Beranda / โรแมนติก / เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น / ตอนที่ 3 ไม่มีใครต้องการ

Share

ตอนที่ 3 ไม่มีใครต้องการ

Penulis: Melyssa
last update Tanggal publikasi: 2026-07-15 00:55:09

"แกไปอยู่กับพ่อแก ฉันไม่มีปัญญาส่งเสียแกเรียนหรอก" คำพูดไม่ไยดีของคนเป็นแม่ที่เอ่ยกับลูกสาววัยสิบสองปี ที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน เพราะไม่อยากไปอยู่กับไตรทศ ผู้เป็นพ่อ ที่จะต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของรัศมี ภรรยาคนใหม่ที่มีฐานะดี เป็นแม่ม่ายลูกติดเจ้าของร้านขายส่งอาหารทะเลแห้งแถวมหาชัย

ด้วยที่ไตรทศมีอาชีพเป็นเซลล์ขายเครื่องกรองน้ำ นานๆ ครั้งถึงจะได้กลับบ้าน จึงเป็นโอกาสที่ทำให้เขากับรัศมีได้พบกันและทำความรู้จักกัน ยิ่งพบเจอกันหลายๆ ครั้งก็ยิ่งสนิทสนมกัน และได้มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งจนรัศมีตั้งท้อง และเขาเลือกที่จะทิ้งลูกเมียไปอยู่กินกับรัศมี เพราะเธอสามารถให้ทุกอย่างที่เขาต้องการ แต่เขาก็ต้องแลกด้วยการอยู่ในโอวาทของเธอ เธอใหญ่สุด เขาต้องฟังและทำตามที่เธอต้องการ ทั้งเรื่องทางเดินชีวิต และเรื่องบนเตียงที่เธอมีรสนิยมที่จะผิดแผกไปจากคนปกติทั่วไป คือชอบให้คู่นอนสร้างความเจ็บปวดให้ตัวเองด้วยการทรมานเธอต่างๆ นานาก่อนมีเพศสัมพันธ์ แต่กลับกลายเป็นความชอบของไตรทศไปเสียอีกที่ได้เห็นคู่นอนกรีดร้อง บิดเร้าร่างกาย ด้วยความเจ็บปวดทรมานด้วยน้ำมือของเขา

"ไม่นะแม่ นาวจะอยู่กับแม่ นาวไม่ไปอยู่กับพ่อ ไม่นะแม่...ฮืออออออ" นาว สาริศา กอดขาคนเป็นแม่ร้องขออ้อนวอนเสียงแหบแห้งสะอื้นไห้ น้ำใสไหลพรั่งพรูออกจากดวงตากลมที่บัดนี้แดงก่ำอันเนื่องจากการร้องไห้มาเป็นเวลานาน

"นาวไปอยู่กับพ่อนะลูก ไปเรียนต่อ ม.1 ที่นู่น นาวจะได้ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องทำสวนให้เหนื่อยด้วยนะ นาวไม่ชอบทำสวนไม่ใช่เหรอลูก" ไตรทศย่อตัวลงนั่งยอง พยายามพูดจาหว่านล้อมด้วยคำพูดหวานหู ชักแม่น้ำทั้งห้าให้ลูกสาวไปอยู่กับตน

"ไม่เอา...อึก...นาวจะอยู่กับแม่" นาวกอดขาคนเป็นแม่แน่น น้ำตานองหน้า

"แต่แกต้องไป รีบพาตัวมันไปได้ละ ชักช้าอยู่ได้" วิภาไล่ลูกสาว พร้อมทั้งแกะพันธนาการของลูกสาวที่รัดขาของเธอไว้ ผลักออกพ้นตัวอย่างไม่ไยดี เป็นเธอเองที่ติดต่อไปให้ไตรทศมารับนาวไปอยู่ด้วย เพราะเธอก็กำลังตั้งท้องกับยุทธนา สามีใหม่ที่ยังหนุ่มแน่น ที่เจอกันเพราะเขาเป็นพ่อค้าที่มารับซื้อมะนาวที่สวนของเธอ และเธอก็กลัวว่าสามีใหม่จะมาสนใจนาวที่กำลังแตกเนื้อสาว จึงต้องการตัดไฟเสียแต่ต้นลม

"ไม่นะ...ไม่...นาวไม่ไป...แม่!!!" นาวร้องเรียก ออกแรงดิ้นสุดตัวเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนของคนเป็นพ่อที่อุ้มเธอออกมาจากคนเป็นแม่ที่ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ

"ฮือออออ...นาวจะอยู่กับแม่...ฮืออออออ...จะอยู่กับแม่...นาวไม่ไป...ฮือออออออ" นาวร้องไห้สะอึกสะอื่น ร่ำหาแต่คนเป็นแม่ตั้งแต่ออกจากบ้านสวนที่จังหวัดกาญจนบุรีจวบจนเข้าเขตจังหวัดสมุทรสาคร

"โอ๊ยยยยยย เมื่อไรจะหยุดร้องเนี่ย จะแหกปากร้องทำไมนักหนา แม่แกไม่รักแก ไม่ต้องการแกแล้วไม่รู้หรือไง ยังจะเรียกหาอยู่ได้น่ารำคาญ หยุดร้องได้แล้วนะ ถ้าไม่หยุดจะปล่อยทิ้งไว้เป็นหมาข้างถนนนี่เลย รู้ไหมว่าแกมันเป็นตัวภาระที่ไม่ใครต้องการ ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรของฉันที่จะต้องมารับภาระเลี้ยงดูแกด้วย เงียบเลยนะ อย่าให้ฉันได้ยินเสียงแกอีก" รัศมีโวยวายเสียงดังลั่น ทั้งดุ ทั้งขู่ จนนาวยกมือปิดปากเสียงสะอื้นจนตัวโยน โดยที่คนเป็นพ่อไม่มีปากมีเสียงที่จะปกป้องลูกสาวเลยสักนิด ทั้งยังทำท่าราวกับเกรงกลัวอำนาจเมื่อเจอสายตาของคนข้างๆ ที่ตวัดหางตามองเขาอย่างไม่พอใจที่ต้องไปเอานาวมาเพิ่มภาระเรื่องกินเรื่องอยู่อีก

"คุณก็คิดเสียว่าสงสารเด็กตาดำๆ เลี้ยงไว้ให้ช่วยงานที่บ้านที่ร้านก็ได้ ดีเสียอีกคุณจะได้ไม่ต้องเสียเงินจ้างลูกน้อง เดี๋ยวนี้ค่าแรงยิ่งสูงอยู่ด้วย" นี่คือคำพูดที่ไตรทศเคยพูดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเอ่ยขอรัศมีเรื่องที่จะเอานาวมาอยู่ด้วย

"มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่งั้นจะเอามาเลี้ยงให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำทำไม นี่ยังไม่นับที่ต้องมาส่งเสียมันเรียนอีกนะ" รัศมีตอกกลับไตรทศอย่างไม่ไว้หน้า

ทั้งคู่พูดคุยกันโดยไม่นึกถึงจิตใจของเด็กอายุสิบสองที่นั่งฟังอยู่เบาะหลัง รับรู้ถึงคำพูดและความรู้สึกของผู้พูด ทำให้นึกคิดไปถึงกาลข้างหน้าที่จะต้องพบเจอ ยิ่งคิดร่างกายก็ยิ่งสั่นเทิ้มสะอื้นไห้แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องออกมา มือน้อยๆ ปิดปากตัวเองแน่น

