Beranda / โรแมนติก / เผลอใจรักเด็กวิศวะ / บทที่ 4.2ลูกชิ้นแทนใจ

Share

บทที่ 4.2ลูกชิ้นแทนใจ

last update Tanggal publikasi: 2025-10-29 18:44:55

“หมดธุระมึงยัง” เจ๋งถามต่อ

“เออ ไปก็ได้วะ แล้วมึงไม่ไปร้องเพลงเหรอวันนี้” เพื่อนลุกออกไปนั่งโต๊ะข้างกันซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากนั่งตรงนี้เลย โต๊ะติดกันจนกระซิบยังได้ยิน

“กำลังจะไป”

“โอ้ว พาสาวไปเฝ้า” เพื่อนอีกคนแซวอีกสองสามคนก็แซวกันจนฉันเขิน

“เรื่องของกู”

“เจ๋งมันไม่น่ารักเลยเนอะพี่”

เพื่อนเขาคนหนึ่งยื่นหน้ามาคุยกับฉัน ที่เวลานี้แทบจะไม่กล้ากินก๋วยเตี๋ยวแล้ว ก็มาแซวกันขนาดนี้ใครมันจะไปกล้าคีบเส้นแล้วอ้าปากกินได้ ฉันก็อายเป็นเหมือนกัน เลยได้แต่ยิ้มแห้งเป็นคำตอบ รับบทแฟนเจ๋งคนปากหมาไปเลยยายมีนา

ดีนะที่ฉันกินลูกชิ้นไปแล้วไม่อย่างนั้นคงเสียดายแย่ นี่ไงล่ะคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องกินของที่อร่อยที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก

“กินไหม”

เจ๋งไม่สนใจคำพูดเพื่อนเขาอีก คีบลูกชิ้นลูกใหญ่มาตรงหน้าก่อนจะวางมันในชามของฉันที่เหลือแต่เส้นเล็กขาวๆ อืดๆ กับผักใบเขียวที่ถูกเขี่ยไปด้านข้าง สร้างความแปลกใจให้ฉันไม่น้อยเลย

“ไม่กินเหรอ”

“แลกกัน” ว่าแล้วเจ๋งก็คีบเส้นฉันไปใส่ในจานตัวเอง แล้วคีบลูกชิ้นอีกสองลูกกลับมาให้กันอีก

“คนอะไรไม่ชอบลูกชิ้น”

เจ๋งไม่ตอบ เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วคีบเส้นเข้าปากอย่างไม่เกรงใจ แม้แต่ผักก็ไม่เหลือ เสียงแซวของเพื่อนก็หายไปแล้วเพราะโดนเจ๋งเย็นชาใส่

“คนอะไรไม่กินผัก”

“คนทั่วไปนี่แหละ คนไม่ชอบลูกชิ้นอะแปลก” ฉันตอกกลับเขา ก็มันจริงนี่ คนไม่กินผักมีเยอะแยะแต่คนไม่กินลูกชิ้นมันหายาก

“มันกินลูกชิ้นพี่แต่มันอยากให้สาวกินมากกว่า”

เสียงเพื่อนเขาแซวมาอีกรอบ คราวนี้ฉันพูดไม่ออก ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ส่วนเจ๋งก็ลุกออกจากโต๊ะอย่างไม่สนใจคำพูดใครทั้งนั้น เขาเดินไปจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวนุ่นแล้ว ปล่อยให้ฉันนั่งหน้าร้อนวาบอยู่คนเดียว

เพิ่มความดีของเจ๋งไปอีกข้อนั่นคือเสียสละลูกชิ้นให้ฉันที่เป็นผู้มีพระคุณของเขาแล้วกัน

“อิ่มยัง”

“อื้อ”

“กูไปนะ”

เจ๋งหันไปบอกเพื่อนแล้วโบกมือให้ ฉันเองก็ยิ้มส่งให้พวกเพื่อนของเขาที่ดูเป็นมิตรทุกคน แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงกลุ่มนั้นที่ก่อนหน้านี้ก็มองฉันอยู่

“ทำไมพวกนั้นต้องมองเราขนาดนั้น”

