Accueil / โรแมนติก / เผลอใจรักเด็กวิศวะ / บทที่ 1.2"คนใจดำอัมหิต"

Partager

บทที่ 1.2"คนใจดำอัมหิต"

last update Date de publication: 2025-10-23 21:09:30

ถ้าจำไม่ผิดฉันดื่มไปราวสี่ถึงห้าแก้ว โดยปกติแล้วไม่น่าจะเมาได้ ถ้าถึงกับไม่ได้สติขนาดนั้นสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดอาจจะเป็นเรื่องจริงแต่ฉันก็ไม่สามารถปักใจเชื่อเขาได้ ก็เพราะว่าเขาเป็นคนแปลกหน้า

ก็จริงอยู่ที่ว่าเขาเป็นเพื่อนของน้องชายแต่ฉันก็จำเขาไม่ได้อยู่ดี

“แล้วใครทำ นายรู้ไหม”

“ไม่รู้ แต่ก็คงเป็นหนึ่งในห้าคนนั้น มีใครชอบหรือไม่ชอบพี่ไหมล่ะ”

ฉันเงียบแล้วคิดตามที่เขาถาม พี่ออย พี่เจนนี่คงไม่ใช่เพราะพวกเธอก็เป็นผู้หญิงด้วยกัน ส่วนพี่แม็กก็มากับแฟนเขาจะมอมฉันทำไม พี่โอ๊ตก็มีแฟนแล้ว คนสุดท้ายคือพี่ต้า หัวหน้าในที่ทำงานเพิ่งเลิกกับแฟน แต่เวลาอยู่ในที่ทำงานเขาก็ไม่ได้ทำตัวน่าสงสัยอะไรเลย

“ไม่น่าใช่...”

คำพูดของฉันหยุดอยู่แค่นั้นเพราะมันมีภาพบางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนลอยเข้ามา ถ้าจำไม่ผิดตอนที่นั่งดื่มอยู่นั้นฉันรู้สึกได้ว่าสายตาของพี่ต้ามันแปลกไป เขามองฉันตลอด ตอนแรกฉันคิดว่าเขาอาจจะเมา

หรือจะเป็นเขา

“ทำไม ถ้าไม่ใช่พวกนั้น คิดว่าเป็นใคร” เขายืนกอดอกถาม ทำอย่างกับครูที่ยืนเค้นเอาคำตอบกับนักเรียนอยู่หน้าห้อง ส่วนฉันก็เป็นเด็กโง่ๆ ที่ไม่มีความรู้อยู่ในหัวเลย

“ฉันไม่รู้” ฉันตอบไปแบบคนโง่ที่นึกอะไรไม่ออกสักอย่าง “แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าฉันโดนวางยา”

“ก็อาการมันแปลกๆ มันไม่เหมือนคนเมา อีกอย่างพี่เพิ่งดื่มไปไม่กี่แก้ว”

คำพูดของเขาทำเอาฉันนึกสงสัยจนต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน ทำไมเขาถึงรู้เรื่องของฉันขนาดนั้น บางทีคนที่น่าสงสัยที่สุดมันคือเขาต่างหาก ไม่ใช่คนอื่น!

“ทำไมนายรู้เรื่องฉันขนาดนั้น” ฉันถามพลันหัวใจก็รู้สึกชาวาบเพราะความกลัวที่ก่อตัวขึ้น

เขาอาจไม่ใช่คนดี

“ก็ผมร้องเพลงอยู่ร้านนั้น แล้วพี่ก็เป็นคนที่ผมรู้จัก”

“ก็ใช่ ฉันหมายถึง ทำไมต้องสนใจฉันขนาดนั้น”

“ผมเห็นพี่บ่อยนะ แต่พี่จำผมไม่ได้หรอก พอเป็นคนรู้จักก็เลยสนใจไง แล้วเมื่อคืนพี่ทำตัวแปลกๆ ก็เลยไปดู ตอนนั้นพี่น่าจะหนีไปเข้าห้องน้ำมั้ง”

ฉันนิ่งไปครู่หนึ่งเริ่มจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้บางส่วนแล้ว ฉันไม่ได้ลุกไปไหนนอกจากห้องน้ำ คนที่นั่งอยู่โต๊ะนั้นก็มีแค่รุ่นพี่ห้าคนนั้น แล้วมันจะเป็นใครล่ะ ต้องมีสักคนในนั้น