เมื่อมาถึงบ้านของรัศมี นาวก็ได้พบกับเด็กสาวรุ่นเดียวกับเธอ ปลาดาว โชติกา ลูกสาวของรัศมี สายตาที่ปลาดาวมองนาวเป็นสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม ไม่เป็นมิตรตั้งแต่แรกพบ และปลาทู โชติวัตร เด็กชายวัยสามขวบสายเลือดของไตรทศ ที่ยังไม่ค่อยประสีประสาตามวัยที่มักเล่นสนุกไม่สนใจสิ่งรอบข้างสักเท่าไหร่ แต่น่าจะมีความซนอยู่มากสังเกตได้จากของเล่นที่ทั้งดีและแตกหักกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณบ้านทั้งนอกบ้านและในบ้าน และนั่นเป็นงานแรกที่นาวต้องทำในทันทีที่มาถึงด้วยคำสั่งของรัศมี ก่อนจะขึ้นห้องนอนไปกับไตรทศปล่อยให้เธออยู่ลำพังกับปลาดาวและปลาทู

นาวพักอยู่ที่ห้องนอนเล็กๆ ชั้นล่างของบ้านที่มีเพียงเบาะปูนอน หมอนใบเล็ก ผ้าห่ม ราวแขวนผ้า และพัดลมเก่าๆ ที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่ ส่วนคนอื่นๆ จะนอนชั้นบนได้เปิดแอร์เย็นๆ นอนกันอย่างสบาย

นาวต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาหุงหาอาหารให้กับทุกคนก่อนไปโรงเรียน ต้องทำงานบ้านทุกอย่าง ทั้งกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ซักผ้า รีดผ้า แล้วยังต้องไปช่วยงานที่ร้านขายส่งอาหารทะเลแห้งที่ตลาดในวันหยุด แทบจะไม่เคยได้พัก เหนื่อยสายตัวแทบขาด ซึ่งต่างจากปลาดาวและปลาทูที่วันๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย ตื่นเช้าแต่งตัวไปโรงเรียนกลับมาก็เอาแต่เล่นสนุก ได้เรียนโรงเรียนเอกชน ส่วนนาวได้เรียนโรงเรียนวัดใกล้บ้าน

ส่วนคนเป็นพ่อก็ขับรถส่งของตามออเดอร์ลูกค้ากับรัศมี ไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าเธอจะกินอิ่ม นอนหลับไหม หรือแม้แต่ถามว่าเหนื่อยไหม หลายครั้งที่เธอต้องแอบร้องไห้อยู่คนเดียว ตัดพ้อกับโชคชะตาของตัวเอง เธอไม่ชอบทำงานสวน แต่งานสวนที่เธอทำยังไม่เหนื่อยมากมายขนาดนี้ ที่นี่เธอไม่รู้จักใคร ไม่มีใครให้เธอได้ระบายความความรู้สึกอัดอั้นในใจ ต่างจากบ้านสวนที่เธอยังมีเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน ยังได้พูดคุย วิ่งเล่นกัน มีความสุขไปตามประสา แต่ไม่ใช่กับที่นี่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 120 The End

