LOGIN“น้องกูไม่อยากเจอมึง” “บอกไปว่าผัวมาหา” “ไอ้!” สุรเชษฐ์สบถลั่นบ้าน ด่าเป็นชุด “กูไม่ได้ป้องกันเอาไปหลายที เผื่อท้องขึ้นมา ไปตามมาคุยกันให้รู้เรื่อง” “ไอ้นนท์มึง มึง!” สุรเชษฐ์ชี้หน้าเพื่อนมือไม้สั่น อยากจะชักปืนลูกซองมายิงกบาลเพื่อนให้กระจุย แต่เขาไม่อยากติดคุก ได้แต่โกรธหน้าดำหน้าแดง “ซื้อของมาฝากบำรุงจะได้หายป่วย ฤกษ์แต่งงานให้ผู้ใหญ่หาให้แล้ว ลดาตกลงแล้วใช่ไหม” “ตกลงบ้านป้ามึงเหรอ น้องกูไม่เอามึง” “งั้นกูฉุด” “มึงกล้าเหรอ กูยิงไส้พรุน” “กูจะคุย” รัชชานท์เท้าสะเอวมองขึ้นไปบนห้องนอนของเมียเด็ก สุรเชษฐ์ขยี้หัวตัวเอง เขารู้นิสัยเพื่อนดี ไอ้หมอนี่มันบ้า เคยมีใครขวางอะไรมันได้ “ลดาไม่อยากคุยกับมึง” “แต่กูจะคุย” “มึงกลับไปก่อน” สุรเชษฐ์เสียงอ่อนลง “ไม่ไป อีกไม่กี่วันปิดเทอม แต่งงานกันเลยกูจะได้วางใจว่าไม่มีผู้ชายที่ไหนมาเกาะแกะอีก” “มึงฟังภาษาคนรู้เรื่องไหมวะไอ้นนท์”
View Moreค่ำคืนนี้ไม่มีดราม่า ไม่มีคำสัญญาใหญ่โต มีเพียงชายหญิงสองคนที่ผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน และยังเลือกจะจับมือกันต่อไปในวันที่ทะเลเงียบและหัวใจ… ไม่ต้องระแวงอะไรอีกแล้วเสียงคลื่นยามค่ำดังสม่ำเสมอไม่ต่างจากคืนก่อน สุรเชษฐ์ยืนอยู่หน้าระเบียงบ้านพัก มือหนึ่งถือแก้วน้ำ อีกมือเท้าขอบราว มองเส้นขอบฟ้าที่มืดสนิท มีเพียงแสงดาวประปรายสะท้อนบนผิวน้ำเขาไม่ค่อยชินกับความเงียบแบบนี้นักไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดแต่เป็นความเงียบที่ทำให้ได้ยินเสียงตัวเองชัดขึ้น“ยืนเหม่ออะไรอีกล่ะ”เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลัง สุรเชษฐ์หันกลับไปมอง ร่างบางยืนอยู่ตรงประตู มือหนึ่งอุ้มลูก อีกมือจับกรอบประตูไว้เหมือนกลัวจะเสียสมดุล“ลูกหลับหรือยัง”“หลับแล้วค่ะ แต่เหมือนจะตื่นง่าย เลยอุ้มออกมาเดินเล่นนิดหน่อย”เขาวางแก้วลงบนโต๊ะเล็ก ๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้ มองใบหน้าเล็กที่ซบอยู่กับอกแม่ ดวงตาปิดสนิท หายใจสม่ำเสมอ“เดี๋ยวผมอุ้มเอง”“ไม่เป็นไร อุ้มไหวค่ะ”สุรเชษฐ์ไม่ได้เถียง เขาแค่ยื่นมือไปประคองหลังลูกเบา ๆ อย่างเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนกลัวแรงมือของตัวเองจะมากเกินไป“เมื่อก่อนคุณไม่เคยคิดจะจับเด็กด้วยซ้ำ” เธอพูดเบา ๆ แต่ไม่ได้มี