อยู่ๆ หัวใจของฉันมันก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ กับเรื่องที่เพิ่งได้ยินจากปากของผู้ชายคนนี้ เดาไม่ออกเลยว่าคนที่วางยาฉันคนนั้นมันเป็นใคร

“นายพอจะมีวิธีหาได้ไหมว่าใครเป็นคนทำ”

“ลองขอเจ้าของร้านเปิดกล้องแต่ไม่แน่ใจว่ามุมนั้นมันจะเห็นไหม”

“ฉันอยากได้หลักฐานทั้งหมด ต้องทำยังไง”

“ผมขอให้ได้ แต่...”

“แต่อะไร” ถ้าให้เดาก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน

“ผมมีเรื่องจะขอพี่อย่างหนึ่ง”

“อยากได้เท่าไหร่ แต่ฉันต้องได้หลักฐานที่มัดตัวคนคนนั้นได้นะ”

“ผมไม่ได้ต้องการเงิน” เขาบอกเสียงเรียบก่อนจะขยับลูกตามามองสบตากับฉัน

บอกเลยว่ามันทำให้ฉันเสียความมั่นใจเพราะสายตาของเขามันช่าง...

“แล้วนายต้องการอะไร” น้ำเสียงของฉันติดขัดเมื่อเดาไปว่าเขาอาจจะต้องการเรื่องอย่างว่า

บ้า! เมื่อกี้ใครนะที่มันพูดว่าฉันตรงสเปก ว่าฉันแก่ ก็แก่กว่าแค่สามปีเองเถอะ ยังสาวยังสวยอยู่ด้วยซ้ำ เขาก็ต้องมีอารมณ์บ้างล่ะ!

“ให้ผมไปพักที่ห้องพี่สักเดือนได้ไหม ตอนนี้ผมเดือดร้อนมาก”

สรุปที่ฉันเดาไปทั้งหมดนั้นไม่ตรงกับคำตอบเขาสักอย่างแต่คำตอบที่ได้ก็ทำเอาตกใจไม่แพ้กัน เขาบ้าหรือเปล่าถึงกล้าขอแบบนี้ ฉันเป็นผู้หญิงนะ

“ห้องก็มีจะไปอยู่กับฉันทำไม อีกอย่างเราก็ไม่รู้จักกันขนาดนั้น ถึงนายจะบอกว่าเป็นเพื่อนน้องชายฉันแต่ฉันก็ไม่ไว้ใจ”

“พี่เชื่อไหม ว่าถ้าเป็นคนอื่นมันไม่ปล่อยให้พี่มานั่งเถียงแบบนี้หรอก ตอนนี้พี่น่าจะ...”

“พอ ไม่ต้องพูด” ฉันยกมือห้ามปรามเพราะคิดว่าคนอย่างหมอนี่ไม่น่าจะพูดอะไรน่าฟัง

“คงเป็นศพนอนเปลือยอยู่ข้างทาง แล้วตอนนี้คงมี...”

“พอหยุดเถอะ” ฉันบอกเขาอย่างเหนื่อยใจ

“แล้วผมช่วยพี่ขนาดนี้ มันยังไม่ทำให้พี่สำนึกในบุญคุณกันบ้างเลยเหรอ พี่นี่มันโคตรใจดำเลยว่ะ รู้งี้...”

“นี่นาย!”

โอเค ยอมรับเลยว่าไอ้บ้านี่มันมีดีแค่หน้าตา แล้วที่บอกว่าช่วยฉันเหตุผลก็น่าจะเป็นเพราะหวังสิ่งตอบแทน

ฉันไม่อยากจะเถียงกับผู้ชายคนนี้ต่อ เรื่องที่เขาบอกมาอาจเป็นเรื่องที่เขาแต่งขึ้นทั้งนั้น ที่เขาหิ้วฉันมามันต้องมีจุดประสงค์อะไรสักอย่าง เผลอๆ อาจจะวางแผนทำมิดีมิร้าย รีดทรัพย์หรืออะไรก็แล้วแต่

เวลานี้ฉันควรหนี

“พี่ไม่เชื่อเหรอว่าไอ้คนที่มันมากับพี่นั่นแหละที่วางยาพี่ มันอยากแอ้มนั่นแหละ ถึงพี่จะไม่สวยแต่อย่างอื่นมันก็ล่อใจอยู่”