ฉันถามเจ๋งแล้วมองไปที่ผู้หญิงกลุ่มนั้น เขาก็มองตามไป สายตาของเขาไม่สื่ออะไร มองนิ่งๆ ก่อนจะหันมาตอบฉันอย่างไม่ใส่ใจ

“เห็นคนไม่สวยมั้ง”

“เอาดี”

“ขึ้นมา”

สุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบ แต่ก็พอจะรู้ว่ายายพวกนั้นคงเป็นเด็กมหาวิทยาลัย แล้วหนึ่งในนั้นที่มองฉันเหมือนเกลียดกันเข้าไส้นั่นชอบเจ๋งอยู่แน่ ๆ ชีวิตที่สงบสุขของมีนาเริ่มจะไม่สงบแล้วสิ

“วันหลังจะไม่มาด้วยแล้วนะ”

“ทำไม”

“สาวเยอะ กลัวโดนดักตบ”

“หึ”

เสียงหัวเราะดังในลำคออย่างที่เขาชอบทำ เจ้าของร่างสูงนั้นสตาร์ทเครื่องแล้วก็หันมามองฉันอีกทีเป็นเชิงคำถาม ก่อนจะปรายตามองผู้หญิงกลุ่มนั้นที่ไม่ค่อยชอบใจฉันตั้งแต่เมื่อกี้นี้ เอาเข้าจริงเขาก็คงมีแคร์สาวคนอื่นอยู่บ้างล่ะ

“รีบขึ้นมา ยืนหน้าบึ้งแบบนี้คนอื่นเขาจะเข้าใจว่าเมียงอนผัวอีก”

ฉันจิปากอย่างรำคาญ แต่ก็ยอมขึ้นไปซ้อนรถมอเตอร์ไซส์สีดำเงาของเขา ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมาทางเราเจ๋งก็เอื้อมมือใหญ่มาจับข้อมือของฉันกระชากไปโอบที่เอวตัวเอง

” เจ๋ง!”

” แกล้งๆ เป็นแฟนผมหน่อย”

“จะบ้าหรือไง”

“เดี๋ยวเลี้ยงเบียร์โปรนึง”

ฉันไม่เข้าใจจุดประส่งของเจ๋งนักหรอก แต่ที่พอจะทำให้เข้าใจได้ก็คือข้อเสนอของเขา ไม่ว่าเหตุผลมันจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีของฟรีเข้ามาเอี่ยวมันก็น่าสนใจทั้งนั้น

“อย่าเบี้ยวแล้วกัน” ฉันบอกกับผู้ชายตรงหน้าก่อนจะขยับแขนอีกข้างไปโอบเอวของเขาไว้ จากนั้นรถก็เคลื่อนออกไป

ไม่ต้องจินตนาการให้มันมาก ก็เห็นเป็นภาพคู่รักที่กอดเอวซ้อนท้ายกันออกไปอย่างหวานชื่น เรื่องแค่นี้เองแลกกับเบียร์หนึ่งโปร. แถมด้วยกลิ่นหอมจางๆ จากตัวผู้ชายที่มีนาไม่ค่อยจะได้สัมผัส มันก็คุ้มไม่เบา

“พี่นี่เห็นแก่ของฟรีฉิบหาย” เจ๋งพูดผ่านลมมาอีกรอบ ขณะเดียวกันก็หัวเราะชอบใจไปด้วย แต่ขอร้องเถอะ

มือที่จับฉันไว้ยังไม่ปล่อยเลย

” ปล่อยมือ “ฉันพยายามจะดึงมือกลับแต่เขาก็ยังคงจับไว้แน่น

“ผมลืมบอกไปว่าต้องกอดเอวถึงร้านเลย”

“เฮ้ย อย่ามาขี้โกง”

เรื่องแบบนี้มีนามันไม่อยากเสียหัวให้ใครด้วย ไอ้เด็กนี่มันโกงกันชัดๆ แล้วจะทำยังไงล่ะ ถ้าปล่อยตอนนี้ก็ไม่ได้ของฟรีสิ กอดก็กอดวะ

“โกงอะไรล่ะ ขับออกมาได้แค่นี้พี่จะปล่อยแล้ว ใครโกง”

“ก็ยังไม่ปล่อยนี่ ยังไงนายก็ต้องเลี้ยง”

