เข้าสู่ระบบ
ณ บ้านธรรมรักษ์วาณิช
“เมธา” นักธุรกิจเชื้อสายจีนกำลังพูดคุยกับแม่ของเขา ที่เข้ามาห้ามปรามไม่ให้เขาเดินทางไปอังกฤษเพื่อแสดงความยินดีกับลูกสาวคนเล็กของเขา ที่เกิดกับ”กุลมาศ”สาวใช้ภายในบ้านที่เขาหลงรักเธออย่างสุดหัวใจ แต่เธอได้เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน เพราะถูกแม่ของเขาใช้งานอย่างหนักจนทำให้ป่วยเข้าโรงพยาบาลก่อนจะเสียชีวิตลงในที่สุด จึงทำให้”อัญริสา”เด็กเรียบร้อยอ่อนหวานที่กำลังโตขึ้น ต้องอยู่แบบโดดเดี่ยวและโดนลูกหลานในตระกูลกลั่นแกล้งต่างๆนาๆ ในเมื่อทุกคนไม่ยอมรับเธอให้เป็นลูกหลานในตระกูล จึงทำให้เขาต้องจำใจส่งอัญริสาไปอยู่อังกฤษเพียงลำพัง เพื่อที่เธอจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าที่นี่
“แม่ไม่ให้แกไปหานังเด็กนั่นหรอกเมธา แค่แกส่งเสียมันเรียนจนจบถึงเมืองนอกเมืองนาก็ดีแค่ไหนแล้ว นี่ยังจะไปยินดีอะไรกับมันอีก ถ้าแกไปหาเด็กนั่น เมียแกแล้วก็ลูกๆของแกจะคิดยังไงห้ะ ที่แกไปสนใจใส่ใจแต่ลูกเมียน้อยน่ะ” อาเจิน ซึ่งเป็นแม่ของเมธาและเป็นผู้อวุฒิโสคนเดียวในบ้าน พูดออกมาอย่างไร้เยื้อใยกับลูกสาวของลูกชายคนนี้ ที่เกิดมากับสาวใช้ที่แอบลักลอบได้เสียกันจนมีตัวกลากินีมาประจานความน่าอับอายนี้
“แต่นั่นลูกสาวผมนะครับคุณแม่ เขาแทบจะไม่ได้อะไรจากผมเลย ต่างจากลูกๆของดวงรัตน์ที่ได้ทุกอย่างทั้งความรัก ความเอาใจใส่ และการยอมรับจากทุกคน พวกเขายังจะต้องคิดอะไรอีก ผมแค่อยากจะไปหาลูก อยากไปแสดงความยินดีกับเขาในฐานะพ่อบ้างก็เท่านั้น” เมธาพูดออกไปแบบจริงจัง เพราะเขาไปแสดงความยินดีกับลูกๆของเขาทุกคน แต่ทำไมพอถึงทีของอัญริสา แม่ของเขาถึงต้องทำถึงขนาดนี้
“ก็ใครบอกให้มันดันเกิดเป็นลูกของนังกุลมาศล่ะ รู้ทั้งรู้ว่าเขามีเมียแล้วก็ยังหน้าด้านมายั่วยวนจนมีมารหัวขนออกมาประจานตัวแกน่ะ แกกับมันอาจไม่อาย แต่ฉันกับดวงรัตน์แล้วก็ทุกคนน่ะอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว ที่ลูกชายหลับหูหลับตาไปเอาคนใช้ทำเมียอีกคนน่ะ ฉันอาย” อาเจินพูดด่าลูกชายออกไปอย่างอดไม่ได้ เมื่อเธอนึกถึงอดีตขึ้นมาแล้วก็โมโห เธออุตส่าห์หาเมียดีๆที่คู่ควรมาให้ แต่ลูกชายก็ไม่รักดี ไปเอาคนใช้มาทำเมียจนได้
