MasukEP. 5
กลับถึงห้องนาเดียร์ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกพาออกมา ทั้งที่เธออาการดีขึ้น เริ่มอยากทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ถึงอัคคีบอกจะจีบ แต่ด้วยสัญชาตญาณเพศหญิง เธอรู้สึกว่าฝ่ายนั้นแค่หยอกเล่นไม่คิดจริงจัง
มีแต่เพื่อนสุดหล่อนี่แหละที่คิด เห็นอาการหงุดหงิดไม่มีสาเหตุของเขา นาเดียร์เลยรูดซิปปากไม่พูดมากเหมือนเคย รีบเข้าครัวทำมื้อเย็นที่ได้คำตอบระหว่างทางว่า
‘อะไรก็ได้’
หนึ่งชั่วโมงต่อมาแกงจืดหมูสับ ผัดกะหล่ำปลีน้ำปลาใส่พริกเยอะๆ (จอมทัพชอบ) กับข้าวสวยร้อน ๆ ก็วางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ จอมทัพนั่งประจำที่ เชฟจำเป็นก็ปีนขึ้นนั่งเก้าอี้ทรงสูงตามมาสมทบ
เป็นฝ่ายชายที่ลงมือจ้วงเข้าปากด้วยความหิวโหย ส่วนฝ่ายหญิงก็จ้องตาแป๋วรอคำชม เหมือนทุกครั้งที่ทำกับข้าวให้เขากิน ไม่นานเสียงที่อยากได้ยินก็ดังออกมา หลังจากกินครบทั้งสองอย่าง
“รสชาติดี"
“จริงอะ?”
เชฟจำเป็นทำเสียงไม่เชื่อถือ ทว่ายิ้มหน้าบานเป็นกระด้งนำไปก่อนแล้ว
“เราเคยโกหกหรือไง”
“งั้นก็กินเยอะ ๆ เราตั้งใจซื้อของมาทำให้ทัพคนเดียวเลยน่า”
“ไม่ทำให้เรา แล้วเธอจะทำให้ใคร"
พูดตามตรงก็มีแต่เขานี่แหละที่กินกับข้าวฝีมือนาเดียร์ได้
อ้อ..มีพ่อใหญ่จอมทองอีกคน
“นั่นแหละ นี่ ๆ เราตักให้”
นาเดียร์ตักกะหล่ำปลีผัดน้ำปลาใส่จาน จอมทัพก็ไม่ขัดศรัทธา เขาจ้วงมากินด้วยคำโต ๆ สร้างความปลาบปลื้มแก่คนทำอย่างมากมาย
เมื่อก่อนนาเดียร์เป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพื่อนตัวน้อยไม่ได้ทำกับข้าวอร่อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ขยันทำซะด้วย รสชาติห่วยแตกย่ำแย่แค่ไหนไอ้ทัพก็ต้องกระเดือกให้เกลี้ยง ไม่งั้นจะมีคนซึมเป็นส้วมไปหลายวัน หนักเข้าก็พาลไม่คุย ถามคำตอบคำ ดีที่ตอนนี้พัฒนาขึ้นมาก ไม่เค็ม ไม่หวานโดดจนเกินไป หากฝีมือยังคงที่เขาคงได้ฟอกไตก่อนวัยอันควร
หลังเก็บล้างเสร็จทั้งคู่ก็เปลี่ยนมานั่งดูหนังรักโรแมนติกที่นาเดียร์ชอบ ด้วยโซฟาไม่ใหญ่มากระยะห่างของร่างกายจึงค่อนข้างแนบชิด แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะต่างชินกับการยกขาก่ายกันไปมาอยู่แล้ว
ร่างของหนุ่มสาวมีผ้าห่มผืนบางปกคลุม ในมือคนตัวเล็กมีถุงขนมและเธอก็หยิบเข้าปากไม่มีขาดช่วง ข้าวน่ะไม่ชอบกิน แต่ถ้าเป็นขนมน่ะขอให้บอก นาเดียร์สู้ตาย