ไอ้เจ๋ง! ฉันอยากชี้หน้าด่าหมอนี่สักที แต่ตอนนี้มันไม่ใช่จุดที่ฉันจะยืนด่าเขาได้ ห้องก็ห้องเขาแถมยังอยู่กันลำพังสองคน แล้วคนแบบนี้เหรอจะขอไปพึ่งพิงฉัน

“...” ฉันหยุดฝีเท้าที่กำลังก้าวลงจากเตียงเพื่อที่จะไปหยิบกระเป๋าของตัวเองซึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อมเพราะห้องพักของเขามันก็ไม่ได้กว้างอะไรนัก เหมือนหอพักราคาถูกๆ

“ถ้าไม่เชื่อผมขอคลิปในร้านให้ก็ได้”

พูดจบเขาก็เอื้อมมือไปหยิบเอามือถือของตัวเองมาโทรหาใครสักคน จับใจความได้ว่าขอภาพจากกล้องมุมที่ฉันนั่งเมื่อคืนนี้ก่อนที่เขาจะวางสายพร้อมกับสีหน้าผิดปกติ

“ว่ายังไง”

“…”

“ทำไม”

“มุมนั้นไม่มีกล้อง” เขาเอ่ยเสียงราบเรียบก่อนจะหันหลังเดินไป

“งั้นนายก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก ขอบคุณนะที่ช่วยฉัน วันหลังถ้ามีโอกาสฉันจะเลี้ยงข้าวสักมื้อ”

“อืม ผมจะจำไว้ว่าเคยช่วยคนใจดำแบบนี้ รู้อย่างนี้ปล่อยให้โดนลากไปข่มขืนก็ดี ตื่นเช้ามาคงเห็นข่าวอยู่ในทีวี เปลือยกายล่อนจ้อนให้พวกกู้ภัยมันไปถ่ายรูปลงกลุ่มอาสา” เจ๋งพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแล้วเขาก็ไม่สนใจฉันอีก

แต่คำพูดที่เขาเพิ่งพูดจบไปแบบไม่มีช่องว่างให้ฉันได้ทำใจนั้นเล่นเอาฉันจุกอก ไอ้บ้านี่!

เจ๋งหันหลังเดินไปที่ระเบียง กลายเป็นฉันที่ทำตัวไม่ถูกเพราะโดนต่อว่าไปอย่างนั้น แล้วเขาเป็นใครมาทำให้ฉันวุ่นวายใจกับคำพูดเชิงประชดประชันแบบนั้นเล่า

ฉันนิ่งไปครู่ใหญ่เพราะไม่รู้ว่าควรจัดการกับตัวเองยังไงแล้วยังสับสนเรื่องของผู้ชายคนนี้ด้วยว่าเขาต้องการอะไรจากฉัน ทว่าทั้งสีหน้าและแววตาของเขาทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าเขาจริงใจจนต้องลังเล

“นายไม่ได้โกหกใช่ไหม ที่พูดมาทั้งหมด ทุกเรื่อง” คนเรามันก็ไม่แน่หรอก ไม่มีใครไว้ใจได้ทั้งนั้น ไอ้หมอนี่ที่อยู่กับฉันตอนนี้ก็เหมือนกัน

“ทำไมต้องโกหก” เขาพูดแล้วปรายตามองอย่างหาเรื่อง มองฉันเหมือนตัวน่ารังเกียจ “จะกลับก็กลับไปเลย”

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะหันไปที่กระจกบานใหญ่ติดกับประตูด้านหลังห้อง มองตัวเองที่เปลือยท่อนบน โชว์หุ่นล่ำ สัดส่วนล่อตาล่อใจสาว มือขยับยุกยิกอยู่ที่กางเกง เหมือนจะแกะเชือกเพื่อรูดมันลง

“ดะ เดี๋ยว!” ฉันร้องห้าม ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมยังยืนมองเขาอยู่ “ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่นายต้องช่วยฉันขนาดนั้น”

“ผมไม่ใช่คนใจดำอำมหิตแบบพี่ไง”

“นี่นาย”

“งั้นเรื่องที่ผมขอ พี่ลืมมันไปเถอะ ผมก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับพี่แล้วนี่ กลับไปได้แล้ว”

