LOGIN“เฮ้ย...จะเปงลม รอดไปอีก 1 วัน” ร่างบางเอ่ยขณะที่นั่งเก้าอี้ข้างใบเตย และใบตองเพื่อนสนิทของฉัน ลืมบอกไปเพื่อนในคลาสเรียนฉันมีแฝด 2 คู่ยัยเตย ยัยตอง แล้วก็สองแฝดนรก โรม ราม ที่นั่งถัดจากฉัน
“สายอีกแล้ว มัวตีฉิงอะดิ” นั่งได้ไม่ทันจะหายเหนื่อย เพื่อนหน้าหล่อปากแซ่บก็เอ่ยแซวฉัน
“ราม นั้นใช้ปากพูดแล้วเหรอ...” ฉันว่าให้กับเพื่อนตัวดี ช่างพูดมาได้
“ก็เห็นเมื่อกี้ แกทั้งกอดทั้งหอมแฟนเธอ”
“นายเห็นงั้นเหรอ” แต่เห็นแล้วไง คนรักกันแสดงความรักกับแฟนผิดตรงไหน ที่นายนี้ยังทำเลย
“ไอ้มอสก็เห็น ใช่ปะ”
“ชิ...เห็นแล้วไง ก็ฉันรักแฟนฉันนี้น่า ที่นายยังตามเฝ้าดาวคณะนิเทศเลย นายนั้นก็ด้วย แล้วมาแซวแค่ฉันนี้นะ คนเขาแสดงความรักกัน อิจ...ฉันเหรอ”
“ใครอิจ...แก ไอ้เน่ ระดับรามคนนี้ไม่มีอิจโว้ย เพื่อนรัก” รามเอ่ย แต่ขณะที่รามจะก่อสงครามเล็กๆ กันนั้น อาจารย์ขารชื่อฉันพอดิบพอดี ทำให้เช้านี้เราจึงสงบศึกกันก่อน
3 วันต่อมา
ด้านเนเน่และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันมาเรียน ซึ่งเป็นช่วงใกล้สอบ เทอมหน้าฉันก็จะเป็นพี่ปี 4 เต็มตัวแล้ว ทว่าขณะที่เลิกคลาสแล้วนั้น ร่างบางเหลือบมองนาฬิกา อีกไม่กี่นาทีก็จะ 6 โมงเย็น ฉันนัดมิ้งค์แฟนสุดเท่ห์ของฉันไว้ แต่นี้ก็ไม่เห็นว่ามิ้งค์จะมาสักที ร่างบางที่นั่งรอแฟนที่ข้างถึงคณะถาปัตย์ซึ่งเป็นคณะที่แฟนฉันเรียนอยู่นั่น
“อีก 10 นาทีไม่มาฉันไม่รอแล้วนะ” คนตัวเล็กพึมพำขณะที่นั่งเล่นเกมส์ในสมาร์ทโฟนที่รอแฟน 10 นาทีผ่านไปแต่นั้นก็ไม่มีท่าทีว่ามิ้งค์นั้นจะมาสักที เมื่อเป็นเช่นนั้นฉันจึงเลือกที่จะกลับคอนโด เนเน่ร่างบางเดินลัดเลาะมาจนกระทั้งถึงตึกคณะ ทว่าสายตากับสะดุดเข้ากับร่างบางอันคุ้นตาที่ยืนกอดจูบนัวเนียกับสาวสวยซึ่งเธอคนนั้นฉันรู้จักดี
ภาพตรงหน้าที่เห็น ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองร่างบางถึงกับยกมือขึ้นมาถอดแว่นขยี้ตารัวๆ กระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่สายคาดเอวมีพวงกุญแจสีฟ้าของตุ๊กตาตัวนั้น ฉันจำมันได้ดี ฉันเป็นคนซื้อให้มิ้งค์เมื่อ 3 วันก่อน แต่ที่เขากอดจูบกับยัยมาเวลดาวนิเทศปี 1 แบบนี้มันคืออะไร
ทำไมฉันต้องมาเห็นอะไรบาดตาบาดใจนี้ด้วย ใช่ว่าฉันจะทนได้หรอกนะ เนเน่ที่เห็นเช่นนั้น ร่างบางไม่รอช้าคนตัวเล็กสาวเท้าเข้าหาแฟนสาวของเธอทันที