    "ขอบคุงฮับพี่พาฝังคงฉวย" มาวินในวัยสามขวบหอมแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของพี่สาว เมื่อพี่สาวช่วยสวมใส่ถุงเท้าให้ตนเองเสร็จ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วจุ๊บปากของพี่สาวไปอีกที ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุกคนในครอบครัวคุ้นชินเมื่อพาฝันทำอะไรให้มาวิน หรือต้องการออดอ้อนร้องขอให้พาฝันทำอะไรให้"มาวินรอพี่ใส่ถุงเท้าก่อนอย่าพึ่งไป เดี๋ยวล้ม" พาฝันในวัยเจ็ดขวบบอกน้องชายด้วยความเป็นห่วง ความเป็นห่วงที่มีให้น้องชายตลอดเวลา ไม่ว่ามาวินจะทำอะไร เล่นอะไร พาฝันก็จะคอยดูไม่ห่างด้วยกลัวว่าน้องชายจะได้รับบาดเจ็บ และไม่ยอมให้ใครมารังแกน้องชายตนเองเป็นอันขาด อย่างวันที่มาวินไปโรงเรียนวันแรก แล้วมีรุ่นพี่ผลักจนล่ม พาฝันก็จัดการเด็กคนนั้นจนร้องไห้ไปฟ้องคุณครู"มาวิงไปก่องได้ฮับ พี่พาฝังไม่ต้องเปงห่วง" มาวินบอกคนเป็นพี่ ก่อนจะวิ่งกระโดดลงไปในบ่อบอลหลากสีของสวนสนุกภายในห้างสรรพสินค้า"ปุณณ์ไปซื้อน้ำให้พาฝันกับมาวินก่อน ของนาวเป็นนมปั่นเหมือนเดิมนะ ช่วงนี้งดมัจฉะลาเต้ไปก่อนนะครับ" ปุณณ์เอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยคุณแม่ที่มีอายุครรภ์สามสิบหกสัปดาห์ใกล้คลอดเต็มที ขณะที่นาวจับจ้องไปที่ลูกน้อยทั้งสองด้วยความปลาบปลื้มที่พี่น้องรักและดูแ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 119 ค่ำคืนของความสุข

    งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของปุณณ์กับนาวถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวอย่าง ไลลาลิณ ริเวอร์ไซด์ แบงคอก โฮเต็ล โรงแรมของเดย์ที่ตอนนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของอธิ ลูกชายคนเล็กของแทนไท ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญของครอบครับแทบทุกงานห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึงห้าพันคนถูกเนรมิตให้เป็นเมืองน้ำแข็งในธีมงานแต่ง Frozen งานตกแต่งที่เน้นสีโทนเย็นคือเงิน ขาว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ซึ่งเป็นสีของท้องฟ้าและบรรยากาศเหมือนกับฤดูหนาวยามค่ำคืนบวกเข้ากับกลิตเตอร์ที่ส่องแสงวูบวาบวิบวับ ดูน่ารักเหมือนกับเกล็ดน้ำแข็งและดวงดาวผสมผสานกัน ส่วนโต๊ะอาหารเน้นโทนสีอ่อน โดยใช้สีฟ้าขาวเป็นหลัก ภาชนะใช้เป็นเครื่องแก้ว ส่วนพวกช้อนส้อมเป็นเครื่องเงิน ส่วนเค้กเป็นเค้กขนาดใหญ่จำนวนเก้าชั้นสรรสร้างให้เป็นปราสาทน้ำแข็ง ประดับของตกแต่งสไตล์เกล็ดน้ำแข็งเพื่อให้เข้ากับธีม ธีมงานที่เอาใจพาฝัน ลูกสาวคนเก่งของพ่อปุณณ์ แม่นาว เจ้าบ่าวเจ้าสาวของงานในค่ำคืนนี้ในคำคืนสุดแสนพิเศษเจ้าสาวแสนสวยอยู่ในชุดเดรสกรุยกรายทรงหางปลาตัดต่อช่วงอกถึงคอแบบ illusion ในโทนสีฟ้าโดยเน้นดีเทลที่คริสตัลสวารอฟสกี้เปล่งประกายระยิบระยับทั้งชุดอย่างประณีตเพื่