เจ๋งหัวเราะในลำคอ ไม่รู้ว่าเพราะความขี้งกของฉันหรือเปล่า แต่ของฟรีนะใครมันจะไม่อยากได้ ถามพวกสาวๆ ที่มองกันเป็นแถวนั่นดู ยังไงก็ตกลง

“เนี่ย ไม่เคยมีใครได้ซ้อนท้ายแล้วกอดเอวผมขนาดนี้เลยนะ พี่โคตรโชคดีเลยจะบอกให้”

ฉันอยากจะล้วงคอเอาลูกชิ้นทั้งเจ็ดลูกที่เพิ่งกินมันเข้าไปออกมาทั้งหมดเพราะทนความหลงตัวเองของเจ๋งไม่ไหวจนพะอืดพะอมไปหมดแล้ว

“จ้า พ่อคนฮอต เสน่ห์แรงเกินต้าน แต่แปลกนะไม่มีแฟน”

เจ๋งหัวเราะอีกแล้ว ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรกับคำพูดของฉันเลย มีแต่ฉันที่นั่งเกาะหนึบอยู่ด้านหลังแล้วหมั่นไส้เขาอยู่คนเดียวจนถึงร้านที่เขาต้องมาร้องเพลง

เขามีเพื่อนอีกสามคนที่เล่นดนตรีด้วยกัน แต่เรียนกันคนละคณะ จับกลุ่มกันมารับงานพิเศษเป็นเวลาปีกว่าแล้ว ฉันไม่รู้จักใครเลยสักคนเพราะไม่ใช่เพื่อนกลุ่มเดียวกับน้องชายตัวเอง

ฉันเคยแกล้งถามเรื่องเจ๋งกับธันวา แต่โดนน้องแซวกลับ หาว่าฉันชอบเจ๋งอีก ข้อมูลที่ได้มาก็เลยมีแค่ พ่อแม่ของเขาเสียไปพร้อมกันเมื่อสองปีก่อน ซึ่งมันก็ตรงกับที่เขาบอก ฉันก็เลยไม่ถามเซ้าซี้ให้ธันวาสงสัยมาก

“ผมไปร้องเพลงแล้วนะ”

“โอเค”

“ผมร้องเพลงถึงสี่ทุ่ม เดี๋ยวมานั่งด้วย”

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นรอยยิ้มของเจ๋ง แต่ครั้งนี้มันรู้สึกแปลกกว่าครั้งไหน เขายิ้มไม่เหมือนทุกที ไม่เหมือนคนกวนประสาทกัน ฉันจึงต้องยิ้มตอบไปเพื่อความสันติ

หลังจากที่เจ๋งหันหลังเดินไปยังเวทีเล็กๆ ฉันถอดเสื้อคลุมแขนยาวออกมาแล้วแล้วคลุมลงที่ท่อนขาแทน ทำให้ท่อนบนนั้นมีเพียงสายเดี่ยวขนมิ้งสีขาวปลิวพลิ้วเมื่อถูกลมพัดมาเบาๆ ถ้าว่ากันตามตรงฉันเป็นคนชอบแต่งตัว แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ เพราะเวลาเที่ยวก็เริ่มน้อยลง

ไม่ได้ไปดื่มกับเพื่อนสมัยเรียนแต่เป็นเพื่อนที่ทำงานแทน มันก็ไม่เหมาะจะแต่งตัวเยอะไป วันนี้ไม่ต้องสนใจสายตาใครแล้วก็ขอหน่อยแล้วกัน

“สั่งอะไรหรือยังครับ”

“เอ่อ เจ๋งสั่งให้แล้วค่ะ”

พนักงานชายคนนั้นที่เดินเข้ามาถามหันไปมองคนที่ฉันเอ่ยถึง เขาที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมตัว จัดเครื่องดนตรีอยู่ตรงนั้นก็หันมามองพอดี ก่อนจะพยักเพยิดหน้าให้กันเหมือนเข้าใจ แล้วคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็ยิ้มให้ฉันก่อนจะปลีกตัวออกไป