“มิ้งค์ ทำไรกันนะ” เสียงอันคุ้นหูที่เอ่ยมานั้น ทำให้มิ้งค์ที่นัวเนียกับสาวสวยรุ่นน้องต่างคณะผละออกจากกัน
“กอดกันนะสิ ไม่น่าถาม” คนที่ตอบไม่ใช่แฟนฉัน แต่กับเป็นรุ่นน้องปากแดงที่หันมายิ้มเย้ยหยันให้กับฉัน
“เน่มาก็ดีแล้วเราขอคุยด้วยหน่อย” มิ้งค์ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเคลียร์กับเนเน่ มิ้งค์เดินจับมือเนเน่เดินออกมาที่หลังตึกคณะวิศวะ
“ปล่อยนะมิ้งค์” เนเน่ที่รู้สึกไม่พอใจแฟนสาวเป็นอย่างมากที่นอกใจตน เน่เน่สะบัดมือออกจากมิ้งค์ด้วยความแรง
“มิ้งค์รู้ว่ามิ้งค์ทำผิดต่อเน่”
“หมายความว่าไง” เนเน่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นไหว ทั้งที่ลึกๆ ฉันรู้อยู่แล้ว
“เราเลิกกันเถอะ” เสียงที่แว่วเข้ามาในหูของฉัน ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ
“ละ...เลิกกัน เหรอ มิ้งค์”
“...ที่ผ่านมาเราขอโทษ คนที่มิ้งค์รักและมีความสุขด้วยคือน้องมาเวล” มิ้งค์เอ่ยมาเช่นนั้น ทำเอาคนฟังถึงกับน้ำตาคลอเบ้า
“ที่มิ้งค์ให้เน่รอ 3 ชั่วโมง เพื่อบอกเลิกเน่ใช่ไหม มิ้งค์”
“เรา...ขอโทษเนเน่”
!! เพี้ยะ...!! เนเน่ที่ทนฟังคำพูดที่เห็นแก่ตัวไม่ไหว ตบเข้าใบหน้าของมิ้งค์ด้วยความแรง
“ค่าเสียเวลา” เอ่ยจบมิ้งค์เดินเบี่ยงตัวออกไปโดยไม่คิดจะมองหน้าอดีตแฟนของเธอ สายตาที่มิ้งค์มองฉันนั้นเขาหมดรักฉันไปแล้ว เนเน่ถึงกับทรุดตัวนั่งม้านั่งราวกับคนหมดแรง ใบหน้าสวยรู้สึกร้อนพราวขึ้นมาที่บริเวรขอบตา ทว่าขณะที่จะฟุบหน้าร้องไห้นั้น
“ไม่สวย ก็อย่างงี้แหละ” เสียงแทรกขึ้นมานั้น ร่างบางที่กำลังจะร้องไห้ ฉันหันมองไปตามเสียง สายตาสะดุดเข้ากับรางสูงในชุดกางเกงยีนส์ขาเดฟสีซีดเสื้อซ็อปวิศวะสีแดงที่ใบหน้าอันหล่อเหลายื่นพ้นควันบุหรี่ไฟฟ้า ขณะที่สายตาจับจ้องมาที่ฉัน
“นายว่าฉันเหรอ” ถึงจะอยู่ในอารมณ์เสียใจ ทว่ามาเจอคนปากเสียแบบนี้ ก็อารมณ์ขึ้นอยู่นะ จากที่จะร้องไห้ ฉันกับไม่กล้าร้องไห้ซะงั้น สายตาดวงเล็ก มองไปรอบๆ ในเวลาเกือบๆ 1 ทุ่มแต่กับไม่มีใคร ที่นี่มีแค่เธอและผู้ชายปากเสียคนนี้ที่ยืนอัดบุหรี่เข้าไปทำร้ายปอด
“ใครละที่ถูกแฟนบอกเลิก อกหัก” วาคิมเน้นเอ่ยคำว่าอกหัก ต่อหน้าต่อตาเธอ จากที่จะร้องไห้ ร่างบางกับเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธจัด เนเน่ฉันที่คิดจะนั่งร้องไห้คนเดียวและกับมาเจอคนกวนประสาทอย่างวาคิม ร่างบางลุกออกจากม้านั่งหวังจะเดินหนีคนก่อกวน