“กูไม่ได้ซนขนาดนั้น”“มึงลืมเรื่องปีนต้นมะพร้าวแล้วตกลงมาแขนหักหรือยัง”เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน รมิดานั่งมองภาพนั้นอย่างรู้สึกอิ่มเอม เด็ก ๆ กำลังสร้างปราสาททราย ผู้ชายสามคนช่วยกันขุด ช่วยกันแบกน้ำทะเลมาเท เสียงสั่ง เสียงบ่น เสียงหัวเราะดังปะปนกันไปหมด“ตรงนี้สูงไป เดี๋ยวพัง”“ไม่พังหรอกน่า เดี๋ยวกูค้ำไว้”“อย่าค้ำแรง เดี๋ยวลูกล้ม”ภาพวุ่นวายเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขช่วงบ่าย ทุกคนกลับขึ้นบ้านพักเพราะแดดแรงเกินไป เด็ก ๆ นอนกลางวัน ผู้ใหญ่ได้เวลานั่งพักจริงจังเป็นครั้งแรก สุรเชษฐ์เปิดเพลงเบา ๆ จากโทรศัพท์ วางไว้บนโต๊ะ เสียงดนตรีคลอไปกับเสียงลมทะเล“คิดถึงเมื่อก่อนแล้วแปลกดีนะ” เขาเอ่ยขึ้น“ตรงไหน”“ตรงที่ตอนนั้นเราคิดว่าชีวิตมันจะพังหมดแล้ว”เกริกพลพยักหน้าเล็กน้อย“ใช่… แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้”“เพราะไม่ได้เดินคนเดียว” รมิดาพูดเสริมคำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเข้าใจเย็นวันนั้น พวกเขาช่วยกันทำอาหารอีกครั้ง คราวนี้เป็นเมนูง่าย ๆ เด็ก ๆ ช่วยหยิบของเล็ก ๆ น้อย ๆ บางคนช่วยจัดจาน บางคนช่วยถือช้อน ความวุ่นวายแบบครอบครัวใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งหลังอาหารค่ำ โต๊ะถู
เสียงคลื่นซัดกระทบฝั่งดังสม่ำเสมอ ลมทะเลพัดเอื่อยพาไอเค็มอ่อน ๆ เข้ามาแตะปลายจมูก บ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ประตูหน้าบ้านเปิดอ้าไว้รับลมยามเช้า เสียงหัวเราะของเด็กดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“อย่าวิ่งเร็วสิลูก เดี๋ยวล้ม”เสียงผู้หญิงดังตามหลังร่างเล็กที่วิ่งนำหน้าออกไปยังสนามหญ้าหน้าบ้าน เกริกพลหันไปมองภาพนั้นก่อนจะยิ้มบาง ๆ เขาพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวก ๆ แล้วหันกลับไปช่วยอีกสองคนยกของลงจากรถ“เอ้า ระวังหน่อย ไอ้เชษฐ์ ของแตกแล้วกูไม่รับผิดชอบนะเว้ย”“โธ่เอ๊ย แค่นี้เอง ทำเป็นหวง”สุรเชษฐ์บ่นเสียงขุ่น แต่ก็ยกกล่องโฟมใบใหญ่ลงอย่างระมัดระวังอยู่ดี ข้าง ๆ กันนั้นรัชชานนท์ยืนกอดอกพิงรถ มองภาพเพื่อนสองคนกับครอบครัวของพวกเขาด้วยสายตาที่ผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นมา“ไม่คิดเลยนะ ว่าพวกเราจะได้นัดมาเที่ยวพร้อมหน้ากันแบบนี้จริง ๆ”“ทำไมวะ คิดว่ากูตายไปแล้วเหรอ” เกริกพลย้อนยิ้ม ๆ“ไม่ใช่… แค่นึกไม่ถึงว่าชีวิตมันจะสงบขนาดนี้”คำพูดนั้นทำให้ทั้งสามคนเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนต่างคนต่างย้อนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ก่อนจะหัวเราะออก