“เทอมหน้าเราจะให้เธอลงเรียนใหม่ เรียนที่เดียวกันนี่แหละ โทรยกเลิกงานซะนะไม่ต้องทำแล้ว อีกไม่นานมหา’ ลัยจะเปิดรับนักศึกษา เธออ่านหนังสือรอเลย ข้อสอบคณะบริหารไม่น่ายาก ไว้เราติวให้”
จังหวะนาเดียร์กำลังเคี้ยวขนมชายหนุ่มก็พูดออกมาด้วยท่าทีจริงจัง กระนั้นคนฟังก็ส่ายหน้าปฏิเสธ จอมทัพจึงถามขึ้นอีก
“ไม่อยากเรียนหรือไม่พร้อม”
“ใครจะจ่ายค่าเทอม เราไม่มีเงิน"
“ต้องเป็นลุงทองของเธออยู่แล้ว ตอนยายเดือนตายพ่อก็ตั้งใจจะส่งเธอเรียน จะดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ ขอแค่เธอยอมอยู่ด้วยกัน แต่สุดท้ายเธอก็เลือกไปอยู่กับน้าดวง”
ถ้านาเดียร์ไม่เคยให้สัญญาว่าจะอยู่ด้วยกัน ไม่มีทางไปอยู่ภูเก็ต จอมทัพคงไม่โกรธจนถึงขั้นตัดการติดต่อ เธอเลือกแม่อันนี้เข้าใจได้ แต่ดวงใจไม่ใช่แม่แบบทั่วไป ทั้งเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ดูก็รู้ว่าดวงใจไม่ได้รักและผูกพันกับลูกสาวสักนิด ขนาดเขายังมองออก แล้วนาเดียร์จะไม่รู้สึกเลยเหรอว่าแม่ไม่เคยรักเธอเลย
“ไม่อยากขุดเรื่องเก่ามาพูด แต่อดไม่ได้จริง ๆ”
น้ำเสียงของจอมทัพยังคงนิ่งเรียบ ทว่าแววตาฉายชัดว่าเสียใจกับสิ่งที่นาเดียร์เลือก
“เราไม่มีอะไรแก้ตัว”
เป็นความผิดของเธอทั้งหมดที่ตัดสินใจพลาด ชีวิตหลังจากย้ายไปภูเก็ตไม่เป็นอย่างที่คิด น่าเศร้าที่นาเดียร์ทำอะไรไม่ได้เลย จะกลับไปขอนแก่นก็ไม่มีบ้าน นอกจากจะอยู่บ้านของจอมทัพ ซึ่งเธอละอายใจที่เคยปฏิเสธความหวังดีของลุงทอง เลยไม่กล้ากลับไปสู้หน้า แต่เมื่อเข้าตาจนก็ต้องขอความช่วยเหลือจากลุงทองอยู่ดี
“พ่อรับซื้อบ้านเพราะอยากเก็บไว้ให้เธอ ไม่อยากให้สมบัติชิ้นสุดท้ายของยายเดือนตกเป็นของคนอื่น พ่อรักเธอเหมือนลูกเหมือนหลาน ตอนเธอย้ายไปอยู่ภูเก็ตพ่อเสียใจจนกินข้าวไม่ลงเป็นเดือน ช่วงแรกที่ไม่ยอมติดต่อก็เพราะยังทำใจไม่ได้นี่แหละ”
สิ่งที่นาเดียร์เพิ่งรู้เล่นเอาเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ เธอได้ทำลายความรู้สึกของผู้ชายสองคนจนแตกสลาย ความเสียใจและหดหู่เรียกหยดน้ำสีใสให้เอ่อท้นบริเวณดวงตา ถุงขนมในมือถูกวางลง จากนั้นก็หันไปสบตากับเพื่อนสุดหล่อที่เขาก็กำลังมองเธออยู่
“ขอโทษนะ เราผิดเองที่คิดว่าแม่จะดีด้วย แต่..” บัดนี้ดวงตาที่เคยสุกใสเต็มไปด้วยความปวดร้าว นาเดียร์พูดไม่ออกเมื่อนึกถึงสิ่งที่แม่ทำกับตัวเอง
“น้าดวงทำอะไร”
หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความตึงเครียด จึงรีบแก้สถานการณ์ด้วยเสียงแผ่วเบา “แม่ไม่ได้ทำอะไร”
“ไหนบอกจะไม่ดื้อ แล้วทำไมยังโกหก บอกมานะเดียร์ บอกมาให้หมด!”
จอมทัพจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตเพื่อเค้นความจริง คราวนี้เขาจะไม่ยอม ยังไงนาเดียร์ก็ต้องพูด
“.........”
“เดียร์”
“.........”
“เราคงไม่ใช่เพื่อน เธอถึงไม่อยากบอก”
“ทัพเป็นเพื่อน! เป็นเพื่อนเราเสมอ! อย่าเพิ่งไป!”
ไม่ทันไรร่างสูงก็ลุกเดินเข้าห้อง เห็นแบบนั้นนาเดียร์ก็รีบวิ่งตาม ก่อนจะกระโจนตัวเข้าใส่ในตอนที่ประตูกำลังจะปิด
พลั่ก!
“เล่นอะไร! เกิดล้มจะทำยังไง”
ยังดีที่จอมทัพอ้าแขนรับได้ทัน ไม่งั้นคงลงไปกองกับพื้นทั้งคู่ นาเดียร์กำลังแผลงฤทธิ์ใส่เขา ดื้อตาใสไม่มีใครเกินเพื่อนคนนี้แน่นอน
“หนีทำไมล่ะ เราก็ต้องกอดสิ”
“ปล่อย”
“ไม่ปล่อย ไม่ปล่อย ไม่ปล่อย”
“อย่าปีน เดียร์!!”
พรึ่บ!!
แค่กอดไม่พอหญิงสาวยังปีนป่ายขึ้นเกาะร่างสูงเป็นลูกลิง ถึงแข็งแรงแต่เพราะนาเดียร์พยายามยื้อและเกาะติดจอมทัพจึงซวนเซจะล้ม สุดท้ายก็จำใจถอยหลังไปทิ้งตัวนอนหงายบนเตียง โดยมีลูกลิงทับอยู่ด้านบน ท่านี้ส่งผลให้ส่วนหน้าของร่างกายประชิดแนบกัน
“ลงไป” จอมทัพทำเสียงแข็งสั่ง แต่มีหรือคนดื้อจะกลัว เธอไม่ลงแถมยังไต่ขึ้นมายกใบหน้าอยู่ระดับเดียวกันกับเขา สองมือเล็กประคองสันกรามแกร่งให้ประสานดวงตาในระยะใกล้
ใกล้เสียจนจอมทัพได้กลิ่นขนมจากลมหายใจของเธอ..
“อยากฟังอะไร เราจะเล่าให้หมดเลย”
“ต้องรอให้โมโหก่อนทุกที”
“โอ๋ ๆ จะเล่าแล้ว ทัพอย่างอนเลยนะ จุ๊บ”
“ทำไมซนอย่างนี้!!!”
เมื่อถูกเพื่อนตัวน้อยจุ๊บแก้มเข้าให้ ร่างกำยำก็เกร็งเครียดขึ้นมาทันที สัมผัสที่ห่างหายมานานได้จุดประกายสันดานดิบให้ลุกโชน อวัยวะอ่อนตัวก็เริ่มแข็งเป็นลำ และอีกคนคงสัมผัสได้พวงแก้มถึงได้แดงปลั่งในทันใด
“ลามก!”
“ใครกันแน่!”
“ทัพนั่นแหละ”
“ชอบเล่นไม่เข้าเรื่อง ลุกเลย!” เขาดุพร้อมปล่อยมือจากเอวบาง จากนั้นดันร่างเล็กให้ลุกนั่ง ส่วนตัวเองเปลี่ยนไปนั่งพิงหัวเตียง จับจ้องคนเจ้าปัญหาที่กำลังเมินหลบเป็นพัลวัน
จอมทัพไม่มองเธออีกทว่าตาก็ดันไปปะทะกับหน้าอกตูมตามเข้าอย่างจัง ช่วงนัวเนียคอเสื้อสายเดี่ยวคงรั้งลง ถึงเปิดเปลือยให้เห็นเนินเนื้อที่ล้นทะลักเกือบครึ่งเต้า
แต่เอ๊ะ!