ฉันเงียบยืนมองแผ่นหลังของคนที่เพิ่งรู้จักกันด้วยความไม่เข้าใจ สุดท้ายก็ต้องเดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเองก่อนจะเดินไปที่ประตู แต่ก่อนที่จะได้เอื้อมมือไปเปิดมันเสียงจากด้านนอกที่เหมือนกับคนทุบประตูก็ดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายจนฉันต้องก้าวถอยหลังกลับมา

-----------

ก็แกปากหมาแบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเขาจะอยากอยู่ด้วยไอ้เจ๋งเอ๊ย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 7.1 หวั่นไหว

    ตอนที่ 7 หวั่นไหวตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วที่ฉันไม่ชอบเสียงฟ้าร้องและไฟดับแบบนี้ ยิ่งเสียงฟ้าผ่ามันทำเอาฉันกลัวจนต้องวิ่งไปหาสิ่งที่พึ่งพิงได้ แล้วมันก็เป็นสิ่งเดียวที่มีอยู่ในห้องนี้“กลัวอะไรขนาดนั้น”สิบสี่ปีก่อนคุณตาของฉันถูกฟ้าผ่าจนเสียชีวิตเพราะยืนอยู่กลางทุ่งนา เป็นวันที่ฉันตามติดตาไปด้วยเพราะอยากไปเที่ยวเล่นช่วงปิดเทอม นานครั้งถึงจะไปที่นั่นไปอยู่กับตาและยาย ภาพนั้นมันยังจำไม่เคยลืมเลย สายฟ้าที่ฟาดลงมาสู่ร่างของตาวันนั้นจนท่านล้มลง อยู่ในระยะสายตาที่ฉันมองเห็น ความสว่างสไวนั้นทำให้เห็นความเจ็บปวดในเสี้ยววินาทีของคนที่ฉันรักมันกลายเป็นเหตุการณ์ที่ถูกฝังลงในจิตใจ ทำให้กลัวเสียงฟ้าร้อง เสียงฟ้าผ่า มาตั้งแต่ตอนนั้น หัวใจของฉันมันสั่นไหวทุกครั้งที่ได้ยินมันรู้ตัวอีกทีฉันก็นั่งอยู่บนตักเจ๋ง กอดคอซบหน้าลงกับบ่าแกร่งจนลืมทุกความอึดอัดที่เคยมีต่อเขา เวลานี้มันแทนที่ด้วยความกลัวไปแล้ว“กลัว”เจ๋งไม่ได้พูดอะไรอีก เขาใช้แขนแข็งแรงนั้นโอบกอดฉันเอาไว้ มือหนาลูบลงกลางหลังราวกับต้องการให้ฉันรู้สึกปลอดภัยขึ้น แล้วมันก็ได้ผล ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกดีขึ้นได้ขนาดนี้หรือเพราะอ้อมกอดของเขามันกว้างและอบ

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 6.2หึง?

    บริษัทมีเวลาเลิกงานที่สี่โมงเย็น ฉันใช้รถส่วนตัวในการเดินทางไปกลับ ถึงแม้ว่าจะเจอรถติดบ้างแต่ก็สะดวกกว่า ไม่ต้องไปเบียดผู้คนมากมายระหว่างที่รอรถติดก็เพิ่งเห็นข้อความจากเจ๋งที่ส่งมาเมื่อกลางวัน เพราะไม่ได้เปิดดูเลย มีงานเข้าตั้งแต่ช่วงบ่าย ที่แจ้งเตือนมาก็คิดว่าเป็นครามนั่นแหละ จึงไม่ได้สนใจเปิดอ่าน เดี๋ยวเขาจะรู้กันว่าฉันแอบเล่นมือถือตลอดเจ๋ง : เลิกกี่โมง ผมรอที่ล็อบบี้นะตั้งแต่เมื่อคืนที่เกิดเรื่องฉันก็ไม่ได้คุยกับเจ๋งเลย คิดว่าเขาโกรธฉันเสียอีก เพราะปกติเขาจะส่งข้อความมาวอแวกวนประสาทกันไม่เลิกแม้กระทั่งเวลาทำงานมีนา : ใกล้ถึงแล้วฉันตอบแค่นั้นแล้วก็เคลื่อนรถไปข้างหน้า ใช้เวลาจากบริษัทกลับถึงคอนโดก็คงประมาณหนึ่งชั่วโมง ไม่รู้ว่าเขารออยู่ตรงนั้นตั้งแต่ตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่ส่งข้อความาหากัน ถ้าเป็นอย่างนั้นคงเกือบสี่ชั่วโมงแล้วเจ๋งมันบ้าหรือเปล่านะ จะรีบกลับมาทำไมทั้งที่รู้ว่าขึ้นห้องไม่ได้“จะรีบกลับมาทำไม” พอเดินเข้ามาที่ล็อบบี้ก็เห็นเจ๋งนั่งรออยู่พร้อมกับโน้ตบุ๊คค่ใจของเขาที่น่าจะใช้ทำงานไปด้วยระหว่างรอฉันจะว่าไปอยู่ตรงนี้รอมันก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียวเพราะมีห้องสำหรับให้นั่งเล่น