แต่ที่มันยังไม่ไปไหนคือสายตาของคนที่ยืนอยู่บนเวที ไม่มองเปล่า เขาขมวดคิ้วยุ่งเหมือนอยากตำหนิอะไรสักอย่าง จนฉันต้องเลิกคิ้วเป็นคำถาม แต่เจ๋งกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบแล้วเบือนหน้าหนี กลับไปสนใจเครื่องดนตรีที่เขาถือต่อ

-----------

อยากเจอผู้ชายปากหมาแต่แบ่งลูกชิ้นให้เราจังเลยค่ะ เราพร้อมจะเทผักให้หมดเลย อิอิ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 7.1 หวั่นไหว

    ตอนที่ 7 หวั่นไหวตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วที่ฉันไม่ชอบเสียงฟ้าร้องและไฟดับแบบนี้ ยิ่งเสียงฟ้าผ่ามันทำเอาฉันกลัวจนต้องวิ่งไปหาสิ่งที่พึ่งพิงได้ แล้วมันก็เป็นสิ่งเดียวที่มีอยู่ในห้องนี้“กลัวอะไรขนาดนั้น”สิบสี่ปีก่อนคุณตาของฉันถูกฟ้าผ่าจนเสียชีวิตเพราะยืนอยู่กลางทุ่งนา เป็นวันที่ฉันตามติดตาไปด้วยเพราะอยากไปเที่ยวเล่นช่วงปิดเทอม นานครั้งถึงจะไปที่นั่นไปอยู่กับตาและยาย ภาพนั้นมันยังจำไม่เคยลืมเลย สายฟ้าที่ฟาดลงมาสู่ร่างของตาวันนั้นจนท่านล้มลง อยู่ในระยะสายตาที่ฉันมองเห็น ความสว่างสไวนั้นทำให้เห็นความเจ็บปวดในเสี้ยววินาทีของคนที่ฉันรักมันกลายเป็นเหตุการณ์ที่ถูกฝังลงในจิตใจ ทำให้กลัวเสียงฟ้าร้อง เสียงฟ้าผ่า มาตั้งแต่ตอนนั้น หัวใจของฉันมันสั่นไหวทุกครั้งที่ได้ยินมันรู้ตัวอีกทีฉันก็นั่งอยู่บนตักเจ๋ง กอดคอซบหน้าลงกับบ่าแกร่งจนลืมทุกความอึดอัดที่เคยมีต่อเขา เวลานี้มันแทนที่ด้วยความกลัวไปแล้ว“กลัว”เจ๋งไม่ได้พูดอะไรอีก เขาใช้แขนแข็งแรงนั้นโอบกอดฉันเอาไว้ มือหนาลูบลงกลางหลังราวกับต้องการให้ฉันรู้สึกปลอดภัยขึ้น แล้วมันก็ได้ผล ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกดีขึ้นได้ขนาดนี้หรือเพราะอ้อมกอดของเขามันกว้างและอบ

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 6.2หึง?

    บริษัทมีเวลาเลิกงานที่สี่โมงเย็น ฉันใช้รถส่วนตัวในการเดินทางไปกลับ ถึงแม้ว่าจะเจอรถติดบ้างแต่ก็สะดวกกว่า ไม่ต้องไปเบียดผู้คนมากมายระหว่างที่รอรถติดก็เพิ่งเห็นข้อความจากเจ๋งที่ส่งมาเมื่อกลางวัน เพราะไม่ได้เปิดดูเลย มีงานเข้าตั้งแต่ช่วงบ่าย ที่แจ้งเตือนมาก็คิดว่าเป็นครามนั่นแหละ จึงไม่ได้สนใจเปิดอ่าน เดี๋ยวเขาจะรู้กันว่าฉันแอบเล่นมือถือตลอดเจ๋ง : เลิกกี่โมง ผมรอที่ล็อบบี้นะตั้งแต่เมื่อคืนที่เกิดเรื่องฉันก็ไม่ได้คุยกับเจ๋งเลย คิดว่าเขาโกรธฉันเสียอีก เพราะปกติเขาจะส่งข้อความมาวอแวกวนประสาทกันไม่เลิกแม้กระทั่งเวลาทำงานมีนา : ใกล้ถึงแล้วฉันตอบแค่นั้นแล้วก็เคลื่อนรถไปข้างหน้า ใช้เวลาจากบริษัทกลับถึงคอนโดก็คงประมาณหนึ่งชั่วโมง ไม่รู้ว่าเขารออยู่ตรงนั้นตั้งแต่ตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่ส่งข้อความาหากัน ถ้าเป็นอย่างนั้นคงเกือบสี่ชั่วโมงแล้วเจ๋งมันบ้าหรือเปล่านะ จะรีบกลับมาทำไมทั้งที่รู้ว่าขึ้นห้องไม่ได้“จะรีบกลับมาทำไม” พอเดินเข้ามาที่ล็อบบี้ก็เห็นเจ๋งนั่งรออยู่พร้อมกับโน้ตบุ๊คค่ใจของเขาที่น่าจะใช้ทำงานไปด้วยระหว่างรอฉันจะว่าไปอยู่ตรงนี้รอมันก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียวเพราะมีห้องสำหรับให้นั่งเล่น