“คุณแม่คะ ใจเย็นๆเถอะค่ะ ส่วนคุณเมธา คุณก็ไม่ต้องไปสิคะ แค่ส่งดอกไม้ไปให้ก็พอ ลูกสาวคุณมันก็ไม่ว่าอะไรคุณหรอก ร้อยวันพันปีคุณกับเด็กนั่นก็แทบจะไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว คุณไปหรือไม่ไป มันไม่สำคัญหรอกค่ะ” ดวงรันต์พูดบอกสามีออกไป เพื่อห้ามไม่ให้เขาไปหายัยเด็กนอกคอกนั่นอีกคน
“จริงค่ะ อีกอย่างถ้าคุณพ่อไปหายัยอันนาที่อังกฤษ แล้วงานวันเกิดของธารินล่ะคะ คุณพ่อจะไม่อยู่เหรอคะ คุณพ่อจะรักลูกเมียน้อยมากกว่าธารินเหรอคะ” ธารินลูกสาวคนที่สามวัยสี่สิบแปดปีพูดออกไปแบบไม่ยอม เพราะเธอจะไม่มีวันยอมให้พ่อของเธอรักอีลูกเมียน้อยนั่นมากกว่าเด็ดขาด
“เฮ้อ ผมล่ะเบื่อพ่อจริงๆ จะสนใจมันอะไรนักหนา จะทำอะไรก็ทำเถอะ ผมไปนะ ไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอก” ธีทัต ลูกชายคนที่สองวัยสามสิบปีพูดออกไป พร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินออกไปกลางวงสนทนานั้น เพราะเขาเบื่อที่จะฟังเรื่องของอัญริสาแล้ว ขนาดไม่อยู่ที่นี่มาสิบปี แต่ก็ยังตามมาหลอกหลอนทำให้ทุกคนทะเลาะกันได้จนถึงทุกวันนี้ได้ แค่คิดเขาก็เอือมแล้ว
ส่วนธาดา ลูกชายคนแรกของเมธาในวันสามสิบสองปีก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา และนั่งฟังแบบเงียบๆ เพราะเข้าใจสถานการณ์ของบ้านนี้ที่มีต่ออัญริสาเป็นอย่างดี จึงเลือกที่จะนั่งนิ่งๆและดูบทสรุปต่อไป
“เห็นไหมเมธา ทั้งเมียและลูกของแก มีใครอยากจะให้แกไปบ้าง แกตัดยัยเด็กนั่นมันออกไปจากชีวิตของครอบครัวเราไปแล้ว แกก็อย่าไปสนใจเลย ปล่อยเด็กนั่นไปซะ แล้วก็อยู่ฉลองวันเกิดให้ธารินซะ แม่จะไม่พูดมากแล้ว นี่เป็นคำสั่ง” อาเจินพูดบอกไปเสียงเข้ม พร้อมกับใช้สายตามองไปที่ลูกชายคนโตของเธออย่างโมโห ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
“คิดให้ดีๆนะคะคุณพ่อ จะเลือกหนูหรือว่ายัยลูกนอกคอกนั่น ไปเถอะค่ะคุณแม่ หนูไม่อยากจะเห็นหน้าคุณพ่อแล้ว เราตามอาม่าไปกันเถอะค่ะ” ธารินพูดออกไปแล้วชวนแม่ของเธอให้ตามย่าของเธอออกไป เพราะตอนนี้คงไม่มีใครอยากจะคุยกับพ่อของเธอหรอก
“พ่อขอโทษนะอันนา พ่อคงไม่ได้ไปหาลูกแล้ว...” เมธาพูดออกมาด้วยสีหน้าเศร้าๆ ที่ไม่สามารถไปหาลูกสาวคนเล็กได้ ทำไมนะ ทำไมเขาต้องเกิดมาในตระกูลนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นลูกสาวของเขาก็ไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้