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   ตอนที่ 6 เว้นระยะห่าง

    ตอนที่ 6 เว้นระยะห่างฉันออกมาทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงกว่า ส่วนเจ๋งนั้นยังไม่ตื่น ไม่รู้ว่าเขาหลับอยู่จริงๆ หรือแกล้งหลับเพราะไม่อยากคุยกับฉันกันแน่ เพราะปกติถ้าฉันตื่นมาต้องเห็นเขาตื่นรอแล้ว เท่าที่เห็นเขามาเกือบครึ่งดือน เจ๋งไม่ใช่คนตื่นสายเลย“มีนา”เสียงของใครบางคนเรียกฉันไว้ พอหันไปมองก็ต้องแปลกใจที่เป็นคราม ผู้ชายเมื่อคืนนี้ ทั้งที่ปกติไม่เคยเห็นเขาอยู่ในบริษัทมาก่อน“คราม”“นึกว่าจะลาป่วย” เขาแซว คงเป็นเพราะเห็นฉันกลับดึกเมื่อคืน“ไม่ขนาดนั้น คอเกรดเอ” ฉันตอบพลางขำ ทั้งที่เมื่อคืนก็เมาเอาเรื่องแต่ก็พอมีสติถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาไปดื่มกับเพื่อนรับรองว่าถึงไหนถึงกันแน่นอน แต่มีผู้ชายอยู่ด้วยในห้องอีกคนฉันก็ไม่กล้าเมาขนาดนั้น ถึงแม้ว่าเจ๋งจะเอ่ยปากบอกว่าฉันมันไม่สวย ไม่ทำอะไรฉันก็เถอะ มันก็ไม่แน่หรอกนะ“สรุปเมื่อคืน เพื่อนหรือแฟน” ครามถามกันตรงๆ แต่ก็สื่อทางสายตาว่าเขาแค่แซว“น้องน่ะ”“ใช่เหรอ เขามองเราตาขวางขนาดนั้น แถมยังร้องเพลงให้อีก” ครามหัวเราะเบาๆ“จริงๆ ไม่ใช่แฟน” ฉันตอบแล้วยิ้ม เราทั้งคู่เดินเข้าลิฟต์มาด้วยกันเวลานี้มีคนทยอยเข้ามาเรื่อย จนคุยกันเหมือนเดิมไม่ได้ กระทั่งถึงชั้นสาม

