บทนำ Descent into Munich
เสียงเครื่องยนต์เครื่องบินแอร์บัส เอ350 ลำใหญ่ ดังเป็นฉากหลังในห้องนักบิน แผงหน้าปัดด้านหน้าฉายแสงสีส้มและเขียวอ่อนๆ ส่องกระทบโครงหน้าคมสันของ น่านน้ำ ผู้ช่วยนักบินอาวุโส (Senior First Officer) เขากำลังทำหน้าที่เป็น Pilot Flying (PF) (นักบินผู้ควบคุมการบิน) ในการนำเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิก ประเทศเยอรมนี
ด้านข้างคือกัปตันสมศักดิ์ กัปตันอาวุโสที่นั่งเป็น Pilot Monitoring (PM) (นักบินผู้สังเกตการณ์) มองผ่านกระจกบานใหญ่ไปยังท้องฟ้าสีเทาหนาทึบของยุโรปในฤดูหนาว
เสียง ATC (หอควบคุมการจราจรทางอากาศภาษาอังกฤษสำเนียงเยอรมันชัดเจน) “Thai wing One Four Five (เที่ยวบิน 145), wind two eight zero at seven knots (ทิศทางลม 280 องศา ความเร็ว 7 นอต), runway zero eight left cleared to land (อนุญาตให้นำเครื่องลงจอดที่รันเวย์ 08 ซ้ายได้)”
น่านน้ำมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนักบินด้วยสายตาเย็นชาตามแบบฉบับของคนที่มั่นใจในตัวเองเกิน150เปอร์เซ็น มือหนาแต่เรียวสะอาดของคนที่ไม่เคยต้องทำงานหนักกดปุ่มวิทยุเพื่อตอบกลับไป “zero eight left Cleared to land (อนุญาตให้นำเครื่องลงจอดที่ 08 ซ้าย), Thai Wing One Four Five. Danke (เที่ยวบิน 145 ขอบคุณครับ )”
ใบหน้าหล่อเหลาถอนสายตาจากขอบฟ้าที่ถูกบดบังด้วยเมฆหนา เขาปรับแสงของจอ Primary Flight Display (จอแสดงผลการบินหลัก) เพื่อให้แน่ใจว่า Localiser (ตัวนำทางให้เครื่องตรงกับเส้นแบ่งกลางรันเวย์) และ Glideslope (ตัวนำทางให้เครื่องลดระดับในมุมที่เหมาะสม) ยังคงอยู่ตรงกลางเป๊ะแม้จะมีแรงลมปะทะเข้ามาเป็นระยะ
มือของเขากดปุ่มปลด Autopilot (ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ) ออกทันทีแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในฝีมือการบินของตัวเองเต็มเปี่ยม.......
ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคงเพื่อเตรียมความพร้อมในขึ้นตอนต่อไป “Auto Pilot off ,Landing Checklist (ปิดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ,รายการตรวจสอบก่อนลงจอด)”
กัปตันสมศักดิ์ตอบรับด้วยน้ำเสียงสงบเหมือนทำสิ่งนี้มาแล้วทั้งชีวิต “Landing Gear (ล้อเครื่องบิน)?”
น่านน้ำตอบรับ “Down (ลงแล้ว), three green (ไฟเขียว 3 ดวงยืนยันว่าล้อลงและล็อกสมบูรณ์)
กัปตันสมศักดิ์เรียกรายการ “Flaps? (แผ่นปีกที่ใช้เพิ่มแรงยกและลดความเร็ว)”
น่านน้ำขานรับ “Flaps Full (กางแฟล็บเต็มที่), Speed Brake armed (สปอยเลอร์พร้อมใช้งาน), Auto-Brake Medium (ระบบเบรกอัตโนมัติระดับปานกลาง).”
กัปตันสมศักดิ์ “Landing Checklist Completed (ตรวจสอบก่อนลงจอดเสร็จสมบูรณ์)”
เครื่องบินทะลุกลุ่มเมฆลงมาเจอกับภาพเมืองมิวนิกที่เปียกชื้นภายใต้แสงไฟสีเหลืองนวล
‘One Thousand (หนึ่งพันฟุต)’ สัญญาณเตือนความสูงอัตโนมัติดังขึ้น........