“เดี๋ยวผมไปหาอันนาที่อังกฤษเองครับพ่อ ในเมื่ออาม่าแล้วก็ทุกคนไม่ให้พ่อไป ผมในฐานะพี่ชายของอันนา ผมจะไปแสดงความยินดีกับน้องสาวของผมเองครับ พ่อไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไปหาน้องเอง” ธาดาพูดบอกไปแล้วมองผู้เป็นพ่ออย่างสงสารที่ไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ แม้กระทั่งจะไปหาอัญริสาหรือเปิดเผยว่าเธอเป็นลูกอีกคนก็ยังทำไม่ได้
“ลูกพูดจริงเหรอธาดา ลูกจะไปหาน้องแทนพ่อจริงๆใช่ไหม” เมธาหันมามองลูกชายคนโตอย่างมีความหวัง เพราะธาดาเป็นเพียงคนเดียวที่ยอมรับอัญริสา เขาจึงรู้สึกมีหวังขึ้นมานิดๆว่าถ้าเขาเป็นอะไรไป ธาดาจะไม่มีวันทิ้งอัญริสา
“ครับพ่อ ผมจะอ้างว่ามีงานที่อังกฤษ อาม่ากับคุณแม่ท่านไม่ยุ่งเรื่องงานอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่มีใครรู้หรอกครับ พ่ออยากให้ผมเอาอะไรไปให้น้องก็เตรียมไว้ก็แล้วกันนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะให้เลขาจัดหาตั๋วเครื่องบินไปอังกฤษ” ธาดาพูดบอกไปแบบนิ่งๆ ก่อนจะยิ้มให้ผู้เป็นพ่อไปแบบรักใคร่ เพราะท่านก็ทุกข์ใจกับการไม่ได้ดูแลอัญริสามามากพอแล้ว อะไรที่เขาทำให้ท่านมีความสุขได้เขาก็อยากทำ
“ขอบใจนะธาดา พ่อไม่เคยผิดหวังในตัวลูกเลย ขอบคุณที่รักและเอ็นดูน้องนะลูก” เมธาเข้าไปกอดลูกชายอย่างซาบซึ้งใจ จนธาดายิ้มออกมาแล้วกอดพ่อของเขาตอบ
“ขอบคุณทำไมครับ อันนาก็น้องของผม ผมก็ต้องรักและเอ็นดูเขาอยู่แล้ว พ่อไม่ต้องคิดมากนะครับ” ธาดาบอกไปก็ยิ้ม เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เกียจชังอัญริสาเหมือนกับพี่น้องคนอื่นๆ กลับกัน เขาออกจะสงสารเธอด้วยซ้ำที่ถูกทุกคนกลั่นแกล้งและผลักไสอย่างนั้น พอเขาโตพอที่จะไปเรียนต่อ มันจึงทำให้เขาเลือกที่จะไปเรียนต่อที่อังกฤษ เพื่อที่จะได้ไปดูแลอัญริสาในฐานะพี่ชายบ้าง อย่างน้อยก็ให้เธอรับรู้ว่าเธอก็ยังมีเขาที่รักและห่วงเธอด้วยใจจริง
ด้านอัญริสาลูกๆไปบ้านของปู่กับย่าเรียบร้อยแล้ว เธอก็ออกมาที่ร้านอาหารของเธอก่อน หลังจากตัดสินใจที่จะดูแลลูกๆของเธออย่างเต็มตัวแล้ว เธอก็ตัดสินใจยกร้านอาหารของเธอให้กับป้ามาเรีย ในฐานะที่ดูแลเธอมานานและก็เป็นเหมือนกับญาติคนหนึ่งของเธอ เธอก็อยากให้มาเรียได้รับสิ่งดีๆจากเธอบ้าง“คุณอันนาจะยกร้านนี้กับบ้านให้ป้าจริงๆเหรอคะ” มาเรียถามออกไปอย่างดีใจที่เธอได้เห็นเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ร้านอาหารและบ้านในชื่อของตัวเอง“จริงสิคะ อันนายกให้ป้ามาเรียทั้งร้านอาหารนี่แล้วก็บ้านเลยค่ะ เพราะอันนาก็ไม่ได้เข้ามาดูแลที่นี่บ่อยเท่าไหร่ ส่วนที่บ้านนั้นอันนาก็คงไม่ได้ไปอยู่แล้ว อันนาก็เลยคิดว่า อันนายกให้ป้ามาเรียเลยจะดีกว่า เพื่อเป็นการขอบคุณที่ดูแลอันนามาอย่างดีมาโดยตลอดไงคะ” อัญริสาพูดบอกไปก็ยิ้ม เพราะเธอคิดว่าป้ามาเรียควรจะได้รับอะไรดีๆจากเธอบ้าง “คุณอันนา ป้าซึ้งใจจนพูดไม่ออกเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆเลย” มาเรียพูดไปก็เข้าไปกอดอัญริสาอย่างขอบคุณ เพราะเธอไม่คิดว่าร้านอาหารนี้มันจะกลายเป็นของเธอ“อันนาเต็มใจค่ะ ป้ามาเรียก็เป็นเหมือนญาติของอันนาแหละค่ะ” อัญริสาตอบไปก็ยิ้มให้ แล้วกอดตอบไปอย่างรักใคร่ เพ
จากนั้นคาเมรอนก็เดินไปหาลูกๆที่อยู่ห้องนอนติดกับห้องของพวกเขา แล้วเขาก็เจอกับสองแฝดที่กำลังวิ่งเล่นกันเองอยุ่ในห้อง ส่วนลูกสาวคนเล็กยังคงอยู่ในที่นอนที่มีกรงเหล็กล้อมลอบๆ ไม่ได้เป็นเตียงนอนแบบพี่ๆที่ลุกมาซุกซนกันได้แบบนี้“คาเดส โคอี้ ไปอาบน้ำกันนะครับ วันนี้ต้องไปบ้านคุณปู่กับคุณย่านะครับ มาเดี๋ยวแด๊ดดี้ถอดเสื้อผ้าให้” คาเมรอนพูดบอกไปก็เดินเข้าไปหาลูกๆทั้งสอง“เย้ๆ คาเดสจะไปขับรถคันใหญ่ที่คุณปู่ซื้อมาให้” คาเดสในวัยสามครึ่งพูดบอกไปแบบดีใจ ก่อนจะยอมให้พ่อของเขาถอดเสื้อผ้าให้แต่โดยดี“โคอี้ด้วยค่ะ คุณปู่กับคุณย่าบอกว่าจะให้โคอี้ขับด้วย” โคดี้น้องสาวฝาแฝดก็พูดบอกไปด้วยความดีใจเช่นกัน ก่อนจะถอดเสื้อผ้าของตัวเองเอง เพราะตอนนี้พ่อของเธอกำลังถอดให้พี่ชายฝาแฝดอยู่“โอเคครับ งั้นก็ต้องไปอาบน้ำแต่งตัวหล่อๆสวยๆกันนะครับ มาโคดี้ เดี๋ยวแด๊ดดี้ช่วย” คาเมรอนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานใส่ลูกๆของเขา ก่อนจะหันไปถอดเสื้อผ้าให้ลูกสาวฝาแฝดอีกคน“มาค่ะเดี๋ยวอันนาช่วยเอง ไหนดูสิตัวเล็ก อยากออกมาวิ่งเล่นแบบพี่ๆเขาเหรอหื้ม จุ๊บ จุ๊บ” อัญริสาเดินเข้ามาเห็นคาเมรอนกำลังถอดเสื้อผ้าให้ลูกๆยังไม่เสร็จ เธอจึงเข้าไปอุ้ม