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 5.2ขอเตือน

    เจ๋งพาซ้อนมอเตอร์ไซด์ออกจากร้านแล้วขับช้าๆ รับลมเย็นยามค่ำคืนบนท้องถนนที่เวลานี้รถราบางตากว่าตอนกลางวัน มีแสงไฟเรียงรายอยู่ด้านข้างเพราะมีร้านข้างทางมาเปิดเพื่อรับลูกค้าที่กลับมาจากการท่องราตรี บางร้านเปิดตั้งแต่ดึกถึงเช้ากันเลย“หิวข้าว ขอแวะซื้อแป๊บนึงได้ไหม”“ทานนี่ก็ได้ เดี๋ยวนั่งรอ”“พี่กินไหม”“ไม่ กินเข้าไปคงอ๊วกแตก”บอกตามตรงตอนนี้ฉันก็เมาแล้วเพียงแต่พยายามทำตัวเหมือนไม่เมามาก ให้เจ๋งต้องเยอะเย้ยกัน ถ้าไอ้เด็กนี่รู้เข้ามีหวังหัวเราะเยาะแน่ แต่จะทำยังไงไม่ให้เขารู้นี่สิ แค่จะก้าวขาลงจากรถก็คิดว่าคงได้ล้ม“ลงมาสิ” เจ๋งยืนมองฉันที่ไม่ยอมลงจากรถมอเตอร์ไซด์เสียที“นั่งรอ ตรงนี้แหละ”“พี่เป็นไร” เจ๋งไม่ยอมง่ายๆ เขาขยับเข้ามาใกล้แล้วขมวดคิ้วมองหน้ากันจนฉันต้องรีบหันหน้าหนีเพราะตอนนี้ตาปรือมาก เรียกสติกลับมาหลายรอบแล้วด้วย“เปล่า ไม่อยากลงไป จะนั่งรอตรงนี้แหละ” ว่าแล้วก็ขยับแขนขึ้นมากอดอก มองนั่นมองนี่เรื่อยเปื่อย แต่ไม่มองหน้าเจ๋งหรอก“เมา?”“บ้า!”“งั้นก็ลงมา ไปนั่งตรงนั้น”“บอกว่าจะนั่งตรงนี้”“ดื้อจังวะ” เจ๋งไม่พูดเปล่า เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้แล้วตวัดแขนรวบเอวฉันก่อนจะอุ้มลงไปยืนบน

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 5.1อย่ายุ่งกับเมียชาวบ้าน

    ตอนที่ 5 อย่ามายุ่งกับเมียชาวบ้านเจ๋งขึ้นร้องเพลงแล้ว เพิ่งรู้ว่าเวลาเขาร้องเพลงอยู่บนนั้นมันมีเสน่ห์มากมายขนาดนี้ ทั้งหน้าตา ทั้งเสียงร้อง ทำเอาสาวๆ หลงกันทั้งร้าน ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีคนชอบมากมาย เดินไปทางไหนกับเขาฉันก็ต้องเจอกับแรงอาฆาตแค้นเจ๋งถนัดร้องเพลงช้า ส่วนมากจะเป็นเพลงเศร้าซึ้งๆ ซึ่งมันยิ่งสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ชวนให้หลงใหลของเขา ระดับเจ๋งไปเป็นดาราหรือนักร้องได้เลย จะไม่มีแมวมองมาเห็นบ้างเลยหรือ น่าแปลกแต่ความเป็นเจ๋งก็ทำให้ฉันคาดไม่ถึงมาหลายเรื่องแล้ว ตั้งแต่เรื่องเพื่อนที่เยอะมากมาย ไหนจะเรื่องผู้หญิงที่ฉันคิดมาตลอดว่าคนปากหมาแบบนี้คงไม่มีใครคบ สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ นี่มันหนุ่มฮอตของมหาวิทยาลัยชัดๆ“ขอโทษนะครับ”“คะ”ขณะที่นั่งมองคนหน้าเวทีกำลังร้องเพลงอยู่ จนลืมสนใจสิ่งรอบข้างเพราะเคลิ้มกับเพลงที่เจ๋งกำลังร้อง ปลายนิ้วของใครบางคนก็มาสะกิดที่ไหล่ซ้าย เล่นเอาฉันตกใจรีบหันไปมอง ก่อนจะพบว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังโน้มหน้าลงมาแล้วส่งยิ้มให้“มาคนเดียวเหรอ”“คือ เปล่าค่ะ มากับเพื่อน”“ออ ขอชนแก้วได้ไหม”ฉันไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร ก็แค่ชนแก้ว จึงพย