“ไม่ใส่เสื้อใน?” เขาเลิกคิ้วสูงทำหน้ายุ่ง
“ถามอะไรเนี่ย!!!!!”
.
.
.
....................................................................................
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเซต..วิศวะ I need you
1. เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้
2. เธอคนนี้ที่อัคคีอยากได้
ตอนพิเศษ 3 เวลาผ่านไปหลายปีบ้านพ่อใหญ่จอมทองถูกต่อเติมขยับขยายให้กว้างขึ้น เหตุเพราะต้องรองรับหลานที่ขยันมาเกิด ตอนนี้รวบแล้วก็สี่หน่อตามที่พ่อมันอยากมีพอดีเป๊ะ หลานชายคนโตอายุแปดขวบชื่อจอมเทพ หรือน้องเทพ หลานสาวคนที่สองอายุหกขวบชื่อเทียนหอม หรือน้องเทียน ส่วนคู่แฝดชาย-หญิงอายุสามขวบ ชื่อจอมเดช หรือน้องทรอย กับน้องทับทิม ที่เรียกชื่อเล่นกับชื่อจริงเป็นชื่อเดียวกัน “อันนี้มะละกอสุกนะคะ แม่ทำใส่กล่องให้แล้ว เทพเอาไปกินที่โรงเรียนได้เลย” นาเดียร์กำลังวิ่งวุ่นกับการจัดแจงให้ลูกชายกับลูกสาวที่อยู่ในวัยเรียนทำกิจวัตรยามเช้า ต้องตื่นหกโมงทุกวันเพื่อลงมาจัดโต๊ะรอ ถึงมีแม่บ้านทำอาหารแต่เธอก็อยากเช็กความเรียบร้อยก่อนคนในบ้านจะลงมากินมื้อเช้า “ขอบคุณครับ” จอมพลยกมือไหว้ก่อนตักข้าวต้มกุ้งเข้าปาก “อีกสิบนาทีพ่อทัพน่าจะแต่งตัวเสร็จ ถ้าอิ่มแล้วเทียนนั่งรอแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวแม่ถักเปียให้ค่ะ” สาวน้อยเทียนหอมที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนพยักหน้ารับคำ พูดไม่ได้เพราะปากไม่ว่าง กำลังเคี้ยวกุ้งตัวโต ๆ อ
ตอนพิเศษ 24 เดือนต่อมา “หือ? สองขีด..ขึ้นสองขีด อุ๊บ!!” หญิงสาวยกมือปิดปากขณะจ้องอุปกรณ์ตรวจครรภ์อยู่ในห้องน้ำ หัวใจดวงน้อยค่อย ๆ เต็มตื้นขึ้นทีละนิด เธอวาดมือวางบนหน้าท้องของตัวเอง แค่เพียงสัมผัสขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นทันที ที่ผ่านมานาเดียร์มีความสุขในทุกวัน และตอนนี้ความสุขก็เพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ เพียงแค่คิดว่ามีชีวิตน้อย ๆ กำลังเจริญเติบโตอยู่ในท้องกระแสความอบอุ่นก็แผ่กระจายไปทั่วหัวใจ ก็อก ๆ เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นนาเดียร์จึงกะพริบตาเพื่อขับไล่ความอ่อนไหว ผู้ชายที่เธอรักทั้งสองคนกำลังลุ้นผลการตรวจ และคงรอไม่ไหวเลยมาเคาะเรียก “เธอ..ทำไมหายไปนาน เป็นอะไรหรือเปล่า” “เดี๋ยวออกไป ทัพรอแป๊บนึง” หญิงสาวตะโกนบอกโดยที่ไม่เปิดประตู มือข้างซ้ายของเธอกำอุปกรณ์ตรวจครรภ์ไว้แน่น “อ่อ..งั้นเราไปรอกับพ่อที่โต๊ะกินข้าวนะ” “โอเคจ้า” นาเดียร์อมยิ้มเมื่อจับได้ว่าน้ำเสียงของจอมทัพค่อนข้างสั่น เขาคงตื่นเต้นไม่ต่างจากเธอตอนยังไม่รู้ผล “เราไปนะ” “อืม” เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป นาเดียร์
