Share

EP. 4

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-02 19:48:10

EP. 4

              หลังเลิกเรียนสองหนุ่มก็มานั่งคุยงานที่ต้องส่งอาจารย์ก่อนสอบ หากนับว่าจอมทัพสนิทกับใครที่สุดในแก๊ง ก็เห็นจะเป็นอัคคี ส่วนอาทิตย์กับแดนไทเป็นคู่หูกัน แต่ทั้งหมดคือกลุ่มเดียวกัน รวมถึงเพื่อนร่วมคลาสอีกหลายคนที่ชอบแฮงเอาท์ด้วยกันอยู่บ่อย ๆ

               ร้านอยู่ใกล้คอนโดของจอมทัพ ซึ่งเป็นย่านชุมชน อยู่ใกล้มหา’ลัย อยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า ห้องพักแถวนี้จึงแพงหูฉี่ เหตุนี้จอมทัพจึงจ่ายค่าเช่าต่อเดือนสูงมาก

               เดิมทีจะเลือกขนาดหนึ่งห้องนอนเพราะราคาถูก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกขนาดสองห้องนอนกับสามห้องน้ำ นึกแล้วก็ดีใจที่ตัดสินใจถูก ไม่งั้นคงบันเทิงถ้าต้องนอนห้องเดียวกับนาเดียร์

               Rrrr

               Rrrr

               “รับเถอะ ไม่ก็ปิดเสียงไป กูรำคาญ! จะคุยงานก็ดังอยู่นั่นแหละ” อัคคีมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีเสียงเตือนและแสงวูบวาบนาทีต่อนาทีเลยทีเดียว

               “อืม” จอมทัพไม่ได้ปิดเสียงแต่คว่ำหน้าจอลงบนโต๊ะแทน

               “ไอ้สองตัวแม่งติดกี ไม่มาช่วยทำเลยว่ะ กูโคตรเซ็ง”

                งานกลุ่มมีสี่คนแต่อาทิตย์กับแดนไทไปตามจีบสาว ภาระเลยตกมาที่เขากับจอมทัพ คิดแล้วอัคคีอยากโทรด่าไอ้พวกนั้นฉิบหาย

               “งานก่อนพวกมันก็ทำสองคน ส่วนมึงกับกูติดกี ถือว่าหายกัน” จอมทัพพูดตามจริง

               “เออ ๆ กูแค่บ่น” อัคคีจำใจปล่อยผ่าน จากนั้นก็เริ่มคุยอย่างจริงจังเพื่อได้ข้อมูลครบถ้วน

               Rrrr

               ในตอนกำลังคุยอย่างออกรสออกชาติเสียงเรียกเข้าก็ดังขัดจังหวะ อัคคีจึงเริ่มโวยอีกรอบ หงุดหงิดไอ้สองตัวไม่พอ ยังต้องมาหงุดหงิดกับจอมทัพอีก

               “ไอ้เหี้ย! มึงจัดการหน่อยดิวะ! โทรจิกอย่างกับเมีย ตกลงใคร?”

               “ไม่ใช่ใครทั้งนั้น กูปิดเครื่องแล้ว มึงคุยต่อเลย” จอมทัพยัดโทรศัพท์ใส่เป้เพื่อตัดปัญหา

               จิกเก่งขนาดนี้จะเป็นใครไปได้นอกจากนาเดียร์ คนนี้ยิ่งกว่าเมียเสียอีก เจอกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงก็เหมือนเขาได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

               แบบที่ยังเป็นเพื่อนสนิท แบบที่ยังได้อาศัยอยู่ในบ้านรั้วติดกัน..

