LOGINสามีตาบอดคนนี้หัดเจียมตัวหน่อยไม่ได้หรือไร ชอบจิกหัวใช้ไม่พอปากแซ่บเหมือนกับมีสุนัขทั้งฟาร์มไปอี๊ก! แต่ใครแคร์ค่ะคุณ? ไม่มี๊ ส่วนใครจะแคร์ก็ช่าง แต่เสี่ยวเฉียวไม่สนทั้งนั้น ด่ามาก็เถียงกลับ! ตีเธอก็ถีบคืน อย่านะ! อย่านะ! เสี่ยวเฉียวคนนี้สู้กลับนะบอกเลย คิดรังแกเมียหนุนดวงเมียแก้เคราะห์หนักแก้ปีชงเข้มแบบเธอยังเร็วไปมากนัก เซี่ยมู่เฉิน! ไอ้คนเฮงซวย ไอ้เฒ่าหัวงู!
View Moreบทนำ
กลิ่นควันไฟลอยมาเตะจมูก แต่เพราะเป็นเวลาดึกกว่าที่ณัฐมนนั้นจะรู้สึกตัวตื่นไอร้อนก็รุนแรงเสียแล้ว
แค่ก! แค่ก! แค่ก!
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
เด็กสาวสำลักกลิ่นของควันไฟก่อนจะลืมตาขึ้นมาเสียอีก กว่าจะตื่นเต็มตาและพบว่าทั้งห้องนี้เต็มไปด้วยควันไฟที่บ่งบอกว่าบัดนี้ภายในห้องเก็บเอกสารของผอ.ของมูลนิธิช่วยเหลือเด็กกำพร้า ของภาคเหนือตอนบนแห่งนี้นั้นถูกไฟไหม้ เธอกับรุ่นน้องอายุ9ขวบก็ตกอยู่ในกองเพลิงไปด้วยกันทั้งคู่แล้ว
"หมูหวาน!หมูหวาน!"
เด็กสาวปลุกรุ่นน้องให้ตื่นขึ้นมา พอเด็กหญิงนามหมูหวานตื่น ณัฐธิดาก็รีบหาทางส่งเด็กหญิงออกไปก่อนส่วนตัวของเธอนั้นคิดจะตามไปทีหลัง
"หนีไปหมูหวาน หนีไป!"
บอกแค่นั้นเธอก็รีบผลักร่างเล็กพ้นออกไปทางหน้าต่างได้ แต่พอเธอจะปีนหนีตามออกไปเพราะห้องเก็บเอกสารในตึกเรือนนอนแห่งนี้อยู่แค่ชั้นหนึ่งไม่ได้สูงอะไรหนีออกไปได้อยู่แล้ว แต่คงเพราะชะตาของเด็กสาววัย17ปีจะถึงฆาตแล้วจริงๆ หรือไม่เธอก็คงดวงซวยมากถึงมากที่สุดฝ้าเพดานด้านบนถึงถล่มลงมาก่อนที่ณัฐธิดาจะได้ปีนตามรุ่นน้องออกไป
โครม!
"กรี๊ด!"
เด็กสาวกรีดร้องออกมาสุดเสียงเพราะทั้งความร้อนกับความหนักถาโถมเข้าใส่ ณัฐธิดาจุกจนหายใจไม่ออก ขยับก็ไม่ได้ เสียงเนื้อหนักถูกความร้อนเสียงดัง ฉู่ฉ่า! มาพร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อหนังชวนให้อยากอาเจียน แต่แค่จะหายใจยังยากเธอจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาอาเจียนได้กันเล่า
'เจ้าความตายที่แท้มันก็อยู่ใกล้กับคนเราแค่นี้นี่เอง'
เด็กสาวที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายกำลังจะมาถึง ความตายกำลังควักมือเรียกอยู่ตรงหน้า สติสุดท้ายกลับสำนึกรู้ ที่แท้ตนเองต้องมาตายก่อนวัยอันควรก็เพราะไปยุ่งกับเรื่องเบื้องหลังอันโสมมของเจ้าของบ้านเด็กกำพร้าและมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรีบนดอยแห่งนี้นั่นเอง
เธอแค่ไปรู้ความลับดำมืดที่ผู้หญิงท่าทางใจดีคนนั้นนอกจากจะโกงเงินบริจาคของผู้ใจบุญที่มีให้กับเด็กกำพร้าและผู้หญิงไร้บ้านไร้ที่พึ่งพาต้องแบกความหวังทั้งหมดมาอาศัยบารมีมูลนิธิแห่งนี้ไม่พอ คนสวยสร้างภาพกับสามีที่โปรไฟล์ดีนั้นค้ามนุษย์โดยอาศัยการเป็นเจ้าของมูลนิธิแสงธรรมนำทางบังหน้าอีกด้วย
แย่จริง!
