาน หากให้ใส่สูทชุดดำก็จะดูถมึงทึงเกินไป ชาวบ้านจะเกรงกลัวเสียเปล่าๆ ทั้งสามคอยตามติดดูแล

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 117 ขบวนขันหมาก

    นาวมาอยู่ที่บ้านสวนเมืองกาญก่อนสามวัน ด้วยวิไลถือเคล็ดคือก่อนแต่งงานสามวัน เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ควรเจอกันเพราะจะทำให้ชีวิตคู่มีอุปสรรค ซึ่งทุกคนก็พร้อมเข้าใจยกเว้นเพียงคนเดียวนั่นก็คือว่าที่เจ้าบ่าว ที่ต้องห่างทั้งลูก ทั้งว่าที่เจ้าสาว เพราะไม่เคยต้องห่างกันข้ามวันข้ามคืนมาก่อนนับตั้งแต่นาวย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ทำเอาลูกสาวอย่างพาฝันว่าพ่องอแงเป็นเด็กน้อยบ้านกลางสวนของนาวหลังนี้ถูกปรับปรุง รีโนเวทใหม่ทั้งหมดจนแทบไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิม จากบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนโดยชั้นบนเป็นพนังไม้ส่วนชั้นล่างเป็นโครงสร้างปูนที่มีอายุมากกว่าสามสิบปี นับตั้งแต่งานศพของวิภาปุณณ์กับนาวกับปรับปรุงบ้านหลังนี้มาเรื่อยๆ แต่ยังคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ แต่ทำการปรับเปลี่ยนดีไซน์ตัวบ้านให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยส่วนของชั้นบนถูกเปลี่ยนให้เป็นผนังไม้แนวนอนโทนสีเทา พร้อมด้วยหลังคาเพิงหมาแหงนที่มีกันสาดอยู่ด้านหน้า พร้อมระแนงเหล็กดีไซน์สวยงามเป็นจุดดึงสายตา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยบรรยากาศหรูหรา ด้วยพนังโทนสีเทาและขาว พร้อมด้วยพื้นหินอ่อนสุดหรู พื้นที่ใช้สอยภายในถูกออกแบบใหม่ให้มีความโปร่งโล่งมากขึ้น ทำให้อากาศถ่ายเ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 116 จดความทรงจำ

    "ถึงไทยแล้วโทรหาผมด้วยนะครับ" ฟลินต์บอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนที่กอดรัดลำคอแกร่ง พร้อมทั้งซบใบหน้ากับบ่ากว้างซึ่งเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ที่ออกจากคอนโดมิเนียม มายังท่าอากาศยานนานาชาติมาเก๊า"ฟลินต์ไปส่งพาฝันที่ไทยไม่ได้เหรอ " น้ำเสียงของพาฝันเศร้าเบาแผ่วไร้ชีวิตชีวา"วันแต่งงานคุณพ่อคุณแม่ของคุณหนูเราก็ได้เจอกันอีกไงครับ" ความจริงตัวเขาเองก็อยากอยู่ใกล้คุณหนูของเขา อยากทำหน้าที่บอดี้การ์ดดูแลเจ้านายตัวน้อย ยิ่งตลอดระยะเวลาเจ็ดวันที่อยู่มาเก๊าก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากอยู่ห่างจากพาฝันเลย เรียกได้ว่ามาทำให้เขาหลงใหลในความน่ารักน่าเอ็นดู ช่างออดอ้อน แล้วก็ต้องจากกันให้เขาคิดถึงเหมือนครั้งที่เดินทางมาที่นี่ครั้งแรก แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทำให้เขาต้องทำใจและทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดให้สมกับความไว้วางใจของเจ้านายทั้งหลาย"นะฟลินต์นะ ไปส่งพาฝันที่ไทยนะ" พาฝันยังคงออดอ้อน"ผมมีเรียนน่ะสิครับ""ยังไงก็ไม่ได้สินะ""คุณหนูก็วีดีโอคอลหาผมได้ทุกวันเหมือนเดิมไงครับ เราก็ได้เห็นหน้ากันทุกวัน""แต่กอดแบบนี้ไม่ได้ไง" พาฝันโอบกระชับแขนเล็กแน่นขึ้นไปอีก"ถ้างั้นเรามากอดกันแน่นๆ เลยนะครับ" ฟลินต์กระชับว

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 115 ไม่ยอมห่าง

    "พาฝันอยากไปทำงานกับฟลินต์ด้วยค่ะคุณพ่อ" หลังจากถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเซตของวันแรกเสร็จ เมื่อกลับมาถึงคอนโดมิเนียมที่พัก ฟลินต์ขอตัวกลับห้องไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้าไปทำงานที่กาสิโนทันที ส่วนสองพี่น้องฝาแฝด แทนรัก แทนคุณ หลังจากอาบน้ำเสร็จก็หลับไปแทบจะในทันที เพราะต่างสะลึมสะลือมาตั้งแต่ระหว่างทางที่นั่งรถกลับมา พาฝันออดอ้อนคนเป็นพ่อร้องขออยากตามฟลินต์ไปทำงานที่กาสิโนด้วย"กาสิโนเป็นสถานที่ที่เด็กน้อยอยากพาฝันไม่ควรเข้าไป พาฝันเข้าใจไหมครับ" ปุณณ์เอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"พาฝันเข้าใจค่ะ แต่พาฝันก็ยังอยากไปอยู่ดี ฟลินต์ปกป้องพาฝันได้ คุณพ่อให้พาฝันไปกับฟลินต์ไม่ได้เหรอคะ""ไม่ได้ครับ" ปุณณ์ตอบลูกสาวด้วยน้ำเสียงเน้นหนัก เช่นเดียวกับสีหน้าที่จริงจังเน้นย้ำคำพูดตนเองทำเอาพาฝันหน้าจ๋อย แววตาหม่นเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด"แต่พาฝันอยากไปนี่คะคุณพ่อ พาฝันอยากอยู่กับฟลินต์ตลอดเวลาที่พาฝันอยู่ที่นี่ ตอนนี้ก็ผ่านมาสองวันแล้ว ก็เท่ากับว่าพาฝันจะเหลือเวลาอีกแค่ห้าวัน พอพาฝันกลับบ้านก็อีกตั้งสามเดือน กว่าจะถึงงานแต่งงานของคุณพ่อคุณแม่ พาฝันถึงจะได้เจอฟลินต์อีก หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status