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 118 แฝดจอมป่วน

    ระหว่างรอเวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อทำพิธีสงฆ์ และจะต่อด้วยพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร ทุกคนก็ต่างพักผ่อนกันตามอัธยาศัย บ้างก็พูดคุย บ้างก็ดื่มน้ำ บ้างก็รับประทานของว่าง อาหาร โดยมีอาหารจากโรงแรมห้าดาวที่จัดเตรียมไว้สำหรับทุกคนให้ได้รองท้องระหว่างรอเวลาตามกำหนดการ โดยที่จัดให้มีพิธีสงฆ์ในช่วงเวลาเพล เพื่อความสะดวกของทุกคนมาวินเป็นที่สนใจจากญาติๆ เป็นพิเศษ ที่ต่างเข้ามาเชยชม หยอกล้อ เพราะเป็นน้องเล็กสุด แล้วมาวินยังเป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มแย้มให้กับทุกคน อีกทั้งยังจ้ำม่ำช่างเจรจา ส่วนพาฝันก็ยังคงเกาะติดฟลินต์ไม่ห่าง ร้องขอให้คนตัวโตอุ้มตลอดเวลา แม้แต่ตอนนี้ที่ตนต้องเข้าไปเปลี่ยนชุดก็ยังต้องให้ฟลินต์อยู่ใกล้ๆ ด้วยส่วนแทนรัก แทนคุณ ก็ชอบดูนั่นดูนี่ ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง วิ่งเล่นไปถ้วนทั่วบริเวณตามนิสัยเด็กอยากรู้อยากเห็น อยากจับอยากทดลองไปเสียทุกอย่าง โดยมีบอดี้การ์ดสามคนที่อยู่ในชุดเสื้อผ้ามันแขนสั้นกับโจงกระเบนสีน้ำตาลทองมีผ้าคาดเอวสีเดียวกับโจงกระเบนเพื่อให้เข้ากับงาน หากให้ใส่สูทชุดดำก็จะดูถมึงทึงเกินไป ชาวบ้านจะเกรงกลัวเสียเปล่าๆ ทั้งสามคอยตามติดดูแล

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 117 ขบวนขันหมาก

    นาวมาอยู่ที่บ้านสวนเมืองกาญก่อนสามวัน ด้วยวิไลถือเคล็ดคือก่อนแต่งงานสามวัน เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ควรเจอกันเพราะจะทำให้ชีวิตคู่มีอุปสรรค ซึ่งทุกคนก็พร้อมเข้าใจยกเว้นเพียงคนเดียวนั่นก็คือว่าที่เจ้าบ่าว ที่ต้องห่างทั้งลูก ทั้งว่าที่เจ้าสาว เพราะไม่เคยต้องห่างกันข้ามวันข้ามคืนมาก่อนนับตั้งแต่นาวย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ทำเอาลูกสาวอย่างพาฝันว่าพ่องอแงเป็นเด็กน้อยบ้านกลางสวนของนาวหลังนี้ถูกปรับปรุง รีโนเวทใหม่ทั้งหมดจนแทบไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิม จากบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนโดยชั้นบนเป็นพนังไม้ส่วนชั้นล่างเป็นโครงสร้างปูนที่มีอายุมากกว่าสามสิบปี นับตั้งแต่งานศพของวิภาปุณณ์กับนาวกับปรับปรุงบ้านหลังนี้มาเรื่อยๆ แต่ยังคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ แต่ทำการปรับเปลี่ยนดีไซน์ตัวบ้านให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยส่วนของชั้นบนถูกเปลี่ยนให้เป็นผนังไม้แนวนอนโทนสีเทา พร้อมด้วยหลังคาเพิงหมาแหงนที่มีกันสาดอยู่ด้านหน้า พร้อมระแนงเหล็กดีไซน์สวยงามเป็นจุดดึงสายตา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยบรรยากาศหรูหรา ด้วยพนังโทนสีเทาและขาว พร้อมด้วยพื้นหินอ่อนสุดหรู พื้นที่ใช้สอยภายในถูกออกแบบใหม่ให้มีความโปร่งโล่งมากขึ้น ทำให้อากาศถ่ายเ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 116 จดความทรงจำ