คนชั่วยังไม่ทันถูกเปิดโปงเธอก็ต้องสังเวยชีวิตเสียแล้ว พลันนั้นจิตสุดท้ายของณัฐธิดาก็ร้องถามออกไปว่า เหตุใดคนชั่วจึงลอยนวลคนคิดดีหวังดีแบบเธอกับอีกหลายๆ คนต้องมาจบชีวิตลงด้วยความทรมานแบบนี้ด้วย!?
ไม่เป็นธรรม! สวรรค์ช่างไม่เป็นธรรมเลยจริงๆ!!!
หนึ่งดวงวิญญาณของโลกใบหนึ่งในหลายสิบหลายร้อยใบที่อยู่ทับซ้อนกันอยู่หลุดลอยออกจากร่าง แต่เพราะเด็กสาวแค่ดวงตก แต่ชะตายังไม่ขาด ชีวิตที่สวรรค์มอบให้นั้นยังไม่ทันถึงอายุขัย คราวนี้ท่านเทพชะตาที่กำลังจิบสุราชมบุปผาด้วยอารมณ์สุนทรีย์ถึงกับสะดุ้งเพราะเบาะที่ตนเองนั้นเอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนพลันติดไฟลุกพรึบขึ้นมา
"โอ๊ย! มารดามันเถอะ ใคร?! ใครมันทำงานผิดพลาด!!!"
เทพซือมิ่งกรีดร้องตะโกนถามหาคนของคนว่าใครทำงานผิดไป จนมีดวงวิญญาณหนึ่งดวงที่ยังไม่ถึงเวลาตายกลับต้องมาตายก่อนกำหนดนานเกือบ70ปีแบบนี้
"สืบหาคนทำผิดนั้นรอได้ แต่บัดนี้ดวงวิญญาณที่ยังไม่ถึงที่ตายแต่กลับไม่มีร่างให้อยู่นั้นรอช้าไม่ได้นะท่านซือมิ่ง หากมัวชักช้านางจะกลายเป็นดวงจิตเร่ร่อนกลายเป็นปีศาจร้ายในที่สุดรีบหาร่างใหม่ให้นางเดี๋ยวนี้!"
เสียงดังลงมาจากสวรรค์ชั้นที่สูงกว่าทำเอาท่านเทพซือมิ่งผู้ขีดเขียนชะตาชีวิตของคนและกำหนดอายุขัยถึงกับสะดุ้งเฮือกแรงกว่าตอนเบาะรองหนักไฟลุกพรึบขึ้นมาเสียอีก
"เร็วเข้า พวกเจ้าทั้งหลายรีบหารร่างใหม่ให้ดวงจิตของนางสาวณัฐมน นนทวัฒน์เดี๋ยวนี้"
หลังคำสั่งเด็ดขาด ความวุ่นวายในตำหนักของท่านเทพชะตาหรือเทพซือมิ่งก็โกลาหลอลหม่านอย่างมาก มากชนิดที่ว่าหลายร้อยปีบนสวรรค์นี่อาจเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว
"เร็วหน่อยๆ เร่งมือเข้า"
คนหนึ่งคนกว่าจะสะสมแต้มบุญจนได้เกิดเป็นคนปกติมีร่างกายสมบูรณ์พร้อมว่ายากแล้ว จากปีศาจบำเพ็ญเพียรกว่าจะกลายเป็นดวงวิญญาณเพื่อจะเกิดเป็นสัตว์โลกธรรมดาหนึ่งตัวกลับยากยิ่ง แล้วดวงจิตของณัฐมนที่สะสมแต้มบุญจนได้เกิดเป็นคนแล้วแท้ๆ กลับตายโดยยังไม่ทันได้เสวยสุขเช่นนี้
เทพซือมิ่ง ก็เทพซือมิ่งเถอะ ต้องไปรับโทษทัณฑ์สายฟ้าถึงเจ็ดสิบสองครั้งแม้แต่เทียนจวินยังยากจะผ่านแล้วเซียนธรรมเช่นตนเองจะรับไหวได้อย่างไรโธ่เอ๊ย! ซวยไม่ไหวจริงๆ นังซือมิ่งคนงาม!!!