               ผ่านไปราวสามสิบนาทีความบังเอิญที่ไม่อยากให้เกิด ก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อเพื่อนหน้าใสที่จอมทัพเลี่ยงพูดถึงมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มหวานหยดไม่ชวนมองเท่าการแต่งตัวของเธอ

               วันนี้ร่างผอมบางอยู่ในชุดกางเกงยีนขายาวกับเสื้อสายเดี่ยวสีชมพู เห็นร่องอกแวบ ๆ แวม ๆ ผมยาวสลวยถูกถักเปียข้างเดียวแล้วเบี่ยงมาด้านหน้า นาเดียร์สวมหมวกแก๊ปที่มีอักษรย่อ ‘JT’ ปักอยู่ สงสัยคงเข้าไปหยิบในห้องมาใส่ และไอ้เพื่อนขี้เสือกคงจำได้ว่าหมวกใบนี้ไข่มุกสั่งทำให้เขา มันถึงยักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนเสียยกใหญ่ ทำเหมือนเขาจับปลาสองมืออะไรทำนองนั้น

               “น่ารักขนาดนี้ มึงถึงไม่อยากให้พวกกูเห็น”

               คำพูดของอัคคีไม่สำคัญเท่าหญิงสาว จอมทัพเลยไม่ตอบโต้ เขาพุ่งความสนใจไปยังนาเดียร์ในทันที

               “มาตามเหรอ?”

               “เปล่า..เรามาซื้อน้ำปั่นร้านโน้น พอดีเห็นทัพนั่งอยู่ร้านนี้เลยมาหา”

               “โทรทำไมตั้งหลายรอบ”

               “จะถามว่าตอนเย็นอยากกินอะไร เราจะทำให้กิน”

               ถึงประหม่ากับสายตาของคนแปลกหน้า นาเดียร์ก็ยังพูดกับเพื่อนสุดหล่อด้วยน้ำเสียงสดใส ไม่เพียงแค่นั้นเธอยังหย่อนสะโพกนั่งเคียงข้าง แสดงความสนิทสนมโจ่งแจ้ง แต่เลือกจะไม่สบตากับอีกคน

               มีหรืออัคคีจะปล่อยผ่าน ยิ่งหลบเขาก็ยิ่งอยากรู้ สาวที่ไม่รู้จักกับเพื่อนหน้ามึน มันต้องมีลับลมคมในแน่นอน

               “หวัดดีครับ”

               เงียบ..

               ไม่มีเสียงตอบกลับแต่อัคคีก็ไม่ยอมแพ้ เขายังคงเล่นหูเล่นตาใส่คนน่ารักพร้อมพูดอย่างกรุ้มกริ่ม

               “ไม่อยากรู้จักผมเหรอครับ ไม่สิ..ขอถามเลยแล้วกันว่าเป็นอะไรกับไอ้นี่” คนอยากเสือกชี้ไปยังเพื่อนหน้าหล่อ

               “........” นาเดียร์เกาะแขนจอมทัพแทบจะทันที ช้อนตาขึ้นมองอย่างวิงวอนเพื่อขอให้เขาช่วยตอบ

               เธอป่วยเป็นโรคกลัว (phobia) มาตั้งแต่เด็ก แต่เพราะได้รับการรักษาและกินยาอย่างต่อเนื่อง อาการจึงดีขึ้นในระดับเกือบปกติ ซึ่งหมอสั่งให้หยุดยามาหนึ่งปี แต่บางทีก็ยังมีอาการอยู่บ้างเวลาถูกจับจ้องเชิงเจ้าชู้จากคนไม่รู้จัก

               “ไม่ตอบ? แสดงว่ามีอะไรในกอไผ่ ใช่ไหมอ้ายทัพ?” ประโยคหลังอัคคีหันมาถามฝ่ายชายแทน

               “มีก็เหี้ยแล้ว! คนนี้เพื่อนกู!” จอมทัพชำเลืองมองคนข้างกาย เห็นมือเล็กสั่นเทาก็เข้าใจว่าอาการเก่ากำเริบ จึงก้มลงส่งเสียงปลอบโยนเพื่อให้เธอคล้ายกังวล

               “มันเป็นเพื่อนเราเอง ถึงขี้เสือกแต่มันน่ารักนะ”