    "ถึงไทยแล้วโทรหาผมด้วยนะครับ" ฟลินต์บอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนที่กอดรัดลำคอแกร่ง พร้อมทั้งซบใบหน้ากับบ่ากว้างซึ่งเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ที่ออกจากคอนโดมิเนียม มายังท่าอากาศยานนานาชาติมาเก๊า"ฟลินต์ไปส่งพาฝันที่ไทยไม่ได้เหรอ " น้ำเสียงของพาฝันเศร้าเบาแผ่วไร้ชีวิตชีวา"วันแต่งงานคุณพ่อคุณแม่ของคุณหนูเราก็ได้เจอกันอีกไงครับ" ความจริงตัวเขาเองก็อยากอยู่ใกล้คุณหนูของเขา อยากทำหน้าที่บอดี้การ์ดดูแลเจ้านายตัวน้อย ยิ่งตลอดระยะเวลาเจ็ดวันที่อยู่มาเก๊าก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากอยู่ห่างจากพาฝันเลย เรียกได้ว่ามาทำให้เขาหลงใหลในความน่ารักน่าเอ็นดู ช่างออดอ้อน แล้วก็ต้องจากกันให้เขาคิดถึงเหมือนครั้งที่เดินทางมาที่นี่ครั้งแรก แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทำให้เขาต้องทำใจและทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดให้สมกับความไว้วางใจของเจ้านายทั้งหลาย"นะฟลินต์นะ ไปส่งพาฝันที่ไทยนะ" พาฝันยังคงออดอ้อน"ผมมีเรียนน่ะสิครับ""ยังไงก็ไม่ได้สินะ""คุณหนูก็วีดีโอคอลหาผมได้ทุกวันเหมือนเดิมไงครับ เราก็ได้เห็นหน้ากันทุกวัน""แต่กอดแบบนี้ไม่ได้ไง" พาฝันโอบกระชับแขนเล็กแน่นขึ้นไปอีก"ถ้างั้นเรามากอดกันแน่นๆ เลยนะครับ" ฟลินต์กระชับว

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 115 ไม่ยอมห่าง

    "พาฝันอยากไปทำงานกับฟลินต์ด้วยค่ะคุณพ่อ" หลังจากถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเซตของวันแรกเสร็จ เมื่อกลับมาถึงคอนโดมิเนียมที่พัก ฟลินต์ขอตัวกลับห้องไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้าไปทำงานที่กาสิโนทันที ส่วนสองพี่น้องฝาแฝด แทนรัก แทนคุณ หลังจากอาบน้ำเสร็จก็หลับไปแทบจะในทันที เพราะต่างสะลึมสะลือมาตั้งแต่ระหว่างทางที่นั่งรถกลับมา พาฝันออดอ้อนคนเป็นพ่อร้องขออยากตามฟลินต์ไปทำงานที่กาสิโนด้วย"กาสิโนเป็นสถานที่ที่เด็กน้อยอยากพาฝันไม่ควรเข้าไป พาฝันเข้าใจไหมครับ" ปุณณ์เอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"พาฝันเข้าใจค่ะ แต่พาฝันก็ยังอยากไปอยู่ดี ฟลินต์ปกป้องพาฝันได้ คุณพ่อให้พาฝันไปกับฟลินต์ไม่ได้เหรอคะ""ไม่ได้ครับ" ปุณณ์ตอบลูกสาวด้วยน้ำเสียงเน้นหนัก เช่นเดียวกับสีหน้าที่จริงจังเน้นย้ำคำพูดตนเองทำเอาพาฝันหน้าจ๋อย แววตาหม่นเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด"แต่พาฝันอยากไปนี่คะคุณพ่อ พาฝันอยากอยู่กับฟลินต์ตลอดเวลาที่พาฝันอยู่ที่นี่ ตอนนี้ก็ผ่านมาสองวันแล้ว ก็เท่ากับว่าพาฝันจะเหลือเวลาอีกแค่ห้าวัน พอพาฝันกลับบ้านก็อีกตั้งสามเดือน กว่าจะถึงงานแต่งงานของคุณพ่อคุณแม่ พาฝันถึงจะได้เจอฟลินต์อีก หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status