ANMELDEN[ แต่งก่อนค่อยรัก + พระรองขึ้นแท่นพระเอก ] [ ผู้กุมอำนาจตระกูลมหาเศรษฐีที่หยิ่งทะนงไม่ยอมใคร × สาวสวยผู้เยือกเย็นแต่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ] ซางหว่านแอบคบหากับอาเล็กของเพื่อนสนิทมานานสามปี แต่แล้ววันหนึ่ง เธอกลับได้ยินเพื่อนสนิทพูดว่า “หวานหว่าน อาเล็กของฉันมีแฟนแล้วนะ” ที่แท้ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอก็เป็นเพียงแค่ตัวแทนของใครอีกคนเท่านั้น และเพื่อทวงมรดกของพ่อกลับคืนมา ซางหว่านจึงยอมตกลงไปนัดดูตัวตามที่แม่ต้องการ ใครจะไปคิดว่าเธอดันไปนั่งผิดโต๊ะเสียได้ ซางหว่าน: “เราแต่งงานกันเถอะ อีกหนึ่งปีให้หลังเราค่อยยกเลิกข้อตกลงการแต่งงานกัน” เสิ่นจั๋วเหนียนเลิกคิ้วขึ้น “ได้สิ ไหน ๆ ก็ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะ งั้นก็ไปจดทะเบียนสมรสกันตอนนี้เลยดีไหม?” เมื่อจี้เจ๋อซิวเห็นแหวนบนนิ้วของซางหว่าน เขาก็รู้สึกเสียใจ เขาคว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้ด้วยดวงตาแดงก่ำ “หวานหว่าน เรากลับมาคืนดีกันได้ไหม?” หญิงสาวผู้มีนิสัยอ่อนโยนว่าง่ายยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังก็ยื่นแขนมาโอบเอวบางของเธอเอาไว้เสียก่อน “โอ๊ะ คุณชายจี้คิดจะเป็นชู้กับเมียคนอื่นเหรอครับ ขอโทษทีนะ แต่มือที่นายกำลังจับอยู่น่ะ เป็นมือของภรรยาฉัน” “ถ้ายังไม่ยอมปล่อยอีก ฉันจะสับมือนายทิ้งซะ” จี้เจ๋อซิวเพิ่งจะรู้ตัวว่าคนที่แย่งแฟนสาวไปจากเขา กลับเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของเขาเองเสียอย่างนั้น
Mehr anzeigenวันรุ่งขึ้น เวินเจ๋อฮั่นก็เรียกซางหว่านไปพบที่ห้องทำงาน“หวานหว่าน เมื่อวานลุงได้ยินมาว่าเธอมีเรื่องขัดแย้งกับห่าวเวยนิดหน่อยเหรอ?”ซางหว่านยิ้มอย่างอ่อนโยน “เขาไปฟ้องลุงรองเหรอคะ?”เวินเจ๋อฮั่นคิดไม่ถึงว่าหลานสาวคนนี้จะถามออกมาตรง ๆ ขนาดนี้ จึงรู้สึกปรับตัวไม่ทันเล็กน้อย “เปล่าหรอก ลุงแค่ได้ยินคนอื่นพูดมาน่ะ”“ถึงแม้ฝ่ายบุคคลจะไม่ค่อยมีงานยุ่งมากนัก แต่หวานหว่าน เธอก็ต้องใส่ใจเรื่องความสามัคคีภายในแผนกด้วยนะ”“ถึงยังไงเธอก็ถูกส่งเข้ามารับตำแหน่งโดยตรง คนอื่นจะมีความคิดเห็นบ้างก็เป็นเรื่องปกติ”ทว่าซางหว่านกลับไม่ยอมอ่อนข้อ “ลุงรองคะ ข้อแรก ถ้าเขาไปฟ้องลุงจริง ๆ ก็เท่ากับว่าเขารายงานข้ามสายบังคับบัญชา ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายบริษัทถือเป็นข้อห้ามอย่างมากโดยเฉพาะบริษัทต่างชาติ ข้อสอง ถ้าเขาไม่ได้ไปฟ้อง ก็แสดงว่าการจัดการของหนูไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย”“ลุงรองคะ ที่นี่คือบริษัท บริษัทไม่ได้ขาดแคลนคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่บริษัทต้องการคือคนที่ยอมรับการบริหารจัดการและปฏิบัติตามกฎระเบียบไม่ใช่เหรอคะ?”เวินเจ๋อฮั่นดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่าคำพูดเหล่านี้จะออกมาจากปากหลานสาววัยยี่สิบห