               “อื้อฮือ..อ้ายทัพ” อัคคีเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงล้อเลียนในจังหวะที่หญิงสาวซบหน้าบนต้นแขนของจอมทัพ

               ปกติไอ้นี่ยอมให้คนคลอเคลียที่ไหน นิสัยแข็งเป็นเสาหินเลยล่ะ สาวที่มีซัมติงด้วยก็แค่นั่งคุย ไม่เคยเห็นมันยอมให้กอดอย่างในเวลานี้

               “อยู่กับเราเธอไม่ต้องกลัว” ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวของหญิงสาวเบา ๆ

               “เราไม่กลัว” คนถูกปลอบพูดอย่างเข้มแข็ง แต่กระนั้นก็ยังเกาะซบแขนแกร่งไว้แน่น

               “ไม่กลัวก็ทักทายมันหน่อยเร็วคนเก่ง” จอมทัพก้มหน้าลงต่ำพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เป็นการกระทำที่แปลกประหลาดสำหรับอัคคี อยู่กับคนอื่นแข็งเหมือนสาก พออยู่กับคนนี้ละมุนยังกับปุยนุ่น

               เพื่อนแบบใด? อัคคีชักสงสัย

               “หวัดดี เราชื่อนาเดียร์ เรียกเดียร์เฉย ๆ ก็ได้ค่ะ”

               “ออ..หวัดดี เรียกเราว่าอัคได้เลยนะ” คนถูกทักทายตอบรับอย่างมึนงง

               อะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น บอกเป็นเพื่อนแต่พฤติกรรมออกทางผัวเมีย เรื่องนี้อัคคีจะไม่ยอมเห็นคนเดียวเด็ดขาด ว่าแล้วคนคิดเร็วทำเร็วก็ยกโทรศัพท์มาถ่ายรูป ก่อนส่งเข้ากลุ่มให้ชาวแก๊งช่วยพิจารณาว่าใช่อย่างที่คิดหรือเปล่า

               “ทำเกินไปไหมวะ” ประโยคนี้จอมทัพพูดกับอัคคี

               “เกินอะไร กูแค่ถ่ายรูป”

               “ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

               “ตกลงเป็นเพื่อนจริงดิ” ในที่สุดคนอยากเสือกก็วกกลับมาเรื่องเดิม

               “เดียร์เป็นเพื่อนสนิทกูเอง”

               “สนิท?”

               “ก็ตั้งแต่สองสามขวบเลย”

               “ตอนนี้โตแล้วยังสนิทอยู่ปะ?”

               คำถามกวนบาทาดังออกมาไม่หยุดปาก จอมทัพก็อ่อนอกอ่อนใจในความเซ้าซี้ กะจะไม่ตอบแต่พอก้มมองคนที่เงยหน้าขึ้นมา เขาก็ยอมรับตามตรง

               “สนิทสิ” เพียงเท่านั้นจอมทัพก็ได้เห็นรอยยิ้มดีใจจากเพื่อนตัวน้อย ที่ถึงแม้จะประหม่าเธอก็ยังอุตส่าห์ปลาบปลื้มกับสิ่งที่ได้ยิน

               “งั้นเดียร์ก็มาจากขอนแก่นเลยอะดิ”

               “อืม” จอมทัพตอบส่ง ๆ ทว่าคนโกหกไม่เป็นกลับแย้ง

               “เรามาจากภูเก็ตต่างหาก”

               “อ้าว บ้านไม่ได้อยู่ขอนแก่นเหมือนมันหรอกเหรอ”

               “คือ..”

               “เดียร์อยู่กับแม่ที่ภูเก็ต ตอนนี้ได้งานทำที่กรุงเทพเลยมาอยู่ที่นี่” เป็นจอมทัพที่ชิงตอบแทน นาเดียร์จึงเม้มปากแล้วค่อย ๆ หันไปสบตากับอัคคีแบบตรง ๆ พอเห็นรอยยิ้มเป็นมิตรไม่มีแววคุกคาม เธอก็ยิ้มตอบด้วยท่าทีเป็นมิตรเช่นกัน

               “เพื่อนมึงยิ้มสวยวะทัพ กูจีบเลยแล้วกัน”

               “หยุด!”