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบเสียงลามกดังก้อง มือของหลินเสี่ยวเฉียวจึงเอื้อมลงมาจับศีรษะของสามีสิบนิ้วสอดแทรกเข้าขยำขยี้เส้นผมสั้นอย่างต้องการระบายความเสียวซ่านปานจะขาดใจแจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะนิ้วกลางของเซี่ยมู่เฉินสอดแทรกเข้าไปทักทายร่องรัก พร้อมกับลิ้นร้อนบดขยี้หมุนวนอยู่บนเกสรสวาทสีสวย หลินเสี่ยวเฉียวถึงกับดิ้นพล่านเพราะเสียวซ่านสุดจิตสุดใจ"กรี๊ด!"เธอถึงจุดมายอย่างรุนแรง อย่างที่ไม่เคยถึงแบบนี้มาก่อน อาจเพราะตลอดมาเธอยังเขินอายอยู่มากเซี่ยมู่เฉินเลยไม่กล้าทำอะไรแบบนี้แต่พอวันนี้เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเขาจึงคืนกลับมาเท่าเทียมกัน"ดีไหม เฉียวเฉียวชอบไหม"เขาขยับขึ้นมากระซิบถามเสียงอ่อนโยน หลินเสี่ยวเฉียวเอียงอายเล็กน้อยแต่เพราะเป็นสามีภรรยากันหากเธออยากเอาสามีให้อยู่ก็ต้องตรงไปตรงมากล้าได้กล้าเสีย"ดีค่ะ ฉันชอบมาก แล้วพี่ล่ะคะ ชอบไหม"ถามไปมือน้อยก็เอื้อมลงไปกอบกุมมังกรเผือกที่ขยายใหญ่จนเธอกำไม่รอบ แล้วเริ่มชักเชิดรูดรัดขยับสาวขึ้นลงอย่างหนักหน่วงจนใบหน้าของเซี่ยมู่เฉินกระตุกเกร็ง"อ่าส์…ซี้ด…ชอบสิ ชอบมาก โคตรจะชอบ โคตรดีเลยเมียจ๋า อ๊าส์ โอ้ว…ซี้ด"แค่เธอกอบกุมและสาวขึ้นสาวลงเขาก็เสียวซ่านแทบขาดใจ เมียเข
ตอนพิเศษงานเลี้ยงจบแล้วก็ได้เวลาเข้าหอ ถึงจะเป็นสามีภรรยาโดยสมบูรณ์มา2ปีกว่าแต่พอเป็นคืนเข้าหอเซี่ยมู่เฉินกลับรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ ยิ่งระหว่างช่วยกันส่งแขกเจ้าสาวของเขากระซิบเบาๆ ว่าคืนนี้จะพิเศษใส่ไข่เซี่ยมู่เฉินยิ่งจิตนาการไปต่างๆ นาๆ ว่ายัยตัวแสบของเขาจะ พิเศษใส่ไข่ แบบไหน"เฉียวเฉียว…"พอได้อยู่กันเพียงลำพัง หลินเสี่ยวเฉียวก็ไม่รอช้าเธอเดินต้อนร่างสูงไปถึงเตียงหลังใหญ่ที่เป็นสีทองตัดทองอร่าม จากนั้นก็ผลักเขาจนหงายหลังล้มลงไปบนเตียง"จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไปค่ะ ฉันกำลังจะจัดให้สามีชนิดพิเศษจนพี่ต้องร้องขอชีวิตแน่นอน ห้ามขัดขืนนะคะ คืนนี้ฉันเป็นเจ้าสาวพี่ต้องตามใจฉัน"ก้มลงไปกระซิบกระซาบพร้อมกับกัดใบหูของเบาๆ เช่นที่เซี่ยมู่เฉินชอบทำกับเธอประจำ จากนั้นหญิงสาวก็เริ่มแกะกระดุมเสื้อของสามีทีละเม็ด ทีละเม็ด แกะไปถึงเม็ดไหมหลินเสี่ยวเฉียวก็ก้มลงไปกัดเบาๆ ทุกแห่ง"โอ้ว…ซี้ด…"แค่นี้เซี่ยมู่เฉินก็ แข็งเกร็ง ไปทั้งตัวแล้วโดยเฉพาะท่อนลำกลางร่างก็ขยายใหญ่คนแทบดันทะลุกางเกงออกมาอยู่แล้ว พอกระดุมเสื้อถูกปลดจนหมดลำดับต่อไปจึงเป็นกางเกง มังกรเผือกดิ้นรนอยากออกมาทักทายเธออย่างเห็นได้ชัด"คืนนี้ฉันจะกินพี่ท