น่านน้ำเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบของเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการบินข้ามทวีป แต่ท่าทางที่จับคันบังคับนั้นมั่นคงจนน่าทึ่ง
‘Five Hundred (ห้าร้อยฟุต)’ เสียงเตือนความสูงนับถอยหลังลง.........
‘Minimums (ความสูงขั้นต่ำ)’ เสียงเตือนสำคัญที่กำหนดว่านักบินต้องเห็นรันเวย์ดังขึ้น (หากไม่เห็นต้องยกเลิกการลงจอด)
น่านน้ำไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวที่จะทำการตัดสินใจ ‘Minimums... Landing! Runway in sight (เห็นรันเวย์แล้ว)’
“สวย....” กัปตันสมศักดิ์เอยชมท่าทางการล่อนลงที่น่านน้ำจัดวางไว้
น่านน้ำดึงคันบังคับเข้าหาตัวเล็กน้อยเพื่อประคองเครื่องยนต์ เสียงลมที่ปะทะลำตัวเครื่องดังขึ้นอย่างชัดเจนตามสภาวะอากาศที่ปรวนแปร แต่เขากลับยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก เขารักความท้าทายนี้ รักการเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างไว้ใต้ปลายนิ้ว
เสียงเตือนความสูงดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเครื่องใกล้ถึงพื้นรันเวย์ ‘Fifty... Forty... Thirty... Twenty... Ten’
ครืดดดด!............
เสียงยางของล้อเครื่องบินสัมผัสกับพื้นรันเวย์อย่างนุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึก ก่อนที่เสียงเครื่องยนต์จะคำรามดังขึ้นอย่างดุดันเมื่อน่านน้ำดึงคันโยกกลับหลัง(Reverse Thrust) เพื่อชะลอความเร็วของเครื่องบิน
กัปตันสมศักดิ์ขานเรียกขั้นตอนต่อไป “Spoilers (สปอยเลอร์กางออก)”
“Reverse green (ระบบแรงขับเคลื่อนย้อนกลับทำงานสมบูรณ์)”
“Decel (ความเร็วลด)”
เสียงวิทยุจากหอบังคับการบินส่งเข้ามาต่อในจังหวะนั้น “Clear to taxi (อนุญาตให้เคลื่อนตัวไปที่หลุมจอด)
น่านน้ำเหยียบเบรกให้ความเร็วลดลงก่อนจะบังคับเครื่องบินเลี้ยวออกจากรันเวย์ ความตึงเครียดในห้องนักบินผ่อนคลายลงทันที เขาสูดหายใจเข้าลึกๆความรู้สึกเป็นผู้ชนะจากการลงจอดที่สมบูรณ์แบบก็ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดจากการถูกทิ้งไปได้ชั่วขณะ…
กัปตันสมศักดิ์ถอดหูฟังออกแล้วหันมายิ้มอย่างพอใจ
“บินดีนิ….” เสียงทุ่มเอ่ยชมสั้นๆด้วยน้ำเสียงจริงใจ
น่านน้ำยักไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ยี่หระกับคำชมนั้น ดวงตาคมมองไปข้างหน้าบนพื้น(Taxiway)ราวกับว่าคำชมนั้นเป็นสิ่งที่เขาสมควรได้อยู่แล้ว