!! พรึบ !! มือหนากับจับเข้าที่เรียวแขนเล็กของเธอ
“เดี๋ยวป๊ะป๋ากับคุณแม่มารับน้องนะคับ” วาคิมเอ่ยจบลูกชายก็โบกมือบายๆ ผมและเนเน่“เก่งจังเลยคับ ลูกชาย” ทว่าขณะที่วาคิมหันมาสบตากับเนเน่แล้วใบหน้าอันหล่อเหลาผุดรอยยิ้มที่มุมปาก ลูกไม่ร้องสักแอะ แต่คุณแม่คนสวยนั้นกับน้ำตาคลอเบ้า“คิดถึงลูก” เนเน่เอ่ยกับวาคิม ดวงตาเรียวสวยจ้องมองแผ่นหลังลูกชายจนกระทั้งลับตา“แป๊บเดียว ดูเหมือนว่า เด็กๆ โตขึ้นมากเลยนะ” คนคิดถึงลูกเอ่ยกับสามี เพราะน้อยครั้งนัก ที่ฉันจะห่างลูกๆ มือหนาโอบเข้าบ่าไหลของภรรยา“พอลูกเติบโตมากขึ้นกว่านี้ นาวา นักรบก็ต้องไปใช้ชีวิตของตัวเอง” แค่ลูกเข้าโรงเรียนฉันยังใจหายมากขนาดนี้“ไม่อยากให้โตเลย” เนเน่เอ่ยขณะที่มือของสามีนั้นคอยซับน้ำตาของเธอ ผมไม่รู้จะเอ็นดูลูกๆ หรือคุณแม่ของเจ้าสองแสบก่อนดี วาคิมหลุดยิ้มให้กับภรรยาอย่างน่ารัก จากที่ส่งเด็กๆ เสร็จแล้วนั้น ป๊ะป๋าสุดหล่อก็ขับรถมาส่งภรรยาคนสวยที่โรงแรมของคุณย่ามณีจันทร์ต่อ ทว่าขณะที่เนเน่จะลงจากรถนั้น“ที่รัก ลืมอะไรไปป่าว ขนาดเจ้าสองแสบยังไม่ลืมนะคับ คุณแม่จะลืมได้ไง” วาคิมไม่พูดเปล่า แต่กับยื่นใบหน้าอันหล่อเหลาแก้มป่องๆ เข้าหาภรรยาอย่างเนเน่“จุ๊บนะคะ ป๊ะป๋า”“ตรงนี้ด้วยคับ” เมื่
~1 ปีต่อมา~เนเน่และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่คุณแม่คนสวยและพี่เลี้ยงวุ่นวายกับการแต่งตัวให้กับสองแสบ ร่างน้อยๆ กลมๆ คนพี่อยู่ในชุดนักเรียนยูนิฟอร์มของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ส่วนคนน้องยูนิฟอร์มเนอสเซอรี่ที่น่ารักน่าหยิกไม่ต่างจากพี่สาวมากนัก วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของเด็กชายนักรบ ดูสิวันนี้ลูกชายเจ้าอ้วงของฉันจะรอดหรือล่วงกันแน่ ลูกชายตัวแสบจะไปเรียน คุณแม่ไม่รู้จะสงสารลูกหรือคุณครูก่อนดีทว่าขณะที่ฉันและพี่เลี้ยงช่วยกันไล่จับสองแสบแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยที่พร้อมออกจากบ้านพร้อมคุณแม่และป๊ะป๋าแล้วนั้น ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตผูกไท้ในมือของวาคิมถือเสื้อสูทเดินเข้ามาหาลูกๆ“โอ้โห ลูกชายใครนี้ อ้วงวันนี้น้องนักรบน่ารักมากเลยนะคับ ไปโรงเรียนวันแรก น้องต้องไม่ดื้อไม่ซนนะคับลูกชาย” วาคิมคุณพ่อลูกสอง ดีกรีผู้บริหารโรงแรมดีอาร์ปริ้นเซส เอ่ยกับบุตรชาย ซึ่งตอนนี้นอกจากผมจะดูแลธุรกิจแฟตฟอร์มขายอุปกาณ์แต่งรถกับมอสแล้ว ผมยังมาช่วยคุณยายมานิตาบริหารโรงแรมด้วยคับ คุณพ่อลูกสองต้องขยันมากขึ้นเป็นสองเท่าตัวส่วนภรรยาสุดที่รักของผมอย่างเนเน่นั้นก็ไม่ต่างจากผมนัก หลังจากที่สองแสบเข้าโรงเรียน เนเน่ก็เข้าไปช่วย
“นั้นไง ธรรมดาที่ไหน” วาคิมว่าให้ลูกชายฝีมือคนตัว อ้วงๆ เด็กจ้ำม้ำเมื่อกี้ลูกสาวหวงป๊ะป๋า นักรบสายตาที่มองป๊ะป๋าแบบนี้“ไงคับ อ้วง เจ้าอ้วงหวงคุณแม่เหรอคับ ลูก” วาคิมเด็กนอกจากที่ผมทึ่งในเด็กสองขวบ ตอนนี้ป๊ะป๋าต้องทึ่งในตัวเด็กขวบกว่าๆ ย่างสองขวบด้วย“หวงคุณแม่ใช่ไหมคับ ไม่ได้นะลูก แบบนี้เราต้องทำความเข้าใจกันใหม่ โอเค ไหมคับอ้วง ถ้าอ้วงตกลง ป๊ะป๋าจะให้ดื่มนม” น้องนักรบได้แต่มองหน้าบิดา“ตกลงนะคับลูกชาย” เด็กชายนักรบพยักหน้า หนึ่งทีเหมือนนะรู้เรื่อง“มันต้องแบบสิวะ ไอ้ลูกชาย น้องไม่ปาขวดน้ำใส่ป๊ะป๋านะลูก เข้าใจ๋” วาคิมเอ่ยจบก็ยื่นขวดนมให้ลูกชายสุดที่รัก“แสบจริงลูกใคร หว่า”“ทำเอง จะลูกใครละ ลูกแสบซนเหมือนป๊ะป๋าเลย” เนเน่เอ่ยขึ้นลอยๆ ยิ้มแก้มปริ่ม“ป๊ะป๋า ไม่ดื้อไม่ซน ป๊ะป๋าออกจะน่ารัก ใช่ไหมคะ พี่นาวา ป๊ะป๋าน่ารัก โซคิ้วไหมคับลูก”“ป๊ะป๋าโซคิ้ว คะคุณแม่ขา” ลูกยืนยันมาเช่นนั้น ทำเอาป๊ะป๋าหล่อเหลายิ้มหน้าบาน หลงลูกวันละร้อยรอบ จากที่เคยหลงรักเมียมาก ตอนนี้ก็หลงทั้งลูกทั้งเมียคูณสามไปเลย“ลูกป๊ะป๋าชัดๆ ”“ลูกสาวป๊ะป๋า ส่วนลูกชายลูกคุณแม่คะ” ฉันเอ่ยกับวาคิม ใบหน้าอันหล่อเหล่คุณพ่อลูกสองย
เนเน่หลังจากที่ฉันและวาคิมพาลูกสาว เจ้าหญิงตัวกลมๆ ไปเรียนไอซสเก็ตเสร็จจากเรียน ป๊ะป๋าวาคิมสุดหล่อพาลูกชายเจ้าหมูอ้วนออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านที่สวนสาธารณะ ลูกชายเจ้านักรบนอนพุงกลางอยู่ในรถเข็นเด็ก โดยที่พี่สาวคนสวยเข็นรถน้อง พอพี่จ๋า พี่เลี้ยงเด็ก ขนรถเข็นลงจากรถป๊ะป๋าวาคิมเท่านั้นแหละ นาวาก็เข็นน้องสนุกใหญ่เลย“ป๊ะป๋าขา คุณแม่ขา น้องนาวาเลี้ยงน้องเองคะ” เสียงเด็กสองขวบกว่าๆ ที่พูดเจือแจ๋ว พูดไฟแลบก็ลูกสาวฉันนี้แหละ“ตัวแค่นี้รู้ความจริง เก่งมากคับลูกป๊ะป๋า” พอป๊ะป๋าอนุญาต ให้เข็นน้องได้ก็เอาใหญ่เลย นาวาไม่เข็นรถน้องธรรมดา