หลังจากพูดจาตักเตือนอย่างดุเดือดไปชุดใหญ่ ซางหว่านก็พบว่าพนักงานที่เดิมทีควรจะลางานอยู่ตามโต๊ะทำงานด้านนอกกลับมาแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกสามคนที่ออกไปทำงานนอกสถานที่ก็กลับมาที่บริษัทกันหมดแล้วเช่นกันเธอยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะปรบมือเบา ๆ“ทุกคนคะ ฉันดีใจมากที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ของเรา เดี๋ยวฉันจะส่งของขวัญห้ากล่องลงในกลุ่มแชต ทุกคนเข้ามาร่วมสนุกกันนะคะ”ทุกคนเพิ่งถูกฟาดด้วยไม้แข็งไปหมาด ๆ แต่พริบตาเดียวก็กลับได้รับขนมหวานมาป้อนถึงปากเสียแล้วแม้ไม้แข็งจะไม่ได้ฟาดลงบนตัวพวกเขาโดยตรง แต่ขนมหวานที่ได้รับนั้นเป็นของจริงอย่างแน่นอน“ขอบคุณสำหรับของขวัญนะครับผู้อำนวยการซาง ผมกดได้ตั้ง 275 บาทแน่ะ!”“ฉันกดได้ 500 บาท!”“โห ฉันกดได้ 950 บาท! ได้ค่าอาหารเช้าทั้งสัปดาห์แล้ว ขอบคุณนะคะผู้อำนวยการซาง!”มีเพียงห่าวเวยเท่านั้นที่ใบหน้าดำทะมึนราวกับก้นหม้อ-พอถึงห้าโมงเย็น ซางหว่านก็เลิกงานตรงเวลาทันทีที่เธอขึ้นไปนั่งในรถ ก็เห็นห่าวเวยที่มีสีหน้าหม่นหมองสิ้นหวังวิ่งตามออกมา“ผู้อำนวยการซาง วันนี้ผมผิดเองครับ คุณเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง อย่าได้ถือสาผมเลยนะครับ”ซางหว่านลดกระจ
วันรุ่งขึ้น ซางหว่านสะพายกระเป๋าแล้วขับรถคันใหม่ของเธอไปที่บริษัทตอนที่ห่าวเวยลงจากรถ เขาก็เห็นซางหว่านเพิ่งจอดรถเสร็จพอดีX3 ก็ไม่ใช่รถหรูอะไรนักหนาจากนั้นห่าวเวยก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับซางหว่านมากนักเขายังจำได้ว่าเมื่อก่อนพี่สาวของประธานเวินเคยพาเด็กสาวคนหนึ่งมาที่บริษัทด้วยตัวเองคนนั้นสิถึงจะเป็นเจ้าหญิงตัวจริง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าล้วนแผ่กลิ่นอายของคนร่ำรวยออกมาส่วนคนนี้น่ะเหรอ เทียบกับคนนั้นแล้วยังห่างชั้นกันอีกไกลซางหว่านไม่รู้เลยว่าห่าวเวยกำลังคิดอะไรอยู่ตำแหน่งผู้อำนวยการมีเลขานุการส่วนตัวประจำตำแหน่ง ซางหว่านจึงส่งยิ้มให้เลขานุการของตัวเอง “เสี่ยวหลิน ช่วยแจ้งทุกคนหน่อยนะว่าบ่ายสองโมง ฝ่ายบุคคลจะมีประชุม”“รบกวนด้วยนะ แล้วก็พวกเธอมีกลุ่มแชตสำหรับทำงานกันใช่ไหม? รบกวนดึงฉันเข้ากลุ่มด้วยนะ”เสี่ยวหลินรู้สึกตกใจเล็กน้อย “ไม่รบกวนเลยค่ะ ไม่รบกวนเลย ผู้อำนวยการซางเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ”เดิมทีเรื่องเหล่านี้ควรเป็นหน้าที่ของห่าวเวย แต่เห็นได้ชัดว่าเขามองเธอเป็นคู่แข่ง จึงไม่มีทางช่วยจัดการเรื่องพวกนี้ให้เธอแน่นอนเพียงแต่ห่าวเวยได้ตั้งกลุ่มแชตเล็ก ๆ ขึ้นมาเป็นการส่ว
“ลุงรองคะ วันนี้ก็เย็นมากแล้ว หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ พวกลุงทำงานกันต่อเถอะค่ะ”ใบหน้าที่ดูไร้พิษภัยของเธอเผยรอยยิ้มหวานออกมาเวินเจ๋อฮั่นยิ้มอย่างอ่อนโยน “อืม เดินทางดี ๆ ล่ะ”-หลังจากซางหว่านออกจากบริษัท เธอก็มุ่งตรงไปยังโชว์รูมรถยนต์ทันที ก่อนจะถอยรถ X3 ออกมาคันหนึ่ง พูดไปก็น่าอายอยู่เหมือนกัน เพราะเธอต้องกู้เงินมาซื้อรถคันนี้ด้วยซ้ำในเมื่อเธอได้เป็นผู้อำนวยการแล้ว จะให้เดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถไฟใต้ดินก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นักตอนที่เสิ่นจั๋วเหนียนกลับมาถึงบ้าน เขาก็เห็นว่าภายในโรงจอดรถมีรถยนต์สีขาวเพิ่มขึ้นมาอีกคัน“คุณซื้อรถแล้วเหรอ?” เสิ่นจั๋วเหนียนถามซางหว่านพยักหน้า ยังคงรู้สึกปวดใจเรื่องเงินอยู่ไม่น้อย เพราะการซื้อรถครั้งนี้แทบจะทำให้เงินเก็บทั้งหมดของเธอหมดเกลี้ยง “อืม ซื้อแล้วค่ะ”เสิ่นจั๋วเหนียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ในโรงรถผมมีรถอยู่ตั้งหลายคัน คุณจะเลือกสักคันไปขับก็ได้นี่”รถของเธอคันนั้นราคาอย่างมากก็สองล้านบาท รู้สึกว่ามันจะธรรมดาเกินไปหน่อยหรือเปล่า?ซางหว่านรีบส่ายหน้าทันที “คุณชายเสิ่น รถพวกนั้นของคุณแพงเกินไปค่ะ”เธอลองดูแล้ว แม้แต่คันที่ถูกที่สุดก็