จากนั้นไม่นานเขาก็อุ้มเธอในท่าลิงอุ้มแตงแล้วเดินกระแทกกระทั้นตอกท่อนเอ็นใส่เธอ พร้อมกับค่อยๆเดินออกไปที่นอนระเบียงเพ้นท์เฮ้าท์ของพวกเขา ก่อนจะให้อัญริสากับขอบระเบียงแล้วเขาก็ตอกใส่เธอแบบนั้นด้วยความตื่นเต้นสุดๆ เพราะมันเป็นการเฮ้าท์ดอร์ที่ทำให้มันส์ที่สุดเวลาเอากันที่ห้อง“ครางออกมาให้ดังๆเลย เอาให้ห้องข้างล่างเขาได้ยินไปเลยว่าเมียผมมันร่านขนาดไหน อ่าส์ ครางออกมาเลยว่าคุณชอบท่อนเอ็นของผมมากแค่ไหน โอว์ เยส อันนา” คาเมรอนพูดไปขณะที่กำลังตอกท่อนเอ็นใส่ร่องสาวในท่าลิงอุ้มแตงอยู่ มันทำให้เขาสอดใส่ลึกเขาไปแบบสุดร่อง“อ้ะ อ้ะ อันนาชอบดุ้นใหญ่ ยาวของคุณที่สุดค่ะ เยมันส์สะใจเมียสุดๆ อ้ะ อ้ะ โอ๊ย จุกไปทั้งร่องเลยเบบี้ อ้ะ อ้ะ” อัญริสาครางไปก็เอามือที่คล้องคอของเขาจับเขาไว้มั่น ถึงแม้ว่าเขาจะอุ้มเธอตอกกระแทกแบบนี้ แต่มันก็กลัวตกเหมือนกัน ยิ่งเขากระแทกมาแรงแบบนี้แล้วด้วย“โอว์ ฟัก คุณมันร่านอันนา โอว์ เยส ตับ ตับ ตับ ตับ” คาเมรอนก็กัดฟันแล้วครางออกไป ก่อนจะจับเธอตอกแบบรัวๆ เมือเขาใกล้จะเสร็จสมแล้ว เขาจึงอุ้มเธอไปนอนลงที่โซฟาที่อยู่นอกระเบียง ก่อนจะตอกใส่เธอไปแบบเน้นๆ รัวกระหน่ำแบบไม่เว้นจังหวะหนั
คาเมรอนก็แอบเอามือไปหยิบรีโมตมาอีกครั้งแล้วเขาก็กดสั่นระดับหนึ่งไป จนอัญริสาสะดุ้งตัวโหยงอย่างตกใจ“อ้ะ อ้ะ คุณคาเมรอน หยุดเดี๋ยวนี้นะ อ้ะ” อัญริสาที่กำลังอุ้มลูกอยู่ก็ถึงกับคุกเข่าทันที เพราะเธอนั่งไม่ติดแล้วก่อนจะเอามือโอบกอดลูกไว้ในอ้อมแขนไว้มั่น แล้วก็มองไปที่คาเมรอนแบบต่อว่าเขาที่เล่นพิเรนอีกจนได้“นี่แค่ระดับหนึ่งเองนะคุณ ก็ไม่ไหวแล้วเหรอ หื้ม ผมอยากจะเห็นคุณมากกว่านี้อีก” คาเมรอนพูดไปก็กดเร่งระดับสอง ทำให้อัญริสาถึงกับยืนขึ้นแล้วเอาขาถูไถกันไปมาพร้อมกับอุ้มลูกไว้“อ้ะ คุณคาเมรอน อ้ะ ซี๊ด อ่าส์ อื้อ อันนาเสียว ไม่ไหวแล้ว อ้ะ อ้ะ อ้าย” อัญริสาร้องครางไปก็ยืนเกร็งกระตุกคาไข่สั่นของเขาอย่างเสียวกระสัน เพราะเธอเสียวมาตั้งแต่เจอลิ้นกับนิ้วของเขาแล้ว พอมาเจอไข่สั่นมันรัวๆเท่านั้นแหละ เธอจะไปต้านทานอะไรได้ล่ะ“ไหนดูสิว่ามันเยิ้มขนาดไหน” คาเมรอนพูดไปก็เอื้อมมือข้างหนึ่งสอดเข้าไปใต้ขาของอัญริสา แล้วเขาก็แหวกชั้นในของเธอเข้าไปแล้วดึงเอาไข่สั่นนั้นมาออกมา ทำให้เขาสัมผัสได้ว่ากางเกงชั้นในของอัญริสาตอนนี้เปียกชื้นไปหมดแล้ว เขาก็มองไข่สั่นแบบชอบใจที่มันเปียกเยิ้มเพราะน้ำรักของเธอ“อื้อ คุณมัน