               “หวง?”

               “ไม่ได้หวง”

               “งั้นกูก็จีบได้ดิวะ”

               “จีบตีนกูนี่!”

               “เอ้า! ของขึ้นทำไม?”

               “ไม่ต้องเสนอหน้า คนชั่วอย่างมึงไม่เหมาะกับเพื่อนกูหรอก”

               “มึงแหละไม่ต้องเสนอหน้า กูจีบเดียร์ ไม่ได้จีบมึง ไม่ต้องสาระแนมาขัดขวาง”

               “กรุณาอย่ายุ่งกับเพื่อนกูครับ!!..เธอกลับเลยไหม เราคุยงานเสร็จพอดี” จอมทัพรวบหนังสือเก็บใส่เป้พร้อมส่งเสียงถาม แต่ไม่รอฟังคำตอบเขาก็ฉวยข้อมือของนาเดียร์ให้ลุกยืนพร้อมกัน

               “จะกลับเลยเหรอ? แล้วเพื่อนล่ะ” หญิงสาวออกอาการลังเล

               “กลับเลย..เราหิว” มือหนาประสานเข้ากับมือเล็กพาเดินออกจากร้าน โดยมีเสียงของอัคคีดังไล่หลังตามมา

               “เดี๋ยว! มึงอย่าหนี กูยังคุยงานไม่จบ เหลืออีกหลายหัวข้อที่ยังไม่ได้ร่างเนื้อหา”

               “เชิญมึงทำเอง “จอมทัพไม่สนใจอะไรอีก เขาจับมือนาเดียร์เดินไปพร้อมกันอย่างที่เคยทำมาตลอดหลายปี

               หากชาวแก๊งได้เจอหญิงสาว ก็คิดว่าคงต้องมีการจีบ จอมทัพไม่ได้กันท่า แต่เพราะเจอกะทันหันเลยตั้งตัวไม่ทัน ไว้เตี๊ยมคำพูดกับนาเดียร์ให้ดีก่อน ถึงจะพามาแนะนำอีกรอบ ยังไงก็ตั้งใจให้เธอลงเรียนใหม่ ไม่ต้องทำงานหาเงินเอง เมื่อคืนเขาคุยกับสปอร์ตเซอร์รายใหญ่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพ่อใหญ่จอมทอง

               พ่อเป็นถึงเจ้าของไร่อ้อยหลายร้อยไร่ มีที่ดินให้เช่าอีกหลายสิบแห่ง ตึกแถวให้เช่าอีกเพียบ บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เปิดได้สี่ปีก็กำลังไปได้สวย เหตุนี้เขาถึงต้องเรียนวิศวะ เรียนจบก็เข้าทำงานที่บริษัทเลย พ่อได้ปูทางไว้รอ วางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เพื่ออนาคตที่มั่นคง

               เห็นไหม..พ่อใหญ่จอมทองรวยระดับเศรษฐี เลี้ยงเด็กตาดำ ๆ เพิ่มอีกคนได้สบายมาก

.

.

.

  ....................................................................................