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 4.2ลูกชิ้นแทนใจ

    “หมดธุระมึงยัง” เจ๋งถามต่อ“เออ ไปก็ได้วะ แล้วมึงไม่ไปร้องเพลงเหรอวันนี้” เพื่อนลุกออกไปนั่งโต๊ะข้างกันซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากนั่งตรงนี้เลย โต๊ะติดกันจนกระซิบยังได้ยิน“กำลังจะไป”“โอ้ว พาสาวไปเฝ้า” เพื่อนอีกคนแซวอีกสองสามคนก็แซวกันจนฉันเขิน“เรื่องของกู”“เจ๋งมันไม่น่ารักเลยเนอะพี่”เพื่อนเขาคนหนึ่งยื่นหน้ามาคุยกับฉัน ที่เวลานี้แทบจะไม่กล้ากินก๋วยเตี๋ยวแล้ว ก็มาแซวกันขนาดนี้ใครมันจะไปกล้าคีบเส้นแล้วอ้าปากกินได้ ฉันก็อายเป็นเหมือนกัน เลยได้แต่ยิ้มแห้งเป็นคำตอบ รับบทแฟนเจ๋งคนปากหมาไปเลยยายมีนาดีนะที่ฉันกินลูกชิ้นไปแล้วไม่อย่างนั้นคงเสียดายแย่ นี่ไงล่ะคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องกินของที่อร่อยที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก“กินไหม”เจ๋งไม่สนใจคำพูดเพื่อนเขาอีก คีบลูกชิ้นลูกใหญ่มาตรงหน้าก่อนจะวางมันในชามของฉันที่เหลือแต่เส้นเล็กขาวๆ อืดๆ กับผักใบเขียวที่ถูกเขี่ยไปด้านข้าง สร้างความแปลกใจให้ฉันไม่น้อยเลย“ไม่กินเหรอ”“แลกกัน” ว่าแล้วเจ๋งก็คีบเส้นฉันไปใส่ในจานตัวเอง แล้วคีบลูกชิ้นอีกสองลูกกลับมาให้กันอีก“คนอะไรไม่ชอบลูกชิ้น”เจ๋งไม่ตอบ เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วคีบเส้นเข้าปากอย่างไม่เกรงใจ แม้แต่ผั

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 4.1น้องคนนี้แฟนเจ๋ง

    ตอนที่ 4 น้องคนนี้แฟนเจ๋งเจ๋งพาซ้อนมอเตอร์ไซค์จากคอนโดมายังย่านมหาวิทยาลัย เป็นฝั่งด้านหลังที่อยู่ติดกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โชคดีที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ทำให้คนไม่หนาตาอย่างที่เคยเห็น ซึ่งปกติหลังจากเรียนจบฉันก็ไม่ได้มาทานข้าวแถวนี้อีกเพราะคนเยอะเจ๋งเอี้ยวหน้ามาถามอะไรสักอย่าง เสียงของเขาที่แทรกผ

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 3.2ส่งท้าย

    “ก็นึกว่านายจะไปร้านเลย ทำงานเสร็จแล้วหรือไง”“เสร็จแล้ว อีกหลายชั่วโมงเลยกว่าจะได้ร้องค่อยไปตอนทุ่มกว่า”“ออ”“รบกวนพี่หรือเปล่า” เจ๋งถามขณะที่เราสองคนเดินเข้ามาในลิฟต์แล้วมันก็มีแค่เราสองคนวันนี้เขาแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนยาวขากระบอกเก่าๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตกอับหรือมันเป็นแนวของเข

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   ตอนที่ 3 ลองทำให้ดูหน่อย

    ตอนที่ 3 ลองทำให้ดูหน่อยหลายวันต่อมาเจ๋งเข้ามาอยู่ด้วยหลายวันแล้วเราทั้งคู่ต่างคนต่างใช้ชีวิต เจอกันแค่ตอนดึกและเช้าของวันจันทร์ถึงศุกร์ เพราะเขาจะไปเรียนแล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ตรงไหนระหว่างรอไปทำงานต่อ จะกลับมาตอนหลังเที่ยงคืนส่วนฉันก็ยังทำงานที่เดิม แต่ฉันก็ไม่กล้าไว้ใจผู้ชายคนไหนอ

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 2.3มีแฟนยัง?

    เจ๋งพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเขาก็หลบไปนั่งโซฟา ที่ของตัวเองก่อนจะหยิบกีตาร์ตัวหนึ่งที่เขาพกมาด้วยนั้นมาเล่น ทำให้ห้องที่เคยเงียบสงบในเวลานี้มีเสียงเพลงเพราะๆ จากเขาดังประกอบขึ้นมาฉันเดินไปเปิดแอร์ให้เจ๋งก่อนจะเอาเสื้อผ้าของตัวเองไปจัดการหลังจากนั้นก็กลับมานอนเล่นอยู่บนเตียงที่มีกระจกกั้นกับด้านนอกท

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status