“ปล่อยมันไป ถ้ามันรักจริงก็ต้องพยายาม” เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นด้านนอก ก่อนที่ร่างของเกริกพลจะโผล่มาพร้อมกับรมิดา“ไอ้เชษฐ์ ไอ้เพื่อนเวรตะไล” เกริกพลไม่พูดพร่ำทำเพลงกระแทกหมัดใส่เพื่อนไม่ยั้ง“โอ๊ย!” สุรเชษฐ์ร้องเสียงหลง แต่ไม่หลบ ยอมโดนต่อยจนเลือดกบปาก“ไอ้เพื่อนเวร!”“ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง จะรับผิดชอบทุกอย่าง”“รับผิดชอบโดยการปล่อยให้น้องฉันท้องนี่นะ” เกริกพลทำท่าจะปล่อยหมัดใส่สุรเชษฐ์อีก รัชชานนท์จึงเข้าไปห้ามเอาไว้“พอเถอะ ไอ้เชษฐ์มันอยากรับผิดชอบ แต่น้องแกไม่ยอมเอง” เกริกพลหันขวับมามอง เขามัวแต่ไปง้อรมิดา เลยไม่ได้รู้เรื่องของน้องเลย ตอนรู้ว่าท้องนี่เขาแทบช็อก“แกอยากรับผิดชอบ โดยการมาเมาเหล้าแบบนี้น่ะเหรอ ทำไมแกไม่แสดงความจริงใจมากกว่านี้”“ไอ้เชษฐ์ไปง้อทุกวัน น้องมึงไล่เอง มันเลยมาเมาแบบนี้ กูยืนยันได้”“รู้ดีจริงนะคุณพี่เมีย”“ไอ้เชษฐ์มันชอบน้องมึงนานแล้ว ยกให้มันไปเถอะวะ”“มึงพูดง่าย น้องกูทั้งคน”“อ้อ... เหรอ น้องมึงทั้งคน เมียมึงนี่น้องกูไหมวะ” รัชชานนท์สวนกลับ เกริกพลถึงกับสะอึก พูดไม่ออกเลยจริงๆ รมิดาเองก็มองสามีเหมือนปรามว่าพอแล้ว ต่อยสุรเชษฐ์จนปากแตกตายก็ไม่มีอะไรดีขึ้น“
“อายพี่เหรอครับ” เขาขยับเข้ามาใกล้ มองใบหน้าคนขี้อายที่แดงก่ำ ลามไปถึงใบหู นิ้วแกร่งของเขาเกลี่ยอยู่ทั่วเนินเนื้อสาว เธอครางเสียงแผ่วสลับกับการกัดปากเบาๆ ด้วยความสยิว กายสาวเต้นเร่าตื่นตัวกับการเล้าโลมนั้นเขาบดบี้ติ่งสวาทของเธอเบาๆ เม็ดทับทิมสีสวยสั่นระริกอยู่ภายใต้นิ้วแกร่งที่แนบนึงหนักๆ จนบวมเป่
“มึงอย่าคิดว่าจะชนะกูได้ไอ้แม็ก ถ้ามึงทำให้น้องกูเสียใจ กูเอาน้องกับหลานคืนแน่” รัชชานนท์พูดใส่หน้าเกริกพล อีกฝ่ายยักไหล่“ขอบใจนะที่ยกน้องสาวสุดที่รักให้ฉัน แหม... ขัดขวางเกือบตาย สุดท้ายก็ได้ฉันเป็นน้องเขย”“ไอ้แม็ก!” รัชชานนท์ตรงเข้าจะทำร้ายเกริกพล เขาง้างหมัดทำท่าจะต่อย แต่อีกฝ่ายร้องขึ้นมาเสีย
“ฉุดได้เหรอ” คนถามตาใส“ไอ้นนท์ ถ้าแกยังขืนพูดไม่รู้เรื่อง ฉันไม่ยกน้องให้แกนะโว้ย”“โอเค”“ยายลดาบอกว่าขอดูพฤติกรรมแกไปก่อน”“โอเค” รัชชานนท์โบกไม้โบกมือว่ายินยอม“พูดกันเข้าใจง่ายๆ แบบนี้ค่อยโอเคหน่อย” หลังจากวันที่รัชชานนท์ บอกว่าโอเค เขาก็ตามติดชลลดา ไปรับไปส่ง พาไปกินข้าว กินไอศกรีม เรียกว่าเห
“เพราะรักไง” เขากระซิบบอก คนฟังยิ้มเขิน ก่อนจะแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้“ใครจะไปเชื่อคนเจ้าชู้อย่างพี่นนท์กัน”“แต่งงานกันนะ”“ยังก่อนค่ะ”“ทำไมล่ะ”“ขอให้มั่นใจเสียก่อนค่ะ”“ไม่มั่นใจอะไรในตัวพี่อีก”“ต้องดูพฤติกรรมก่อนค่ะ” เธอบอกเขา มองหน้าอย่างจริงจัง“โอเค ไม่บังคับ งั้นอิ่มแล้วเราไปออกกำลังกันดี