แต่เข็นแล้ววิ่ง เล่นเอาฉันที่เห็นเช่นนั้นใจหายใจคว่ำไปเลย“พี่นาวา จะพาน้องซิ่งไปไหนคะลูก” ฉันถือถ้วยข้าวและขวดน้ำวิ่งตาม ส่วนป๊ะป๋าก็วิ่งตามลูกอีกที นาวานอกจากจะพูดเก่งแล้ว ปล่อยเป็นไม่ได้พอขาแตะพื้นออกสตาร์ท ดูเอาเถอะ ลูกสาวฉัน แสบจริง“ซิ่งคะ คุณแม่ขา ป๊ะป๋าบอกซิ่งเหมือนคุณแม่” ฉันได้แต่มองหน้าคนใส่ความฉัน“ป๊ะป๋าเอาอะไร ใส่หัวลูกคะ” ฉันถามสามีสุดที่รักวาคิมยิ้มแห้งๆ ให้ฉัน“ชอบซิ่งแบบนี้ โตขึ้นน้องอย่าไปแข่งรถที่ไหนนะคับลูก ถ้าเป็นเหมือนคุณแม่ ป๊ะป๋าหัวใจจะวายตาย”
“โอเคคะคุณแม่” แต่ก่อนไปสองพ่อลูกก็ไม่ลืมที่จะฟัดแก้มเนเน่และน้องนักรบคนละข้าง ต้องฟัดก่อนถึงจะออกจากบ้านได้“คริสๆ นะคับหม่ามี้” วาคิมเอ่ยกับภรรยา ซึ่งไม่ว่าเขาจะไปไหน ก่อนออกจากบ้านวาคิมก็มักจะจุ๊บริมฝีปากน่าจูบของภรรยาและฟัดแก้มกลมๆ อมลูกชิ้นของลูกสาวและลูกชายก่อนทุกครั้ง“นักรบอยู่บ้าน ป๊ะป๋าฝากดูหม่ามี้ด้วยนะลูก อย่าให้หม่ามี้ซนนะ เข้าใจไหมไอ้ลูกชาย” ภรรยาที่ถูกสามีแซวเนเน่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“ใครกันที่ซน ป๊ะป๋ารีบไปเถอะ เดี๋ยวรถติดจะเสียเวลาเอาน๊า” เอ่ยจบวาคิมก็เดินจูงมือร่างน้อยๆ กลมๆ ของลูกสาวนั้นออกจากนั้น“บายๆ นะคะคุณแม่” เนเน่โบกมือให้กับลูกสาว ที่วันนี้วาคิมต้องพานาวาไปด้วยนั้น ขืนอยู่ทั้งสองแสบคนน้องคงไม่ได้นอนพอดี เพราะนาวานั้นมักจะชวนน้องชายเล่นวาคิมหลังจากที่ไอ้มอสมันนัดผมคุยงาน ตอนแรกนัดเจอที่บ้าน แต่มันกับเปลี่ยนใจนัดผมมาเจอที่ร้านอาหารน้องมะปรางแทน พอมาถึงไอ้มอสก็สั่งอาหาร และพวกขนมทานเล่นไว้รอหลานแล้ว“นาวาขา คิดถึงอามอสไหมคะคนสวย”“คิดถึงอามอสที่สุดเลยคะ” เสียงเจือแจ๋วเอ่ยกับเพื่อนสนิทของบิดา จากนั้นก็วิ่งเข้าไปกอดและนั่งตักอามอส อย่างรู้งาน“น่ารักยังเลยคับ คนสวย”
~ 3 ปี ต่อมา ~ @บ้านอุ่นไอรัก เนเน่ร่างบางในชุดอยู่บ้านสบายๆ ที่วุ่นวายกับการเอาเด็กชายนักรบ เบบี้ตัวน้อยๆ เข้าเต้า ใช่คะทุกคนฟังไม่ผิดหลังจากที่เรียนจบ คลอดเบบี้นาวาลูกสาวของฉันได้ประมาณ 1 ขวบกว่าๆ ฉันและวาคิมเราก็ได้รับข่าวดี มีน้องชายให้กับเจ้าหมูอ้วนนาวาในปีถัดมา เล่นเอาซะหม่ามี้มือใหม่อย่างฉันไม่ได้พักเลย และตอนนี้ลูกสาวตัวจ้ำม่ำน้องวานาอายุเข้า 2 ขวบ 6 เดือนหน้าตาถอดแบบมาจาก วาคิมราวกับฉบับก๊อปปี้วาง