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   ตอนที่ 6 เว้นระยะห่าง

    ตอนที่ 6 เว้นระยะห่างฉันออกมาทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงกว่า ส่วนเจ๋งนั้นยังไม่ตื่น ไม่รู้ว่าเขาหลับอยู่จริงๆ หรือแกล้งหลับเพราะไม่อยากคุยกับฉันกันแน่ เพราะปกติถ้าฉันตื่นมาต้องเห็นเขาตื่นรอแล้ว เท่าที่เห็นเขามาเกือบครึ่งดือน เจ๋งไม่ใช่คนตื่นสายเลย“มีนา”เสียงของใครบางคนเรียกฉันไว้ พอหันไปมองก็ต้องแปลกใจที่เป็นคราม ผู้ชายเมื่อคืนนี้ ทั้งที่ปกติไม่เคยเห็นเขาอยู่ในบริษัทมาก่อน“คราม”“นึกว่าจะลาป่วย” เขาแซว คงเป็นเพราะเห็นฉันกลับดึกเมื่อคืน“ไม่ขนาดนั้น คอเกรดเอ” ฉันตอบพลางขำ ทั้งที่เมื่อคืนก็เมาเอาเรื่องแต่ก็พอมีสติถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาไปดื่มกับเพื่อนรับรองว่าถึงไหนถึงกันแน่นอน แต่มีผู้ชายอยู่ด้วยในห้องอีกคนฉันก็ไม่กล้าเมาขนาดนั้น ถึงแม้ว่าเจ๋งจะเอ่ยปากบอกว่าฉันมันไม่สวย ไม่ทำอะไรฉันก็เถอะ มันก็ไม่แน่หรอกนะ“สรุปเมื่อคืน เพื่อนหรือแฟน” ครามถามกันตรงๆ แต่ก็สื่อทางสายตาว่าเขาแค่แซว“น้องน่ะ”“ใช่เหรอ เขามองเราตาขวางขนาดนั้น แถมยังร้องเพลงให้อีก” ครามหัวเราะเบาๆ“จริงๆ ไม่ใช่แฟน” ฉันตอบแล้วยิ้ม เราทั้งคู่เดินเข้าลิฟต์มาด้วยกันเวลานี้มีคนทยอยเข้ามาเรื่อย จนคุยกันเหมือนเดิมไม่ได้ กระทั่งถึงชั้นสาม