เวลาผ่านไปเกือบสิบหกชั่วโมง พวกเขาก็เดินทางถึงนิวยอร์กโดยสวัสดิภาพ และคาเมรอนและอัญริสาก็พาลูกๆกลับมาที่เพ้นท์เฮ้าท์สุดหรูทีพวกเขาพักอยู่ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา นครนิวยอร์ก“เฮ้อ ในที่สุดก็ถึงบ้านสักที นี่สิคะความรู้สึกที่เรียกว่าบ้าน” อัญริสาพูดบอกไปแล้วก็ไปนั่งที่โซฟาภายในห้อง พร้อมกับนั่งมองลูกน้อยทั้งสองกำลังคลานเล่นในคอกล้อมของเด็ก เพราะตอนเธอกลับไทยไปเธอไม่ได้รับรู้สึกถึงคำว่าบ้านเลยสักนิด มันคงจะไม่ใช่ที่ของเธอจริงๆ“หึๆ ก็เพราะนี่คือครอบครัวของคุณไงอันนา บ้านที่มีพ่อแม่แล้วก็ลูกๆ แค่นี้มันก็มีความสุขแล้วล่ะ ผมโชคดีมากเลยนะที่เจอคุณอันนา คุณเป็นผู้หญิงที่วิเศษที่สุดสำหรับผมเลยนะ” คาเมรอนที่กำลังนั่งอยู่กับลูกๆก็พูดบอกไปพร้อมกับรอยยิ้ม เพราะต่อให้ใครจะว่าเธอไม่เหมาะสมกับเขาแต่เขาก็รักเธอไปแล้วทั้งใจ และเขาก็คิดว่าเธอน่ะเหมาะสมกับคนอย่างเขาที่สุดแล้ว “ปากหวานๆจริงๆเลยนะคะ ไหนบอกมาสิคะว่าอันนาพิเศษยังไง” อัญริสาถามไปแล้วก็ใช้สายตามองไปที่สามีแบบยั่วๆ“ก็คุณสวย คุณน่ารัก คุณขี้อ้อนขี้เอาใจแล้วก็ทำอาหารอร่อยมากๆ แล้วคุณก็เลี้ยงลูกๆเก่งมากๆด้วย ผมภูมิใจในตัวคุณนะอันนา คุณเป็นผู้หญิงที
แดเนียลได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นยืนมาประจันหน้ากับเธอ ก่อนจะนั่งคุกเข่าลงไปตรงหน้าของซิลวี่ แล้วเขาก็เอามือไปจับมือซ้ายของเธอมาจับไว้ ก่อนจะเริ่มพูดความในใจของเขาทั้งหมดที่มีกับเธอ“ซิลวี่ ที่ผ่านมาผมก็พยายามพิสูจน์ตัวเองกับคุณแล้วว่าคนอย่างผมก็เลิกเจ้าชู้ได้ ผมหวังว่าคุณจะมองเห็นในสิ่งที่ผมทำนะซิลวี่ คุณทำให้ผมรักคุณจริงๆ รักแบบที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน แล้วตอนนี้ผมก็ไม่อยากจะคบกับคุณแบบมีระยะทางอีกแล้ว เราสองคนมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันนะ คุณจะยอมเปลี่ยนจากแฟนมาเป็นเมี มาเป็นแม่ของลูกของผมได้ไหม” แดเนียลพูดบอกไปแบบตรงๆตามความคิดของเขาในตอนนี้ ทั้งที่จริงมันมีเป็นร้อยๆคำพูดที่เขาอยากจะพูดบอกไป แต่มันก็ตื่นเต้นจนเขาพูดไม่ออก “ได้สิคะ ซิลวี่ก็รอจะเป็นแม่ของลูกคุณมานานแล้ว ซิลวี่ก็รอแค่คุณมั่นใจในความรู้สึกเท่านั้นแหละค่ะ เพราะซิลวี่ก็รักคุณตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ และมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ และจะมากขึ้นไปอีกค่ะ ซิลวี่รักคุณนะคะคุณแดเนียล” ซิลวี่พูดบอกไปก็ก้มไปจูบปากของแดเนียลอย่างดูดดื่มเป็นการยืนยันในความรักของเธอที่มีต่อเขาแดเนียลก็ค่อยๆลุกขึ้นมาพร้อมกับเอามือจับท้ายทอยของเธอไม่ให้หลุดจาก