ตอนพิเศษ 1 NC หลังจากจอมทัพเรียนจบเขาก็ยังอยู่กรุงเทพต่อ เพื่อรอนาเดียร์เรียนจบแล้วค่อยกลับไปแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ที่ขอนแก่นด้วยกัน ถึงพ่อตามให้กลับไปทำงานและถูกด่าจนหูชาเขาก็ไม่สน ให้ตายก็จะไม่ยอมห่างคนรักเด็ดขาด แค่อยู่ห้องคนเดียวตอนเธอไปเรียนก็รู้สึกวูบโหวงแปลก ๆ จนบางครั้งต้องถ่อมานั่งเฝ้าที่มหา’ ลัย อย่างเช่นวันนี้.. “บอกตั้งหลายรอบว่าไม่ต้องมา ทัพไม่ยอมฟังเราเลย” หลังจากร่ำลาเพื่อน ๆ เพื่อแยกย้ายกลับบ้านนาเดียร์ก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างกายแฟนหนุ่ม “เธอรำคาญ?” คนมารอชักสีหน้าใส่คนรักเพราะพูดไม่ค่อยเข้าหู “บ้าเหรอ..เราเคยรำคาญทัพที่ไหนล่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมเบียดตัวเข้าใกล้คนตัวโตมากขึ้น “แล้วพูดทำไม” เมื่อคนรักกระแซะเข้ามาชิดจอมทัพก็มีสีหน้าขึ้น แค่ได้กลิ่นหอมจากตัวเธอเขาก็อารมณ์เบิกบาน “ต้องพูดสิ เห็นไหมนี่..เหงื่อไหลเต็มไปหมด เราไม่อยากให้ทัพมานั่งรอร้อน ๆ บอกให้ไปรอที่ห้องสมุดก็ไม่ยอม คนอะไรดื้อจริง ๆ เลย” ขณะพูดมือเล็กก็หยิบทิชชูมาซับเหงื่อตามใบหน้าและลำคอให้เขาอย่างเคยชิน
EP. 60ห้าเดือนต่อมา.. วันนี้มีนัดสำคัญเพราะเป็นวันเกิดของลุงทองของนาเดียร์ เธอจึงตื่นแต่เช้าไปซื้อของมาเตรียมทำอาหารมื้อเย็นเพื่อฉลองกันสามคน ขนซื้อของสด ผักสด ผลไม้ และเครื่องปรุงอีกหลายอย่าง ส่วนเบียร์เป็นหน้าที่ของลุงทองที่รับอาสาจะซื้อมาเอง ห้าโมงเย็นอาหารบนโต๊ะก็พร้อมเพรียง อ้อ..ลืมบอกไป ตอนนี้จอมทัพส่งเธอไปเรียนทำอาหารแบบจริงจังแล้วนะ สี่เดือนที่ตั้งอกตั้งใจก็ไม่สูญเปล่า เพราะรสชาติและหน้าตาของอาหารฝีมือเธอดูดีกว่าเมื่อก่อนมาก พูดแล้วก็หาว่าคุย เมนูวันนี้จึงมีต้มยำทะเลน้ำข้น ปีกไก่ทอดน้ำปลา (ที่จอมทัพช่วยทอด) คอหมู่ย่างกับน้ำจิ้มแจ่ว ปลากะพงนึ่งมะนาว (จอมทัพยกนิ้วชมว่าแซ่บถึงใจ) และที่ขาดไม่ได้ก็คือซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย เป็นกับแกล้มที่ลุงทองโปรดปราน ติ๊งต่อง.. “ลุงทองมาแล้วแน่เลย” ร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวแสนสวยวิ่งไปเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นใครก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเช่นเคย “สวัสดีค่ะลุงทอง ส่งถุงมาให้หนูเลยค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยถือ” “มันหนัก ลุงถือเองได้แค่นี้เอง” ทั้งคู่เดินมาถึงโต๊ะกิน