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเซต..วิศวะ I need you 

1. เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ 

2. เธอคนนี้ที่อัคคีอยากได้ 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซตวิศวะ)   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3 เวลาผ่านไปหลายปีบ้านพ่อใหญ่จอมทองถูกต่อเติมขยับขยายให้กว้างขึ้น เหตุเพราะต้องรองรับหลานที่ขยันมาเกิด ตอนนี้รวบแล้วก็สี่หน่อตามที่พ่อมันอยากมีพอดีเป๊ะ หลานชายคนโตอายุแปดขวบชื่อจอมเทพ หรือน้องเทพ หลานสาวคนที่สองอายุหกขวบชื่อเทียนหอม หรือน้องเทียน ส่วนคู่แฝดชาย-หญิงอายุสามขวบ ชื่อจอมเดช หรือน้องทรอย กับน้องทับทิม ที่เรียกชื่อเล่นกับชื่อจริงเป็นชื่อเดียวกัน “อันนี้มะละกอสุกนะคะ แม่ทำใส่กล่องให้แล้ว เทพเอาไปกินที่โรงเรียนได้เลย” นาเดียร์กำลังวิ่งวุ่นกับการจัดแจงให้ลูกชายกับลูกสาวที่อยู่ในวัยเรียนทำกิจวัตรยามเช้า ต้องตื่นหกโมงทุกวันเพื่อลงมาจัดโต๊ะรอ ถึงมีแม่บ้านทำอาหารแต่เธอก็อยากเช็กความเรียบร้อยก่อนคนในบ้านจะลงมากินมื้อเช้า “ขอบคุณครับ” จอมพลยกมือไหว้ก่อนตักข้าวต้มกุ้งเข้าปาก “อีกสิบนาทีพ่อทัพน่าจะแต่งตัวเสร็จ ถ้าอิ่มแล้วเทียนนั่งรอแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวแม่ถักเปียให้ค่ะ” สาวน้อยเทียนหอมที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนพยักหน้ารับคำ พูดไม่ได้เพราะปากไม่ว่าง กำลังเคี้ยวกุ้งตัวโต ๆ อ

  • เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซตวิศวะ)   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 24 เดือนต่อมา “หือ? สองขีด..ขึ้นสองขีด อุ๊บ!!” หญิงสาวยกมือปิดปากขณะจ้องอุปกรณ์ตรวจครรภ์อยู่ในห้องน้ำ หัวใจดวงน้อยค่อย ๆ เต็มตื้นขึ้นทีละนิด เธอวาดมือวางบนหน้าท้องของตัวเอง แค่เพียงสัมผัสขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นทันที ที่ผ่านมานาเดียร์มีความสุขในทุกวัน และตอนนี้ความสุขก็เพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ เพียงแค่คิดว่ามีชีวิตน้อย ๆ กำลังเจริญเติบโตอยู่ในท้องกระแสความอบอุ่นก็แผ่กระจายไปทั่วหัวใจ ก็อก ๆ เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นนาเดียร์จึงกะพริบตาเพื่อขับไล่ความอ่อนไหว ผู้ชายที่เธอรักทั้งสองคนกำลังลุ้นผลการตรวจ และคงรอไม่ไหวเลยมาเคาะเรียก “เธอ..ทำไมหายไปนาน เป็นอะไรหรือเปล่า” “เดี๋ยวออกไป ทัพรอแป๊บนึง” หญิงสาวตะโกนบอกโดยที่ไม่เปิดประตู มือข้างซ้ายของเธอกำอุปกรณ์ตรวจครรภ์ไว้แน่น “อ่อ..งั้นเราไปรอกับพ่อที่โต๊ะกินข้าวนะ” “โอเคจ้า” นาเดียร์อมยิ้มเมื่อจับได้ว่าน้ำเสียงของจอมทัพค่อนข้างสั่น เขาคงตื่นเต้นไม่ต่างจากเธอตอนยังไม่รู้ผล “เราไปนะ” “อืม” เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป นาเดียร์

  • เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซตวิศวะ)   ตอนพิเศษ 1 NC

    ตอนพิเศษ 1 NC หลังจากจอมทัพเรียนจบเขาก็ยังอยู่กรุงเทพต่อ เพื่อรอนาเดียร์เรียนจบแล้วค่อยกลับไปแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ที่ขอนแก่นด้วยกัน ถึงพ่อตามให้กลับไปทำงานและถูกด่าจนหูชาเขาก็ไม่สน ให้ตายก็จะไม่ยอมห่างคนรักเด็ดขาด แค่อยู่ห้องคนเดียวตอนเธอไปเรียนก็รู้สึกวูบโหวงแปลก ๆ จนบางครั้งต้องถ่อมานั่งเฝ้าที่มหา’ ลัย อย่างเช่นวันนี้.. “บอกตั้งหลายรอบว่าไม่ต้องมา ทัพไม่ยอมฟังเราเลย” หลังจากร่ำลาเพื่อน ๆ เพื่อแยกย้ายกลับบ้านนาเดียร์ก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างกายแฟนหนุ่ม “เธอรำคาญ?” คนมารอชักสีหน้าใส่คนรักเพราะพูดไม่ค่อยเข้าหู “บ้าเหรอ..เราเคยรำคาญทัพที่ไหนล่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมเบียดตัวเข้าใกล้คนตัวโตมากขึ้น “แล้วพูดทำไม” เมื่อคนรักกระแซะเข้ามาชิดจอมทัพก็มีสีหน้าขึ้น แค่ได้กลิ่นหอมจากตัวเธอเขาก็อารมณ์เบิกบาน “ต้องพูดสิ เห็นไหมนี่..เหงื่อไหลเต็มไปหมด เราไม่อยากให้ทัพมานั่งรอร้อน ๆ บอกให้ไปรอที่ห้องสมุดก็ไม่ยอม คนอะไรดื้อจริง ๆ เลย” ขณะพูดมือเล็กก็หยิบทิชชูมาซับเหงื่อตามใบหน้าและลำคอให้เขาอย่างเคยชิน

  • เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซตวิศวะ)   EP. 60

    EP. 60ห้าเดือนต่อมา.. วันนี้มีนัดสำคัญเพราะเป็นวันเกิดของลุงทองของนาเดียร์ เธอจึงตื่นแต่เช้าไปซื้อของมาเตรียมทำอาหารมื้อเย็นเพื่อฉลองกันสามคน ขนซื้อของสด ผักสด ผลไม้ และเครื่องปรุงอีกหลายอย่าง ส่วนเบียร์เป็นหน้าที่ของลุงทองที่รับอาสาจะซื้อมาเอง ห้าโมงเย็นอาหารบนโต๊ะก็พร้อมเพรียง อ้อ..ลืมบอกไป ตอนนี้จอมทัพส่งเธอไปเรียนทำอาหารแบบจริงจังแล้วนะ สี่เดือนที่ตั้งอกตั้งใจก็ไม่สูญเปล่า เพราะรสชาติและหน้าตาของอาหารฝีมือเธอดูดีกว่าเมื่อก่อนมาก พูดแล้วก็หาว่าคุย เมนูวันนี้จึงมีต้มยำทะเลน้ำข้น ปีกไก่ทอดน้ำปลา (ที่จอมทัพช่วยทอด) คอหมู่ย่างกับน้ำจิ้มแจ่ว ปลากะพงนึ่งมะนาว (จอมทัพยกนิ้วชมว่าแซ่บถึงใจ) และที่ขาดไม่ได้ก็คือซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย เป็นกับแกล้มที่ลุงทองโปรดปราน ติ๊งต่อง.. “ลุงทองมาแล้วแน่เลย” ร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวแสนสวยวิ่งไปเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นใครก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเช่นเคย “สวัสดีค่ะลุงทอง ส่งถุงมาให้หนูเลยค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยถือ” “มันหนัก ลุงถือเองได้แค่นี้เอง” ทั้งคู่เดินมาถึงโต๊ะกิน

  • เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซตวิศวะ)   EP. 59

    EP. 59 ตั้งแต่วันบาดเจ็บก็ผ่านมากว่าสามสัปดาห์ แผลเริ่มหายดีแต่ยังต้องระวังเวลาเคลื่อนไหว ยังออกกำลังกายหนักไม่ได้ จอมทัพเลยได้แต่นั่งดูเพื่อนเล่นกีฬาชนิดโปรด “หงอยเป็นหมาเลยนะมึง” อัคคีทุ่มลูกบาสแล้วเดินมาแซวเพื่อนสุดเลิฟ “กูว่าจะไปหาเดียร์แล้ว” ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเจ็ดลุกยืนเต็มความสูง ตาคอยมองห้องแชตอยู่ตลอด ทักไปตั้งแต่บ่ายสามโมงครึ่ง ตอนนี้สี่โมงเย็นแฟนสาวก็ยังเงียบกริบ บอกไปหาข้อมูลทำรายงาน ไปหาถึงประเทศไหนวะ! หงุดหงิดชะมัด “ทรงนี้หึงเมียล่ะสิ แต่ว่าไปไอ้นั่นมันก็หล่อจริง อย่างกับพระเอกซีรีส์จีนแบบที่เมียมึงชอบดู” พอเพื่อนสุมไฟใส่จอมทัพก็ยิ่งงุ่นง่าน ไอ้นั่นที่อัคคีพูดถึงก็คือไอ้ซีนาย! พี่รหัสแบบใดถึงทักหาน้องรหัสชั่วโมงต่อชั่วโมง ขนาดจะนอนมันยังทักมาบอกฝันดี “เงียบ? ระวังมือที่สามจะมาในรูปแบบพี่รหัสนะมึง” “พูดมากจริง!” คนใจร้อนรุ่มเหวี่ยงสายตาใส่เพื่อน ก่อนหยิบเป้มาพายบนไหล่ เดินดุ่มออกจากโรงยิมโดยไม่สนใจใครอีก จุดหมายปลายทางคือห้องสมุด อยากรู้เหมือนกันว่านาเดียร์อยู่กับเพื่อน หรืออยู่กับไอ้จืด

  • เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซตวิศวะ)   EP. 58

    EP. 58 แปดโมงครึ่งนาเดียร์ก็ตื่นมาดูแลจอมทัพแทนกับอัคคีที่เพิ่งกลับไปเมื่อไม่นาน นอนไปสี่ชั่วโมงก็หน้าตาสดใสขึ้น ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย ไม่ต้องไปซื้อให้เสียเวลา เพราะโรงพยาบาลเอกชนมีพร้อมทุกอย่าง อยากได้อะไรก็สั่งเลย “โอ้โห ทัพเก่งมาก กินโจ๊กหมดเกลี้ยงเลย” หญิงสาวปรบมือแปะ ๆ ราวกับอีกคนเป็นเด็กสามขวบ “ไม่ใช่เด็กไม่ต้องชมขนาดนั้น เราแค่หิว เมื่อคืนเพิ่งวิ่งรอบสนามไปยี่สิบรอบ แล้วยังมาเจ็บตัวอีก ร่างกายเลยต้องการพลังงานมากกว่าปกติ” แม้ระบมแผลกว่าเมื่อคืน แต่ยังสามารถปรับเตียงให้อยู่ในท่านั่งเอนหลังได้ "อย่าเพิ่งพูดมาก บ้วนปากก่อนจ้า" นาเดียร์กุลีกุจอเช็ดปากให้เขา ก่อนจะยื่นน้ำยาบ้วนปากให้ นำกระโถนมารองรับ เมื่อเห็นความตั้งใจจอมทัพก็ยอมทำตาม พอเสร็จเธอก็เดินไปเททิ้งในห้องน้ำ ก๊อก ก๊อก แกร๊ก ประตูถูกเปิดเข้ามาด้วยมือของคนจากขอนแก่น เป็นเวลาเดียวกับที่หญิงสาวก้าวขาออกจากห้องน้ำพอดี เธอจึงรีบวิ่งไปกอดญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรัก “สวัสดีค่ะลุงทอง เมื่อคืนหนูคิดถึงมากเลย อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status