ครอบครัว ก็เท่านี้ขอแค่ทุกคนรักใครกลมเกลียวจะร่ำรวยหรือยากจนก็ไม่เกี่ยวกัน ความสุขมันเรียบง่ายกว่าที่ใครจะคาดคิด พ่อแม่ก็เช่นกัน ไม่มีใครอยากเห็นลูกๆ ของตนเองทะเลาะกัน และยิ่งไม่อยากเห็นลูกๆ มีความทุกข์ ท่านนายพลเซี่ยก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาก็แค่เลือกจะมีความสุขไปพร้อมกับลูกๆ ก็เท่านั้น ไม่คิดอะไรแทนพวกเขา หากพวกเขาพึงใจและมีความสุขกับสิ่งที่เลือกและคนที่ใช่และคนคนนั้นก็รักลูกๆ ของเขาเช่นกันเซี่ยเผยเหิงก็พอใจแล้วจริง…แต่จัดงานแต่งให้พี่ชายไปแล้วก็ใช่ว่าเซี่ยมู่เฉินจะได้แต่งงาน ได้เป็นเจ้าบ่าวสมดังใจ เพราะมันพอดีกับที่กิจการของเซี่ยฉางไรท์เกิดขายดิบขายดีอย่างที่หลินเสี่ยวเฉียวเองก็คาดไม่ถึง ดังนั้นงานแต่งและแผนการจะมีทายาทให้กับสกุลเซี่ยนั้นต้องเลื่อนไปก่อนจนกว่ากิจการจะมั่นคงรักษาลูกค้าจนกลายเป็นคู่ค้าสัญญากันระยะยาวยังดีว่าหลังจากแต่งงานกันได้1ปีท่านนายพลกับลู่เยี่ยนชิงก็มีพยายานรักด้วยกัน เป็ยชายหนึ่งคน หลินเสี่ยวเฉียวจึงไม่รู้สึกกดดันเท่าไหร่ที่ตนเองยังไม่อาจมีทายาทให้กับสกุลเซี่ยได้ ส่วนท่านนายพลเซี่ยเองก็เป็นพ่อสามีที่ดีมากๆ ไม่เคยกดดันสะใภ้ด้วยเรื่องนี้เลย เพราะเข้าใจว่าหลินเสี่ย
ตอนจบพอหายดีหลินเสี่ยวเฉียวก็อายแสนอายแทบไม่กล้าจะมองหน้าใครในยามเช้าของวันที่7ที่เธอลงจากห้องนอนเป็นครั้งแรกซึ่งเธอต้องลงมากินมื้อเช้าพร้อมกันกับเซี่ยมู่เฉิน ก็ใครบ้างจะไม่อายพอสามีกลับมาเธอก็ป่วยนอนซมไป6วัน แล้วคนในห้องกินข้าวก็ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาภายในห้องอาหารเช้านี้มีแต่ตัวพ่อตัวแม่ทั้งนั้น ท่านนายพลเซี่ยกับลู่เยี่ยนชิงอย่างนี้ เซี่ยหมิงเซินกับหลิวเทาอย่างนั้น ยิ่งเจอสายตาของพี่ชายของสามีมองอย่างรู้ทันหลินเสี่ยวเฉียวก็พลันสะดุดขาตนเองเกือบล้มขายหน้า"โอ๊ะ!" เขินจนขาพันกันไม่เกินจริง"ระวังหน่อยสิ"ถึงจะตำหนิแต่เสียงของเซี่ยมู่เฉินนั้นอ่อนหวานนัก ยิ่งสายตาคงไม่ต้องพูดถึง หวานมาก หวานจนหลินเสี่ยวเฉียวกลัวตนเองจะเป็นเบาหวานตายตั้งแต่อายุแค่ยี่สิบต้นๆ เสียแล้ว"นึกจะกลับก็กลับ ไม่คิดจะบอกใคร"ท่านนายพลเซี่ยที่เพิ่งกลับมาจากฮันนีมูนหลังจากที่ทั้งสองจดทะเบียนกันเงียบๆ ไปเมื่อเดือนก่อนส่วนงานแต่งงานจะจัดขึ้นอีกครั้งในอีกสองเดือนข้างหน้าตามฤกษ์ดีของซินแส"ทำอย่างกับผมบอกแล้วคุณพ่อจะไม่ไปฮันนีมูนอย่างนั้นแหละ" เซี่ยมู่เฉินตอบกลับบิดาของเขาเสียงเรียบ"เฮอะ!ใครจะอยู่รอแกกันเล่าเฉินเอ๋อร์"