“หรอครับ” น่านน้ำตอบกลับเรียบๆโดยไม่มีคำว่า ‘ขอบคุณ’ หลุดออกมาแม้แต่น้อย “ผมก็บินแบบนี้ทุกครั้งนะ เรื่องแค่นี้มันเบสิกจะตายไป”
กัปตันสมศักดิ์ส่ายหน้าอย่างเอื้อมระอากับนิสัยของนักบินหนุ่มที่หล่อเหลาแต่ปากคอเราะร้ายและหลงตัวเองอย่างร้ายกาจคนนี้ แต่ถึงจะนิสัยแย่แค่ไหน ฝีมือก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ
หลังจากจอดเครื่องเทียบงวงช้างและจัดการขั้นตอนสุดท้ายเสร็จสิ้น น่านน้ำปลดเข็มขัดนิรภัยออก ร่างสูง188เซนติเมตรยืนเหยียดตรงเต็มที่ในชุดเครื่องแบบที่เนี้ยบกริบ ผิวขาวสะอาดตัดกับใบหน้าคมที่ยังดูดีไร้ที่ติแม้จะเพิ่งผ่านการบินมาหลายชั่วโมง
เสียงคลิกและซิปของกระเป๋าเดินทางดังเป็นระยะ น่านน้ำและกัปตันสมศักดิ์กำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวในห้องนักบินที่มีแสงไฟสลัว
“เหนื่อยไหมน่านน้ำ” กัปตันถามพลางยื่นขวดน้ำแร่ให้
“กินเบียร์กับพี่ไหมที่ล็อบบี้บาร์ โรงแรมเขามีเบียร์เยอรมันดีๆนะ”
น่านน้ำหยุดมือที่กำลังจัดระเบียบเอกสารการบิน ใบหน้าหล่อเหลาที่มีร่องรอยความยโสของเขานิ่งไปเล็กน้อย
ภาพใบหน้าของเด็กสาวที่พยายามตามติดเขาอย่างออกนอกหน้าผุดขึ้นมาในหัว... เอิน แอร์สาวรุ่นน้องที่บินตามมาไฟรท์นี้ จริงๆแล้วเธอพยายามแลกตารางบินมาหาเขาหลายครั้ง ครั้งก่อนก็ไฟรทอินชอนเธอก็อุส่าห์แลกตามมาแม้ไม่ได้บินไฟรทเดียวกัน ครั้งนั้นเขาอุสานัดกันดิบดีว่าตอนกลางคืนจะไปหาเธอที่ห้องพัก แต่สุดท้ายเขาก็เมาหัวราน้ำจนมีเรื่องมีราวขึ้นมาก่อน เลยไม่ได้ไปหาน้องที่ห้องตามนัดจนทิ้งให้เธอรอเก้อ........
ดูเหมือนไฟรท์นี้เขาจะปฏิเสธเธอไม่ได้จริงๆ ทั้งความรู้สึกผิดจางๆและความต้องการทางกายที่อยากจะระบายออก มันทำให้เขารู้สึกว่าครั้งนี้ต้องชดเชยให้
แต่กัปตันสมศักดิ์ชวน... ก็ยากจะปฏิเสธเช่นกัน เพราะการไปนั่งดื่มกับกัปตันอาวุโสเป็นเรื่องที่เขาไม่ควรละเลยในฐานะนักบินผู้ช่วย
“ไปล่ะกันครับ” น่านน้ำตอบรับเรียบๆ แม้จะตัดสินใจแล้ว แต่ในใจก็กำลังวางแผนจัดลำดับความสำคัญของคืนนี้
หึหึ... น้องมันตามมาขนาดนี้ คงไม่ได้แค่อยากกินข้าวกับเขาหรอก..... อยากกินอย่างอื่นมากกว่า เพราะทุกอย่างมันชัดเจนจะตายไป และคืนนี้เขาจะให้รางวัลตัวเองด้วยร่างกายของน้องเอิน หลังจากที่ต้องทนถ่างตาบินข้ามคืนมาอย่างยาวนาน
........