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 5.2ขอเตือน

    เจ๋งพาซ้อนมอเตอร์ไซด์ออกจากร้านแล้วขับช้าๆ รับลมเย็นยามค่ำคืนบนท้องถนนที่เวลานี้รถราบางตากว่าตอนกลางวัน มีแสงไฟเรียงรายอยู่ด้านข้างเพราะมีร้านข้างทางมาเปิดเพื่อรับลูกค้าที่กลับมาจากการท่องราตรี บางร้านเปิดตั้งแต่ดึกถึงเช้ากันเลย“หิวข้าว ขอแวะซื้อแป๊บนึงได้ไหม”“ทานนี่ก็ได้ เดี๋ยวนั่งรอ”“พี่กินไหม”“ไม่ กินเข้าไปคงอ๊วกแตก”บอกตามตรงตอนนี้ฉันก็เมาแล้วเพียงแต่พยายามทำตัวเหมือนไม่เมามาก ให้เจ๋งต้องเยอะเย้ยกัน ถ้าไอ้เด็กนี่รู้เข้ามีหวังหัวเราะเยาะแน่ แต่จะทำยังไงไม่ให้เขารู้นี่สิ แค่จะก้าวขาลงจากรถก็คิดว่าคงได้ล้ม“ลงมาสิ” เจ๋งยืนมองฉันที่ไม่ยอมลงจากรถมอเตอร์ไซด์เสียที“นั่งรอ ตรงนี้แหละ”“พี่เป็นไร” เจ๋งไม่ยอมง่ายๆ เขาขยับเข้ามาใกล้แล้วขมวดคิ้วมองหน้ากันจนฉันต้องรีบหันหน้าหนีเพราะตอนนี้ตาปรือมาก เรียกสติกลับมาหลายรอบแล้วด้วย“เปล่า ไม่อยากลงไป จะนั่งรอตรงนี้แหละ” ว่าแล้วก็ขยับแขนขึ้นมากอดอก มองนั่นมองนี่เรื่อยเปื่อย แต่ไม่มองหน้าเจ๋งหรอก“เมา?”“บ้า!”“งั้นก็ลงมา ไปนั่งตรงนั้น”“บอกว่าจะนั่งตรงนี้”“ดื้อจังวะ” เจ๋งไม่พูดเปล่า เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้แล้วตวัดแขนรวบเอวฉันก่อนจะอุ้มลงไปยืนบน

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 5.1อย่ายุ่งกับเมียชาวบ้าน

    ตอนที่ 5 อย่ามายุ่งกับเมียชาวบ้านเจ๋งขึ้นร้องเพลงแล้ว เพิ่งรู้ว่าเวลาเขาร้องเพลงอยู่บนนั้นมันมีเสน่ห์มากมายขนาดนี้ ทั้งหน้าตา ทั้งเสียงร้อง ทำเอาสาวๆ หลงกันทั้งร้าน ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีคนชอบมากมาย เดินไปทางไหนกับเขาฉันก็ต้องเจอกับแรงอาฆาตแค้นเจ๋งถนัดร้องเพลงช้า ส่วนมากจะเป็นเพลงเศร้าซึ้งๆ ซึ่งมันยิ่งสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ชวนให้หลงใหลของเขา ระดับเจ๋งไปเป็นดาราหรือนักร้องได้เลย จะไม่มีแมวมองมาเห็นบ้างเลยหรือ น่าแปลกแต่ความเป็นเจ๋งก็ทำให้ฉันคาดไม่ถึงมาหลายเรื่องแล้ว ตั้งแต่เรื่องเพื่อนที่เยอะมากมาย ไหนจะเรื่องผู้หญิงที่ฉันคิดมาตลอดว่าคนปากหมาแบบนี้คงไม่มีใครคบ สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ นี่มันหนุ่มฮอตของมหาวิทยาลัยชัดๆ“ขอโทษนะครับ”“คะ”ขณะที่นั่งมองคนหน้าเวทีกำลังร้องเพลงอยู่ จนลืมสนใจสิ่งรอบข้างเพราะเคลิ้มกับเพลงที่เจ๋งกำลังร้อง ปลายนิ้วของใครบางคนก็มาสะกิดที่ไหล่ซ้าย เล่นเอาฉันตกใจรีบหันไปมอง ก่อนจะพบว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังโน้มหน้าลงมาแล้วส่งยิ้มให้“มาคนเดียวเหรอ”“คือ เปล่าค่ะ มากับเพื่อน”“ออ ขอชนแก้วได้ไหม”ฉันไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร ก็แค่ชนแก้ว จึงพย