EP. 59 ตั้งแต่วันบาดเจ็บก็ผ่านมากว่าสามสัปดาห์ แผลเริ่มหายดีแต่ยังต้องระวังเวลาเคลื่อนไหว ยังออกกำลังกายหนักไม่ได้ จอมทัพเลยได้แต่นั่งดูเพื่อนเล่นกีฬาชนิดโปรด “หงอยเป็นหมาเลยนะมึง” อัคคีทุ่มลูกบาสแล้วเดินมาแซวเพื่อนสุดเลิฟ “กูว่าจะไปหาเดียร์แล้ว” ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเจ็ดลุกยืนเต็มความสูง ตาคอยมองห้องแชตอยู่ตลอด ทักไปตั้งแต่บ่ายสามโมงครึ่ง ตอนนี้สี่โมงเย็นแฟนสาวก็ยังเงียบกริบ บอกไปหาข้อมูลทำรายงาน ไปหาถึงประเทศไหนวะ! หงุดหงิดชะมัด “ทรงนี้หึงเมียล่ะสิ แต่ว่าไปไอ้นั่นมันก็หล่อจริง อย่างกับพระเอกซีรีส์จีนแบบที่เมียมึงชอบดู” พอเพื่อนสุมไฟใส่จอมทัพก็ยิ่งงุ่นง่าน ไอ้นั่นที่อัคคีพูดถึงก็คือไอ้ซีนาย! พี่รหัสแบบใดถึงทักหาน้องรหัสชั่วโมงต่อชั่วโมง ขนาดจะนอนมันยังทักมาบอกฝันดี “เงียบ? ระวังมือที่สามจะมาในรูปแบบพี่รหัสนะมึง” “พูดมากจริง!” คนใจร้อนรุ่มเหวี่ยงสายตาใส่เพื่อน ก่อนหยิบเป้มาพายบนไหล่ เดินดุ่มออกจากโรงยิมโดยไม่สนใจใครอีก จุดหมายปลายทางคือห้องสมุด อยากรู้เหมือนกันว่านาเดียร์อยู่กับเพื่อน หรืออยู่กับไอ้จืด
EP. 58 แปดโมงครึ่งนาเดียร์ก็ตื่นมาดูแลจอมทัพแทนกับอัคคีที่เพิ่งกลับไปเมื่อไม่นาน นอนไปสี่ชั่วโมงก็หน้าตาสดใสขึ้น ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย ไม่ต้องไปซื้อให้เสียเวลา เพราะโรงพยาบาลเอกชนมีพร้อมทุกอย่าง อยากได้อะไรก็สั่งเลย “โอ้โห ทัพเก่งมาก กินโจ๊กหมดเกลี้ยงเลย” หญิงสาวปรบมือแปะ ๆ ราวกับอีกคนเป็นเด็กสามขวบ “ไม่ใช่เด็กไม่ต้องชมขนาดนั้น เราแค่หิว เมื่อคืนเพิ่งวิ่งรอบสนามไปยี่สิบรอบ แล้วยังมาเจ็บตัวอีก ร่างกายเลยต้องการพลังงานมากกว่าปกติ” แม้ระบมแผลกว่าเมื่อคืน แต่ยังสามารถปรับเตียงให้อยู่ในท่านั่งเอนหลังได้ "อย่าเพิ่งพูดมาก บ้วนปากก่อนจ้า" นาเดียร์กุลีกุจอเช็ดปากให้เขา ก่อนจะยื่นน้ำยาบ้วนปากให้ นำกระโถนมารองรับ เมื่อเห็นความตั้งใจจอมทัพก็ยอมทำตาม พอเสร็จเธอก็เดินไปเททิ้งในห้องน้ำ ก๊อก ก๊อก แกร๊ก ประตูถูกเปิดเข้ามาด้วยมือของคนจากขอนแก่น เป็นเวลาเดียวกับที่หญิงสาวก้าวขาออกจากห้องน้ำพอดี เธอจึงรีบวิ่งไปกอดญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรัก “สวัสดีค่ะลุงทอง เมื่อคืนหนูคิดถึงมากเลย อ