ห้องล็อบบี้บาร์ของโรงแรมในมิวนิกดูหรูหราแต่เงียบสงบ น่านน้ำและกัปตันสมศักดิ์นั่งอยู่มุมหนึ่ง โดยมีแก้วเบียร์เยอรมันสีอำพันวางอยู่บนโต๊ะ น่านน้ำดื่มอึกใหญ่ราวกับว่ากำลังดื่มน้ำเปล่า
ผู้อาวุโสกว่ามองท่าทางของนักบินผู้ช่วยที่ทั้งหล่อและหัวรั่นคนนี้อย่างรู้ทัน
“เหล้ามันช่วยได้แค่แปปเดียวนะไอ้น้ำ” กัปตันสมศักดิ์วางแก้วลง
“ช่วยได้แค่คืนนี้แหละ พรุ่งนี้ตื่นมาก็เหมือนเดิม”
น่านน้ำหัวเราะในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ เขากลอกตาไปมา
“ผมไม่ได้แคร์อะไรหรอกครับกัปตัน” น่านน้ำตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“แค่พวกเครื่องยนต์เก่าๆ ที่ต้องรอการซ่อมบำรุงมันไม่ยอมปล่อยผมไปเองต่างหาก”
กัปตันสมศักดิ์ยิ้มอย่างอ่อนใจ
“ไอ้พิมมันก็เหมือน โบอิ้ง 777” กัปตันสมศักดิ์กล่าวพลางหมุนแก้วเบียร์ในมือ “รูปลักษณ์สวยงาม บินได้ระยะไกล ทุกคนอยากได้ แต่มันต้องใช้ความซับซ้อนในการดูแลสูง ผิดนิดเดียวก็พังทั้งระบบ”
น่านน้ำเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบของเขามีความปวดร้าวแลบออกมาวูบหนึ่ง
“777?” น่านน้ำพูดซ้ำเสียงเบา
“มันคือเครื่องรักเครื่องแรกของผมเลยนะกัปตัน” เขานึกย้อนไปถึงใบหน้าสวยของใครคนนึงที่มักจะยิ้มให้เขาเสมอ
“แต่แม่ง High Maintenance(ดูแลยาก) ชิบหาย ผมดูแลอย่างดีทุกตารางนิ้ว เอาใจใส่ยิ่งกว่าการ Pre-flight Check (การตรวจสอบก่อนบิน) ของตัวเองซะอีก แต่สุดท้ายมันก็เลือกที่จะ Divert (เปลี่ยนเส้นทางบินฉุกเฉิน) ไปลงสนามบินที่คนอื่นสร้างไว้ให้ดีกว่าอยู่ดี”
“แล้วพวกเครื่องที่จอดรอเราที่โรงแรมล่ะ?” กัปตันสมศักดิ์ถามพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาหมายถึงบรรดาลูกเรือที่พยายามตามติดน่านน้ำรวมทั้งน้องเอินด้วย
“เหมือนพวก Turboprop (เครื่องบินใบพัด) เล็กๆที่บินได้ระยะสั้น หรือเปล่า?”
น่านน้ำจิบเบียร์อีกอึกแล้ววางแก้วลงอย่างดูถูก
“พวกนี้มันเหมือน Cessna 172 (เครื่องบินขนาดเล็ก) ครับ” น่านน้ำเหยียดยิ้ม
“ขับง่าย ควบคุมง่าย ไม่ต้องใช้สกิลอะไรมาก แค่เสียบกุญแจก็บินได้แล้ว ไม่ต้องมานั่งคิดถึงการวางแผนระยะยาว หรือการบำรุงรักษาอะไรให้ปวดหัว... เหมาะสำหรับไฟรทสั้นๆที่ต้องการแค่การปลดปล่อย”
เหมาะสำหรับไฟรทสั้นๆ ที่ต้องการแค่การปลดปล่อย น่านน้ำคิดในใจอย่างเห็นแก่ตัว เขารู้ว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องไปหาเอินเพื่อระบายความว่างเปล่าที่พิมทิ้งไว้“ผมขอตัวก่อนนะครับกัปตัน” น่านน้ำลุกขึ้นยืน ตัวสูงสง่าในชุดเครื่องแบบที่ไม่ได้ปลดกระดุมแม้แต่เม็ดเดียว “พอดีผมมีนัดกับ Cessna (เครื่องบินขนาดเล็ก) ที่จอดรออยู่ที่ชั้นเจ็ดแล้ว”
ความคิดเห็น