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 4.2ลูกชิ้นแทนใจ

    “หมดธุระมึงยัง” เจ๋งถามต่อ“เออ ไปก็ได้วะ แล้วมึงไม่ไปร้องเพลงเหรอวันนี้” เพื่อนลุกออกไปนั่งโต๊ะข้างกันซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากนั่งตรงนี้เลย โต๊ะติดกันจนกระซิบยังได้ยิน“กำลังจะไป”“โอ้ว พาสาวไปเฝ้า” เพื่อนอีกคนแซวอีกสองสามคนก็แซวกันจนฉันเขิน“เรื่องของกู”“เจ๋งมันไม่น่ารักเลยเนอะพี่”เพื่อนเขาคนหนึ่งยื่นหน้ามาคุยกับฉัน ที่เวลานี้แทบจะไม่กล้ากินก๋วยเตี๋ยวแล้ว ก็มาแซวกันขนาดนี้ใครมันจะไปกล้าคีบเส้นแล้วอ้าปากกินได้ ฉันก็อายเป็นเหมือนกัน เลยได้แต่ยิ้มแห้งเป็นคำตอบ รับบทแฟนเจ๋งคนปากหมาไปเลยยายมีนาดีนะที่ฉันกินลูกชิ้นไปแล้วไม่อย่างนั้นคงเสียดายแย่ นี่ไงล่ะคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องกินของที่อร่อยที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก“กินไหม”เจ๋งไม่สนใจคำพูดเพื่อนเขาอีก คีบลูกชิ้นลูกใหญ่มาตรงหน้าก่อนจะวางมันในชามของฉันที่เหลือแต่เส้นเล็กขาวๆ อืดๆ กับผักใบเขียวที่ถูกเขี่ยไปด้านข้าง สร้างความแปลกใจให้ฉันไม่น้อยเลย“ไม่กินเหรอ”“แลกกัน” ว่าแล้วเจ๋งก็คีบเส้นฉันไปใส่ในจานตัวเอง แล้วคีบลูกชิ้นอีกสองลูกกลับมาให้กันอีก“คนอะไรไม่ชอบลูกชิ้น”เจ๋งไม่ตอบ เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วคีบเส้นเข้าปากอย่างไม่เกรงใจ แม้แต่ผั

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 3.2ส่งท้าย

    “ก็นึกว่านายจะไปร้านเลย ทำงานเสร็จแล้วหรือไง”“เสร็จแล้ว อีกหลายชั่วโมงเลยกว่าจะได้ร้องค่อยไปตอนทุ่มกว่า”“ออ”“รบกวนพี่หรือเปล่า” เจ๋งถามขณะที่เราสองคนเดินเข้ามาในลิฟต์แล้วมันก็มีแค่เราสองคนวันนี้เขาแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนยาวขากระบอกเก่าๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตกอับหรือมันเป็นแนวของเข

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   ตอนที่ 3 ลองทำให้ดูหน่อย

    ตอนที่ 3 ลองทำให้ดูหน่อยหลายวันต่อมาเจ๋งเข้ามาอยู่ด้วยหลายวันแล้วเราทั้งคู่ต่างคนต่างใช้ชีวิต เจอกันแค่ตอนดึกและเช้าของวันจันทร์ถึงศุกร์ เพราะเขาจะไปเรียนแล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ตรงไหนระหว่างรอไปทำงานต่อ จะกลับมาตอนหลังเที่ยงคืนส่วนฉันก็ยังทำงานที่เดิม แต่ฉันก็ไม่กล้าไว้ใจผู้ชายคนไหนอ

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 2.3มีแฟนยัง?

    เจ๋งพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเขาก็หลบไปนั่งโซฟา ที่ของตัวเองก่อนจะหยิบกีตาร์ตัวหนึ่งที่เขาพกมาด้วยนั้นมาเล่น ทำให้ห้องที่เคยเงียบสงบในเวลานี้มีเสียงเพลงเพราะๆ จากเขาดังประกอบขึ้นมาฉันเดินไปเปิดแอร์ให้เจ๋งก่อนจะเอาเสื้อผ้าของตัวเองไปจัดการหลังจากนั้นก็กลับมานอนเล่นอยู่บนเตียงที่มีกระจกกั้นกับด้านนอกท

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 2.2 หิ้วผู้ชายกลับห้อง

    ฉันนั่งฟังเจ๋งพูดไปน้ำเสียงของเขามันแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่แน่ใจว่ามันคือความโกรธหรือความน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง“ถ้าลำบากขนาดนี้ แล้วก่อนหน้านี้นายใช้ชีวิตยังไง”“พ่อแม่ผมเสียไปตอนปีสอง อยู่ได้เพราะเงินเก็บที่พวกเขาเคยให้กับงานพิเศษ แต่ติดปัญหาตรงที่น้องผมมันต้องเข้ามหาลัย ค่าใช้จ่าย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status