ซึ่งนาวาชื่อนี้ป๊ะป๋าวาคิม เป็นคนตั้งชื่อให้ลูกสาวฉันเอง ส่วนเบบี้นักรบ คนนี้หม่ามี้คนสวยเป็นคนตั้งให้เองคับคนพี่นอนดูดขวดนมขณะที่นอนกลิ้งในที่กั้นเด็ก ส่วนคนน้องนักรบฉันก็จับเจ้าเด็กแสบเข้าเต้า การเลี้ยงลูกๆ ทั้งสองของฉันเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก แต่ก็มีความสุข สนุกบันเทิงดีในแต่ละวันดี และตอนนี้หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ฉันกับวาคิมเราใช้ชีวิตในคอนโดของเขา พอมีเด็กๆ ครอบครัวของเราขยายใหญ่ขึ้น วาคิมและฉันเราเลยตกลงสร้างเรือนหอ บนที่ดินที่คุณย่าทวดมานิตายกให้หลานชาย ฉันมองเจ้าสองแสบของฉันเปลือกตาหม่ามี้เริ่มจะไม่ไหวแล้วลูก เพราะเช้านี้เจ้าสองแสบตื่นมาเล่นกันตั้งแต่ตี 5 เล่นเอาซะหม่ามี้นั่
“ควงเด็ก ให้เขาหึงกูไร สัส เขาดิควงผัวใหม่เย้ยกูแทน เจ็บชิบหาย...” ใบหน้าอันหล่อเหลาคิดหนักเป็นสองเท่า“ไอ้เนเน่นี้นะ คบเด็กมอเอ็นเอส เชี่ยคิม ข้อมูลมึงมั่วป่าว” รามไม่เชื่อเนเน่คบเด็กมอเอ็นเอส ใบตองใบเตยต้องพูดผ่านหูผมบ้างดิวะ เพราะผมนี้แหละสายให้ไอ้เชี่ยคิม บอกให้ผมเป็นหูเป็นตาเฝ้าดูไอ้เนเน่อยู่ห
ด้านเนเน่ร่างบางที่เดินเฉิดฉายเข้ามาในงานพร้อมกับหนุ่มนักธุระกิจหนุ่ม ทายาทเจ้าของโรงแรมชื่อดังอย่างวาตะ เนเน่วันนี้ฉันไม่ได้มาที่โรงแรมของคุณย่าในนามพนักงานแม่บ้าน เด็กฝึกงานของที่นี่แต่อย่างใด แต่ฉันมาในงานนี้ในฐานะหลานสาวของคุณย่ามณีจันทร์ เจ้าของโรงแรมแห่งนี้นั้นเอง ร่างบางใบหน้าสวยหวานควงหลานช
ด้านเนเน่ที่ถูกคนตัวสูงโอบปลอบอยู่นั้น ร่างบางรู้ตัวอีกทีกับพบว่าฉันและวาคิม เราอยู่ที่เอเชียทีคแล้ว ดวงตาเรียวสวยจ้องมองไปยังชิงช้าสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้า“นายพาฉันมาที่นี่ทำไม”“ไม่อยากมาเหรอ...” เขาเอ่ย วาคิมนายนี้จริงๆ เลย“ไหนบอกจะไปส่งที่คอนโด แบบนี้เขาเรียกว่า พูดปด” น่าแปลก วาคิมเขารู้ได้ยังไง
วาคิมหลังจากที่ผมวางสายจากเนเน่ใครจะคิด เนเน่จะใจร้ายกับผัวเธอไปไหน กินยาไม่หายสงสัยต้องพึ่งอะไรที่มันบาดคอแล้ว หลังจากที่ผมนอนโทรมเพราะโดนพิษไข้เล่นงานตั้งแต่ช่วงบ่าย รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกที ก็มีสายเรียกเข้าสายเนเน่ ผมที่รับปากจะไปรับเธอแต่กับไปไม่ไหว เชี่ย...ผมแม่งดื่มน้ำขวดเดียวกับไอ้เอเปค มันป







